ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 187 ตัดเชื้อไฟ
เมื่อกลับมาถึงเชิงเขาก็มุ่งหน้าไปยังป่าทึบในระยะไกล ความเร็วของหินหนืดที่ไหลบ่าเริ่มช้าลง คงไม่เป็นอันตรายมากนัก
ผู้คนสามสิบกว่าคนยืนหอบหายใจอยู่กับที่ บีบเค้นศักยภาพทั้งหมดในร่างกาย หนีรอดจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด
ยังไม่ทันได้สูดลมหายใจ ชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นตัวแทนของสามสิบสองคนก้าวไปข้างหน้าหลิวอู๋เสียกับสองสามีภรรยาเฉินยวี่เซิง เพื่อไม่ให้พวกเขาหลบหนีไปได้
“เจ้าหนู ส่งไข่มุกวิญญาณอัคคีมาซะ แล้วข้าจะยกโทษตายให้!”
จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง พวกหลิวอู๋เสียทั้งสามยากที่จะหนีรอด ถูกกักขังอยู่ในตำแหน่งเดิมอย่างแน่นหนา
“เส้าตงลี่ เจ้าช่างกล้ามาก ยังกล้าออกมาพูดจาโอหังเช่นนี้อีก”
เฉินยวี่เซิงกวาดสายตามองไปยังชายหนุ่มที่พูด เพียงแค่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสี่กลับต้องการให้หลิวอู๋เสียส่งไข่มุกวิญญาณอัคคีออกมา ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี
แม้แต่ชุยเฉาและเซวียนหยวนกวงยังตายในมือของหลิวอู๋เสีย นอกจากเหวินลี่แล้ว คนอื่น ๆ ไม่สามารถคุกคามพวกเขาทั้งสามคนได้
หลิวอู๋เสียทะลวงสู่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นหก การรับมือกับระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นหกจึงไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงประสานงานกันอย่างดี ย่อมมีโอกาสสูงที่จะฆ่าคนเหล่านี้ได้
คนเดียวที่ทำให้หลิวอู๋เสียรู้สึกกดดัน คงมีเพียงเหวินลี่
เขาครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ขอเพียงเหวินลี่ล่าถอย คนอื่นก็ไม่ใช่ปัญหา
“เจ้าหนู ข้าไม่อยากทำให้เจ้าลำบากใจ ขอเพียงเจ้ามอบไข่มุกวิญญาณอัคคีออกมา ข้าสัญญาว่าจะปล่อยเจ้าไป”
เหวินลี่รู้ดีแก่ใจ มีเพียงเขาที่บีบหลิวอู๋เสียได้ ขอเพียงหลิวอู๋เสียมอบไข่มุกวิญญาณอัคคีออกมา คนอื่นก็ช่างปะไร
ไข่มุกวิญญาณอัคคีมีเพียงหนึ่งเดียว ทุกคนต่างอยากครอบครอง เมื่อดูเผิน ๆ พวกเขาจะอยู่แนวหน้าเดียวกัน ทว่าตราบใดที่หลิวอู๋เสียนำไข่มุกวิญญาณอัคคีออกมา เมื่อนั้นจะต้องเกิดการแย่งชิงกันอย่างแน่นอน
เหวินลี่พูดเช่นนี้ออกมา ย่อมแสดงให้เห็นว่าขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด ขอเพียงมอบไข่มุกวิญญาณอัคคี ทุกอย่างก็จะคลี่คลาย
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสีย รอคอยคำตอบจากเขา
“ผู้อาวุโสเหวิน ถึงข้าจะมอบไข่มุกวิญญาณอัคคีให้แก่ท่าน ท่านก็คงไม่มีวาสนาได้ใช้มันหรอก”
หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มมุมปาก จ้องมองเหวินลี่ด้วยสายตาเปล่งประกาย
“เจ้าเด็กน้อย ปากดีนักนะ ขอเพียงเจ้ามอบไข่มุกวิญญาณอัคคีออกมา ย่อมมีวิธีหลอมรวมมันได้แน่”
เหวินลี่โกรธมาก ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังชำระไขกระดูกพุ่งตรงไปยังหลิวอู๋เสีย ต้นไม้โดยรอบระเบิดเป็นวงกว้าง
“ปัง ปัง ปัง…”
ต้นไม้ด้านหลังของหลิวอู๋เสียกลายเป็นผงธุลี การข่มขู่ที่โจ่งแจ้ง บีบบังคับให้หลิวอู๋เสียต้องมอบไข่มุกวิญญาณอัคคีออกมา
“ผู้อาวุโสเหวิน ข้าขอถามท่านสักสองสามคำถามได้หรือไม่”
หลิวอู๋เสียไม่สะทกสะท้าน ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ด ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฆ่าเขา หากไม่ไหวจริง ๆ คงได้แต่ต้องวาดลายเซียนอีกครั้ง เพียงแต่คงหาสมุนไพรวิญญาณอย่างหญ้าวิญญาณมรกตได้ยากนัก
ทะเลวิญญาณที่ได้รับบาดเจ็บจะกลายเป็นบาดแผลที่อยู่ถาวร
หากไม่ถึงที่สุด หลิวอู๋เสียไม่อยากปะทะกับเหวินลี่
“ว่ามา!”
