ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 177 เทือกเขาซีเหลียง
หลิวอู๋เสียยิ้มขมขื่น ไม่คิดว่าคนกลุ่มนี้จะมีความระมัดระวังสูงขนาดนี้
ตลอดทางที่ผ่านมา พวกเขาสูญเสียสหายร่วมสำนักไปหลายคน เช่นนั้นจึงระวังตัวเป็นพิเศษ ป้องกันการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
ศิษย์น้องคนอื่น ๆ มองไปที่ยอดไม้พร้อมกัน ลอดผ่านใบไม้หลายชั้น ร่างของหลิวอู๋เสียก็ปรากฏแก่สายตา
หลิวอู๋เสียค่อย ๆ ลงมาที่พื้น หลีกเลี่ยงวงล้อมของพวกเขา
“เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงแอบฟังพวกเราคุยกัน?”
ศิษย์พี่ใหญ่เผยสีหน้าประหลาดใจ ไม่คิดว่าหลิวอู๋เสียจะอายุยังน้อยขนาดนี้
“ดูเหมือนว่าข้าจะเป็นคนที่พักอยู่ที่นี่ก่อน พวกเจ้าต่างหากที่รบกวนการพักผ่อนของข้า”
หลิวอู๋เสียลูบจมูก ไม่อยากอธิบายอะไรมากมาย เขาพักผ่อนเต็มที่แล้วและกำลังจะออกเดินทาง
“ฮึ่ม เจ้าแอบฟังพวกเราคุยกัน รับความตายซะเถอะ!”
ชายหนุ่มอีกสองคนแทงกระบี่ยาวเข้าใส่หลิวอู๋เสียทันที พูดจบก็ลงมือทันที
ดวงตาของหลิวอู๋เสียเปล่งประกายแสงเย็นเยียบ เขาไม่คิดจะหาเรื่องใครทั้งนั้น กลับกลายเป็นว่าถูกเล่นงาน
“ศิษย์น้องทั้งสองหยุดก่อน อาจจะเป็นการเข้าใจผิดก็ได้”
ศิษย์พี่ใหญ่ยังคงมีเหตุผลและหยุดศิษย์น้องทั้งสองไว้ ขัดขวางไม่ให้พวกเขาลงมือกับหลิวอู๋เสีย
หลิวอู๋เสียรู้สึกดีต่อศิษย์พี่ใหญ่คนนี้เพิ่มขึ้นไม่น้อย
คำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ย่อมมิอาจขัดขืนได้ ศิษย์น้องทั้งสองจึงล่าถอยกลับพร้อมกับกระบี่ยาว พวกเขายืนอยู่ด้านข้าง คอยระวังภัยอย่างลับ ๆ
“ข้า เว่ยตง เป็นศิษย์คฤหาสน์ภูเขาเพลิงแดง ไม่ทราบว่าน้องชายมีนามว่าอะไร?”
ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะเป็นศิษย์จากคฤหาสน์ภูเขาเพลิงแดง หลิวอู๋เสียเคยได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว คฤหาสน์ภูเขาเพลิงแดงเป็นสำนักชอบธรรม และเข้มงวดในการสั่งสอนศิษย์เป็นอย่างมาก
ช่วงเวลาที่อยู่ในสำนักศึกษาจักรวรรดิ หลิวอู๋เสียได้อ่านตำรับตำรามากมาย เขาจึงรู้ถึงการกระจายอำนาจขั้นพื้นฐานของราชวงศ์ต้าเยี่ยนเป็นอย่างดี
คฤหาสน์ภูเขาเพลิงแดงอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณห้าร้อยลี้ มีศิษย์หลายร้อยคน จัดเป็นขั้วอำนาจขนาดเล็กชั้นสอง
“หลิวอู๋เสีย ศิษย์สำนักศึกษาจักรวรรดิ!”
