ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 179 ผู้เฒ่าผอมแห้ง
หุบเขานั้นกว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่หลายหมื่นลี้
สามด้านล้อมรอบด้วยภูเขา มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว บนหน้าผามีถ้ำอยู่เต็มไปหมด ค้างคาวเหล่านี้อาศัยอยู่ในถ้ำ พวกมันจะออกลาดตระเวนในตอนกลางคืน
ด้วยม่านตาภูต หลิวอู๋เสียเห็นเฉินรั่วเยียนถูกพาเข้าไปในถ้ำขนาดใหญ่ ข้างในลึกจนมองไม่เห็นก้น ม่านตาภูตมองเห็นได้ไกลที่สุดเพียงสามร้อยหมี่ เกินระยะนี้ไปก็มองไม่เห็นแล้ว
“ต้องหาวิธีเข้าไปให้ได้ การที่ผู้คนหายสาบสูญไปมากมายในเทือกเขาซีเหลียง เชื่อว่าต้องเกี่ยวข้องกับค้างคาวอสูรพวกนี้แน่ ขอเพียงไขปริศนาตรงนี้ได้ ก็จะพบเจอคนเหล่านั้น” หลิวอู๋เสียพูดกับตัวเองเบา ๆ
ค้างคาวอสูรพวกนี้ไม่ฆ่าคน แต่กลับจับคนเป็น ๆ ไป จับไปกินงั้นรึ?
โดยปกติแล้วค้างคาวอสูรจะดูดเลือดเป็นหลัก ไม่ค่อยกินเนื้อ หลิวอู๋เสียจึงรู้สึกสงสัยมาก
ในตอนที่เห็นเฉินรั่วเยียนถูกจับตัวไป หลิวอู๋เสียได้ยินเสียงคล้ายกับเสียงขลุ่ย น่าจะมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังควบคุมค้างคาวอสูรพวกนี้อยู่ คอยจับคนเป็น ๆ แล้วขนส่งไปยังที่แห่งนี้
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หลิวอู๋เสียพอจะเดาเรื่องราวได้คร่าว ๆ หากค้างคาวอสูรลงมือฆ่าคนจริง ๆ คงดูดเลือดจนแห้งแล้วทิ้งศพไปแล้ว นี่แหละคือสิ่งที่ผิดปกติที่สุด
ปัญหาใหญ่ที่ขวางหน้าหลิวอู๋เสียในตอนนี้คือจะแทรกซึมเข้าไป ค้างคาวอสูรจำนวนมหาศาลกำลังลาดตระเวนอยู่เต็มไปหมด หากปรากฏตัวขึ้น ก็จะถูกค้างคาวอสูรนับหมื่นนับแสนตัวโจมตี
ต่อให้เขามีความสามารถล้นฟ้า แต่เมื่อเผชิญหน้ากับค้างคาวอสูรมากมายขนาดนี้ เขาก็ได้แต่หลบหนีเท่านั้น
เวลาผ่านไปทีละนาที เฉินรั่วเยียนก็พบอันตรายเพิ่มขึ้นทุกขณะ หลิวอู๋เสียร้อนใจจนแทบจะเป็นบ้า
ถึงเขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาง แต่นางก็มาที่เทือกเขาซีเหลียงเพื่อตามหาเขา หากต้องมาตายที่นี่ เขาเองก็คงรู้สึกผิดอยู่บ้าง
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามก็ย่างเข้าสู่ยามดึกแล้ว หลิวอู๋เสียยังคิดหาวิธีที่ดีไม่ได้ ค้างคาวอสูรพวกนี้มีทักษะมองเห็นในความมืด หากเข้าใกล้ก็จะถูกพบเห็นทันที
“แปลก ค้างคาวอสูรกำลังลดลง!”
