ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 186 ชำระวิญญาณขั้นหก
ไม่มีท่วงท่าลีลาอันวิจิตร มีเพียงหมัดทรราชดุจดั่งขุนเขามหึมาพุ่งเข้าใส่ร่างของชุยเฉาอย่างรุนแรง
“ครึก!”
ร่างของชุยเฉาฉีกขาดออกจากกัน เลือดสาดกระจาย คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวพัดพาเปลวไฟที่อยู่ด้านข้างกระจายออกไป ทำเอามังกรเพลิงพิภพต่างพากันถอยร่น
ใจกลางสนามรบปรากฏหลุมลึกขนาดใหญ่ ฝุ่นละอองจำนวนมากที่อยู่บนท้องฟ้ายังไม่จางหายไป
มังกรเพลิงพิภพที่ยืนอยู่ไกลออกไปพากันจ้องมองด้วยแววตาหวาดกลัว มนุษย์ตรงหน้าช่างน่ากลัวเกินไป
เฉินยวี่เซิงยืนตะลึงอยู่กับที่ เขากำลังจะลงมือ แต่ชุยเฉาก็ตายเสียแล้ว
ตายโดยไม่มีแม้แต่ที่ฝังศพ ไม่เหลือแม้แต่เศษเนื้อ
ยอดฝีมือที่เหลืออยู่ต่างหวาดผวาจนวิญญาณแทบหลุดลอย รีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว ไม่คิดจะต่อสู้ หลิวอู๋เสียน่ากลัวเกินไป เขาไม่ใช่มนุษย์ มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางมีพลังที่รุนแรงเช่นนี้ได้
“จะหนีไปไหน!”
การทะลวงสู่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นห้าจำเป็นต้องต่อสู้แบบสะใจ ถึงจะระงับโทสะในตันเถียนไท่หวงได้
ภูเขาไฟยังคงปะทุภายในส่วนลึกของตันเถียนไท่หวง ปราณแท้ธาตุไฟอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
การใช้ปราณแท้ธาตุไฟผสานเข้ากับหมัดทรราช ยิ่งเพิ่มพลังทำลายล้างให้รุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว
ปราณแท้ควบแน่นเป็นปีกสีขาวบริสุทธิ์ ยกตัวหลิวอู๋เสียให้ลอยขึ้นไปในอากาศ ทั้งสองมือจับดาบเสียเหรินไล่ฆ่าฟัน ราวกับดาบสวรรค์จะปกคลุมท้องฟ้าหมื่นลี้
ทันใดนั้น!
ท้องฟ้าเปลี่ยนสี ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มืดมิด บริเวณโดยรอบสิบลี้ตกอยู่ในความมืดมิด พลังดาบเล่มเดียวนี้น่ากลัวเหลือเกิน
ความมืดดำเนินไปครึ่งลมหายใจ ท้องฟ้ากลับมาสว่างไสวตามเดิม พร้อมกับเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนา
“อ๊า!”
ร่างกายถูกแยกออกเป็นสองส่วน ดาบเสียเหรินช่างไร้ปรานี ปราณแก่นสารจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของหลิวอู๋เสีย ระดับพลังยุทธ์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ฆ่าคนไปสามคน สถานที่ก็เงียบสนิท
ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ต่างจ้องมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้น มังกรเพลิงพิภพถอยหลังไปหลายก้าว
“ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม? เจ้าหนูระดับพลังชำระวิญญาณฆ่ายอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูก ราวกับกำลังฆ่าหมูเชือดไก่”
ยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกที่เหลืออยู่มองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทุกคนมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ รวมไปถึงยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ดผู้นั้นด้วย
เฉินยวี่เซิงมีสีหน้าขมขื่น ระหว่างทางเขายังคงเตือนหลิวอู๋เสียอยู่หลายครั้ง ให้อีกฝ่ายรีบจากไปเสีย เมื่อนึกย้อนกลับไปก็ได้แต่ฝืนยิ้มออกมา
“ผู้อาวุโสเฉิน พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
มังกรเพลิงพิภพกำลังจะคลั่งแล้ว พวกมันไม่มีทางยอมให้มนุษย์แย่งชิงไข่มุกวิญญาณอัคคีไปได้ หากไม่รีบไปตอนนี้คงไม่ดีแน่
“ตกลง พวกเราไปกันเถอะ!”