ต่างคนต่างประสานมือแสดงความเคารพ ถือว่าเป็นการทำความรู้จักกัน หลิวอู๋เสียรู้สึกประทับใจกับเว่ยตงผู้นี้ จึงไม่ได้ปิดบังตัวตนของตนเอง
เมื่อได้ยินว่าเป็นศิษย์จากสำนักศึกษาจักรวรรดิ สายตาที่ทุกคนมองหลิวอู๋เสียก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย สำนักศึกษาจักรวรรดิเป็นสำนักศึกษาสูงสุดของราชวงศ์ต้าเยี่ยน พวกเขาเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมได้
แม้จะทะลวงระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสูง แต่อายุก็ไม่น้อยแล้ว เว่ยตงอายุเกือบสามสิบปี ส่วนคนอื่น ๆ อายุประมาณยี่สิบห้าถึงยี่สิบหกปี พรสวรรค์เช่นนี้ หากอยู่ในสำนักศึกษาจักรวรรดิก็ถือว่าเป็นเพียงคนทั่วไปเท่านั้น
แต่ในคฤหาสน์ภูเขาเพลิงแดง… พวกเขากลับเป็นศิษย์ระดับแนวหน้า
“ที่แท้ก็เป็นศิษย์จากสำนักศึกษาจักรวรรดิ ขออภัยที่ล่วงเกิน!”
เว่ยตงสุภาพขึ้นมาก ไม่ได้ดูถูกหลิวอู๋เสียเพียงเพราะพลังยุทธ์ต่ำกว่า เขาเพิ่งเคยพบเจอผู้ฝึกตนระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสี่ที่อายุน้อยเช่นนี้เป็นครั้งแรก
“พี่เว่ย เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ทำไมถึงได้รับบาดเจ็บกันหมด”
หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ความสัมพันธ์ก็สนิทสนมกันมากขึ้น ศิษย์สองคนที่พูดจาไม่สุภาพกับหลิวอู๋เสียก็ได้เข้ามาขอโทษ
“เรื่องมันยาว น้องหลิว เจ้ากำลังจะเข้าไปฝึกฝนในเทือกเขาซีเหลียงหรือ?”
เว่ยตงขมวดคิ้ว ครั้งนี้ออกมาแปดพี่น้อง มีเพียงพวกเขาห้าคนที่รอดชีวิตออกมา ศิษย์น้องสามอยู่ในอันตรายถึงชีวิต อาจจะตายได้ทุกเมื่อ เมื่อพวกเขากลับไปก็ไม่รู้จะอธิบายกับปรมาจารย์อย่างไร
“อืม ข้าจะไปฝึกฝนที่เทือกเขาซีเหลียงสักหน่อย”
หลิวอู๋เสียไม่ได้พูดเรื่องไขคดีคนหายตัวไป
“น้องหลิว เจ้าอย่าเข้าไปเชียว เกิดเรื่องประหลาดขึ้นที่เทือกเขาซีเหลียง สองเดือนมานี้ผู้ฝึกตนที่เข้าไปล้วนหายตัวไปอย่างลึกลับ พวกเรารอดชีวิตหนีออกมาได้ ถือว่าโชคดีมากแล้ว”
ได้ยินว่าหลิวอู๋เสียต้องการเข้าไปฝึกฝนที่เทือกเขาซีเหลียง เว่ยตงรีบลุกขึ้นห้ามหลิวอู๋เสียเอาไว้
ดวงตาของหลิวอู๋เสียเปล่งประกาย ดูเหมือนคนพวกนี้จะรู้เรื่องราวในเทือกเขาซีเหลียงอยู่บ้าง เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้พวกเขาทั้งหมดหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้
ผู้ฝึกตนระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสูงมากมายขนาดนี้ย่อมมีฝีมือไม่ธรรมดา ขอเพียงไม่เจอกับยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูก ก็ไม่น่าจะมีอันตราย
“พี่เว่ย เล่าให้ฟังหน่อยเถอะ เกิดอะไรขึ้นที่เทือกเขาซีเหลียงกัน?”