หลิวอู๋เสียแอบอยู่บนต้นไม้ใหญ่ คอยสังเกตความเคลื่อนไหวภายในหุบเขาอย่างใกล้ชิด ดูเหมือนจำนวนของค้างคาวอสูรกำลังลดลงเรื่อย ๆ เขาจึงกระโดดลงมาจากต้นไม้
“เข้าใจแล้ว เพราะใกล้สว่าง!”
ค้างคาวอสูรชอบออกหากินในยามค่ำคืน หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ค้างคาวอสูรจะกลับไปพักที่ถ้ำ
เมื่อถึงเวลากลางวัน ค้างคาวอสูรจะกลายเป็นคนตาบอดและบินไม่ได้ จากนอกหุบเขา ค้างคาวนับพันนับหมื่นตัวบินกลับมาจากที่ที่หลิวอู๋เสียซ่อนตัวอยู่ แล้วบินกลับไปที่ถ้ำ
สัตว์อสูรรอบ ๆ ถูกพวกมันกินจนเกือบหมดแล้ว สัตว์อสูรที่ยังมีชีวิตอยู่ก็หนีไปหมดแล้ว
ในชั่วพริบตา ทุกสิ่งเหนือหุบเขาก็หายไป
“ฟุ่บ!”
หลิวอู๋เสียไม่ลังเล เขาหายไปจากจุดนั้นและมุ่งตรงไปยังถ้ำที่ใหญ่ที่สุด เฉินรั่วเยียนถูกพาเข้าไปในนี้
เขาซ่อนเร้นกลิ่นอายของตัวเอง เพื่อไม่ให้ค้างคาวอสูรข้างในตกใจ
ถ้ำใหญ่มากเหมือนปากของสัตว์อสูรยักษ์ หลิวอู๋เสียเดินไปตามผนังทีละก้าว จิตสำนึกเหมือนโลหะน้ำแผ่ขยายออกไปต่อเนื่อง
พื้นดินส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมา ทุกที่เต็มไปด้วยมูลค้างคาว
หลังจากเดินไปประมาณสิบนาที ก็มองเห็นโครงกระดูกบนพื้น ร่างกายเน่าเปื่อยไปนานแล้ว เลือดถูกค้างคาวอสูรดูดจนแห้ง
“นี่มันชุดของสำนักศึกษาจักรวรรดิ!”
เขานั่งยอง ๆ ตัดสินจากเสื้อผ้า นี่คือศิษย์อักษรลึกล้ำของสำนักศึกษาจักรวรรดิ พวกเขาถูกฆ่าตายในถ้ำค้างคาวได้อย่างไรกัน?
เขาชักดาบเสียเหรินออกมา เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ทุกเมื่อ
ยิ่งเก่งยิ่งกล้า จิตสำนึกครอบคลุมไปทั่ว ไม่มีอันตราย ความเร็วจึงเพิ่มขึ้นทันทีเพื่อไม่ให้เฉินรั่วเยียนเป็นอะไรไป ถ้ำมืดมาก อาศัยม่านตาภูตมองเห็นภาพคร่าว ๆ ได้ ถ้าเป็นคนธรรมดามาที่นี่ต้องหลงทางแน่ ๆ
“จือ จื้อ..”
จู่ ๆ ค้างคาวตัวหนึ่งก็บินผ่านหน้าหลิวอู๋เสียไป มันไม่ได้สังเกตเห็นหลิวอู๋เสียและบินเข้าไปในถ้ำลึก
“ตามไป!”
