ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 195 กระดาษยันต์ระดับห้า
เรื่องที่ทำให้หอตันเป่าต้องลำบากใจเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเป็นแน่
หอตันเป่าไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ต้าเยี่ยน แต่ขึ้นตรงกับสำนักเทียนเป่า ซึ่งเป็นสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพ
ราชวงศ์ต้าเยี่ยนเป็นเพียงโลกมนุษย์ธรรมดา ในสายตาของสำนักเทียนเป่า พวกเขาเปรียบได้กับมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น
หลิวอู๋เสียต้องการกลับไปยังพิภพเซียนโดยเร็วที่สุด เท่ากับเป็นการหนีห่างจากโลกมนุษย์ เข้าสู่โลกที่แท้จริง เพื่อที่จะทะยานขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว
มู่เยว่อิ่งลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม นางหยิบขวดกระเบื้องเคลือบออกมาจากอกเสื้อ แล้ววางลงตรงหน้าของหลิวอู๋เสีย
“เจ้าลองดูโอสถเม็ดนี้สิ”
หลังจากวางโอสถลงบนโต๊ะแล้ว นางก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งข้าง ๆ หลิวอู๋เสีย คิ้วเรียวยาวคลายออกอย่างช้า ๆ นางยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ
หลิวอู๋เสียเปิดขวดกระเบื้องเคลือบ แล้วเทโอสถสีเทาอมน้ำตาลออกมาเม็ดหนึ่ง นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบเห็นโอสถที่มีสีเช่นนี้
“นี่ไม่ใช่โอสถที่หอตันเป่าหลอมขึ้น”
หลิวอู๋เสียเคยเห็นโอสถที่วางขายในหอตันเป่ามาเกือบทั้งหมด เขายังไม่เคยเห็นโอสถเม็ดนี้มาก่อน
“นี่เป็นโอสถที่หอซิงอวิ๋นเพิ่งวางขายเมื่อไม่นานมานี้ ราคาไม่แพง แถมสรรพคุณโอสถก็ไม่เลวเลยทีเดียว ตอนนี้ขายดีกว่าโอสถวิญญาณทองคำของพวกเราเสียอีก”
หนึ่งเดือนก่อน โอสถวิญญาณทองคำของปี้กงอวี่เริ่มวางขายในเมืองหลวงแล้ว ช่วงแรก ๆ ได้รับความนิยมอย่างมาก แถมราคาก็ไม่แพงอีกด้วย
เวลาผ่านไปเพียงสิบกว่าวัน พวกหอซิงอวิ๋นได้เปิดตัวโอสถชนิดหนึ่งซึ่งเหนือกว่าโอสถวิญญาณทองคำ
“หอตันเป่าครองตลาดโอสถในเมืองหลวงถึงเจ็ดส่วน พวกหอซิงอวิ๋นเพิ่งยึดครองตลาดได้เพียงสองส่วนเท่านั้น จะเป็นภัยคุกคามต่อหอตันเป่าได้อย่างไร?”
หลิวอู๋เสียวางโอสถลง ส่วนประกอบและวิธีการหลอมโอสถอยู่ในใจของเขาเกือบทั้งหมด เพียงแต่สงสัยว่าหอซิงอวิ๋นเล็ก ๆ แห่งนี้จะไล่ตามหอตันเป่าได้อย่างไร
“เจ้ารู้ที่มาของหอซิงอวิ๋นหรือไม่?”
มู่เยว่อิ่งวางถ้วยชาลงพลางมองไปที่หลิวอู๋เสีย ดวงตาเผยความชื่นชมออกมาเล็กน้อย
หลิวอู๋เสียไม่ค่อยรู้โครงสร้างของมหาทวีปเจินอู่ เขาจึงส่ายหน้า ไม่รู้ที่มาของหอซิงอวิ๋น เขาจึงส่งสัญญาณให้มู่เยว่อิ่งพูดต่อ
“มหาทวีปเจินอู่แบ่งออกเป็นสี่ส่วน ได้แก่ เขตตะวันออก เขตตะวันตก เขตใต้และเขตเหนือ ส่วนอาณาจักรต้าเยี่ยนเป็นเพียงราชวงศ์เล็ก ๆ ในเขตโลกิยะของเขตใต้ เมื่อหนึ่งปีก่อน ข้าถูกส่งตัวมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อจัดการหอตันเป่า”
หลังจากที่มู่เยว่อิ่งพูดจบ นางก็หยุดไปครู่หนึ่ง ข้อมูลเหล่านี้สำคัญต่อหลิวอู๋เสียมาก ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องออกจากราชวงศ์ต้าเยี่ยน
“เจ้าหมายความว่าหอซิงอวิ๋นเป็นของสำนักนิกายอื่นงั้นรึ?”