เหวินลี่เริ่มมีท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อย จึงเร่งให้หลิวอู๋เสียรีบถาม เพื่อที่จะได้ไข่มุกวิญญาณอัคคีมาครอบครองโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะเกิดเรื่องราวใหญ่โตจนเกินควบคุม และล่อให้ยอดฝีมือผู้อื่นมาที่นี่
“ขอถามท่านผู้อาวุโสเหวิน ช่วงหนึ่งถึงสองปีมานี้ เส้นลมปราณปอดและหัวใจของท่านมักจะปวดร้าวเหมือนถูกฉีกกระชากอยู่บ่อยครั้งใช่หรือไม่”
หลิวอู๋เสียใช้ม่านตาภูตมองเห็นอย่างชัดเจน เส้นลมปราณปอดและหัวใจของเหวินลี่มีรอยร้าวจำนวนมาก จวนเจียนจะถึงขั้นแตกสลายเต็มที
ทันทีที่สิ้นสุดคำพูด เหวินลี่พลันสั่นสะท้าน เกือบเซล้มลงไปกองกับพื้น
แม้แต่คนสนิทที่สุดของเขาก็ยังไม่ล่วงรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเส้นลมปราณปอดและหัวใจ แล้วหลิวอู๋เสียล่วงรู้ได้อย่างไร?
“เจ้า… เจ้ารู้ได้อย่างไร!”
เหวินลี่เผยสีหน้าตื่นตระหนก ทุกครั้งที่เส้นลมปราณปอดและหัวใจกำเริบ มันทำให้เขาเจ็บปวดทรมานจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ความลับนี้ถูกปิดบังมานานหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ มันกำเริบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“เรื่องนี้ ข้าบอกไม่ได้ แต่ข้าสามารถบอกท่านได้อย่างหนึ่ง ไม่เกินหนึ่งเดือน ท่านต้องตายอย่างแน่นอน ไม่เชื่อท่านลองดูที่แขนทั้งสองข้างสิ ว่ามีจุดดำ ๆ ปรากฏขึ้นหรือไม่ นั่นคือรอยแผลเน่าเปื่อย เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพลังชีวิตกำลังจะหมดลง”
หลิวอู๋เสียพูดเชิงปริศนา และไม่ยอมบอกสาเหตุที่แท้จริงให้เหวินลี่รับรู้
เหวินลี่เผลอถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแขนที่เหี่ยวแห้ง แขนของเหวินลี่ไม่มีเลือดเนื้อหลงเหลืออยู่ มีเพียงหนังหุ้มกระดูกและจุดสีดำประหลาดจำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาเป็นระลอก
“เหม็นชะมัด!”
หลายคนที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างพากันถอยห่าง สร้างระยะห่างจากเหวินลี่
บางคนถึงกับเอามือปิดจมูก เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับเชื้อโรค
เหวินลี่รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า เขารู้เรื่องจุดดำที่ปรากฏบนแขนนานแล้ว แต่ไม่เคยใส่ใจ คิดว่าเป็นเพียงอาการผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นรอยแผลเน่าเปื่อย
มีเพียงแต่คนใกล้ตายเท่านั้นที่จะปรากฏรอยจ้ำบนร่างกาย
“เจ้าหนู อย่ามาพูดจาเหลวไหล เจ้าคิดว่าคำพูดเพียงไม่กี่คำจะหลอกข้าได้งั้นรึ? รีบมอบไข่มุกวิญญาณอัคคีมาซะ มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปรานี!”