หลิวอู๋เสียไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบใช้เพลงเท้าเจ็ดดาราติดตามไปอย่างเงียบเชียบ
ก้าวเท้าไปตามทาง ข้างหน้าเต็มไปด้วยมูลค้างคาวมหาศาล กลิ่นเหม็นคละคลุ้งน่าขยะแขยง หลิวอู๋เสียต้องเดินไปพลางปิดจมูก
ผ่านช่องเขาแคบ ๆ สายตาก็มองเห็นทิวทัศน์เบื้องหน้าที่เปิดกว้างราวกับเข้าสู่โลกใต้พิภพ
ทันใดนั้นเขาก็หยุดลงกะทันหัน ภาพเบื้องหน้าทำเอาเขาตกตะลึง
“นี่มัน…”
คนทั้งคนตกตะลึง ค้างคาวยักษ์หลายพันห้อยหัวอยู่เหนือหน้าผา มีกรงขังอยู่มากมายด้านล่าง ข้างในขังมนุษย์และสัตว์อสูรหลายสิบตัว ทุกคนดูอ่อนล้า
พวกเขาถูกควบคุมตัว ค้างคาวใช้พิษปิดผนึกพลังยุทธ์ของพวกเขาราวกับเป็นคนธรรมดา สามารถฆ่าได้ทุกเมื่อ
“ปล่อยข้าออกไป เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร ขอเพียงข้าเอ่ยปากสั่ง กองทัพจะเหยียบย่ำที่นี่ราบเป็นหน้ากลอง”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในหูของหลิวอู๋เสีย ริมฝีปากเผยรอยยิ้มออกมา
หลังจากเฉินรั่วเยียนถูกพามาที่นี่ ค้างคาวก็จับนางขังไว้เหมือนกับคนอื่น ๆ ถูกโยนทิ้งไว้ในกรงสกปรก
เขาไม่กล้าประมาทเกรงว่าจะทำให้ค้างคาวเหล่านี้ตื่นตัว
มีสิ่งหนึ่งที่หลิวอู๋เสียมั่นใจได้ ค้างคาวเหล่านี้ต้องมีคนเลี้ยงอย่างจงใจ ขอเพียงหาคนที่เลี้ยงมัน พอฆ่าได้ ค้างคาวเหล่านี้ก็จะไร้เจ้านาย
ตอนที่ต่อสู้กับค้างคาว หลิวอู๋เสียเห็นเงาดำคล้ายมนุษย์อย่างชัดเจน แต่เพราะระยะห่างไกลเกินไปจึงมองไม่ชัด
“เด็กน้อยอย่าร้องเลย ท่านบรรพบุรุษของพวกเรามีรสนิยมชอบกินเนื้อนุ่ม ๆ ของสาวงาม”
ผู้เฒ่าผอมแห้งเดินออกมาจากปากถ้ำอีกแห่ง ร่างกายซูบผอม ไม่มีเนื้อติดกระดูก อาจถูกลมพัดปลิวได้ทุกเมื่อ
เมื่อเขาปรากฏตัว มนุษย์ที่ถูกคุมขังอยู่ในกรงสั่นเทิ้มโดยไม่รู้ตัว พวกเขาม้วนตัวขดอยู่ในมุมกรงด้วยความหวาดกลัว เกรงว่าจะถูกเลือกเป็นคนต่อไป
แม้แต่สัตว์อสูรร้ายที่มักจะเกรี้ยวกราดก็ยังหมอบราบคาบ ส่งเสียงคำรามต่ำ นี่คือความหวาดกลัวอย่างแท้จริง
อะไรทำให้พวกเขากลัวขนาดนี้?
“ถ้าเจ้าแน่จริงก็ปล่อยข้าออกไปสิ ข้าจะกวาดล้างถ้ำค้างคาวของเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลอง!”
เฉินรั่วเยียนยังคงตะโกนก้อง ผู้เฒ่าผอมแห้งไม่สนใจนาง เขาเดินตรงไปเปิดประตูกรงและปล่อยนางออกมา
เฉินรั่วเยียนถูกพิษ นางเพิ่งจะยกมือขึ้นเตรียมต่อสู้ แต่แล้วความรู้สึกชาก็แล่นเข้ามาทั่วร่างกาย นางยืนอย่างหมดแรงอยู่กับที่ ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น
เหล่าผู้คนที่ถูกคุมขังอยู่ในกรงอื่น ๆ ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ครั้งนี้ไม่ใช่ตาของพวกเขา พวกเขายังมีชีวิตอยู่ได้อีกวัน
“เจ้าจะเดินไปเอง หรือจะให้พวกมันพาเจ้าไป”
ผู้เฒ่าผอมแห้งชี้นิ้วไปที่ถนนข้างหน้า ปล่อยให้เฉินรั่วเยียนเป็นคนเลือกเอง ว่าจะเดินไปเองหรือจะให้ค้างคาวอสูรแบกนางบินไป
“ไม่ต้อง ข้าเดินไปเองได้!”
