ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 185 ชำระวิญญาณขั้นห้า
คุณลักษณะไฟถูกปลุกให้ตื่นขึ้นสำเร็จ ยิ่งกลืนกินธาตุไฟมากเท่าไหร่ ปราณแท้ไท่หวงก็ยิ่งบริสุทธิ์มากขึ้นเท่านั้น
สนามรบเต็มไปด้วยความโกลาหล มังกรเพลิงพิภพจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เข้าร่วมการต่อสู้ พวกมันล้อมกลุ่มคนห้าสิบกว่าคนเอาไว้ ยากที่จะฝ่าวงล้อมออกไปได้
ไข่มุกวิญญาณอัคคีลอยอยู่กลางอากาศ มันไม่สามารถตกลงมาได้ ทุกคนต่างจ้องมองมันด้วยสายตาละโมบ คอยหาโอกาสฉกฉวยมาเป็นของตัวเอง
“ฟุ่บ!”
มังกรเพลิงพิภพพ่นไฟอันร้อนแรงออกมาเป็นทางยาว ครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยหมี่ เปลวไฟอันน่ากลัวแผ่พลังความร้อนออกมาอย่างรุนแรง
“ฉ่า!”
ผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสองคนหนึ่งไม่ทันได้ร้องด้วยซ้ำ ร่างของเขาถูกเผาเป็นจุณทันที มังกรเพลิงพิภพที่แข็งแกร่งในระดับพลังชำระไขกระดูกปรากฏตัวขึ้นในสนามรบแล้ว
ฝ่ายมนุษย์ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อย ๆ มังกรเพลิงพิภพมีจำนวนมากเกินไป มังกรเพลิงพิภพนับพันนับหมื่นตัวโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน บริเวณโดยรอบพันลี้กลายเป็นทะเลไฟ แม้ว่าพวกเขาจะได้ไข่มุกวิญญาณอัคคีมาครอบครอง ก็คงไม่มีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้
หลิวอู๋เสียซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ไม่อาจหลบเลี่ยงได้อีกต่อไป มังกรเพลิงพิภพอันทรงพลังหลายตัวพุ่งเข้าใส่เขา หมายจะกลืนกินเขา
“ฟุ่บ ฟุ่บ…”
เปลวไฟสองสายพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสีย ผิวหนังของหลิวอู๋เสียเหี่ยวย่นจากคลื่นความร้อน อุณหภูมิโดยรอบสูงมาก ราวกับนั่งอยู่บนเปลวไฟ
ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์เคลื่อนไหว เปลวไฟที่พุ่งเข้าใส่ถูกหลิวอู๋เสียถูกกลืนกินจนหมดสิ้น ไม่อาจทำอันตรายเขาได้
เมื่อคุณสมบัติไฟถูกปลุกขึ้น การโจมตีด้วยเปลวไฟจึงไม่ส่งผลใด ๆ ต่อเขา กลับกัน มันช่วยเพิ่มพลังปราณแท้ไท่หวงให้กับหลิวอู๋เสีย
“เตรียมทะลวงระดับ!”
