ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 197 หลอมสิบเตาพร้อมกัน
ทันทีที่หลิวอู๋เสียพูดจบ ทั้งปรมาจารย์เม่าและผู้อาวุโสเวินเกือบจะล้มคะมำลงไป
“ฮ่า ๆ ข้าไม่เคยพบเจอคนโอหังเช่นนี้มาก่อน วันนี้ได้เปิดหูเปิดตาเสียจริง”
ผู้อาวุโสเวินเยาะเย้ยถากถาง เขาโกรธจนระเบิดออกมา ราวกับวัวบ้าที่โกรธจัด อยากจะโยนหลิวอู๋เสียออกไปจากคลังสมุนไพรเสียเดี๋ยวนั้น
อาศัยป้ายหยกที่คุณหนูใหญ่ให้ กลับมาทำตามใจในนี้ แล้วยังพูดจาโอ้อวดอีก เขาไม่อาจทนได้อีกต่อไป
“อู๋เสีย อย่าพูดจาเหลวไหล!”
ปรมาจารย์เม่าร้อนใจยิ่งนัก หอตันเป่ายังพอสูญเสียหินวิญญาณสองหมื่นก้อนได้
หลิวอู๋เสียโบกมืออย่างเบื่อหน่าย ไม่อยากต่อล้อต่อกับพวกเขา เดินตรงไปข้างหน้า หากไม่มีสมุนไพรวิญญาณระดับห้า การหลอมโอสถระดับห้าคงต้องล้มเลิก การทะลวงระดับพลังชำระวิญญาณขั้นเจ็ดก็ยังคงเป็นเรื่องไกลตัว
วิชาม่านตาภูตทะลุผ่านชั้นวางสมุนไพรนับไม่ถ้วน ทันใดนั้นสายตาก็หยุดลงที่ชั้นวางสมุนไพรวิญญาณระดับสาม ดวงตากระตุกเล็กน้อย
หลิวอู๋เสียเร่งฝีเท้าผ่านชั้นวางสมุนไพรวิญญาณระดับสี่ สมุนไพรวิญญาณระดับสามกินพื้นที่กว้างขวางมาก มีสมุนไพรมากมายหลายหมื่นต้นกองสูงราวกับภูเขา
ทันใดนั้นหลิวอู๋เสียก็กวาดสมุนไพรวิญญาณระดับสามร่วงหล่นลงบนพื้น ไม่รู้ว่ากำลังหาอะไรอยู่
ปรมาจารย์เม่ามีสีหน้าฉงน ส่วนผู้อาวุโสเวินกลับหัวเราะเยาะ รอดูหลิวอู๋เสียขายหน้า เดี๋ยวเขาจะไปฟ้องคุณหนูใหญ่
“เจอแล้ว!”
หลิวอู๋เสียพบสมุนไพรต้นหนึ่งที่กำลังจะเหี่ยวเฉาจากกองสมุนไพรมากมาย มีใบเหลืออยู่เพียงไม่กี่ใบ ไม่สะดุดตา ราวกับยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่
“นี่มันไม่ใช่หญ้าชิงจื่อหรอกหรือ?”
ปรมาจารย์เม่าจำได้ทันที สมุนไพรชนิดนี้ไม่ใช่ของหายาก สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เป็นเพียงสมุนไพรระดับสามทั่วไป
“หญ้าชิงจื่อ?” หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มที่มุมปาก ริมฝีปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย
“อู๋เสีย นี่ไม่ใช่หญ้าชิงจื่อหรือ?” ปรมาจารย์เม่าเองก็ไม่แน่ใจ จึงถามด้วยน้ำเสียงเบา ๆ
“รากของหญ้าชิงจื่อมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม บริเวณรากจะมีสีแดง ท่านลองดูสมุนไพรต้นนี้สิ”
หลิวอู๋เสียยื่นสมุนไพรในมือให้ปรมาจารย์เม่าดูใกล้ ๆ
เมื่อมองจากภายนอก สมุนไพรต้นนี้มีความคล้ายคลึงกับหญ้าชิงจื่อถึงเก้าส่วน รู้สึกว่ามีบางอย่างที่แตกต่างจากหญ้าชิงจื่อ แต่ก็บอกไม่ได้ว่าคืออะไร
“เจ้าพูดถูก รากของหญ้าชิงจื่อมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม บริเวณรากมีสีแดง หากไม่สังเกตให้ดีก็แยกไม่ออก สมุนไพรต้นนี้บริเวณรากค่อนข้างกลม บริเวณรากมีสีเหลืองอ่อน”
หลังจากที่หลิวอู๋เสียเตือน ปรมาจารย์เม่าก็รู้สึกตกใจ นี่มัน… ไม่ใช่หญ้าชิงจื่อจริง ๆ หรือ?