เมื่อนึกถึงภาพตัวเองถูกสัตว์ร้ายพวกนั้นแบกไป นางก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที นางก้าวเท้าเดินไปที่ปากถ้ำอย่างรวดเร็ว อยากจะรู้ว่าใครกันแน่ที่เลี้ยงค้างคาวอสูรไว้มากมายขนาดนี้
ผู้เฒ่าผอมแห้งโบกมือครั้งหนึ่ง ค้างคาวอสูรที่บินอยู่ก็กลับลงมาที่เดิม แต่ละตัวทำหน้าที่เฝ้ายามต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครหลบหนี
หลิวอู๋เสียตัดสินใจล้มเลิกแผนการช่วยเหลือคนเหล่านี้ไปก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น จนไปปลุกเจ้าของสถานที่แห่งนี้ เขาแอบสะกดรอยตามเฉินรั่วเยียนไปเงียบ ๆ
หลิวอู๋เสียต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้เฒ่าผอมแห้งเป็นมนุษย์ หลิวอู๋เสียจึงเบาใจลง ขอเพียงเป็นมนุษย์ เขาก็มีวิธีจัดการได้
เขาแอบสะกดรอยตามไปห่าง ๆ พื้นถนนค่อนข้างสะอาด ไม่มีค้างคาวอสูรบินผ่านไปมา
ผู้เฒ่าผอมแห้งผู้นี้มีระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสาม เช่นนั้นแล้วผู้เป็นนายของเขาจะมีพลังแข็งแกร่งถึงเพียงใด?
เลี้ยวไปเลี้ยวมา เดินไปประมาณหนึ่งก้านธูปไหม้ ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไป วังใต้ดินที่ตกแต่งอย่างหรูหราปรากฏขึ้นตรงหน้า
ผู้เฒ่าผอมแห้งเดินมาถึงประตูและโค้งคำนับ “นายท่าน ข้านำตัวนางมาแล้ว”
พูดจบก็ถอยออกไปด้านข้าง วังแห่งนี้ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม บนกำแพงประดับประดาด้วยไข่มุกราตรีอันล้ำค่ามากมาย ส่องแสงสว่างไปทั่วถ้ำราวกับกลางวัน
มีแท่นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางวัง บนนั้นปูทับด้วยผ้าห่มเนื้อนุ่ม มองเห็นเงาดำคลุมเครือนั่งอยู่
“เข้ามา!”
น้ำเสียงแหลมเล็ก ฟังดูคล้ายผู้ชายก็ไม่ใช่ ผู้หญิงก็ไม่เชิง มันฟังดูแล้วบาดหูยิ่งนัก เสียงแหบแห้งราวกับเปล่งออกมาจากคอเป็ด ทำให้ผู้คนขนลุกเกรียว
“เข้าไปสิ!”
ผู้เฒ่าผอมแห้งผลักเฉินรั่วเยียนเดินเข้าไป ร่างกายถูกควบคุม ไม่ต้องกลัวว่านางจะหลบหนี หลังจากพูดจบ ผู้เฒ่าก็หันหลังจากไป
ตอนที่ผู้เฒ่าผอมแห้งเดินผ่านหลิวอู๋เสียก็หยุดชะงักลง เขาสูดดมกลิ่นรอบ ๆ
หลิวอู๋เสียซ่อนตัวอยู่ในที่มืด ปิดกั้นกลิ่นอายทั่วร่างกายราวกับท่อนไม้แห้ง แม้ผู้เฒ่าผอมแห้งยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่อาจสังเกตเห็น
เมื่อไม่พบสิ่งใด ผู้เฒ่าจึงก้าวออกไปและทำธุระอื่นต่อ ภายในรัศมีร้อยกว่าหมี่โดยรอบไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใด ๆ
เงาดำในพระราชวังน่าจะเป็นนายของสถานที่แห่งนี้
“เจ้าช่างกล้ามาก เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร!”
