ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 188 ตระกูลเซวียซุ่มโจมตี
ผู้ฝึกตนที่มีพลังฝีมือต่ำหันหลังกลับและจากไป เพื่อไปรวมกลุ่มกับยอดฝีมือคนอื่น ๆ
ผู้คนจากไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ในพริบตา เหลือเพียงหลิวอู๋เสีย เฉินยวี่เซิงและภรรยาของเขาเท่านั้น
“น้องชายหลิว ไม่ต้องเอ่ยคำขอบคุณใด ๆ ความกรุณาที่มอบโอสถให้ในวันนี้ พวกเราทั้งสองจะจดจำไว้ ขออำลาตรงนี้”
เฉินยวี่เซิงประสานมือคารวะหลิวอู๋เสีย พวกเขายังมีภารกิจอื่น จึงไม่สามารถรั้งอยู่ต่อได้นาน
“ไว้พบกันใหม่!”
หลิวอู๋เสียประสานมือตอบ ทั้งสามคนแยกทางกันอย่างรวดเร็ว
ฉินปี้ยวี่ได้ทิ้งแผ่นหยกไว้ให้ ในยามคับขันสามารถใช้แผ่นหยกนี้ไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฉินได้ หลิวอู๋เสียอยู่ในเมืองหลวง อาจต้องเผชิญกับอันตรายได้ทุกเมื่อ
เสร็จสิ้นภารกิจทั้งสามก่อนกำหนด นี่เป็นสิ่งที่หลิวอู๋เสียไม่คาดคิดมาก่อน ยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงกำหนดหนึ่งเดือน จึงตั้งใจจะฝึกฝนฝีมือต่อไปอีกสักพัก
ห้าวันต่อมา!
หลิวอู๋เสียปรากฏตัวบนถนนหลวงที่มุ่งหน้าสู่สำนักศึกษาจักรวรรดิ หลังจากฝึกฝนมาหลายวัน พลังชำระวิญญาณขั้นหกก็มั่นคงแล้ว
เขาใช้เคล็ดวิชาเก็บซ่อนลมหายใจ ควบคุมระดับพลังยุทธ์ให้อยู่ที่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสอง
ก่อนจากไป เขาอยู่ที่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่งเดือนสามารถทะลุถึงระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสองได้ ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว
หากเปิดเผยพลังยุทธ์ที่แท้จริง อาจทำให้ทั้งสำนักศึกษาจักรวรรดิสั่นสะเทือน หลิวอู๋เสียยังคงชอบทำตัวต่ำต้อย
“อีกหนึ่งวันก็จะกลับไปถึงสำนักศึกษาจักรวรรดิแล้ว สัญญากับแม่นางมู่ไว้ว่าจะไปหอตันเป่าด้วยกัน ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว นางต้องคิดว่าข้าหายไปแล้วแน่ๆ ”
หลิวอู๋เสียทานเสบียงสองสามคำ พลางพึมพำกับตัวเอง
เขามีสถานะเป็นหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่า ไม่ได้ไปหอตันเป่าหนึ่งเดือน ถือว่าละเลยต่อหน้าที่จริง ๆ
เก็บเสบียงเตรียมออกเดินทาง
“ก๊า ก๊า ก๊า…”
นกแร้งตัวหนึ่งบินผ่านศีรษะของเขาพลางส่งเสียงร้องประหลาด จากนั้นก็มีสัตว์อสูรจำพวกนกบินหนีไปอีกมากมาย
สัตว์อสูรจำพวกนกจะหนีไปก็ต่อเมื่อรู้สึกหวาดกลัว แสดงว่าต้องมีอันตรายกำลังใกล้เข้ามา
หลิวอู๋เสียกระตุ้นม่านตาภูต สายตาทะลุผ่านต้นไม้หนาทึบไกลถึงร้อยหมี่ มีกลุ่มคนกำลังแอบเข้ามาใกล้
“ซุ่มโจมตี!”
ไม่คิดว่าบนเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่สำนักศึกษาจักรวรรดิจะมีคนวางกับดักอยู่ที่นี่
ยอดฝีมือกว่าร้อยคนถือหน้าไม้และลูกดอก แล้วไล่ต้อนมาจากทุกทิศทาง ปิดกั้นโอกาสหลบหนีของหลิวอู๋เสีย
หลิวอู๋เสียละสายตากลับมา เขารู้แล้วว่าพวกเขาคือใคร
“ตระกูลเซวีย พวกเจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะรอดชีวิตกลับมาได้สินะ!”