“เจ้าหนู อย่าพูดเหลวไหล นี่คือหญ้าชิงจื่อ วันนี้เพิ่งมาใหม่ ราคาถูกมาก”
ผู้อาวุโสเวินเยาะเย้ยอย่างเย็นชา ทำสีหน้าเจ็บปวดหัวใจ หัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่า แม้แต่สมุนไพรวิญญาณยังจำผิด ต้องรีบรายงานคุณหนูใหญ่เพื่อเปิดโปงคนตีสองหน้าคนนี้
“ยังมีอีกไหม?”
หลิวอู๋เสียไม่ได้อธิบาย เขาจับใจความสำคัญในคำพูดของผู้อาวุโสเวินได้ หนึ่งต้นไม่สามารถหลอมโอสถระดับห้าได้ หากมีปริมาณมากพอก็น่าจะได้
หากนำไปหลอมรวมกับสมุนไพรวิญญาณระดับสี่ โอสถระดับห้าคงไม่ไกลเกินเอื้อม
“อยู่ตรงนั้น เพิ่งมาใหม่สด ๆ ร้อน ๆ”
ตรงทางเข้าประตูยังมีสมุนไพรวิญญาณกองใหม่อยู่กองหนึ่ง เพิ่งขนส่งมาถึงไม่นาน ผู้อาวุโสเวินยังไม่ทันได้จัดเรียง หลิวอู๋เสียกับปรมาจารย์เม่าก็มาถึงพอดี
สามก้าวควบเป็นสองก้าว หลิวอู๋เสียยืนอยู่หน้ากองสมุนไพร ก่อนจะกระตุ้นม่านตาภูตออกมา ทะลุผ่านชั้นสมุนไพรทีละชั้นอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าเขาก็พบสมุนไพรห้าต้นที่เหมือนกับในมือ
“นี่มันไม่ใช่หญ้าชิงจื่อหรอกรึ!”
ปรมาจารย์เม่าตกตะลึง สมุนไพรที่สดใหม่ รากและเส้นรากยังไม่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพียงแค่มองแวบเดียวก็สามารถรู้ได้ทันทีว่านี่คือหญ้าชิงจื่อ
“พวกท่านควรจะมีตำราสมุนไพรติดตัวกันมารึเปล่า!”
ตำราจำพวกตำราร้อยสมุนไพร ปรมาจารย์หลอมโอสถอย่างพวกเขาต้องพกติดตัวมาด้วยเสมอ ขอเพียงแค่เปรียบเทียบดูก็รู้ได้ทันที
ปรมาจารย์เม่าหยิบตำราสมุนไพรออกมาจากถุงเก็บของ จากนั้นก็รีบค้นหาหน้าของหญ้าชิงจื่ออย่างรวดเร็ว บนนั้นวาดภาพสมุนไพรเอาไว้ ซึ่งเหมือนกับที่หลิวอู๋เสียถืออยู่ในมือแทบจะไม่ผิดเพี้ยน
“แปลก ทำไมหญ้าชิงจื่อต้นนี้ถึงดูแตกต่างจากภาพที่วาดไว้ในนี้เล็กน้อย?”
ปรมาจารย์เม่าตกตะลึง เขาเทียบเคียงอยู่นาน ขนาดก็ใกล้เคียงกัน รูปร่างก็คล้ายกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว เหมือนพี่น้องฝาแฝด มองแวบแรกก็เหมือนกัน แต่พอดูอย่างละเอียดแล้ว บางจุดก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง
“อู๋เสีย เจ้าอย่าอุบเงียบอยู่เลย นี่มันสมุนไพรอะไรกันแน่?”
