ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 198 กฎเกณฑ์ที่ยุติธรรม
หัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถมีสิทธิ์สูงสุดในการตัดสินชี้ขาดชีวิตและความตาย
ระหว่างทาง ปรมาจารย์เม่าได้มอบข้อมูลทั้งหมดแก่หลิวอู๋เสีย หลายคนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเจียงเยว่
การจากไปของเจียงเยว่ พวกเขาล้วนโยนความผิดให้หลิวอู๋เสียเพียงคนเดียว
โอกาสเช่นวันนี้ พวกเขาต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ ต้องกำจัดหลิวอู๋เสียออกไปจากหอตันเป่า แล้วให้เจียงเยว่กลับมา
หลิวอู๋เสียกวาดตามองปรมาจารย์หลอมโอสถทั้งยี่สิบคนที่อยู่ตรงหน้า ซางเหยียนและเซิ่งเลี่ยนเผยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
เมื่อเดินเข้าไปในห้องหลอมโอสถ พื้นที่ภายในนั้นกว้างขวางมาก เตาหลอมโอสถสิบเตาถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย เตาเหล่านี้ถูกย้ายมาจากห้องหลอมโอสถอีกหลายห้องที่อยู่บริเวณโดยรอบ
“อู๋เสีย เจ้าจะหลอมโอสถสิบเตาพร้อมกันจริงหรือ?”
ซางเหยียนเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ขอให้หลิวอู๋เสียได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน
เขาไม่ได้สงสัยในฝีมือการหลอมโอสถของหลิวอู๋เสีย เขาเคยเห็นมากับตาตัวเองถึงสองครั้งแล้ว แต่การหลอมโอสถสิบเตาพร้อมกันนั้นช่างเหลือเชื่อเกินไป
“เวลาจำกัด ข้าได้แต่ลองดู”
หลิวอู๋เสียรู้ดีว่าซางเหยียนหวังดีจึงเตือนเขา
เมื่อเปิดใช้พลังธาตุไฟบวกกับทักษะหลอมโอสถของเขา อย่าว่าแต่หลอมโอสถสิบเตาพร้อมกันเลย แม้แต่ยี่สิบเตาก็ไม่มีปัญหา สิ่งเดียวที่เขาไม่คาดคิดคือ… มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้
“ข้าว่าเขาก็แค่ต้องการเรียกร้องความสนใจ คิดว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวแล้วจะล้างผลาญทรัพยากรหอตันเป่าของพวกเรา พวกเจ้ายังไม่รู้สินะ เมื่อครู่เขาหยิบสมุนไพรวิญญาณของหอตันเป่าไปตั้งหมื่นกว่าต้น”
เกิงเย่ยังไม่ยอมแพ้ รอบข้างมีคนยืนอยู่หลายคน ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย เสียงเสียดสีดังก้องห้องหลอมโอสถ
ห้องหลอมโอสถหลักใหญ่กว่าห้องหลอมโอสถทั่วไปหลายเท่า แม้จะมีคนยืนอยู่ข้างในกว่ายี่สิบคนก็ไม่รู้สึกแออัดแม้แต่น้อย
“เกิงเย่ เจ้าถากถางหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถถึงสามครั้งห้าครา เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”
ในห้องแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม โดยมีเกิงเย่เป็นหัวหน้ากลุ่มห้าคนยืนอยู่ทางด้านขวา ซางเหยียนและเซิ่งเลี่ยนยืนอยู่ทางด้านซ้าย และยังมีอีกหลายคนที่เป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่เข้าร่วมการโต้เถียงระหว่างพวกเขา
ชายที่พูดคือปรมาจารย์หลอมโอสถสองดาวนามเกาหง ระดับไม่สูงนัก ปีนี้ได้รับคำแนะนำจากซางเหยียน ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงเป็นทั้งอาจารย์และสหาย
ซางเหยียนแสดงออกชัดเจนมาก เขาสนับสนุนหลิวอู๋เสีย
“เกาหง ที่นี่มีที่ให้เจ้าพูดด้วยหรือ? เจ้ามันก็แค่ปรมาจารย์หลอมโอสถสองดาวกระจอก”
ทั้งสองกลุ่มเกิดความขัดแย้งทางวาจา ด่าทอกันไปมา
“เกิงเย่ หรือเจ้าไม่ได้เลื่อนขั้นมาจากปรมาจารย์หลอมโอสถสองดาว?”