หลิวอู๋เสียหยิบหินวิญญาณจำนวนมากออกมา แล้วดูดซับเข้าไปในคราวเดียว ภายในติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์มีของเหลวเพิ่มขึ้นหลายพันหยด เขาเทมันลงในตันเถียนไท่หวงทั้งหมด
แรงผลักดันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียว เขาก็ทะลวงสู่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นห้า เขาเพิ่งทะลวงพลังยุทธ์ครั้งล่าสุดเมื่อสิบกว่าวันเท่านั้น
หากเขาอยู่แต่ในสำนักศึกษา เขาคงก้าวสู่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสองเท่านั้น การออกมาฝึกฝนในช่วงครึ่งเดือนนี้ช่างคุ้มค่าอย่างยิ่ง
การยกระดับพลังยุทธ์ของหลิวอู๋เสียดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมาย พวกเขาหันมามองเขาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่หลิวอู๋เสียกลืนกินเปลวไฟที่มังกรเพลิงพิภพพ่นออกมา หลายคนเกิดความคิดอันไม่หวังดีต่อหลิวอู๋เสีย
“จับเด็กนั่นไว้ เขาเพิกเฉยต่อการโจมตีด้วยเปลวไฟ ขอเพียงควบคุมเขาได้ เราก็จะได้ไข่มุกวิญญาณอัคคีมาครอบครอง”
คนห้าสิบกว่าคนถูกมังกรเพลิงพิภพสกัดกั้นไว้ ยากที่จะลงมือแย่งชิงไข่มุกวิญญาณอัคคี มังกรเพลิงพิภพเป็นอุปสรรคเดียวของพวกเขา
ไม่นึกเลยว่ามดปลวกที่พวกเขาดูถูกจะเพิกเฉยต่อเปลวไฟได้
“ชิ” ชุยเฉาเย้ยหยันเย็นชา ในมือของเขาปรากฏอาวุธประหลาดชิ้นหนึ่ง ปล่อยคลื่นน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากออกมา มันสามารถดับเปลวไฟโดยรอบได้ อาวุธชิ้นนี้น่าจะเป็นอาวุธลึกล้ำที่ผสานพลังธาตุน้ำ
คนอื่น ๆ ก็มีสมบัติคล้ายกัน พวกเขาใช้มันต้านทานเปลวไฟอย่างยากลำบาก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเขาคงต้านทานได้อีกไม่นาน คงจะต้องตายในปากของมังกรเพลิงพิภพเป็นแน่
ชุยเฉาพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสีย โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมตัวเขาเอาไว้ก่อน
“ชุยเฉา เจ้าเป็นถึงยอดฝีมือระดับชำระไขกระดูก การที่เจ้าลงมือกับเด็กเช่นนี้ ไม่รู้สึกขายหน้าบ้างหรืออย่างไร”
ทันใดนั้น เฉินยวี่เซิงก็ปรากฏตัวขวางหน้าชุยเฉา พร้อมกับกระแทกฝ่ามือออกไป เกิดเป็นคลื่นลมปราณกวาดผ่าน พร้อมกับดันร่างของชุยเฉาให้กระเด็นถอยหลังออกไป
ทั้งสองคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับชำระไขกระดูกขั้นห้า เห็นได้ชัดว่าฝีมือของเฉินยวี่เซิงเหนือกว่าอยู่เล็กน้อย
เขาเคยดื่มน้ำที่หลิวอู๋เสียมอบให้ ดังนั้นจึงเป็นหนี้บุญคุณหลิวอู๋เสีย การออกหน้าช่วยเหลือจึงเป็นเรื่องปกติ
ในตอนนี้หลิวอู๋เสียกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการทะลวงพลังยุทธ์ เขาไม่อาจเสียสมาธิได้แม้แต่น้อย
ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ได้เป็นหนี้บุญคุณเฉินยวี่เซิงไปแล้ว พวกเขาทั้งสองคนต่างเคยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
“เฉินยวี่เซิง อย่าคิดว่าเจ้าเป็นถึงท่านอ๋อแล้วข้าจะเกรงกลัวเจ้า ราชวงศ์ต้าเยี่ยนกำลังอ่อนแอลงทุกวัน บัดนี้เหล่าผู้กล้าต่างผงาดขึ้นมา ไม่นานราชวงศ์ต้าเยี่ยนก็จะต้องพบกับจุดจบ”
ชุยเฉาไม่เกรงกลัวเฉินยวี่เซิงแม้แต่น้อย ราชวงศ์ต้าเยี่ยนในสายตาของคนทั่วไปอาจดูยิ่งใหญ่ แต่เหล่าผู้ฝึกตนกลับไม่ได้รู้สึกเกรงขามเลย
ผู้ฝึกตนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่หลุดพ้นจากโลกภายนอกแล้ว
“เพียงคำพูดของเจ้า ข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้”
เฉินยวี่เซิงโกรธจัด กระแทกฝ่ามือออกไปอย่างต่อเนื่อง ราวกับเกลียวคลื่นที่โหมกระหน่ำ ซัดเข้าใส่ชุยเฉาจนต้องถอยร่นไปทีละก้าว
หากวัดกันที่ฝีมือที่แท้จริงแล้ว เฉินยวี่เซิงเหนือกว่าอยู่บ้าง เพียงแต่เหนือกว่าเล็กน้อยเท่านั้น ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะฆ่าชุยเฉา
“พี่ชุย ข้ามาช่วยแล้ว”
ยอดฝีมือระดับชำระไขกระดูกขั้นห้าอีกคนพุ่งตรงเข้ามา เขาสังเกตเห็นเช่นกันว่าหลิวอู๋เสียไม่ได้หวาดกลัวเปลวไฟที่โจมตีเข้ามา
แม้ว่าพวกเขาจะฝึกฝนวิชากำลังภายในธาตุไฟ แต่ก็ไม่อาจต้านทานเปลวไฟที่รุนแรงเช่นนี้ได้ พวกเขาจำเป็นต้องอาศัยอาวุธวิเศษในการรับมือ
หลิวอู๋เสียแปลกประหลาดนัก เขาดูดซับเปลวไฟได้ พวกเขาถึงกับคิดไม่ตกว่าเป็นไปได้อย่างไร วิธีที่ดีที่สุดคือการจับตัวหลิวอู๋เสียมา แล้วใช้เขาเป็นเครื่องมือต่อกรกับมังกรเพลิงพิภพ
ยอดฝีมือสองคนรุมล้อมโจมตีเฉินยวี่เซิงเพียงคนเดียว สถานการณ์พลิกผันในพริบตา เฉินยวี่เซิงพลาดท่าเสียทีอยู่หลายครั้ง
“ท่านพี่ ข้ามาช่วยแล้ว!”