หลังจากเฉินรั่วเยียนเดินเข้ามา นางไม่ได้เดินเข้าไปใกล้แท่นหินตรงกลาง เพียงยืนอยู่ห่าง ๆ พยายามระงับความหวาดกลัวในใจ เชิดหน้าอกขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
“ข้ารู้ ตอนที่เจ้าเข้ามาได้แนะนำตัวไปแล้วรอบหนึ่ง องค์หญิงสามแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยน”
เพราะมีม่านบางขวางกั้นจึงมองไม่เห็นใบหน้าของบุคคลที่นั่งอยู่บนแท่นหิน หลิวอู๋เสียค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ คอยหาโอกาสลงมือ
“ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว ทำไมไม่ยอมปล่อยข้าไปเสีย”
เฉินรั่วเยียนเริ่มใจกล้าขึ้น บุคคลเช่นนางผู้เป็นถึงองค์หญิงสามแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยน ไม่ว่าจะไปที่ใดก็มีแต่ผู้คนเคารพยำเกรง แม้แต่คนโจรชั่วอย่างเฉียนคุน เมื่อรู้ตัวตนของนางก็ไม่คิดเป็นศัตรู
“ปล่อยเจ้าไปงั้นรึ?” เงาดำที่นั่งอยู่บนแท่นหัวหัวเราะเยาะ “คนที่เข้ามาในถ้ำค้างคาว ไม่มีใครรอดชีวิตออกไปได้หรอก เจ้ามีสายเลือดราชวงศ์ กินเข้าไปต้องอร่อยมากแน่ ๆ ฮี่ฮี่…”
เสียงหัวเราะแหลมสูงดังออกมาจากเงาดำบนแท่นหิน หลิวอู๋เสียถึงกับขนลุกซู่
คิดจะกินคนเป็นงั้นรึ? ถึงเขาจะเป็นถึงจักรพรรดิเซียน เขาก็ไม่เคยคิดจะกินเนื้อคน
แต่ก็เคยเห็นเผ่าปีศาจมากมายที่กินคนเป็นอาหาร
“เจ้า… เจ้าจะกินข้าจริงหรือ?”
เฉินรั่วเยียนตื่นตระหนกพลางถอยหลังออกไปทีละก้าว
ถึงนางจะใจกล้าแค่ไหน แต่พอได้ยินคำว่ากินคน… นางก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว นางเป็นแค่หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง อายุยังน้อย แม้แต่หลิวอู๋เสียเองที่ได้ยินยังรู้สึกขนลุกชันไปทั้งตัว แล้วนับประสาอะไรกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์อย่างนาง?
“มีปัญหาอะไร? คนที่เข้ามาที่นี่ ล้วนแต่เป็นอาหารของข้าทั้งนั้น”
เมื่อพูดจบ เงาดำก็ลุกขึ้นยืนทันที ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าร่างของเฉินรั่วเยียน ร่างของนางตกลงบนแท่นหินโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
“กรี๊ดดดด”
จังหวะที่ได้เห็นใบหน้าของเงาดำ เฉินรั่วเยียนถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดผวา ก่อนจะหมดสติไป
อาศัยแสงสว่างริบหรี่ หลิวอู๋เสียเห็นเขี้ยวแหลมคมโผล่ออกมาจากใบหน้าของเงาดำ ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ลำคอของเฉินรั่วเยียน
– โปรดติดตามตอนต่อไป –