เกาหงอายุยังน้อย โมโหจนหน้าเขียว
การดูถูกผู้อื่นว่าระดับต่ำกว่าตัวเอง คงมีเกลียดชังอย่างมากเท่านั้นถึงจะพูดออกมาได้ ทุกคนล้วนเริ่มต้นจากต่ำไปสูง จากอ่อนแอไปสู่แข็งแกร่ง
“พวกเรายินดีสนับสนุนปรมาจารย์เม่าให้เป็นหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งหอตันเป่า ใครเห็นด้วยขอให้ยกมือขึ้น”
เกิงเย่เผยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก เป็นคนแรกรีบยกมือขวาขึ้น
จากนั้นคนรอบข้างสี่คนก็ยกมือขึ้นตาม พวกเขายังคงสนับสนุนปรมาจารย์เม่าให้เป็นหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถ
ปรมาจารย์หลอมโอสถแปดคนเลือกที่จะวางตัวเป็นกลาง ต่างมองหน้ากันและเลือกที่จะเงียบ
ทั้งห้าคนยกแขนขึ้นเพียงลำพัง โดดเดี่ยวสะดุดตาราวกับตัวตลก และไม่มีแม้แต่คนที่จะเห็นด้วยกับพวกเขา
ตอนที่หลิวอู๋เสียสอบป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถ มีเพียงซางเหยียนกับเซิ่งเลี่ยนที่อยู่ในเหตุการณ์ ปรมาจารย์หลอมโอสถคนอื่น ๆ ได้ยินเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของหลิวอู๋เสียเล่าต่อ ๆ กันมา แต่ก็ไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง
เรื่องที่เล่าลือกันปากต่อปาก มักจะผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงเสมอ พวกเขายังคงสงสัยในทักษะหลอมโอสถของหลิวอู๋เสีย
ผู้อาวุโสเวินที่เดินทางมาด้วยกันไม่พูดไม่จา มีรอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก รับสมุนไพรวิญญาณจากหอตันเป่าไปมากกว่าหนึ่งหมื่นต้น วันนี้ถ้าเขาไม่อาจผลิตโอสถออกมาได้ห้าพันเม็ด เขาจะร่วมมือกับปรมาจารย์หลอมโอสถคนอื่น ๆ กล่าวโทษหลิวอู๋เสีย ว่าไม่คู่ควรกับการเป็นหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่า
หลิวอู๋เสียมองเห็นสีหน้าของทุกคนอย่างชัดเจน แต่กลับมีสีหน้าที่สงบนิ่ง
การยั่วยุและโจมตีทุกวิถีทางของเกิงเย่ ก็เพื่อกระตุ้นให้เขาโกรธ โอสถที่หลอมขึ้นมาในขณะที่คนเราโกรธจะแฝงไปด้วยกลิ่นอายรุนแรง การกินมันเข้าไปไม่เพียงแต่จะไม่เป็นประโยชน์ แต่ยังทำร้ายร่างกายอีกด้วย
การโจมตีจิตใจผู้อื่น ก็เป็นเช่นนี้!
ใช้คำพูดกระตุ้นความโกรธในใจของหลิวอู๋เสีย ขอเพียงวันนี้เขาหลอมโอสถล้มเหลว เขาคงถูกคนเหล่านี้เล่นงานอย่างหนัก
“เกิงเย่ เจ้าพูดน้อย ๆ หน่อยเถอะ ฐานะของหัวหน้าปรมาจารย์หลิวคู่ควรกับชื่อเสียง ข้าขอเป็นคนแรกที่สนับสนุนให้เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถ เจ้ากำลังตั้งคำถามกับการตัดสินใจของคุณหนูใหญ่หรือ?”
