ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 201 โอสถปราณมังกร
เมื่อเปลวไฟดับลง เกิงเย่ทรุดกายลงนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
กลิ่นโอสถหอมเข้มข้นกระจายไปทั่วห้องหลอมโอสถ เตาหลอมสิบเตาสุดท้ายหลอมเสร็จสมบูรณ์
ซางเหยียนรีบก้าวเข้ามาเปิดเตาหลอมทีละเตา เซิ่งเลี่ยนกับเกาหงช่วยกันเก็บโอสถ โอสถสามร้อยเม็ดถูกบรรจุลงในขวดกระเบื้องเคลือบ สิบเจ็ดรอบได้โอสถทั้งหมดห้าพันแปดสิบเม็ด
เหลือเวลาอีกสองชั่วยามก็จะครบหนึ่งวันแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาเช้าของวันใหม่
“สำเร็จแล้วจริงหรือ?”
ปรมาจารย์หลอมโอสถที่เลือกเป็นกลางรู้สึกเหมือนตื่นจากฝัน ทุกคนมองหลิวอู๋เสียด้วยแววตาเคารพยำเกรงปนหวาดกลัว
“ไม่อาจบรรยายความอัศจรรย์นี้ได้ แม้แต่สัตว์ประหลาดก็คงไม่อาจทำได้เช่นนี้”
เมื่อเห็นโอสถที่กองสูงเป็นภูเขา ทุกคนก็ยังคงครั่นคร้ามไม่หาย
“ผู้อาวุโสเวิน โอสถเหล่านี้เพียงพอชดเชยสมุนไพรวิญญาณที่เสียไปหรือไม่?”
หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ บนพื้นยังคงมีสมุนไพรวิญญาณเหลืออยู่มากพอที่จะหลอมโอสถได้อีกราวสองพันเม็ด
“พอ... พออย่างแน่นอน”
ผู้อาวุโสเวินมีสีหน้ายิ้มแย้ม เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว
ในตอนที่คุณหนูใหญ่ฆ่าจางเต๋อจวิน นางได้แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่าใครก็ตามที่กล้าสงสัยหลิวอู๋เสีย ผู้นั้นคือศัตรูกับนาง มีเพียงความตายเท่านั้นรออยู่
เมื่อมองไปยังพวกเกิงเย่ทั้งสี่ จางเต๋อจวินตายไปแล้ว
เกิงเย่สิ้นหวัง ส่วนเซียวลี่ก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงได้ เพียงเวลาหนึ่งวันกลับหลอมโอสถได้ถึงห้าพันเม็ด
“คุณหนูใหญ่ ข้าขอร้อง อย่าไล่พวกเราออกไปเลย”
เกิงเย่รีบวิ่งไปหามู่เยว่อิ่ง วิงวอนขอให้นางยกโทษให้และยอมรับผิดแต่โดยดี
“พวกเราผิดไปแล้ว ขอคุณหนูใหญ่โปรดให้โอกาสพวกเราอีกครั้งเถอะ”
หยูจง ร้อนรนจนเกือบจะร้องไห้ออกมา เหลือเพียงแค่คุกเข่าลงบนพื้นเท่านั้น
“รู้เช่นนี้แล้ว ไยจึงทำเช่นนั้นเล่า!”
มู่เยว่อิ่งนัยน์ตาฉายแววรังเกียจ การกระทำของพวกเขาช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก พวกเขากล้าที่จะท้าทายหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถอันดับหนึ่งอย่างโจ่งแจ้ง พวกเขากล้าทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?