หลิวอู๋เสียจับใจความในคำพูดของมู่เยว่อิ่งได้ เป็นไปได้มากว่ามีบุคคลสำคัญปรากฏตัวขึ้นในหอซิงอวิ๋น จึงแซงหน้าหอตันเป่าได้ในเวลาอันสั้น
“ในเขตใต้มีสิบสำนักใหญ่ สำนักเทียนเป่าของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น ในแง่ของการหลอมโอสถ สำนักเทียนเป่าของเราอยู่ในอันดับหนึ่ง ในแง่วิถียุทธ์ สำนักเทียนเป่าของเราอยู่ในห้าอันดับแรก เรียกได้ว่าเป็นสำนักใหญ่ชั้นนำ นอกจากสำนักเทียนเป่าของเราแล้ว ยังมีสำนักหลอมโอสถอีกแห่งหนึ่งที่เป็นปรปักษ์กับสำนักเทียนเป่าของเรามาหลายชั่วอายุคน”
มู่เยว่อิ่งพูดอย่างช้า ๆ ไม่คิดว่าเขตใต้จะใหญ่ขนาดนี้ ราชวงศ์ต้าเยี่ยนเป็นเพียงจุดเล็ก
“เล่าต่อเถอะ!”
หลิวอู๋เสียครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากย่อยข้อมูลเหล่านี้แล้ว จึงปล่อยให้นางเล่าต่อ
“ราชวงศ์ต้าเยี่ยนไม่สามารถกักขังเจ้าได้ตลอดไปหรอก ข้อมูลเหล่านี้เจ้าจะค่อย ๆ รู้เองในภายหลัง ตอนนี้ข้าจะเล่าเรื่องหอซิงอวิ๋นให้ฟัง พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสำนักชิงหง ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสำนักใหญ่เช่นกัน ทักษะหลอมโอสถของพวกเขาไม่ด้อยไปกว่าหอตันเป่าของเราเลย เมื่อเดือนที่แล้ว มีปรมาจารย์หลอมโอสถที่แข็งแกร่งคนหนึ่งมาที่หอซิงอวิ๋น เขาได้หลอมโอสถออกมาเป็นจำนวนมาก ภายในเวลาเพียงสิบกว่าวัน ก็แย่งธุรกิจของหอตันเป่าของเราไปถึงห้าส่วน”
สำนักใหญ่เหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่ายมหาศาลในแต่ละวัน พวกเขาจึงจำเป็นต้องมีสาขาย่อยจำนวนมากเพื่อหาหินวิญญาณมาหล่อเลี้ยง ส่งกลับไปยังสำนัก และสนับสนุนการฝึกฝนของศิษย์
หอตันเป่าจึงเป็นเครื่องมือในการรวบรวมทรัพย์สินที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ในแต่ละปีจะส่งทรัพยากรจำนวนมากไปยังสำนักเทียนเป่า
หลิวอู๋เสียในฐานะที่เคยเป็นถึงจักรพรรดิเซียน ปัญหาเหล่านี้เพียงแค่คิดก็เข้าใจได้ทันที
ไม่แปลกใจเลยที่ตอนที่เข้ามา หอตันเป่าถึงเงียบเชียบเช่นนี้ ที่แท้ก็เพราะธุรกิจถูกหอซิงอวิ๋นแย่งชิงไปหมดแล้ว
“หอตันเป่าครอบครองตลาดโอสถของราชวงศ์ต้าเยี่ยนมานานกว่าสิบปีแล้ว หอซิงอวิ๋นไม่เคยมีความเคลื่อนไหวใด ๆ เหตุใดจู่ ๆ ถึงส่งคนมาที่นี่”
นับตั้งแต่หลิวอู๋เสียจำความได้ หอตันเป่าก็หยั่งรากลึกอยู่ในราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้ว หอซิงอวิ๋นแทบจะไม่มีตัวตนอยู่เลย การปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ช่างน่าประหลาดนัก
“ราชวงศ์ต้าเยี่ยนใกล้ถึงจุดจบแล้ว หอตันเป่าของเราก็ให้การสนับสนุนราชวงศ์ต้าเยี่ยนมาโดยตลอด การผงาดขึ้นอย่างลึกลับของหอซิงอวิ๋น ข้าสงสัยว่าต้องมีคนจงใจทำเช่นนี้แน่ ๆ จุดประสงค์ก็เพื่อต่อต้านหอตันเป่า ตัดการสนับสนุนราชวงศ์”
มู่เยว่อิ่งนัยน์ตาฉายแววจิตสังหารออกมา
“อ๋องยงเสียนมาหาเจ้าหรือ?”