ฉินปี้ยวี่กระแทกมังกรเพลิงพิภพตัวหนึ่งจนกระเด็นออกไป แล้วรีบรุดไปสมทบกับเฉินยวี่เซิง กลายเป็นการต่อสู้แบบสองต่อสอง ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่มีใครยอมใคร
โดยไม่รู้ตัว หลิวอู๋เสียกลายเป็นบุคคลสำคัญในสนามรบ จะรอดออกมาได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลิวอู๋เสียแล้ว
“อ๋องหรูหยาง เพียงแค่พวกเจ้าสองคน คิดจะขวางทางพวกเราหรือ!”
เซวียนหยวนกวงคำรามลั่น ก่อนจะเข้าร่วมวงต่อสู้ สถานการณ์ของเฉินยวี่เซิงและภรรยาเลวร้ายลงเรื่อย ๆ
หลิวอู๋เสียเห็นทุกสิ่ง หากปราศจากเฉินยวี่เซิงและภรรยา ตอนนี้เขาคงตายด้วยน้ำมือของชุยเฉาไปแล้ว
ไข่มุกวิญญาณอัคคียังคงลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับจันทราที่ส่องแสงเย้ยหยันผู้คนบนพื้นดิน
“ตูม!”
เซวียนหยวนกวงปะทะฝ่ามือกับเฉินยวี่เซิง ร่างของทั้งสองกระเด็นออกไปพร้อมกัน
ชุยเฉาและยอดฝีมืออีกคนฉวยโอกาสโจมตีฉินปี้ยวี่อย่างรวดเร็ว ฝ่ามือเดียวส่งร่างของนางลอยละลิ่ว
“อึก!”
เลือดสีแดงสดพุ่งออกจากปากของฉินปี้ยวี่ ใบหน้าซีดเผือดลงในทันที ไม่คิดว่าจะชั่วช้าได้ถึงเพียงนี้
ยอดฝีมือสองคนรุมทำร้ายสตรีเช่นนาง ช่างไร้ยางอายสิ้นดี
“ปี้ยวี่!”
เฉินยวี่เซิงพุ่งตัวกอดร่างของฉินปี้ยวี่เอาไว้แน่น เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากมุมปาก ลมหายใจของนางแผ่วเบา จำเป็นต้องรักษาบาดแผลโดยเร็ว
“ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไร ท่านรีบหนีไปเถอะ ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันเอง”
ฉินปี้ยวี่พยายามยันร่างกายที่บอบช้ำลุกขึ้น พลางบอกให้สามีรีบหนีไป
“ข้าไม่ไป เราจะไปด้วยกัน!”
เฉินยวี่เซิงกำหมัดแน่น แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากร่างกาย ดวงตาแดงก่ำ จ้องมองไปที่พวกชุยเฉา
“ท่านพี่ ฟังข้า รีบไปเถอะ มิเช่นนั้นข้าจะตายตาไม่หลับ!”