ใบหน้าของหลิวอู๋เสียไม่มีความหวั่นไหว แม้จะพบภูเขากระบี่ทะเลเพลิง เขาต้องเข้าไปและสืบให้รู้เรื่อง
“ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ที่น่าสงสัยอย่างเดียวก็คือข้างในมีค้างคาวอสูรปรากฏตัวขึ้นมากมาย เราแปดคนถูกค้างคาวอสูรนับพันตัวล้อมไว้ ศิษย์น้องสามคนเสี่ยงชีวิตเปิดเส้นทางให้ เราถึงหนีรอดออกมาได้”
เมื่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อวานนี้ เว่ยตงก็ยังหวาดผวาไม่หาย
“ค้างคาวอสูร?”
หลิวอู๋เสียขมวดคิ้ว ที่เทือกเขาซีเหลียงไม่ค่อยมีค้างคาวอสูรปรากฏตัวขึ้นเป็นจำนวนมาก หรือว่ามีคนจงใจ?
“น้องหลิว ข้าอายุมากกว่าเจ้าไม่กี่ปี ฟังคำแนะนำของข้าเถอะ รีบกลับไป อย่าเข้าไปในเทือกเขาซีเหลียงเลย”
เว่ยตงเหมือนพี่ชาย บอกให้หลิวอู๋เสียอย่าเข้าไปในเทือกเขาซีเหลียง
“ศิษย์พี่สาม ศิษย์พี่สาม…”
หญิงสาวร้องเรียกไม่หยุด พลางมองร่างของศิษย์พี่สามที่นอนหมดสติ ลมหายใจอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ดูเหมือนจะเป็นการกลับมามีสติชั่ววูบก่อนสิ้นใจ
เว่ยตงลุกขึ้นประคองศิษย์น้องสามขึ้นมา แล้วให้เขานอนหนุนตักตัวเอง เพื่อให้ศิษย์น้องรู้สึกสบายขึ้น
หลิวอู๋เสียมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ลึกซึ้งเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง
“ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าคงไม่ไหวแล้ว ขอบคุณท่านที่คอยดูแลข้ามาตลอด…”
ศิษย์น้องสามนอนหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของเว่ยตง ใบหน้าไม่มีความเสียใจ เขาเป็นเด็กกำพร้า ศิษย์พี่ใหญ่คอยช่วยเหลือเขามาตลอด
“ศิษย์น้องสาม อย่าพูดแบบนั้น เจ้าจะไม่ตาย”
เว่ยตงกอดศิษย์น้องสามไว้แน่น บรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่น ๆ ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเศร้าโศก ส่วนหญิงสาวก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเบา ๆ
บรรยากาศเต็มไปด้วยความหดหู่ หลิวอู๋เสียเฝ้ามองอย่างเงียบ ๆ ม่านตาภูตส่องทะลุเข้าไปในร่างกายของศิษย์น้องสาม พบว่าเลือดของเขากลายเป็นสีเขียวมรกต แสดงว่าค้างคาวอสูรมีพิษ
“ให้เขากินนี่ มันสามารถขับพิษในร่างกายได้ พักฟื้นสักสิบวันหรือครึ่งเดือนก็คงไม่เป็นไร”
หลิวอู๋เสียหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ นี่เป็นยาถอนพิษที่เขาหลอมขึ้นมาเอง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ตอนนี้มีประโยชน์จริง ๆ
นี่ไม่ใช่ยาถอนพิษธรรมดา ยาถอนพิษที่ขายตามท้องตลาดไม่สามารถถอนพิษชนิดนี้ได้ ยาถอนพิษที่หลิวอู๋เสียหลอมนั้นสามารถแก้พิษได้ทุกชนิด
“น้องหลิว ขอบคุณมาก ขอบคุณแทนศิษย์น้องสามด้วย”
เว่ยตงไม่ลังเลใจเลย เขารีบป้อนโอสถเม็ดเข้าไปในปากของศิษย์น้องสาม
ตอนนี้ศิษย์น้องสามใกล้จะสิ้นใจแล้ว ถือว่าเป็นการรักษาแบบสิ้นหวัง เผื่อว่าอาจจะมีปาฏิหาริย์
หลิวอู๋เสียในฐานะศิษย์ของสำนักศึกษาจักรวรรดิ ย่อมมีวิธีป้องกันตัวเองอยู่แล้ว ยาถอนพิษเม็ดนี้ดูไม่ธรรมดา มันมีคุณภาพสูงกว่ายาถอนพิษที่พวกเขาพกติดตัวมา
หลังจากกลืนยาถอนพิษลงไป ศิษย์น้องสามมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เว่ยตงใช้ปราณแท้ช่วยปรับสมดุลเส้นชีพจร พลังของยาถอนพิษละลายอย่างรวดเร็ว ศิษย์น้องสามที่หมดสติฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์น้องสามฟื้นแล้ว เยี่ยมมาก!”