“คุณชายหลิว ปรมาจารย์หลิว ช่วยขอร้องให้พวกข้าด้วยเถอะ ต่อไปนี้พวกข้าจะไม่ล่วงเกินท่านอีกแล้ว”
โจวเทาพุ่งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าหลิวอู๋เสีย ทำท่าทางเหมือนกำลังร้องไห้
“ปรมาจารย์หลิว ท่านเป็นถึงหัวหน้า โปรดอย่าถือสาหาความกับพวกข้าเลย พวกข้าผิดไปแล้ว โปรดให้โอกาสพวกข้าได้แก้ตัวด้วย”
เซียวลี่ละทิ้งศักดิ์ศรีและอ้อนวอนขอร้องหลิวอู๋เสีย ทั้งสี่คนทำตัวเหมือนสุนัขตัวน้อย นอนหมอบอยู่บนพื้น คลานเข้าไปขอการให้อภัยจากนายของมัน
คนอื่น ๆ ทำสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีใครลุกขึ้นมาพูดอะไร มองดูอย่างเงียบ ๆ
“ให้โอกาสพวกเจ้า?” หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มเยาะ “ถ้าวันนี้ข้าหลอมโอสถล้มเหลว พวกเจ้าจะให้โอกาสข้าหรือไม่?”
ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ พวกเขารู้ดีแก่ใจ หากหลิวอู๋เสียล้มเหลว สิ่งที่เขาต้องเผชิญคือการโจมตีอย่างบ้าคลั่งจากกลุ่มคนที่นำโดยเกิงเย่ จนกว่าจะถูกขับออกจากหอตันเป่า
ปล่อยให้พวกเขาอยู่ต่อไป ไม่แน่ว่าในอนาคตพวกเขาจะหาเรื่องอีกหรือไม่ ไม่ใช่ว่าหลิวอู๋เสียไร้ความปรานี แต่โลกใบนี้โหดร้ายเช่นนี้เอง
เมื่อความแค้นฝังลึกแล้ว ไม่เจ้าตายก็ข้าอยู่
“ปรมาจารย์เม่า ยึดป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถของพวกเขากลับคืนไป นับจากนี้เป็นต้นไป พวกเขาทั้งสี่คนไม่ใช่ปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่าอีกต่อไป”
มู่เยว่อิ่งเปิดปาก ขณะที่ประกาศออกไป เกิงเย่และพรรคพวกทั้งสี่คนนั่งลงบนพื้นเย็นเฉียบ ราวกับตกอยู่ในเหวน้ำแข็ง
การถูกริบป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถนับเป็นความอัปยศไปชั่วชีวิต
พวกเขาจำยอมต้องมอบป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถคืนไป พวกเขาไม่กล้าขัดขืน คุณหนูใหญ่เป็นคนเด็ดขาด หากกล้าขัดขืน ก็คงต้องลงเอยเหมือนกับจางเต๋อจวิน
“ไปเถอะ!”
ปรมาจารย์เม่าไม่ได้ซ้ำเติมพวกเขา แม้จะเป็นสหายร่วมงานกัน แต่เขาก็หวังว่าพวกเขาจะสำนึกผิดได้ในสักวัน
ทั้งสี่คนออกจากหอตันเป่าไปด้วยความสิ้นหวัง ผู้คนมากมายที่มุงดูอยู่ด้านนอกพากันหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องลงบนร่างกายที่ยืนอยู่บนถนนสายใหญ่ แต่ไม่อาจแผดเผาความหนาวเหน็บในใจของพวกเขาได้
“เกิงเย่ พวกเราจะทำอย่างไรดี!”
เซียวลี่มีสีหน้าบึ้งตึง แม้จะถูกริบรอนคุณสมบัติปรมาจารย์หลอมโอสถไปแล้ว แต่พลังยุทธ์ของพวกเขายังคงอยู่ พวกเขายังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในยุทธภพนี้ได้
“ไปหาเจียงเยว่ เขาดำรงตำแหน่งเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถอันดับหนึ่งของหอซิงอวิ๋น เขาต้องรับพวกเราเข้าไปอยู่ด้วยแน่”
เกิงเย่พูดด้วยแววตาเย็นชา เขาเหลียวหลังกลับไปมองหอตันเป่า ก่อนจะพาพรรคพวกจากไป
ภายในห้องหลอมโอสถ!