ปรมาจารย์เม่าก้าวออกมา เกิงเย่พาดพิงถึงเขามาโดยตลอด ช่างร้ายกาจนัก ต้องการจะดึงเขาเข้าร่วมกลุ่มเดียวกัน เพื่อที่จะร่วมกันจัดการกับหลิวอู๋เสีย
หากปรมาจารย์เม่าเป็นคนนำยื่นคำร้องขับไล่หลิวอู๋เสีย ปรมาจารย์หลอมโอสถที่เป็นกลางก็จะพากันเลือกเขา เพราะหลิวอู๋เสียอายุน้อยเกินไป
พวกเขาต่างก็มีอายุมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชาติตระกูลหรือยศศักดิ์ ล้วนไม่ใช่สิ่งที่หลิวอู๋เสียในตอนนี้เทียบได้ ในใจย่อมไม่ยอมรับหลิวอู๋เสีย
นี่เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์!
คุ้นเคยกับการอยู่ในตำแหน่งสูงมาเป็นเวลานาน จู่ ๆ ก็มีบุคคลตัวเล็กที่ไม่มีชื่อเสียงปรากฏตัวขึ้นมาเป็นผู้นำ พวกเขาย่อมรู้สึกไม่พอใจเป็นธรรมดา
“ปรมาจารย์เม่า ท่านต้องถูกเขาหลอกลวงเป็นแน่ มีเพียงท่านที่เป็นหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถในใจของพวกเรา เจ้าหนูนี่ไม่คู่ควรแม้แต่น้อย”
เกิงเย่พูดจบ คนที่อยู่ด้านหลังก็พากันเห็นด้วย
ปรมาจารย์หลอมโอสถที่เป็นกลางพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของเกิงเย่ ปรมาจารย์เม่าดำรงตำแหน่งหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่ามากว่าสิบปี ดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จู่ ๆ ก็ปลดเขาออก หลายคนจึงยอมรับไม่ได้
“ตามความหมายของปรมาจารย์เกิง ข้าควรทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถ”
หลิวอู๋เสียตรวจสอบเตาหลอมโอสถทั้งหมดอีกครั้ง มองเกิงเย่ด้วยรอยยิ้ม
“ก็อย่างที่เคยพูดไป ขอเพียงเจ้าทำให้พวกเรายอมรับ ข้าก็จะยินยอมยกเจ้าเป็นหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถ”
ขอเพียงหลิวอู๋เสียแสดงสิ่งที่ทำให้พวกเขายอมรับได้ ต่อไปพวกเขาก็จะไม่กลั่นแกล้งหลิวอู๋เสีย เรื่องมันง่าย ๆ แค่นี้เอง
“ทำอย่างไรพวกเจ้าถึงจะยอมรับ?”
หลิวอู๋เสียไม่รีบร้อน บนใบหน้าไม่มีความโกรธแม้แต่น้อย มีแต่รอยยิ้มสดใส
“เมื่อครู่ข้าได้ยินผู้อาวุโสเวินกล่าวว่าเจ้าต้องการหลอมโอสถระดับสี่ห้าพันเม็ดภายในวันเดียว ขอเพียงเจ้าทำสำเร็จ ข้าจะจากไปทันที ต่อไปนี้จะไม่หลอมโอสถอีก หากเจ้าล้มเหลว…”
เกิงเย่หัวเราะเยาะ ผู้อาวุโสเวินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคลังสมุนไพรคร่าว ๆ
“ถ้าล้มเหลวล่ะ?”
หลิวอู๋เสียเดาได้ว่าเกิงเย่ต้องการจะพูดอะไร รอยยิ้มที่มุมปากยิ่งกว้างขึ้น
“ถ้าเจ้าล้มเหลว จงออกไปจากหอตันเป่า นับจากนี้ไป ห้ามหลอมโอสถอีก”
กฎยังคงยุติธรรม หลิวอู๋เสียประสบความสำเร็จ เกิงเย่จะออกจากหอตันเป่า หากล้มเหลว หลิวอู๋เสียก็ต้องจากไป
หลิวอู๋เสียต้องลงจากตำแหน่งหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถ
“พวกเจ้าหลายคนคิดเหมือนกับเขาหรือไม่?”