เฉินยวี่เซิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ถึงแม้อาการบาดเจ็บของภรรยาจะดีขึ้นแล้ว แต่หากรั้งอยู่ที่นี่ต่อไป คงต้องตายพร้อมกันแน่
ถึงสมบัติจะล้ำค่ามากเพียงใด แต่ก็ต้องมีชีวิตอยู่ถึงจะได้ใช้ พวกเขาไม่ได้ปรารถนาไข่มุกวิญญาณอัคคีมากมายขนาดนั้น แค่อยากมาดูความครึกครื้นเท่านั้น
เขาประคองภรรยา แล้วเดินตามหลังหลิวอู๋เสียไปทีละก้าว มุ่งหน้าออกไปจากวงล้อมต่อสู้
ทุกย่างก้าวที่พวกเขาก้าวออกไป มังกรเพลิงพิภพจะถอยหลังไปหนึ่งก้าว มังกรเพลิงพิภพเหล่านี้ไม่ได้เกรงกลัวมนุษย์คนอื่น ๆ เลย พวกมันหวาดกลัวหลิวอู๋เสียเพียงคนเดียว
เมื่อปลุกคุณลักษณะไฟ ภายในร่างกายของหลิวอู๋เสียก่อกำเนิดบางสิ่งบางอย่างที่เป็นรากเหง้าเดียวกันกับพวกมัน
น่าแปลก หลิวอู๋เสียพบว่าคลื่นความร้อนรอบตัวไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อเขามากนัก ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์กำลังกลืนกินพลังแห่งเปลวไฟอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าไปไม่ได้!”
ร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นขวางหน้าหลิวอู๋เสีย ขัดขวางไม่ให้พวกเขาจากไป
หากหลิวอู๋เสียจากไป มังกรเพลิงพิภพหลายพันตัวจะต้องโจมตีผู้ที่เหลืออย่างบ้าคลั่ง ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาจะได้รับไข่มุกวิญญาณอัคคีหรือไม่ แม้แต่การมีชีวิตรอดออกไปก็ยังไม่แน่นอน
“เหวินลี่ เจ้าหมายความว่าอย่างไร!”
เฉินยวี่เซิงเผยสีหน้าขุ่นเคือง ผู้ที่ขวางทางหลิวอู๋เสียผู้นั้นมีนามว่าเหวินลี่ ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ด พลังต่อสู้แข็งแกร่งยิ่งนัก ถึงพวกเขาสามคนร่วมมือกัน ก็ไม่แน่ว่าจะรับมือได้
“พวกเจ้าอยากไปก็ไปได้ แต่เขาไปไม่ได้!”
เหวินลี่ไม่คิดจะอธิบายใด ๆ หลิวอู๋เสียต้องอยู่ที่นี่ ส่วนสามีภรรยาคู่นั้นสามารถจากไปได้
คนอื่นเข้าใจเจตนาทันที พากันยืนอยู่ข้างหลังเหวินลี่ หลิวอู๋เสียเป็นคนเดียวที่สามารถควบคุมมังกรเพลิงพิภพได้ หากเขาจากไป ใครจะเป็นคนรับมือกับมังกรเพลิงพิภพเล่า?
“ท่านเหวินพูดถูก พวกเจ้าสองคนไปได้ แต่เขาไปไม่ได้!”
ยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกหลายสิบคนที่อยู่ด้านหลังปลดปล่อยคลื่นพลังออกมา เกือบจะทำให้พวกเฉินยวี่เซิงทั้งสามคนกระเด็นออกไป
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันอยู่เช่นนั้น การฆ่าเซวียนหยวนกวงกับชุยเฉาก่อนหน้านี้… ไม่อาจสร้างความหวาดกลัวได้แม้แต่น้อย
“พวกเจ้าแน่ใจแล้วหรือ ว่าจะขวางทางข้า!”