มู่เยว่อิ่งกวาดสายตามองทุกคนด้วยแววตาเย็นเยียบ “เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด หากใครกล้าแม้แต่จะปริปากบอกผู้อื่น อย่าหาว่าข้าใจร้าย”
เรื่องที่หลิวอู๋เสียหลอมโอสถได้ห้าพันเม็ดในคราวเดียว เป็นเรื่องที่ไม่ควรเปิดเผยออกไป
พวกเกิงเย่คงไม่เอาเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ไปพูดต่อให้ใครฟังหรอก ใครจะอยากตอกย้ำบาดแผลของตัวเองกัน
“คุณหนูใหญ่โปรดวางใจ พวกข้าจะไม่พูดออกไปแน่นอน!”
ซางเหยียนเป็นคนแรกที่รีบยืนยันว่าจะปิดปากเงียบ ไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว
คนอื่นก็รีบออกมายืนยันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นออกไป
“พวกเจ้าออกไปได้แล้ว!”
มู่เยว่อิ่งพยักหน้าพึงพอใจ ก่อนจะให้ทุกคนออกไป เหลือเพียงหลิวอู๋เสียและนางอยู่ภายในห้องหลอมโอสถเพียงสองคน
ปรมาจารย์เม่าเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไป เขายังปิดประตูห้องหลอมโอสถให้เรียบร้อย ตัดขาดการติดต่อจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
มู่เยว่อิ่งหันไปมองหลิวอู๋เสีย นางไม่อาจอ่านความคิดใด ๆ จากดวงตาของเขาได้เลย ราวกับบ่อน้ำลึกที่ไม่อาจหยั่งถึง
“เรื่องวันนี้ ข้าในนามของหอตันเป่าต้องขออภัยเจ้าด้วย”
มู่เยว่อิ่งโค้งคำนับ ในฐานะประมุขหอตันเป่า นางไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่สาวมู่ ข้าคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ตั้งแต่เมื่อวานตอนที่ข้ามาถึงหอตันเป่า”
หลิวอู๋เสียเริ่มจัดเรียงสมุนไพรวิญญาณโดยไม่ใส่ใจเรื่องนี้
ในเมื่อเขาคือจักรพรรดิเซียนผู้สูงส่ง เรื่องใดที่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนเล่า? อายุยังน้อยเช่นนี้ กลับได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่า ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติหรืออายุล้วนทำให้ยากที่จะทำให้คนอื่นยอมรับ ย่อมต้องถูกกีดกันและกดดัน นับว่าเป็นเรื่องปกติ
“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว หากต้องการสิ่งใด บอกข้าได้เลย อย่าได้เกรงใจ”
มู่เยว่อิ่งเผยรอยยิ้มบาง ก่อนจะจากห้องหลอมโอสถไป
ห้องหลอมโอสถอันกว้างใหญ่เหลือเพียงหลิวอู๋เสียผู้เดียว โอสถจำนวนมากเช่นนี้ เพียงพอที่หอตันเป่าจะขายได้ระยะหนึ่ง
หลิวอู๋เสียเรียกวิญญาณไฟออกมา เนื่องจากไม่มีผู้อื่นอยู่ เขาจึงล้มเลิกการใช้ไฟใต้พิภพ แล้วหันมาใช้ปราณแท้ไท่หวงหลอมโอสถโดยตรง
เปลวไฟอันน่าสะพรึงกลัวห่อหุ้มเตาหลอมโอสถทั้งสิบเตา สมุนไพรบนพื้นค่อย ๆ ลดน้อยลง ความเร็วในการหลอมโอสถเร็วกว่าเดิมหลายเท่า
นี่แหละคือทักษะหลอมโอสถที่แท้จริงของเขา!