หลิวอู๋เสียมองไปที่ปรมาจารย์หลอมโอสถหลายคนที่อยู่เบื้องหลังเกิงเย่ ได้แก่ จางเต๋อจวิน โจวเทา หยูจง เซียวลี่ รวมกับเกิงเย่ทั้งหมดห้าคน พวกเขาคือผู้สนับสนุนของเจียงเยว่
ทั้งสี่คนสบตากันอย่างรวดเร็วและบรรลุข้อตกลง
“ความคิดของพวกเราเหมือนกับปรมาจารย์เกิง ขอเพียงเจ้าหลอมโอสถระดับสี่ได้ห้าพันเม็ดภายในหนึ่งวัน พวกเรายินดีมอบป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถให้เจ้า นับจากนี้ไปจะไม่หลอมโอสถอีก”
การไม่อนุญาตให้หลอมโอสถไปตลอดชีวิต ก็เหมือนกับผู้ฝึกตนที่ไม่สามารถใช้ปราณแท้ได้ไปตลอดชีวิต เท่ากับทำลายการบ่มเพาะพลัง
ผู้ฝึกตนที่ถูกทำลายตันเถียนก็เท่ากับเป็นคนไร้ค่า
ปรมาจารย์หลอมโอสถที่ไม่สามารถหลอมโอสถได้ก็เป็นคนไร้ค่าเช่นกัน
ในมหาทวีปเจินอู่ คนไร้ค่าอยู่อย่างไร้ค่า แม้กระทั่งหมูหรือสุนัข
“เช่นนั้นก็ขอรบกวนทุกท่านที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นพยาน เราทั้งสองฝ่ายได้หารือกันอย่างยุติธรรม ภายในหนึ่งวัน ข้าจะหลอมโอสถระดับสี่ห้าพันเม็ด โดยมีเกิงเย่เป็นผู้นำทั้งห้าคน หากทำสำเร็จ พวกเขาจะถูกปลดจากตำแหน่งปรมาจารย์หลอมโอสถและถูกขับไล่ออกจากหอตันเป่า หากข้าหลอมล้มเหลว ข้าจะออกจากหอตันเป่าและจะไม่หลอมโอสถอีก”
หลิวอู๋เสียกวาดตามองปรมาจารย์หลอมโอสถคนอื่น ๆ และตกลงตามคำขอของเกิงเย่
ซางเหยียนต้องการจะหยุดแต่ก็สายเกินไป เห็นได้ชัดว่านี่เป็นแผนร้ายของเกิงเย่ เป็นไปไม่ได้ที่จะหลอมโอสถระดับสี่ได้ห้าพันเม็ดภายในหนึ่งวัน มันเป็นเรื่องเพ้อฝัน
เขาเชื่อมั่นในฝีมือการหลอมโอสถของหลิวอู๋เสีย แต่ด้วยจำนวนที่มากมายเช่นนี้ กลัวว่าหลิวอู๋เสียจะล้มเหลว
“อู๋เสีย อย่าทำเช่นนี้!”
ปรมาจารย์เม่า ซางเหยียน เซิ่งเลี่ยนและคนอื่น ๆ ต่างก้าวออกมาเพื่อหยุดหลิวอู๋เสีย
ตำแหน่งหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถนั้นเป็นการตัดสินใจของคุณหนูใหญ่ เกิงเย่ไม่มีสิทธิ์พูดเช่นนี้ ชัดเจนว่าต้องการบีบบังคับหลิวอู๋เสียยอมตกลง
“ขอบคุณในความหวังดีของทุกท่าน ข้าตัดสินใจแล้ว!”