หลิวอู๋เสียสีหน้าเย็นชาจนน่ากลัว จิตสังหารแผ่ซ่าน ดาบเสียเหรินปลดปล่อยแสงดาบออกมา ความเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกไปโดยมีหลิวอู๋เสียเป็นศูนย์กลาง
ไข่มุกวิญญาณอัคคีที่ลอยอยู่ดูเหมือนจะถูกแรงบางอย่างดึงดูด เคลื่อนไหวไปมาไม่หยุด เปลวไฟที่ปะทุออกมาจากร่างของหลิวอู๋เสียทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
แดนน้ำแข็งเพลิง!
พลังไฟกับพลังน้ำแข็งก่อเกิดเป็นทัศนียภาพอันแปลกประหลาด
ด้านซ้ายคือเปลวไฟ ด้านขวาคือน้ำแข็ง พลังทั้งสองหมุนวนอยู่เหนือศีรษะของหลิวอู๋เสีย
นับตั้งแต่โบราณกาล น้ำกับไฟเป็นสิ่งที่อยู่ร่วมกันไม่ได้ แล้วหลิวอู๋เสียทำอย่างไร? ทำให้พลังน้ำแข็งกับพลังไฟปรากฏขึ้นพร้อมกันได้ โดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะต่อต้านกันเลยแม้แต่น้อย นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
เปลวไฟรุนแรงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
น้ำแข็งน่าสะพรึงกลัวพุ่งลงสู่พื้นดิน!
เหวินลี่มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เด็กหนุ่มตรงหน้าผู้นี้ซ่อนความลับอะไรเอาไว้กันแน่ ศักยภาพไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นแน่นอน
“เจ้าหนู ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งกาจ แต่เผชิญหน้ากับพวกเรามากมายเช่นนี้ ข้าขอแนะนำให้เจ้าอยู่ที่นี่แต่โดยดี อย่าบีบบังคับให้พวกเราลงมือ”
ยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นหกก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับหัวเราะอย่างเย็นชา
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ การต่อสู้ครั้งใหญ่ใกล้จะปะทุขึ้นแล้ว
“น้องชายหลิว เจ้าไปก่อนเถอะ พวกเรารับมือเอง”
เฉินยวี่เซิงตัดสินใจกะทันหัน ปล่อยให้หลิวอู๋เสียไปก่อน พวกเขาทั้งสองคนจะยื้อเวลาไว้ เพื่อช่วยให้หลิวอู๋เสียหลบหนี
หากปราศจากหลิวอู๋เสีย พวกเขาทั้งสองคนคงตายด้วยน้ำมือของเซวียนหยวนกวง นี่เป็นการตอบแทนบุญคุณ
“ถ้าจะไป พวกเราก็ไปด้วยกัน!”
หลิวอู๋เสียพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ ตอนที่เขากำลังทะลวงพลังยุทธ์ เฉินยวี่เซิงเป็นคนช่วยสกัดชุยเฉาไว้ นับว่าช่วยชีวิตเขาไว้ แล้วจะทิ้งพวกเขาทั้งสองคนได้อย่างไร?
เปลวไฟที่ลุกโชนในร่างกายทวีความรุนแรงมากขึ้น การฝึกฝนวิชากำลังภายในธาตุไฟในสถานที่แห่งนี้ส่งผลเป็นทวีคูณ
ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ยังคงดูดกลืนพลังงานต่อไป ธาตุไฟโดยรอบหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ภูเขาไฟในส่วนลึกของตันเถียนไท่หวงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ถึงไม่เทียบเท่ากับเทือกเขามังกรพิภพ แต่ด้วยอัตราการเติบโตเช่นนี้ อีกไม่นานก็คงเทียบเท่าได้
ทันใดนั้น!