ปรมาจารย์เม่าทั้งเกาหูเกาหัว เขาอายุขนาดนี้แล้วกลับจำหญ้าชิงจื่อผิด คงได้กลายเป็นตัวตลกเป็นแน่
ผู้อาวุโสเวินที่ยืนอยู่ด้านข้างแสดงสีหน้าดูถูก คิดว่าหลิวอู๋เสียกำลังทำเรื่องลึกลับซับซ้อน นี่มันแค่หญ้าชิงจื่อชัด ๆ
เขาคือผู้ดูแลคลังสมุนไพร สมุนไพรที่เข้ามาทุกวันก็เป็นหน้าที่ของเขาดูแลจัดการ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น เขาต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
“นี่เรียกว่าหญ้าหนวดมังกร ใช้เวลาสิบปีถึงจะเติบโตเต็มที่ พวกนี้มีอายุเกินห้าสิบปีแล้ว สรรพคุณโอสถเทียบสมุนไพรวิญญาณร้อยปีไม่ได้ แต่ก็ไม่น้อยหน้า”
ทันทีที่หลิวอู๋เสียพูดจบ ผู้อาวุโสเวินก็เกือบหน้าคว่ำลงไปกองกับพื้น
หญ้าหนวดมังกรคือสมุนไพรวิญญาณระดับห้า มีมูลค่ามหาศาล เขากลับเอาสมุนไพรวิญญาณระดับห้าปะปนกับระดับสาม ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก เป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้า
“เวินเฒ่า รีบไปหาตำราสมุนไพรระดับห้ามาเร็วเข้า!”
ปรมาจารย์เม่าพูดพลางถือตำราร้อยสมุนไพรเอาไว้ ในตำราไม่มีบันทึกเกี่ยวกับสมุนไพรระดับห้า จึงไม่อาจเปรียบเทียบได้ เขารีบเร่งรัดให้ผู้อาวุโสเวินรีบไปหา
ผู้อาวุโสเวินหยิบตำราเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งออกมาจากตู้เหล็กที่ปิดตายไว้นาน เขาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ในที่สุดก็พบหน้าของหญ้าหนวดมังกร
พอได้เห็นก็ต้องตกใจ มันเหมือนกับสมุนไพรที่อยู่ในมือของหลิวอู๋เสียทุกประการ
“เป็นไปได้ยังไง… นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
เหงื่อเย็นไหลซึมออกมาจากหน้าผากของผู้อาวุโสเวิน เขาทำผิดพลาดครั้งใหญ่แล้ว
ปรมาจารย์เม่าเองก็รู้สึกตกตะลึง สมุนไพรระดับห้านั้นมีมูลค่าสูงมาก แม้แต่พวกเขาก็ไม่สามารถนำมาหลอมโอสถได้ หากนำไปขายย่อมทำกำกำไรมหาศาล!
“ผู้อาวุโสเวิน ท่านได้สมุนไพรพวกนี้มาจากไหนหรือ?” หลิวอู๋เสียถาม
หญ้าหนวดมังกรเหล่านี้จะต้องถูกเก็บมาจากที่ใดที่หนึ่งอย่างแน่นอน และคนที่เก็บมันมาคงคิดว่ามันคือหญ้าชิงจื่อ จึงขายให้กับหอตันเป่า
“พวกมันถูกขนส่งมาจากเทือกเขาซีเหลียง พวกนักรบรับจ้างกลุ่มหนึ่งเก็บมันมาได้โดยบังเอิญ”
ผู้อาวุโสเวินเหงื่อตก รายงานตามความเป็นจริง เมื่อนึกถึงคำพูดที่เยาะเย้ยหลิวอู๋เสียก่อนหน้านี้ เขาก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าว ๆ
“น่าเสียดายจริง ๆ!”