ดาบเสียเหรินปรากฏขึ้นในมือ ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนตระกูลเซวียไม่ปรากฏตัว พวกเขาเฝ้าอยู่ที่นี่ หลัก ๆ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้หลิวอู๋เสียหนีกลับมา
สำหรับตระกูลเซวียแล้ว หลิวอู๋เสียไม่มีทางทำภารกิจทั้งสามสำเร็จ แล้วจะต้องย้อนกลับไปยังสำนักศึกษาจักรวรรดิ พวกเขาแค่รออยู่ที่นี่ก็พอ
หากเขายืนกรานที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ เขาก็ต้องตายด้วยน้ำมือของพรรคมังกรแดงอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่ว่าหลิวอู๋เสียจะเลือกทำภารกิจให้สำเร็จ หรือเลือกที่จะกลับไป ก็มีแต่เส้นทางตายเท่านั้น
ยอดฝีมือของตระกูลเซวียเฝ้าอยู่ที่นี่นานถึงหนึ่งเดือนเต็ม แต่หลิวอู๋เสียก็ยังไม่กลับมา พวกเขาจึงประหลาดใจเป็นอย่างมาก
วันแล้ววันเล่าผ่านไป ใกล้จะถึงกำหนดหนึ่งเดือน ในที่สุดหลิวอู๋เสียก็ปรากฏตัวขึ้นวันสุดท้าย
ยอดฝีมือกว่าร้อยคนล้อมหลิวอู๋เสียไว้จนน้ำลอดไม่ได้ มียอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกหลายคนนั่งประจำการอยู่ ตระกูลเซวียทุ่มทุนอย่างมากเพื่อฆ่าเขา
“หลิวอู๋เสีย พวกข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกลับมาเมื่อครบกำหนดหนึ่งเดือน”
เซวียฉางเหนียนเดินออกมาจากฝูงชน ในวันนั้นที่เมืองชางหลัน เขาไม่อาจฆ่าหลิวอู๋เสียได้ แถมยังถูกมู่เยว่อิ่งตบหน้าไปหลายครั้ง เขาจึงผูกใจเจ็บมาตลอด
เมื่อรู้ว่ามีภารกิจนี้ เขาจึงรีบรายงานตระกูลทันที และนำทัพใหญ่ของตระกูลเซวียมาฆ่าหลิวอู๋เสียด้วยตัวเอง
เซวียฉางเหนียนคิดว่าหลิวอู๋เสียต้องหลบซ่อนอยู่ข้างนอกตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้แต่ตัวเขาเองก็ทำภารกิจทั้งสามไม่สำเร็จ
“ลงมือเถอะ อย่าพูดมากความ!”
หลิวอู๋เสียไม่อยากพูดไร้สาระ ต้องการต่อสู้ให้จบโดยเร็วที่สุด หลังจากร่อนเร่มาหนึ่งเดือน เขาเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ อยากรีบกลับไปพักผ่อนที่สำนักศึกษาสักวันสองวัน
หน้าไม้กว่าร้อยเล่มเล็งไปที่หลิวอู๋เสีย เพียงแค่เหนี่ยวไกก็จะถูกยิงเป็นรังผึ้งในพริบตา
“ฆ่ามันซะ!”
เซวียฉางเหนียนโบกมือ ลูกดอกกว่าร้อยดอกพุ่งทะยานไปทางหลิวอู๋เสียพร้อมกับเสียงแหวกอากาศ
ต่อให้เขามีสามหัวหกแขน วันนี้ก็มีแต่ต้องตาย ไม่มีใครสามารถหลบลูกดอกร้อยดอกที่พุ่งเข้าใส่ได้หรอก ปล่อยให้เขาได้ลิ้มรสชาติลูกดอกร้อยดอกเสียบทะลุร่างกาย!