หลิวอู๋เสียหันศีรษะไปมองมู่เยว่อิ่ง นางจ้องมองหลิวอู๋เสียราวกับเห็นผี ดวงตาคู่งามฉายแววไม่อยากจะเชื่อ
“เจ้าอายุสิบแปดปีจริงหรือ?”
หลิวอู๋เสียเดาได้เจ็ดแปดส่วนจากคำพูดของมู่เยว่อิ่ง
บางครั้งมู่เยว่อิ่งถึงกับสงสัยว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านางนั้นไม่ใช่เด็กหนุ่ม แต่เป็นสัตว์ประหลาดโบราณที่อยู่มานานนับไม่ถ้วน
“ไม่ผิดแน่!”
อายุไม่สามารถปลอมแปลงได้ อายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น
“เดือนที่แล้ว อ๋องยงเสียนมาหาข้า เขาหวังว่าหอตันเป่าของเราจะจัดหาโอสถให้พวกเขาได้เดือนละห้าพันเม็ด แต่ข้าปฏิเสธ”
เมื่อหลิวอู๋เสียเดาได้แล้ว มู่เยว่อิ่งจึงไม่ปิดบังอีกต่อไป และเล่าเรื่องที่อ๋องยงเสียนมาหานางอย่างละเอียด
โดยพื้นฐานแล้ว โอสถที่หอตันเป่าขายได้ในแต่ละเดือนอยู่ระหว่างห้าพันถึงเจ็ดพันเม็ด การมอบโอสถห้าพันเม็ดให้กับอ๋องยงเสียนในคราวเดียว หมายความว่าผู้ฝึกตนทั่วไปไม่อาจซื้อโอสถจากหอตันเป่าได้
หอตันเป่าขายโอสถเป็นหลัก ส่วนจะขายให้ใครนั้นไม่สำคัญ เนื่องจากอ๋องยงเสียนต้องการห้าพันเม็ดในคราวเดียว นี่น่าจะเป็นเรื่องดี
“เหตุผลล่ะ?” หลิวอู๋เสียถาม
ต้องมีเหตุผลที่ปฏิเสธแน่
“เขาต้องการให้เราหลอมโอสถเกราะมืด!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ มู่เยว่อิ่งก็โกรธขึ้นมาทันที
หลิวอู๋เสียเงียบไป ถ้าเป็นเขาก็จะปฏิเสธเช่นกัน
โอสถเกราะมืดเป็นโอสถต้องห้าม ส่วนใหญ่ใช้เลี้ยงดูองครักษ์เงา การกลืนโอสถชนิดนี้จะทำให้สติสัมปชัญญะค่อย ๆ หายไป กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร ที่น่ากลัวที่สุดคือพวกเขาไม่กลัวตาย แม้แต่การตัดหัวก็ฆ่าพวกเขาไม่ได้
วิธีการหลอมโอสถเกราะมืดนั้นสูญหายไปนานแล้ว อ๋องยงเสียนได้วิธีการหลอมมาจากที่ใด
เดือนละห้าพันเม็ด หมายความว่าอ๋องยงเสียนมีองครักษ์เงาห้าพันคน เพียงแค่คิด หลิวอู๋เสียก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่ฆ่าไม่ตาย แม้จะมีความสามารถมากมายเพียงใด ในที่สุดก็จะหมดแรงและตาย
ราชวงศ์ต้าเยี่ยนควบคุมทัพศิลาทลายที่แข็งแกร่ง อ๋องยงเสียนต้องการก่อกบฏ ในไม่ช้าก็ต้องสู้รบกับทัพศิลาทลาย เหล่าองครักษ์เงาจึงกลายเป็นกองทัพหลักในมือของเขา
“เจ้าปฏิเสธอ๋องยงเสียน ไม่นานนักหอซิงอวิ๋นก็ผงาดขึ้น เจ้าจึงสงสัยว่าการที่จู่ ๆ มียอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นในหอซิงอวิ๋น เป็นเพราะอ๋องยงเสียนอยู่เบื้องหลัง”