เหล่านักรบรับจ้างมักจะเข้าออกเทือกเขามาโดยตลอด พวกเขาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ข้างนอกเพื่อล่าสัตว์อสูรและหาทรัพยากร เป็นเรื่องยากที่จะตามหาพวกเขา
ยิ่งไปกว่านั้น สภาพแวดล้อมที่หญ้าหนวดมังกรเติบโตค่อนข้างจำเพาะ ตอนนี้ถูกเก็บมามากขนาดนี้ คงจะสูญพันธุ์ไปแล้ว
หลิวอู๋เสียเก็บหญ้าหนวดมังกรทั้งหมดเข้าไปในถุงเก็บของ เขาไม่ได้คิดจะขาย เพราะมันเกี่ยวข้องกับการทะลวงระดับพลังชำระวิญญาณขั้นเจ็ด
ทั้งสองคนไม่ได้ขัดขวาง หากหลิวอู๋เสียไม่พบ พวกเขาก็ยังคงขายมันในฐานะสมุนไพรระดับสามต่อไป
“ปรมาจารย์เม่า รบกวนท่านพาข้าไปที่ห้องหลอมโอสถและเตรียมเตาหลอมโอสถให้ข้าสิบเตา ข้าต้องการหลอมโอสถ”
ในฐานะหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งหอตันเป่า เขาคงอยู่เฉยไม่ได้หรอก
มู่เยว่อิ่งช่วยเหลือเขามานักต่อนัก นับว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจนางครั้งหนึ่ง หากหอตันเป่าเกิดเรื่องขึ้น นางเองก็คงไม่สามารถอธิบายได้เช่นกัน
ที่สำคัญ หลิวอู๋เสียไม่ต้องการติดค้างบุญคุณหอตันเป่า เขากระทำการใดล้วนแต่ตอบแทนบุญคุณความแค้นอย่างชัดเจน
ผู้ใดดีต่อเขา เขาจะตอบแทนบุญคุณสิบเท่า ผู้ใดคิดฆ่าเขา เขาจะเอาคืนพันเท่า
“เจ้า… เจ้าต้องการหลอมโอสถสิบเตาพร้อมกันงั้นรึ?”
ปรมาจารย์เม่าถึงกับพูดตะกุกตะกัก พวกเขาหลอมทีละเตายังแทบแย่ นี่จะหลอมพร้อมกันสิบเตา คิดไม่ถึงจริง ๆ
“ทำตามที่ข้าบอกเถอะ เวลามีจำกัด ข้าจะเริ่มหลอมเดี๋ยวนี้”
อีกห้าวันต้องกลับเมืองชางหลันแล้ว หลิวอู๋เสียไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้
ปรมาจารย์เม่าไม่กล้าชักช้า ทั้งสามคนเดินออกจากคลังสมุนไพร ผู้อาวุโสเวินปิดประตูและเตรียมตัวไปดูด้วยกัน
นับแต่โบราณกาล ยังไม่เคยมีผู้ใดหลอมโอสถสิบเตาพร้อมกันมาก่อน
ซางเหยียน เซิ่งเลี่ยนและปรมาจารย์หลอมโอสถท่านอื่น ๆ กำลังหลอมโอสถอยู่ ปรมาจารย์เม่าก็ส่งข้อความหาพวกเขา บอกให้พวกเขาย้ายเตาหลอมโอสถไปไว้ที่ห้องหลอมโอสถสี่ดาว
ปรมาจารย์หลอมโอสถกว่ายี่สิบคนของหอตันเป่าพากันเดินออกมาด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อรู้ว่าหลิวอู๋เสียต้องการหลอมโอสถสิบเตาพร้อมกัน ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อ บ้างก็มีเยาะเย้ย บ้างก็ไม่พอใจในตำแหน่งหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถของหลิวอู๋เสีย
หลายปีมานี้ เจียงเยว่ได้สร้างสายสัมพันธ์ไว้มากมายในหอตันเป่า หลังจากที่เขาถูกไล่ออกไป หลายคนก็ผูกใจเจ็บหลิวอู๋เสีย คิดว่าการจากไปของเจียงเยว่ล้วนเป็นฝีมือของหลิวอู๋เสีย
ไม่นานนัก เตาหลอมโอสถสิบเตาก็ถูกย้ายมาที่ห้องหลอมโอสถที่ใหญ่ที่สุดของหอตันเป่า ซึ่งเดิมทีเป็นสถานที่หลอมโอสถของปรมาจารย์เม่า
หลิวอู๋เสียก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถ ปรมาจารย์เม่าจึงย้ายไปประจำที่ห้องหลอมโอสถของเจียงเยว่
ยังไม่ทันไร บริเวณหน้าห้องหลอมโอสถก็มีผู้คนมารวมตัวกันมากมาย
“พวกเจ้าได้ยินเรื่องนั้นหรือไม่ หัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถคนใหม่ของหอตันเป่า วันนี้จะทำการหลอมโอสถระดับสี่ สิบเตาพร้อมกัน”