ลูกดอกหนาแน่นนับร้อยพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า บดบังดวงอาทิตย์จนมืดมิด หลิวอู๋เสียแทบไม่มีช่องว่างให้หลบหลีก ทำได้เพียงปล่อยให้ลูกดอกพุ่งเข้าใส่ตัวเอง
เซวียฉางเหนียนหัวเราะเยาะ ศิษย์ตระกูลเซวียต่างพากันคำรามด้วยความโกรธ ในที่สุดก็ฆ่าหลิวอู๋เสียได้สำเร็จ
ทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างกันไม่ถึงสิบหมี่ ลูกดอกพุ่งเข้ามาตรงหน้าหลิวอู๋เสียด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
เมื่อเห็นลูกดอกใกล้จะพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสีย ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น
รอบตัวของหลิวอู๋เสียปรากฏกำแพงน้ำแข็งหนาก่อตัวเป็นวงกลม ปกป้องเขาไว้ภายในอย่างแน่นหนา
“ฉึก ฉึก ฉึก…”
ลูกดอกที่พุ่งเข้าใส่พลันชนกำแพงน้ำแข็ง ทิ้งรอยไว้เป็นทางยาว แต่ไม่อาจเจาะทะลุไปได้
หลิวอู๋เสียยืนนิ่งอยู่กับที่ นี่เป็นเวทน้ำแข็งที่เขาเพิ่งเข้าใจได้ไม่นาน โดยใช้เทคนิคเวทมนตร์
ในช่วงที่เป็นจักรพรรดิเซียน เขาเคยแลกเปลี่ยนความรู้กับเผ่าเวทมนตร์ครั้งหนึ่ง เขาจึงพอรู้เรื่องเวทมนตร์อยู่บ้าง เขาจึงนำเวทมนตร์หลอมรวมเข้ากับวิชาดาบ ก่อเกิดเป็นเวทใหม่ขึ้นมา
ดวงตาของยอดฝีมือตระกูลเซวียแทบถลนออกมา เกิดอะไรขึ้น? ทำไมลูกดอกถึงถูกกำแพงน้ำแข็งหยุดไว้ได้
ลูกดอกมากกว่าร้อยเล่มร่วงลงสู่พื้น บางดอกถึงกับหัก
ลูกดอกเหล่านี้สร้างขึ้นจากอุกกาบาตที่แข็งแกร่งที่สุด สามารถเจาะทะลุร่างของระดับพลังชำระวิญญาณอย่างง่ายดาย แต่กลับไม่อาจทำลายกำแพงน้ำแข็งชั้นเดียวได้
“ยิงมันต่อไป!”
เซวียฉางเหนียนตะโกนลั่น เขาโบกแขนไปมา ลูกดอกระลอกที่สองปรากฏขึ้น
ครั้งนี้แรงยิงมากกว่าเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกดอกสะท้อนกลับ พวกเขาจึงควบคุมระยะห่างไว้ภายในห้าหมี่ ซึ่งเป็นระยะที่ลูกดอกมีพลังทำลายล้างมากที่สุด
ลูกดอกถูกยิงออกไปเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า ลูกดอกจำนวนมากกองทับถมกันอยู่ภายนอกกำแพงน้ำแข็ง
หลังจากผ่านไปสิบรอบ ลูกดอกในกระบอกหมดลง พวกเขาจึงรีบเก็บหน้าไม้ แล้วถอยออกไปด้านข้าง ก่อนจะชักอาวุธประจำกายออกมา
หลิวอู๋เสียเอื้อมมือออกสลายกำแพงน้ำแข็ง พร้อมมองผู้คนตระกูลเซวียด้วยรอยยิ้ม
“ฆ่ามันซะ!”