เรื่องราวโดยพื้นฐานแล้วกระจ่างชัด หอตันเป่าปฏิเสธการชักชวนของอ๋องยงเสียน ไม่ยอมมอบโอสถเกราะมืดให้
อ๋องยงเสียนเลี้ยงดูองครักษ์เงาไว้เป็นจำนวนมาก ทุกเดือนต้องใช้โอสถเกราะมืดเพื่อยืดชีวิต มีเพียงหอตันเป่าเท่านั้นที่สนองความต้องการของเขาได้ นอกจากหอตันเป่าแล้วก็มีเพียงหอซิงอวิ๋น
“พูดเรื่องสำคัญก่อนเถอะ เจ้ามองเห็นความลึกลับของโอสถเม็ดนี้หรือไม่ ตอนนี้ผู้ฝึกตนทุกคนในเมืองหลวงต่างก็หลงใหลในโอสถเม็ดนี้จนถึงขั้นบ้าคลั่ง”
อ๋องยงเสียนยังไม่กล้าทำอะไรหอตันเป่า เขาเป็นแค่คนธรรมดาในสายตาของสำนักเทียนเป่าแล้ว แม้แต่มดปลวกยังเทียบไม่ติด
สิ่งเดียวที่ทำให้นางกังวลคือหอซิงอวิ๋น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ตลาดโอสถของหอตันเป่าจะหายไปโดยสิ้นเชิง นางกลับไปที่สำนักเทียนเป่าก็ไม่รู้จะอธิบายกับเบื้องบนอย่างไร
ช่วงนี้ได้พูดคุยกับปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่าหลายครั้ง พวกเขาหาทางแก้ไขไม่ได้ โอสถเม็ดนี้ดูธรรมดา แต่สรรพคุณโอสถรุนแรงมาก โอสถวิญญาณทองคำยังเทียบไม่ติด
“นี่เรียกว่าโอสถมายาโลหิต ภายในมีส่วนผสมของดอกเถาอสูรอสรพิษ กินเข้าไปแล้วจะเสพติด หากหยุดกินไปสองสามวัน ร่างกายจะรู้สึกไม่สบาย ส่วนสรรพคุณนั้น ส่วนใหญ่เป็นพลังของดอกเถาอสูรอสรพิษ กระตุ้นหลอดเลือดในร่างกาย ทำให้รู้สึกว่าสรรพคุณรุนแรง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เส้นเลือดจะถูกกัดกร่อนทีละน้อย กลายเป็นเปราะบาง”
หลิวอู๋เสียหยิบโอสถสีเทาน้ำตาลขึ้นมา วิเคราะห์ส่วนผสมภายในผ่านม่านตาภูต
ดวงตาของมู่เยว่อิ่งเปล่งประกาย ปัญหาที่รบกวนพวกเขามาหนึ่งเดือน ในที่สุดก็คลี่คลายลงอย่างง่ายดาย
การจะหาทางแก้ไขปัญหานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย วิธีที่จะทำให้เหล่าผู้ฝึกตนรู้ว่าโอสถชนิดนี้มีพิษ หากกินมากเกินไปไม่เพียงไร้ประโยชน์ แต่ยังเป็นอันตรายถึงชีวิตอีกด้วย
หอซิงอวิ๋นมักไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา พวกเขาต้องการเพียงแค่ผลลัพธ์เท่านั้น สำหรับพวกเขาแล้ว มนุษย์ธรรมดาล้วนไร้ค่าไม่ต่างอะไรจากมดปลวก
“หลิวอู๋เสีย เจ้าพอจะมีวิธีหยุดยั้งหอซิงอวิ๋นไม่ให้หลอมโอสถชนิดนี้ต่อไปได้หรือไม่ สิ่งที่ข้ากังวลไม่ใช่เรื่องผลกำไรของหอตันเป่า แต่เป็นผู้คนจำนวนมากที่กินโอสถนี้เข้าไปทุกวัน เกรงว่าจะเกิดหายนะขึ้น”
มู่เยว่อิ่งขมวดคิ้วมุ่น นางไม่ได้กังวลแค่เรื่องของหอตันเป่าเท่านั้น แต่เป็นเรื่องเป็นตายของผู้คนนับไม่ถ้วน
“วิธีแก้ไขนั้นง่ายมาก!”
หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มลึกลับ เขาไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่หยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่งแล้วเขียนวิธีแก้ไขลงไป
หลังจากรับวิธีแก้ไขที่หลิวอู๋เสียเขียนขึ้น มู่เยว่อิ่งส่งสายตายั่วยวนให้เขา “พี่สาวอายุมากแล้ว ถ้าอายุยังน้อยกว่านี้สักหน่อย พี่สาวต้องหลงรักเจ้าหัวปักหัวปำแน่ ๆ”
มู่เยว่อิ่งเก็บวิธีแก้ไขไว้อย่างระมัดระวัง นางอารมณ์ดีขึ้นมาก
“แม่นางมู่ ข้าต้องการส่วนผสมบางอย่าง”
ปัญหาของหอตันเป่าจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่หลิวอู๋เสียยังไม่ได้แก้ไขปัญหาของตน
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าสามารถใช้ป้ายหยกอันนี้เข้าออกคลังสมุนไพรของหอตันเป่าได้อย่างอิสระ สมุนไพรทั้งหมดในนั้น เจ้าอยากได้เท่าไหร่ก็เอาไปได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตข้า”
มู่เยว่อิ่งหยิบป้ายหยกออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วโยนไปที่หน้าหลิวอู๋เสีย
ใจกว้างจริง ๆ!
อยากได้เท่าไหร่ก็ได้ แม้แต่จะขนคลังสมุนไพรไปจนหมดก็ไม่มีปัญหา ยังไม่เคยมีใครได้รับสิทธิพิเศษขนาดนี้มาก่อนนับตั้งแต่ก่อตั้งหอตันเป่า หลิวอู๋เสียถือเป็นคนแรก
“ขอบคุณแม่นางมู่”
หลิวอู๋เสียรับป้ายหยกไว้ ตอนนี้เขาต้องการสมุนไพรวิญญาณจำนวนมากจริง ๆ และมีเพียงหอตันเป่าเท่านั้นที่จัดหาให้เขาได้
“อย่าเรียกข้าว่าแม่นางมู่เลย ฟังดูห่างเหินเกินไป ต่อไปนี้เรียกข้าว่าพี่สาวมู่ก็พอ เจ้ายังมีข้อเรียกร้องอะไรอีกหรือไม่ บอกมาพร้อมกันเลย”
มู่เยว่อิ่งอารมณ์ดียิ่ง ปัญหาใหญ่ที่รบกวนนางมาตลอดหนึ่งเดือนได้รับการแก้ไขแล้ว นางจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่ทราบว่าพี่สาวมู่พอจะช่วยข้าหากระดาษยันต์ระดับห้าได้หรือไม่!”
หลิวอู๋เสียลดเสียงต่ำลง การแกะสลักยันต์จำเป็นต้องใช้กระดาษยันต์ชนิดพิเศษ ซึ่งก็มีระดับเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการแกะสลักยันต์ระดับสาม ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้กระดาษยันต์ระดับหนึ่ง
วัตถุดิบมีจำกัด การจะกลั่นกระดาษยันต์ภายในยี่สิบวันนั้นเป็นเรื่องยากเกินไป วิธีที่ดีที่สุดคือการซื้อแบบสำเร็จรูปโดยตรง เขาแค่รับผิดชอบแกะสลักยันต์เท่านั้น
การใช้กำลังอย่างเดียวคงกำจัดฉินลี่ได้ยาก วิธีเดียวคือต้องอาศัยยันต์
ไม่เหมาะที่จะวางกับดักบนเวทีประลอง ยิ่งไปกว่านั้น ฉินลี่คงไม่มอบโอกาสให้เขาวางกับดักแน่ ๆ
วิธีเดียวที่เหลืออยู่คือยันต์เท่านั้น
“หากอยู่ที่สำนักเทียนเป่า กระดาษยันต์ระดับห้าคงมีอยู่ทั่วไปราวกับผักปลา แต่ถ้าเป็นราชวงศ์ต้าเยี่ยนถือว่าเป็นของหายาก ระดับสี่ข้าพอมีอยู่บ้าง แต่ระดับห้าอาจจะลำบากหน่อย”
มู่เยว่อิ่งไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่กำลังครุ่นคิดหาวิธีช่วยหลิวอู๋เสียอยู่
– โปรดติดตามตอนต่อไป –