เหวินลี่ดึงแขนเสื้อลงพลางตะคอกเสียงดังลั่น พร้อมกับเตรียมลงมือฆ่าหลิวอู๋เสีย คิดว่าเขากำลังพูดจาเลอะเทอะเพื่อทำให้ตัวเองกลัวจนหนีไป
การฝึกฝนของผู้ฝึกตนย่อมต้องพบเจอกับปัญหาบางอย่างกับร่างกายเป็นธรรมดา หลิวอู๋เสียมองเห็นความเจ็บป่วยทางร่างกายของทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้ เพียงแต่ไม่คิดว่าอาการของเหวินลี่จะร้ายแรงถึงเพียงนี้
รวมถึงร่างกายของเขาเองก็มีข้อบกพร่องเช่นกัน จำเป็นต้องฝึกฝนต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อฟื้นฟู
“เชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ท่าน งั้นก็รอความตายอยู่ตรงนี้เถอะ ทั่วทั้งใต้หล้านี้ นอกจากข้าแล้วก็ไม่มีใครรักษาโรคร้ายนี้ได้อีก”
หลิวอู๋เสียยักไหล่ ทำท่าทีไม่แยแสว่าอีกฝ่ายจะเชื่อหรือไม่
ที่จริงแล้ว เหวินลี่เริ่มเชื่อคำพูดของหลิวอู๋เสีย มองแวบเดียวก็เห็นปัญหาที่เส้นลมปราณปอดและหัวใจ แถมยังมองทะลุเห็นรอยจ้ำบนแขนของเขาอีก คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
“หึ งั้นข้าก็จะจับเจ้าไว้ ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่ยอมพูดออกมา”
หลังจากพูดจบ เหวินลี่พุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสีย คิดจะบังคับให้เขาบอกวิธีรักษาออกมา
“ท่านผู้อาวุโสเหวิน ท่านคิดว่าข้าพูดเรื่องพวกนี้เพื่อที่จะไล่ท่านไปงั้นรึ? คิดว่าข้ากลัวท่าน?”
หลิวอู๋เสียไม่ยอมแพ้ วิธีที่ดีที่สุดคือใช้ความแข็งแกร่งเป็นเครื่องพิสูจน์ พอดีกับที่เขาก็อยากรู้ว่าพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ดนั้นเป็นเช่นไร
เส้นลมปราณปอดและหัวใจได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของเหวินลี่ลดลงอย่างมาก ไม่อาจแสดงพลังได้เต็มที่
ทั้งสองคนปะทะกันในทันที เห็นเพียงพายุหมุนพัดกระหน่ำ แต่ไม่เห็นร่างของทั้งคู่ เพียงแค่หายใจเข้าออกครั้งเดียวก็ต่อสู้กันไปแล้วหลายร้อยกระบวนท่า
“ปัง ปัง ปัง…”
การต่อสู้ประชิดตัว ทั้งสองคนต่างผลัดกันรุกรับอย่างดุเดือด หลิวอู๋เสียกลืนโอสถชำระกระดูกเข้าไปจำนวนมาก ทั้งยังได้รับพรจากหัวใจอสูร ร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก ไม่ด้อยไปกว่าระดับชำระไขกระดูกขั้นสูงเลย
“ตูม!”
ทั้งสองคนถูกผลักกระเด็น ก่อนจะกลับไปยังตำแหน่งเดิม
หลิวอู๋เสียยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่เหวินลี่มีสีหน้าบูดบึ้งถึงขีดสุด เขาในฐานะยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ด ไฉนถึงไม่อาจทำอะไรเด็กน้อยระดับพลังชำระวิญญาณได้?