เซวียฉางเหนียนออกคำสั่ง ยอดฝีมือตระกูลเซวียกว่าร้อยคนพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสียราวกับผึ้งแตกรัง พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นกองกำลังที่ตระกูลเซวียฝึกฝนอย่างพิถีพิถัน
ทุกคนล้วนมีฝีมือคล่องแคล่ว ตระกูลเซวียแอบฝึกฝนนักรบมาหลายปี คนเหล่านี้ยอมสวามิภักดิ์ต่อตระกูลเซวีย ไม่มีใครชักจูงได้
เรื่องที่หลิวอู๋เสียฆ่าเซวียรุ่ย สร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในตระกูลเซวีย
ดาบเสียเหรินฟาดฟัน พื้นดินแตกเป็นรอยร้าว พลังดาบอันไร้ความปรานีกวาดล้างเป็นวงกว้างหลายร้อยหมี่
“แคร็ก แคร็ก…”
เพียงแค่ปะทะกันครั้งเดียว คนกว่าร้อยคนก็บินกระเด็นถอยหลัง เจตจำนงดาบท่วมท้น พวกเขาทนแรงกระแทกของหลิวอู๋เสียไม่ไหว
ทุกคนมีบาดแผลเล็ก ๆ บนร่างกาย ถูกพลังดาบสังหาร
การฆ่าคนมากกว่าร้อยคนในคราวเดียว น่าสะพรึงกลัวเพียงใด เซวียฉางเหนียนตกใจจนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
นอกจากเซวียฉางเหนียนแล้ว ตระกูลเซวียยังมียอดฝีมืออีกสามคนที่ไม่ได้พูดอะไร คอยเฝ้าอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบๆ
ทั้งสามคนมีอายุมากแล้ว น่าจะเป็นระดับผู้อาวุโสของตระกูลเซวีย มีความแข็งแกร่งไม่ต่ำ ล้วนมีระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นห้า
“เจ้า… เจ้าแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง?”
เซวียฉางเหนียนตกตะลึงจนพูดไม่ออกพลางชี้ไปที่หลิวอู๋เสีย ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ศพกว่าร้อยศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่กลางถนน บางส่วนตกลงไปในพุ่มหญ้า ส่งกลิ่นคาวเลือดเข้มข้น
สนามรบตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงพวกเขาห้าคนที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“ติ๋ง!”
“ติ๋ง!”
เลือดไหลลงมาตามปลายดาบเสียเหรินหยดลงบนพื้นติ๋ง ๆ
ผู้อาวุโสทั้งสามของตระกูลเซวียหัวใจกระตุกอย่างรุนแรง ตระกูลเซวียใช้ทรัพยากรมากมายนับไม่ถ้วนเพื่อฝึกฝนพวกเขาขึ้นมา แต่วันนี้ทั้งหมดต้องตายด้วยน้ำมือของหลิวอู๋เสีย
ทุกคนหัวใจเต้นระทึก แสงเย็นเยียบแทงทะลุจนถึงกระดูก พวกเขาจับจ้องไปที่หลิวอู๋เสียอย่างไม่ละสายตา
“ข้าต้องการให้เจ้าตาย!”
เซวียฉางเหนียนขาดสติไปแล้ว ผู้คนภายนอกรู้เพียงว่าหลิวอู๋เสียท้าทายข้ามระดับพลังยุทธ์ได้ สูงสุดคือฆ่าระดับชำระวิญญาณขั้นสูง แต่ไม่มีใครรู้ว่าหลิวอู๋เสียมีฝีมือถึงขั้นฆ่าระดับชำระไขกระดูกได้
มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องผู้อาวุโสกู่ ในวันนั้นเขากลัวจนแทบปัสสาวะราดกางเกง เขาจะนำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ไปพูดให้ใครฟังกัน?
การฆ่าฟ่านเหย่ผิงก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้เห็น
กระบี่ยาวในมือฟาดฟันไปทางหลิวอู๋เสีย ต้องการสับร่างของเขาออกเป็นชิ้น ๆ
“ตายซะ!”
ในวันนั้นที่เมืองชางหลัน เขาเกือบตายด้วยน้ำมือของเซวียฉางเหนียน วันนี้จะสะสางความแค้นเก่าและใหม่ให้หมดสิ้น
เขาสามารถบดขยี้ระดับชำระไขกระดูกขั้นสามได้ด้วยมือข้างเดียว
ดาบเสียเหรินถูกยกขึ้น ร่างกายหายไปจากจุดเดิม ยอดฝีมือตระกูลเซวียทั้งสามยังไม่ทันได้ตั้งตัว แสงดาบฉีกกระชากร่างของเซวียฉางเหนียนออกเป็นสองส่วนแล้ว
พลังดาบก่อตัวเป็นพายุหมุน เซวียฉางเหนียนที่ถูกห่อหุ้มอยู่ภายในไร้หนทางต่อต้าน ได้แต่ปล่อยให้ถูกเชือดเฉือน
“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ…”
เลือดเนื้อกระจายไปทั่ว เซวียฉางเหนียนถูกพายุหมุนเหวี่ยงออกมา กระแทกลงกับพื้นอย่างแรง
บนหน้าอกและหลังปรากฏบาดแผลนับไม่ถ้วน เลือดไหลทะลัก
ดาบเดียวฆ่าระดับชำระไขกระดูกขั้นสาม
ยอดฝีมือที่เหลืออยู่เพียงสามคนต่างมองหน้ากัน ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด
ในบรรดาพวกเขาทั้งสามคนไม่มีใครฆ่าระดับชำระไขกระดูกขั้นสามได้ด้วยดาบเดียว แต่หลิวอู๋เสียกลับทำได้
“ถึงตาพวกเจ้าแล้ว!”