ทุกคนกอดกันด้วยความดีใจ น้ำตาไหลอาบแก้ม หลิวอู๋เสียหันหลังกลับและจากไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อพวกเขาตั้งสติได้ หลิวอู๋เสียก็หายตัวไปนานแล้ว
หนึ่งวันต่อมา!
หลิวอู๋เสียเข้าไปในเทือกเขาซีเหลียง ดาบเสียเหรินปรากฏขึ้นในมือ
สิ่งที่ต้องระวังไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็นนักฆ่าจากหอนักฆ่า พวกเขาต้องซุ่มซ่อนอยู่รอบ ๆ แน่นอน
“ที่นี่คือเทือกเขาซีเหลียงงั้นหรือ?”
เขานั่งลงบนก้อนหินก้อนใหญ่ เทือกเขานั้นกว้างใหญ่มาก แม้จะเดินสิบวันสิบคืนก็ยังมองไม่เห็นชายขอบ หลิวอู๋เสียต้องการสืบสวนคดีคนหายให้กระจ่าง แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับงมเข็มในมหาสมุทร
“แปลก เข้ามาตั้งนานแล้ว ไม่เจอสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว พวกมันหายไปไหนกันหมด?”
หลิวอู๋เสียขมวดคิ้ว เทือกเขาซีเหลียงควรจะมีสัตว์อสูรอยู่เต็มไปหมด แต่มันแตกต่างจากข้อมูลที่เขารู้มาโดยสิ้นเชิง ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูร แม้แต่นกตัวเดียวก็ไม่มี นี่มันแปลกมาก
ไม่นานหลังจากที่เขานั่งลง กลิ่นอายสังหารที่เลือนรางก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“เลิกซ่อนตัว แล้วออกมาได้แล้ว!”
ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปห้าสิบหมี่ มีชายชุดดำคนหนึ่งนอนหมอบอยู่บนนั้น ในตอนที่กลิ่นอายสังหารเล็ดลอดออกมา หลิวอู๋เสียก็จับลมปราณของเขาได้แล้ว
ดวงตาทั้งสี่สบประสานกัน นักฆ่าจากหอนักฆ่าไม่คิดว่าหลิวอู๋เสียจะพบร่องของเขาเร็วขนาดนี้ เขาซุ่มซ่อนอยู่ที่นี่เป็นเวลาหนึ่งชั่วยามแล้ว รอเพียงให้หลิวอู๋เสียผ่านมาเท่านั้น
ลำแสงสีเงินวาวส่องประกายตรงไปยังลำคอของหลิวอู๋เสีย ดาวกระจายสีเงินแหวกอากาศด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
ขณะที่ดาวกระจายถูกปล่อยออกไป เงาร่างสีดำก็เคลื่อนไหว กระบี่ยาวในมือดังงูพิษ เล็งไปที่จุดชีพจรทั่วร่าง ทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันโดยมีเป้าหมายที่จะฆ่าให้ตายในครั้งเดียว
ระยะห่างห้าสิบหมี่ ใกล้เข้ามาในพริบตา ไม่เปิดโอกาสให้หลิวอู๋เสียได้ตอบสนอง
“ฟัน!”