หลิวอู๋เสียโบกมือห้ามไม่ให้พวกเขาพูดต่อ
เขาคือหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถคนใหม่ หากวันนี้ไม่แสดงฝีมือออกมาให้เห็น ไม่ต้องพูดถึงเกิงเย่ แม้แต่ปรมาจารย์หลอมโอสถที่เป็นกลางคนอื่น ๆ เกรงว่าคงยอมรับเขาได้ยาก
ด้วยเกรงใจคุณหนูใหญ่จึงไม่กล้าพูดอะไรออกมา แต่ลับหลังก็ยังคงเยาะเย้ยหลิวอู๋เสียอยู่ดี
หากต้องการให้พวกเขายอมสยบ วิธีที่ดีที่สุดคือใช้ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า ข่มพวกเขาให้ปิดปากไปตลอดกาล
เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่อาจหวนกลับได้อีก
“ปรมาจารย์เกาหง ผู้อาวุโสซางเหยียน ผู้อาวุโสเซิ่งเลี่ยน รบกวนพวกท่านช่วยแยกสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้ออกเป็นส่วน ๆ ตามตำรับโอสถนี้ด้วย”
การแยกประเภทสมุนไพรวิญญาณต้องใช้เวลานาน ไม่ได้รวมอยู่ในเวลาการหลอมโอสถ
เขามอบตำรับโอสถให้ทั้งสามคนจัดการ เท่ากับเป็นการบอกความลับในตำรับโอสถทั้งห้าตำรับให้พวกเขารู้ การกระทำที่ไม่เห็นแก่ตัวเช่นนี้ ทำให้หลายคนแสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ตำรับโอสถส่วนใหญ่เป็นที่เปิดเผย แต่ก็มีตำรับโอสถหายากและล้ำค่ามากมายที่ตกอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่คน ไม่ค่อยมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ
ยกตัวอย่างเช่น โอสถวิญญาณทองคำที่ขายดีที่สุดในหอตันเป่า นอกจากปี้กงอวี่ที่รู้วิธีการหลอมแล้ว แม้แต่ปรมาจารย์เม่ายังไม่รู้วิธีการหลอมเลย
“ตกลง!”
ทั้งสามคนตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน จากนั้นจึงเริ่มแยกประเภทสมุนไพรวิญญาณเกือบสองหมื่นต้นตามที่ระบุไว้ในตำรับโอสถของหลิวอู๋เสีย ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามจึงจัดเรียบร้อย
แบ่งออกเป็นกองใหญ่ ๆ หลายกอง กองอยู่ใกล้ ๆ กับเตาหลอมสิบเตา เพื่อความสะดวกในการหลอมโอสถของหลิวอู๋เสีย
“อู๋เสีย พวกนี้คือโอสถระดับสี่ทั้งหมดเลยหรือ?”
ซางเหยียนเช็ดเหงื่อที่ผุดบนหน้าหน้าผาก ถามด้วยความอยากรู้อย่างยิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสูตรโอสถเช่นนี้
“อืม สรรพคุณของแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน บางชนิดใช้สำหรับฝึกฝนร่างกาย บางชนิดใช้ปรับปรุงรากฐาน บางชนิดใช้ชำระล้างไขกระดูก และบางชนิดใช้บำรุงจิตวิญญาณ”
หลิวอู๋เสียไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด โอสถเหล่านี้มีทั้งโอสถชำระกระดูก โอสถชำระไขกระดูก โอสถชำระจิตและอื่น ๆ อีกมากมาย
แต่สรรพคุณลดลงประมาณห้าส่วน ซึ่งด้อยกว่าสรรพคุณโอสถที่เขากินเองมาก
ถึงอย่างนั้น คุณภาพก็ยังสูงกว่าโอสถที่วางขายในท้องตลาดอยู่มาก
เปิดช่องลมให้ไฟลุกโชนขึ้น เตาหลอมทั้งสิบเตาลุกไหม้พร้อมกัน หลิวอู๋เสียเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนหลอมโอสถ
การหลอมโอสถสิบเตาพร้อมกันเป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ทุกคนเบิกตากว้าง ไม่กล้าพลาดแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ
หลิวอู๋เสียเดินไปที่เตาหลอมเตาแรก แล้วหยิบสมุนไพรวิญญาณที่แยกไว้แล้วใส่ลงในเตา จากนั้นก็เริ่มสร้างประทับมือ
– โปรดติดตามตอนต่อไป –