ปรมาจารย์หลอมโอสถสองดาวสองคนกำลังซุบซิบพูดคุยกัน พวกเขาได้รับคำแนะนำจากเจียงเยว่ไม่น้อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตอนที่เจียงเยว่ถูกขับไล่ออกไป ปรมาจารย์หลอมโอสถหลายคนไปหามู่เยว่อิ่งเพื่อขอร้องให้นางยกเลิกคำสั่ง แต่สุดท้ายก็ถูกมู่เยว่อิ่งไล่ออกมาทั้งหมด
“ไร้สาระ ไร้สาระสิ้นดี ต้องให้คุณหนูใหญ่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นแค่คนโอ้อวด ชอบทำตัวเด่น คนแบบนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถของพวกเรา”
หัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถหมายถึงอะไร ก็เหมือนกับตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ปรมาจารย์หลอมโอสถทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขา
สำนักนิกายใหญ่ ๆ หลายแห่งต่างก็มีการจัดตั้งหอโอสถขึ้นมา ผู้ดูแลหอโอสถมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลปรมาจารย์หลอมโอสถที่อยู่เบื้องล่าง ผลิตโอสถออกมาแล้วก็จะทำการแจกจ่ายอย่างเป็นระบบ ตำแหน่งของหลิวอู๋เสียในตอนนี้ถือว่าเป็นรองก็แค่มู่เยว่อิ่งเท่านั้น
“รอดูว่าเขาจะขายหน้าอย่างไร ข้าไม่เชื่อหรอก มนุษย์เรามีแค่สองมือ เขาจะหลอมโอสถสิบเตาพร้อมกันได้อย่างไร พูดเป็นเล่น”
ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเยาะเย้ยถากถางหลิวอู๋เสีย คิดว่าเขานั้นอวดดีเกินไป
ปรมาจารย์หลอมโอสถที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ล้วนมีอายุสามสิบกว่าปีทั้งนั้น หลิวอู๋เสียอายุเท่าไหร่กัน? เด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปี ยังถือว่าเป็นเด็กอมมืออยู่เลย กลับต้องมาเป็นผู้นำของพวกเขา
ปรมาจารย์เม่านั้นมีวัยวุฒิและคุณธรรมสูงส่ง หากเขาได้เป็นหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถ ใครๆ ก็ไม่มีข้อกังขา แต่พอเปลี่ยนเป็นหลิวอู๋เสีย กลับทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่พอใจ
แม้แต่หลายคนก็ยังคงรอคอยให้หลิวอู๋เสียมาถึงหอตันเป่า เพื่อที่จะหาโอกาสเล่นงานเขา
ใครจะไปรู้ว่าหลิวอู๋เสียไม่ได้กลับมาโดยตลอด วันนี้จู่ ๆ ก็มา แล้วยังสร้างเรื่องใหญ่โตเสียด้วย
“หากเขาหลอมโอสถได้สิบเตาพร้อมกัน ต่อไปนี้ข้าจะเลิกหลอมโอสถอีกเลย”
ปรมาจารย์หลอมโอสถสามดาวผู้หนึ่งถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง น้ำลายข้น ๆ ลอยละลิ่วไปในอากาศ เกือบจะลงไปโดนร่างของปรมาจารย์เม่า
“ข้าจำคำพูดของเจ้าไว้แล้ว!”
ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่พวกหลิวอู๋เสียทั้งสามคนปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่ห้องหลอมโอสถ สายตาทั้งสามจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนที่เพิ่งพูดจบไป ชายผู้นี้มีอายุเกือบห้าสิบปีแล้ว แต่กลับเป็นเพียงปรมาจารย์หลอมโอสถสามดาวตัวเล็ก ๆ ใครกันที่ให้ความกล้าเขา พูดเช่นนี้ออกมา
หลิวอู๋เสียรู้ข้อมูลของปรมาจารย์หลอมโอสถเหล่านี้เป็นอย่างดี เมื่อครู่นี้ปรมาจารย์เม่าเพิ่งมอบข้อมูลเหล่านี้ให้กับเขา ชายที่พูดนั้นชื่อเกิงเย่ ดำรงตำแหน่งปรมาจารย์หลอมโอสถในหอตันเป่ามาแล้วถึงยี่สิบปี
ไต่เต้าจากปรมาจารย์หลอมโอสถหนึ่งดาวตัวเล็กจนมาถึงจุดสูงสุดในวันนี้
– โปรดติดตามตอนต่อไป –