หนึ่งชั่วยามผ่านไป โอสถระดับสี่จำนวนสองพันเม็ดก็สำเร็จ สรรพคุณโอสถมีพลังมากกว่าที่หลอมก่อนหน้ามาก ส่วนนี้เขาเก็บไว้กินเอง
หลิวอู๋เสียเก็บปราณแท้ไท่หวง แล้วกลืนโอสถสามเม็ดลงท้องไปคำเดียว ปราณจิงชี่อันน่าสะพรึงกลัวไหลซึมไปทั่วร่างกาย ก่อนจะระเบิดออก ปราณแท้ไท่หวงพลุ่งพล่าน
ต่อไปต้องหลอมโอสถระดับห้า ไม่อาจผิดพลาดแม้แต่น้อย
มีเพียงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์เท่านั้นจึงจะหลอมโอสถระดับห้าได้ หลิวอู๋เสียตัดสินใจเสี่ยงลองดูสักครั้ง
เหลือเวลาอีกสิบเก้าวันก็จะถึงวันประลองตัดสินชีวิตกับฉินลี่ เวลารอช้าไม่ได้ ต้องคว้าโอกาสทั้งหมดที่มีรีบพัฒนาฝีมือให้ก้าวหน้า
สามชั่วยามผ่านไป!
ปราณจิงชี่บรรลุถึงขีดสุด พลังยุทธ์ใกล้เคียงกับระดับพลังชำระวิญญาณขั้นเจ็ดเข้าไปทุกที
หนึ่งถึงสามขั้นถือเป็นระดับต้น สี่ถึงหกขั้นถือเป็นระดับกลาง เจ็ดถึงเก้าขั้นถือเป็นระดับสูง การทะลวงระดับพลังชำระวิญญาณขั้นเจ็ด หมายความว่าเขาก้าวเข้าสู่ระดับพลังชำระวิญญาณระดับสูง อีกไม่นานก็จะบรรลุถึงขั้นสูงสุด
เมื่อเดินมาถึงเตาหลอมขนาดใหญ่ที่สุด หลิวอู๋เสียก็หยิบเอาหญ้าหนวดมังกรและสมุนไพรเสริมอื่น ๆ ออกมา
“โอสถปราณมังกร เพิ่มพลังมังกรหนึ่งส่วน การจะทะลวงระดับพลังชำระวิญญาณขั้นเจ็ดได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว” หลิวอู๋เสียพูดกับตัวเองเบา ๆ
โอสถปราณมังกรเป็นโอสถระดับห้า หาซื้อไม่ได้ในท้องตลาด เขาได้สูตรโอสถมาจากปรมาจารย์เม่า แต่ไม่สมบูรณ์ มีสมุนไพรบางชนิดไม่ชัดเจน
ด้วยม่านตาภูตบวกกับความรู้ด้านหลอมโอสถที่หลากหลายของหลิวอู๋เสีย ในไม่ช้าก็สามารถกู้คืนสูตรโอสถปราณมังกรได้
การหลอมโอสถปราณมังกร หญ้าหนวดมังกรเป็นวัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้
เมื่อปลดปล่อยไฟใต้พิภพออกมา เปลวไฟก็เหมือนฝ่ามือขนาดใหญ่สองฝ่ามือโอบล้อมเตาหลอมทั้งเตาเอาไว้
อุณหภูมิของเปลวไฟสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลิวอู๋เสียจดจ่ออยู่กับมัน หยิบสมุนไพรวิญญาณที่เตรียมไว้ขึ้นมา แล้วเริ่มหลอมโอสถ
เมื่อใส่หญ้าหนวดมังกรต้นแรกเข้าไปในเตาหลอม หลิวอู๋เสียพลันหัวใจก็เต้นแรงขึ้น มือทั้งสองข้างสร้างประทับมือ ประทับมืออันลึกลับนับไม่ถ้วนปิดผนึกเตาหลอม ป้องกันไม่ให้ปราณจิงชี่รั่วไหล
“หญ้าเจ็ดตะวัน!”
“ละอองน้ำค้าง!”
“แก่นไม้แห่งน้ำ!”