ไข่มุกวิญญาณอัคคีสั่นไหว แล้วพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสีย
ทุกคนตกตะลึงมาก
น่าจะเป็นพลังไฟที่ปล่อยออกมาจากร่างของหลิวอู๋เสียที่ดึงดูดไข่มุกวิญญาณอัคคี หลังจากผ่านการเปลี่ยนแปลงโดยติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ เปลวไฟจึงบริสุทธิ์มากขึ้น
ไข่มุกวิญญาณอัคคีดำรงอยู่ได้ด้วยเปลวไฟ ยิ่งไฟบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดมันได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
มังกรเพลิงพิภพในระยะไกลส่งเสียงคำรามต่ำ พวกมันคืบคลานเข้าหาหลิวอู๋เสียทีละก้าว บอกให้เขาออกไปจากที่นี่โดยเร็ว
หลิวอู๋เสียตั้งตัวไม่ทัน ไม่คิดเลยว่าไข่มุกวิญญาณอัคคีจะบินเข้ามาหาเขาเอง
เมื่อเข้าใกล้ในพริบตานั้น ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน ก่อตัวเป็นวังวนสีดำสนิทลอยอยู่เหนือศีรษะของหลิวอู๋เสีย ไข่มุกวิญญาณอัคคียังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ถูกกลืนกินเข้าไปในทันที
ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็วจนเกินไป!
เมื่อทุกคนได้สติกลับมา ไข่มุกวิญญาณอัคคีก็หายวับไปแล้ว
หลิวอู๋เสียมีสีหน้าประหลาดใจ จบลงแล้วหรือ?
พวกเหวินลี่ต่างตกอยู่ในภวังค์ อ้าปากค้าง หลุมดำที่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของหลิวอู๋เสียคืออะไรกัน ถึงกับกลืนกินไข่มุกวิญญาณอัคคีเข้าไปได้
จากนั้น!
เปลวไฟอันน่าสะพรึงกลัวลุกไหม้จากภายในร่างของหลิวอู๋เสีย ราวกับมนุษย์ไฟ เฉินยวี่เซิงและภรรยาถอยหลังไปทีละก้าว ไม่กล้าเข้าใกล้เกินไป
แรงผลักดันของเปลวไฟบีบบังคับเหวินลี่ให้ถอยห่างออกไปห้าสิบก้าว
หากเป็นคนธรรมดาคงมอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน แต่หลิวอู๋เสียกลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย เขายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางสบาย ๆ
ภายในไข่มุกวิญญาณอัคคีบรรจุพลังธาตุไฟอันมหาศาล หากผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกได้รับไป จำเป็นต้องค่อย ๆ ขัดเกลา อย่างเร็วก็หนึ่งหรือสองเดือน ช้าหน่อยก็ครึ่งปีถึงจะสามารถขัดเกลาได้อย่างสมบูรณ์
แต่หลิวอู๋เสียช่างกล้าหาญ กลืนลงไปทั้งเม็ด
หลังจากที่ไข่มุกวิญญาณอัคคีถูกดูดเข้าไปในติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ พลังอันบ้าคลั่งก็อ่อนกำลังลง มันไม่ได้แปรสภาพเป็นของเหลว ไข่มุกขนาดเท่าไข่ไก่ลอยออกมาจากติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ แล้วร่วงหล่นลงสู่ส่วนลึกของตันเถียนไท่หวง จมลงไปใต้ภูเขาไฟที่เพิ่งก่อตัวขึ้นไม่นาน
ทันใดนั้น!