หลิวอู๋เสียไม่มีความเมตตาต่อตระกูลเซวียแม้แต่น้อย สัญญาหนึ่งปี ผ่านไปแล้วหนึ่งในสาม
เขาเหลือเวลาน้อยเต็มที เขาต้องยุติความแค้นนี้โดยเร็วที่สุด
สถานการณ์พลิกผัน กลับกลายเป็นหลิวอู๋เสียที่กดดันพวกเขา
“พวกเจ้ากล้ามากที่ฆ่าคนในตระกูลเซวียของข้ามากมายขนาดนี้ วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!”
ผู้เฒ่าทั้งสามคนยืนเป็นรูปสามเหลี่ยมและล้อมหลิวอู๋เสียเอาไว้ วันนี้ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต พวกเขาก็ต้องฆ่าเด็กคนนี้ให้ได้
ภายในเวลาไม่กี่เดือน มดตัวน้อยกลับคุกคามตระกูลเซวียที่ยิ่งใหญ่
“แค่พวกเจ้าสามคนแก่ใกล้ตาย คิดจะฆ่าข้าหรือ? น่าขันสิ้นดี!”
หลิวอู๋เสียพุ่งตัวออกไป เพื่อไม่ให้มีคนอื่นผ่านมา เขาต้องรีบจบการต่อสู้โดยเร็ว
ผู้เฒ่าทั้งสามคนมีฝีมือไม่ธรรมดา ถึงพลังยุทธ์จะไม่สูง แต่พลังต่อสู้นั้นล้ำลึก ทั้งยังประสานงานกันได้อย่างลงตัว
หลิวอู๋เสียพุ่งเข้าออกท่ามกลางทั้งสามคน แต่ก็ยังหาทางจัดการพวกเขาไม่ได้
หากเป็นการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เขาสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่การรับมือกับศัตรูพร้อมกันถึงสามคนก็ยังเป็นเรื่องยาก
กระบี่และดาบปะทะกัน เสียงต้นไม้หักโค่นดังระงม เส้นทางบนภูเขาเริ่มถล่ม การต่อสู้จากเส้นทางบนเขาลุกลามไปถึงป่าลึก ทุกที่ที่พวกเขาผ่านล้วนเต็มไปด้วยความเสียหาย
“ตูม ตูม ตูม…”
คลื่นพลังแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง ก่อตัวเป็นระลอกคลื่นทำลายล้างทุกสิ่งรอบข้าง
ยิ่งต่อสู้ ผู้เฒ่าทั้งสามคนก็ยิ่งตกตะลึง วิถีต่อสู้ของหลิวอู๋เสียเหนือกว่าพวกเขามาก
แม้จะปะทะกันหลายร้อยกระบวนท่า พวกเขาก็ยังไม่พบช่องโหว่ในวิชาดาบของหลิวอู๋เสียได้
“พวกเจ้าอ่อนแอเกินไป รับดาบข้าเสียเถอะ!”
หลิวอู๋เสียใช้ม่านตาภูตมองเห็นช่องโหว่ในกระบวนท่าของผู้เฒ่าทั้งสามคน เขากระโดดออกจากวงล้อม ดาบเสียเหรินชี้ขึ้นไปบนฟ้า
ดาบเสียเหรินไร้ซึ่งรูปร่างและทิศทางให้คาดเดา หลังจากที่ก้าวข้ามระดับพลังชำระวิญญาณขั้นหก วิชาที่เขาใช้ได้ก็เพิ่มมากขึ้น
ทันทีที่ดาบเสียเหรินถูกยกขึ้น ผู้เฒ่าทั้งสามคนพลันมีสีหน้าเปลี่ยนเป็นหวาดกลัว
กลิ่นอายแห่งความตายคืบคลานเข้าหาพวกเขา
– โปรดติดตามตอนต่อไป –