ฉินปี้ยวี่คว้าแขนเฉินยวี่เซิงและสั่งให้เขารีบหนีไป อย่าได้คิดแก้แค้นแทนตัวนาง พวกเขายังมีลูก นอกจากจะเสียแม่ไปแล้ว จะให้เสียพ่อไปอีกคนไม่ได้
เฉินยวี่เซิง ชายร่างใหญ่ที่ไม่ค่อยพูดค่อยจา ตอนนี้กลับน้ำตาไหลริน เขาปล่อยปราณแท้เข้าไปในร่างภรรยาอย่างต่อเนื่องเพื่อยื้อชีวิตนางเอาไว้
“วันนี้พวกเจ้าสองคน อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้!”
เซวียนหยวนกวงค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ มุมปากเผยรอยยิ้มเหี้ยมโหด พลังปราณก่อตัวเป็นกระแสอากาศปกคลุมร่างของเฉินยวี่เซิงและภรรยา
มังกรเพลิงพิภพในระยะไกลโจมตีมนุษย์ช้าลง ในบรรดาคนกว่าห้าสิบคน มีเพียงสามสิบกว่าคนที่รอดชีวิต คนอื่น ๆ ล้วนถูกมังกรเพลิงพิภพเผาตายอย่างน่าอนาถ
“ลงมือพร้อมกัน ฆ่ามัน!”
เซวียนหยวนกวงเกือบจะใช้น้ำเสียงออกคำสั่ง ชุยเฉาพยักหน้า เหตุการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว ทำได้เพียงกำจัดให้สิ้นซาก
หากไม่สำเร็จจริง ๆ ก็คงต้องพึ่งพาอ๋องยงเสียน มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่าราชวงศ์ต้าเยี่ยนตกอยู่ในกำมือของอ๋องยงเสียนแล้ว การก่อกบฏเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เมื่อเห็นลมหายใจของภรรยาอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เฉินยวี่เซิงถึงกับลืมต่อต้านไปชั่วขณะ ทั้งสองไม่เคยทะเลาะกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว รักใคร่กลมเกลียวกันมาโดยตลอด แม้ตายก็ขอตายไปด้วยกัน
พลังกระบี่ที่น่ากลัวพุ่งลงมาบนศีรษะของเฉินยวี่เซิง
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ดาบที่น่าตกใจก็ฟันลงมาจากท้องฟ้า
“พวกเจ้าสมควรตาย!”
หลิวอู๋เสียทะลวงพลังยุทธ์สำเร็จ ก้าวขึ้นสู่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นห้า พลังฝีมือเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่า
พลังดาบอันน่าตื่นตะลึงบดขยี้พลังกระบี่ของเซวียนหยวนกวงจนแหลกสลาย กลายเป็นผงธุลีที่หายไปในอากาศ
“ตายซะ!”
หลังจากบดขยี้พลังกระบี่ของเซวียนหยวนกวงแล้ว หลิวอู๋เสียไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขากระตุ้นกระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้า ปรากฏตัวต่อหน้าเซวียนหยวนกวง
เซวียนหยวนกวงตกอยู่ในอาการมึนงงชั่วขณะ เหตุใดระดับพลังชำระวิญญาณตัวเล็กคนหนึ่งจึงปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้? เหนือกว่าเขาโดยสิ้นเชิง เมื่อเขาตั้งสติได้ ดาบเสียเหรินก็พุ่งเข้ามาใกล้ลำคอแล้ว
“ชิ้ง!”
ศีรษะขนาดใหญ่ลอยละลิ่วขึ้นไปบนอากาศ เซวียนหยวนกวงตาย เขายังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องมาตายด้วยน้ำมือของผู้ฝึกตนระดับพลังชำระวิญญาณ
ด้วยการใช้โอกาสที่อีกฝ่ายไม่ทันระวัง หลิวอู๋เสียจึงฆ่ายอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นห้าได้อย่างง่ายดาย วิธีฆ่าเช่นนี้ทำเอาพวกชุยเฉาถึงกับตกตะลึง
ร่างของเซวียนหยวนกวงค่อย ๆ หดตัวลง พลังทั้งหมดภายในร่างถูกหลิวอู๋เสียดูดกลืน หลังจากทะลวงระดับชำระวิญญาณขั้นห้า ภายในตันเถียนยังคงว่างเปล่า จำเป็นต้องเติมเต็มพลังปราณจำนวนมาก
เฉินยวี่เซิงยืนตะลึงอยู่กับที่ ไม่คิดว่าหลิวอู๋เสียจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
“ท่านผู้อาวุโสเฉิน ให้ผู้อาวุโสฉินกินโอสถเม็ดนี้”
หลิวอู๋เสียโยนโอสถเม็ดหนึ่งให้เฉินยวี่เซิง โอสถระดับสี่ชั้นยอดเช่นนี้สามารถช่วยชีวิตคนได้
หลังจากซ่อมแซมทะเลวิญญาณเสร็จแล้ว หลิวอู๋เสียได้นำสมุนไพรวิญญาณที่รวบรวมได้มาหลอมโอสถรักษาชีวิตจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ขอเพียงยังมีลมหายใจอยู่ ก็สามารถช่วยชีวิตกลับมาได้
“ขอบคุณน้องชายหลิว!”