เหล่าผู้ฝึกตนต่างมีสีหน้าหวาดกลัว ดวงตาเบิกกว้างราวกับลูกแก้ว พวกเขาล้วนตกตะลึงกับพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ของหลิวอู๋เสีย
“ข้าใช้พลังไปเจ็ดส่วน เจ้าเองก็คงยังไม่ได้ออกแรงเต็มที่ ข้ายอมรับว่าการจะฆ่าเจ้าไม่ใช่เรื่องง่าย ขอเพียงเจ้าแก้ปัญหาในร่างกายของข้าได้ ข้าจะหันหลังกลับทันที”
เหวินลี่เผยสีหน้าสิ้นหวัง เขาไม่อาจฆ่าเด็กหนุ่มระดับพลังชำระวิญญาณได้แม้จะผ่านหนึ่งร้อยกว่ากระบวนท่า นี่ถือเป็นความพ่ายแพ้สำหรับเขา
เมื่อเทียบกับชีวิตแล้ว ไข่มุกวิญญาณอัคคีช่างดูไร้ค่านัก
“ท่านผู้อาวุโสเหวิน อย่าไปเชื่อคำพูดเหลวไหลของเด็กคนนี้! ข้ารู้จักหมอท่านหนึ่ง เขาต้องมีวิธีรักษาโรคร้ายในตัวท่านได้อย่างแน่นอน”
เส้าตงลี่กระโดดออกมา หลิวอู๋เสียเด็กเกินไป เขาไม่ใช่หมอได้อย่างแน่นอน สิ่งที่พูดออกมาเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเส้าตงลี่
“ดูแลตัวเองก่อนเถอะ ถ้าข้าเดาไม่ผิด ตันเถียนของเจ้าเจ็บปวดราวกับถูกไฟแผดเผา หากปล่อยไว้เช่นนี้ สูงสุดไม่เกินสามปี เจ้าต้องตายอย่างอนาถ”
หลิวอู๋เสียจ้องมองไปที่เส้าตงลี่ด้วยสายตาเย็นชา คำพูดช่างเฉียบขาดนัก
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เส้าตงลี่ก็เซถลาจนเกือบหน้าคะมำ
เขาก็เหมือนกับเหวินลี่ ที่ตันเถียนมีความผิดปกติมาเป็นเวลานาน ทว่าไม่กล้าปริปากพูดออกมา กลัวว่าศัตรูจะรู้เข้า แต่กลับถูกหลิวอู๋เสียพูดออกมาตรง ๆ
คราวนี้ฝูงชนต่างแตกตื่น ทุกคนจ้องมองหลิวอู๋เสียราวกับสัตว์ประหลาด เด็กคนนี้น่าขนลุกเกินไปแล้ว
“เจ้าหนู รีบบอกข้ามาเถอะ ว่าจะรักษาโรคในร่างกายของข้าได้อย่างไร”
เหวินลี่ยิ่งมั่นใจว่าหลิวอู๋เสียไม่ได้พูดเกินจริง ไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่ยังสามารถบอกถึงปัญหาในร่างกายของเส้าตงลี่ได้อีกด้วย นี่เกินขอบเขตของหมอทั่วไป นับเป็นระดับปรมาจารย์เลยทีเดียว
“อยากจะรักษาให้หายขาดมันยาก ข้าสามารถสอนเคล็ดวิชาหนึ่งให้ท่านได้ เป็นเคล็ดวิชาที่ช่วยชะลอความเสียหายของเส้นลมปราณปอดและหัวใจ ท่านอย่าใช้ปราณแท้มากนัก อายุยืนไปอีกหลายสิบปีไม่มีปัญหา”
หลิวอู๋เสียลูบเคราที่เรียบลื่น ควักกระดาษกับพู่กันออกมา เขียนเคล็ดวิชาความยาวหลายร้อยคำ หากฝึกฝนตามเคล็ดวิชานี้ ปัญหาเส้นลมปราณปอดและหัวใจก็จะคลี่คลายได้
ด้วยความสามารถของหลิวอู๋เสีย สามารถกำจัดโรคร้ายในร่างกายของเหวินลี่ให้หายขาด
แต่จะไปช่วยเขาทำไมกัน เมื่อครู่นี้ยังขู่จะฆ่าตนอยู่เลย ช่วยเขาขจัดอาการบาดเจ็บในร่างกายก็มากพอแล้ว
เหวินลี่เพียงคนเดียวไม่อาจฆ่าเขาได้ แต่หากทุกคนร่วมมือกันโจมตี ผลลัพธ์ก็อาจไม่เป็นเช่นนั้น
การบีบให้เหวินลี่จากไป เท่ากับคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าลงมือโดยปริยาย กลยุทธ์ของหลิวอู๋เสียครั้งนี้ เปรียบเสมือนการดึงฟืนออกจากใต้ก้นหม้อ ทำลายพันธมิตรระหว่างพวกเขาลง