ดาบเสียเหรินฟาดฟัน ดาวกระจายสีเงินถูกสะท้อนกลับไป พร้อมกับที่กระบี่ยาวของนักฆ่าพุ่งตรงไปที่ลำคอของหลิวอู๋เสีย
ทุกอย่างถูกคำนวณไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงจะหลบดาวกระจายได้ ก็ไม่อาจหลบกระบี่ยาวได้
“หึ่ง!”
ปราณแท้ควบแน่น ปีกคู่หนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของหลิวอู๋เสียอย่างกะทันหัน เขาลอยตัวขึ้นไปในอากาศ กระบี่ยาวแทงผ่านใต้เท้าเพียงนิดเดียว
ช่วงเวลาอันสั้น นักฆ่าชุดดำเปลี่ยนท่าทางทันที ปลายกระบี่ยาวตกลงบนก้อนหินขนาดใหญ่ ร่างกายลอยขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ปลายกระบี่เล็งไปที่ใต้เท้าของหลิวอู๋เสีย
หลิวอู๋เสียยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ร่างกายพลิกกลับอย่างกะทันหัน ศีรษะคว่ำลง เท้าชี้ฟ้า
ส่วนนักฆ่าชุดดำนั้น ศีรษะชี้ฟ้า เท้าคว่ำลง ทั้งสองปะทะกันกลางอากาศในทันที
“ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง…”
ภายในชั่วพริบตา ทั้งสองต่อสู้กันหลายร้อยกระบวนท่า กระบวนท่าต่อเนื่องรวดเร็ว คลื่นพลังกระจายไปทั่วท้องฟ้าราวกับพายุพัดผ่าน กวาดล้างทุกสิ่งรอบข้าง
ต้นไม้เหล่านั้นไม่อาจต้านทานพลังดาบอันแหลมคมได้ พวกมันแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ พื้นที่โดยรอบหลายสิบหมี่กลายเป็นที่โล่ง
ร่างของทั้งสองแยกออกจากกันกลางอากาศอย่างกะทันหัน ยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่สองต้น
นักฆ่าชุดดำชี้กระบี่ยาวลงพื้น นอกจากดวงตาคู่หนึ่งแล้ว มองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริง พลังยุทธ์ไม่ธรรมดา ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสอง หอนักฆ่าถึงกับส่งยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกมาเพื่อฆ่าเขา
ไม่มีใครพูดอะไร หลิวอู๋เสียรู้ดี ถึงขาจะจับนักฆ่าคนนี้ได้ ก็อย่าหวังว่าจะเค้นเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ พวกเขาล้วนผ่านการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ
ภารกิจล้มเหลว หมายถึงความตาย
ชั่วพริบตาเดียว ทั้งสองคนต่างก็ลงมืออีกครั้ง แสงเย็นเยียบแหลมคมพุ่งแหวกอากาศ
ดาบฟาดฟัน กระบี่ปะทะ เสียงกระทบดังกึกก้อง กระบี่กระแทกพื้น ราวกับรอยแตกของกระดองเต่าแผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทาง
นักฆ่าผู้นี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเฉียนคุนเลย หากต้องการฆ่าเขา คงต้องเปลืองแรงไม่น้อย
หลิวอู๋เสียในวันนี้ไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืนอีกต่อไป หลังจากที่ก้าวข้ามระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสี่ ความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า
ดาบเสียเหรินเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน วิชาดาบเลือดรุ้งหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทุกตารางนิ้วถูกเจตจำนงดาบปิดล้อม ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักฆ่าชุดดำจะฝ่าการป้องกันออกไป
“ตายซะ!”
เสียงตะโกนดังลั่น หลิวอู๋เสียหายวับไปกับตา กลายเป็นนกกระเรียนเซียนเหยียบยืนบนก้อนเมฆ ดาบเสียเหรินราวกับพุ่งออกมาจากอากาศ ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของนักฆ่าชุดดำ
– โปรดติดตามตอนต่อไป –