หลิวอู๋เสียเรียกเฉินยวี่เซิงว่าท่านผู้อาวุโส แต่เขากลับเรียกหลิวอู๋เสียว่าน้องชาย ความสัมพันธ์เช่นนี้ช่างยุ่งเหยิงเสียจริง
เมื่อป้อนโอสถเข้าไปในปากของภรรยาแล้ว โอสถเม็ดก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังบริสุทธิ์ เพียงชั่วพริบตาเดียว นางมีสีหน้าดีขึ้นมาก รอดชีวิตกลับมาจากประตูผีได้อย่างหวุดหวิด
“ถึงตาพวกเจ้าสองคนแล้ว!”
ดาบเสียเหรินพุ่งตรงไปยังพวกชุยเฉา โดยเฉพาะชุยเฉาที่เปิดฉากโจมตีตนคนแรก โชคดีที่เฉินยวี่เซิงเข้ามาขวางไว้ได้ทันเวลา เขาสามารถทะลวงระดับพลังได้สำเร็จ
“เจ้าหนู เจ้าคิดว่าอาศัยการลอบโจมตีฆ่าเซวียนหยวนกวง แล้วจะทำอะไรเราสองคนได้งั้นรึ? ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ถึงความแตกต่างระหว่างชำระไขกระดูกกับชำระวิญญาณเอง”
ชุยเฉาหัวเราะเยาะพลางตวัดกระบี่ยาวในมือพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสีย
อีกคนหนึ่งเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ตอนนี้พวกเขาไม่มีทางถอยแล้ว หลิวอู๋เสียใช้ดาบเล่มเดียวปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของทั้งสองคนเอาไว้
“น้องชายหลิว ข้าจะช่วยเจ้าเอง!”
หลังจากอาการบาดเจ็บของภรรยาสงบลง เฉินยวี่เซิงก็ลุกขึ้นยืนและต้องการช่วยหลิวอู๋เสีย
“ไม่ต้องหรอก ข้าจัดการพวกขยะสองคนนี้เองได้”
ดาบเสียเหรินปลดปล่อยพลังดาบอันน่าสะพรึงกลัว หมัดทรราชรอจังหวะโจมตี ไม่กล้าปกปิดพลัง มังกรเพลิงพิภพรอบ ๆ พร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ เขาต้องปิดฉากต่อสู้โดยเร็วที่สุด
หลังจากฆ่าพวกเขาแล้ว ก็รีบออกจากที่นี่ทันที
หลิวอู๋เสียไม่ได้คาดหวังไข่มุกวิญญาณอัคคีไว้ตั้งแต่แรก ปล่อยให้พวกเขาแย่งกันไปเถอะ
“เจ้าเด็กน้อย เจ้าตายแน่!”
ชุยเฉาโกรธจัด หลิวอู๋เสียกล้าด่าเขาว่าเป็นขยะ ทั้งที่เขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูก
ทั้งสองคนปะทะกันในชั่วพริบตา ก่อเป็นคลื่นพลังอันน่าตกใจ แผ่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ คลื่นพลังที่ไหลบ่าซัดหินบนพื้นขึ้นกลางอากาศ แล้วระเบิดต่อเนื่อง
บริเวณใจกลางการต่อสู้กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า แม้แต่คลื่นความร้อนก็ถูกพัดออกไปจนไม่อาจรับรู้ถึงอุณหภูมิได้
“หมัดทรราช!”
ในจังหวะที่ปะทะกัน หมัดทรราชก็กระแทกลงมา ราวกับภูเขาใหญ่ที่ทับร่างของชุยเฉา