เหวินลี่รับเคล็ดวิชาที่หลิวอู๋เสียเขียนให้ มองดูครู่หนึ่ง มือทั้งสองข้างสั่นเทาเล็กน้อย ทุกตัวอักษรราวกับเสียงสวรรค์กระทบร่างกาย ยังไม่ทันได้ฝึกฝน เส้นลมปราณปอดและหัวใจก็สั่นไหวราวกับถูกเรียกหา เริ่มทำงานด้วยตัวเอง
เพียงแค่ไม่กี่ร้อยคำ เหวินลี่ก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ฝึกฝนตามเคล็ดวิชาครบหนึ่งรอบ เส้นลมปราณปอดและหัวใจก็รู้สึกอบอุ่น ร่างกายสบายขึ้นมาก
หลายปีมานี้ เขาต้องทนทุกข์ทรมานจากเส้นลมปราณปอดและหัวใจ ทุกครั้งที่ต่อสู้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส ความรู้สึกฉีกขาดที่ส่งมาจากสองจุดนี้ทำให้เขาเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ในที่สุดก็ได้รับการแก้ไขแล้ว
“น้องชาย เมื่อครู่นี้ข้าผิดไปแล้ว ขออภัยด้วย หากมีโอกาส เชิญมาเป็นแขกที่ตระกูลเหวินของข้าได้”
เหวินลี่พูดคำไหนคำนั้น เขากำหมัดคำนับหลิวอู๋เสีย แล้วหันหลังเดินจากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
หากไม่พบกับหลิวอู๋เสีย อีกหนึ่งเดือนเขาคงต้องตาย
คนที่เหลืออีกสามสิบเอ็ดคนมองหน้ากันเลิกลัก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะคิดจะลงมือกับหลิวอู๋เสียต่อไปหรือไม่?
แม้แต่เหวินลี่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะหลิวอู๋เสียได้ หากพวกเขาลงมือก็มีแต่จะตายเปล่า
สองสามีภรรยาเฉินยวี่เซิงเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้แล้ว ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด พวกเขาทั้งสองยอมสละชีวิตเพื่อช่วยหลิวอู๋เสียให้หนีไป
ใครจะคาดคิดว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้ หลิวอู๋เสียใช้เพียงคำพูดไม่กี่คำก็ยุติสงครามครั้งใหญ่ได้
เมื่อไม่มีเหวินลี่อยู่ตรงนั้น ทั้งคู่ก็เบาใจลง
“พวกเจ้ายังจะลงมืออีกหรือไม่”
หลิวอู๋เสียมองไปที่ผู้คนที่เหลือด้วยสีหน้าเยาะเย้ย หากไม่รังเกียจ เขาจะฆ่าคนเหล่านี้ทั้งหมด ยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกมากมายขนาดนี้… เขาต้องร่ำรวยแน่
หินวิญญาณกว่าหมื่นก้อนที่ปล้นมาถูกใช้ไปเกือบครึ่งหนึ่งภายในเวลาไม่กี่วัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานก็คงจะหมดเกลี้ยง
“เจ้าหนู อย่ากำเริบนัก ข่าวที่เจ้าได้รับไข่มุกวิญญาณอัคคีจะต้องแพร่ออกไปในไม่ช้า”
ยังคงมีบางคนที่ไม่ยอมแพ้ วันนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิวอู๋เสีย พวกเขาจะเชิญยอดฝีมือคนอื่น ๆ มา การขัดเกลาไข่มุกวิญญาณอัคคีไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในวันสองวัน ขอเพียงฉวยโอกาสตอนที่หลิวอู๋เสียยังขัดเกลาไม่เสร็จ พวกเขาย่อมมีสิทธิ์แย่งชิง
– โปรดติดตามตอนต่อไป –