ลมปราณของหลิวอู๋เสียก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง มุ่งสู่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นหก
ภายในเวลาเพียงหนึ่งวัน เขาทะลวงผ่านสองขั้นพลังติดต่อกัน ทำให้ทุกคนตกตะลึงจนตาค้าง
พวกเขาเคยพบเจออัจฉริยะมามากมาย แต่เพิ่งเคยเห็นแบบหลิวอู๋เสียเป็นครั้งแรก มันเกินกว่าความเข้าใจของพวกเขาไปแล้ว
หินวิญญาณก้อนแล้วก้อนเล่าระเบิดออก กลายเป็นของเหลวไร้ที่สิ้นสุดและไหลลงสู่ตันเถียนไท่หวง
หินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าส่งเสียงดังกรอบแกรบ หัวใจอสูรสีแดงหลายสิบก้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ธาตุไฟอันน่าสะพรึงกลัวหลอมรวมเข้ากับร่างกาย ลมปราณยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลิวอู๋เสียไม่ได้เร่งรีบก้าวเข้าสู่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นเจ็ด เขาจำเป็นต้องปรับสมดุลร่างกาย การทะลวงสองขั้นพลังติดต่อกันในหนึ่งถือว่าถึงขีดจำกัดแล้ว
การฝืนบุกทะลวงต่อไป อาจทำให้รากฐานไม่มั่นคง
และศัตรูยังอยู่ตรงหน้า เขาไม่อาจไขว้เขวได้ เขาจึงใช้หัวใจอสูรเสริมสร้างร่างกาย
หากเป็นไปได้ คงมีคนพุ่งเข้ามาฉีกกระชากหลิวอู๋เสียเป็นชิ้น ๆ ไปนานแล้ว เปลวไฟอันไร้ที่สิ้นสุดห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ ไม่มีใครเข้าใกล้ได้
ทำได้เพียงรอให้หลิวอู๋เสียบุกทะลวงเสร็จสิ้น แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง
เวลาผ่านไปทีละนาที มังกรเพลิงพิภพโกรธเกรี้ยว มันเงยหัวคำรามลั่น ปล่องภูเขาไฟสั่นสะเทือน
ภูเขาไฟกำลังจะปะทุ การต่อสู้ครั้งใหญ่ทำให้เปลือกโลกเคลื่อนตัว ภูเขามังกรพิภพในปีนี้จึงปะทุขึ้นก่อนกำหนด
“โครม!”
พื้นดินแตกระแหงนับไม่ถ้วนราวกับเกิดแผ่นดินไหว รอยแตกแผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทาง เถ้าภูเขาไฟจำนวนมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากยอดเขา
“ไม่ดีแน่ ภูเขาไฟกำลังจะระเบิด!”
ไม่มีใครสามารถหลบหนีหินหนืดที่ปะทุออกมาจากภูเขาไฟได้ พวกเขาต้องรีบออกจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นจะถูกหินหนืดหลอมละลาย
มังกรเพลิงพิภพกำลังถอยกลับไปยังถ้ำของมัน หลบลงไปในพื้นที่ปลอดภัยใต้ดิน
เสียงดังสนั่นยังคงดังต่อเนื่อง เปลวไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามมาด้วยหินหนืดที่น่ากลัวพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
ในขณะนั้น!
หลิวอู๋เสียบุกทะลวงพลังยุทธ์สำเร็จ เขารีบไปรวมกลุ่มกับเฉินยวี่เซิงและภรรยาทันที
“พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
ทั้งสองคนติดตามหลิวอู๋เสียไปอย่างรวดเร็ว รีบพุ่งตรงลงไปที่เชิงเขา
เหล่ามังกรเพลิงพิภพต้องการขวางกั้น มันพ่นไฟอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ทว่าก็ถูกหลิวอู๋เสียสกัดกั้นไว้ ฉีกเส้นทางสุญญากาศออกมา
หินหนืดที่ไหลบ่าพุ่งทะยานลงมาจากยอดเขา รวดเร็วจนน่าตกตะลึง
เพียงแค่พริบตาเดียว สถานที่ที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ก็ถูกปกคลุมด้วยหินหนืดหนา
พวกเหวินลี่ไม่ทันได้ลงมือ พวกเขารีบหลบหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ก่อน
รอจนถึงที่ปลอดภัยแล้วค่อยคิดบัญชีกับหลิวอู๋เสีย บังคับให้เขาคายไข่มุกวิญญาณอัคคีออกมา
หลิวอู๋เสียรวดเร็วที่สุดในบรรดาสามสิบกว่าคน กระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้าถูกใช้ออก ราวกับดาวตก เพียงแค่หายใจสองครั้งก็ปรากฏตัวขึ้นที่เชิงเขาแล้ว
– โปรดติดตามตอนต่อไป –