โยนส่วนผสมทีละอย่างลงไป ทุกสิ่งละลายอย่างรวดเร็วและหลอมรวมกับหญ้าหนวดมังกร กลายเป็นของเหลว แต่กลับมีลักษณะเป็นหมอก กลิ้งไปมาในเตาหลอม
เวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา…
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป…
เมื่อโยนหญ้าหนวดมังกรต้นที่สองลงไป ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังมาจากเตาหลอม
นี่เป็นเพียงเตาหลอมธรรมดาที่ไม่เคยหลอมโอสถระดับห้ามาก่อน ไม่รู้ว่าจะทนได้หรือไม่
รอยแตกเล็ก ๆ ไต่ขึ้นไปบนผนังด้านในของเตาหลอม หากไม่มีประทับมืออันลึกลับค้ำจุน เตาหลอมคงแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปนานแล้ว
สิบนาทีผ่านไป หลิวอู๋เสียโยนหญ้าหนวดมังกรต้นที่สามลงไปในเตาหลอม เกิดเสียงกระทบกันเบา ๆ
พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวไหลไปตามเตาหลอม ปรากฏเป็นอักขระลึกลับรอบ ๆ
ไม่นานหลังจากที่มู่เยว่อิ่งกลับมาถึงที่พัก ติ่งหมื่นสัตว์ก็ส่งเสียงคำรามออกมา ริมฝีปากของนางเผยรอยยิ้มขมขื่นอย่างช่วยไม่ได้ จึงลูบปลอบติ่งหมื่นสัตว์เบา ๆ “เจ้าตัวน้อยนี่ช่างแปลกประหลาดจริง ๆ ท้ายที่สุดแล้ว เขากำลังหลอมโอสถอะไรกันแน่? ถึงกับทำให้ติ่งหมื่นสัตว์รู้สึกกดดันได้ขนาดนี้”
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม…
หญ้าหนวดมังกรต้นที่ห้าถูกโยนลงไปในเตาหลอม จากนี้ไปก็ได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
หลิวอู๋เสียก้าวเดินไปตามจังหวะที่แปลกประหลาด เปลวไฟลูกแล้วลูกเล่าไหลไปตามมือทั้งสองข้างของเขา ปกคลุมเตาหลอมทั้งเตา
“เคร้ง!”
รอยแตกยาวหนึ่งเชียะปรากฏขึ้นตามขอบของเตาหลอม ไล่ไปจนถึงตำแหน่งท้องเตา ปราณจิงชี่ภายในไหลทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว
การสูญเสียปราณจิงชี่เหล่านี้ย่อมส่งผลให้สรรพคุณโอสถลดลงอย่างมาก
หลิวอู๋เสียไม่ได้เร่งรีบ มือทั้งสองข้างผสานเป็นประทับมือสีทองอร่าม ดั่งภูตพรายที่จุติขึ้นจากเปลวไฟ ยกเตาหลอมให้ลอยขึ้น
หากผู้ใดได้เห็นภาพเช่นนี้ คงต้องตกใจจนเป็นลมล้มพับไปแน่ ๆ
เตาหลอมถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟกองโตลอยขึ้นไปกลางอากาศ เกิดการหมุนอย่างรุนแรง ก่อตัวเป็นลมหมุนขนาดใหญ่ กวาดชั้นวางสมุนไพรทั้งสองข้างจนปลิวว่อน
เตาหลอมกำลังหลอมโอสถอยู่กลางอากาศ ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง
โอสถระดับห้า ไม่อาจใช้วิธีทั่ว ๆ ไปได้อีกต่อไป อีกไม่นานเตาหลอมก็คงทนไม่ไหว หลิวอู๋เสียจึงต้องใช้วิธีที่ตรงกันข้าม
ข้ามขั้นตอนการควบแน่นโดยตรง ก้าวไปสู่การขึ้นรูปโอสถในขั้นตอนเดียว!
“อ๊าา…”
เสียงมังกรคำรามดังออกมาจากเตาหลอม โอสถปราณมังกรเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว
“กึก กึก กึก…”
พื้นผิวของเตาหลอมมีรอยร้าวมากขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายกับลวดลายบนกระดองเต่า ใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที
เวลาเหลือน้อยเต็มที หลิวอู๋เสียจึงต้องทำสองอย่างพร้อมกัน มือข้างหนึ่งหลอมโอสถ อีกข้างหนึ่งควบคุมเปลวไฟ
พลังปราณมังกรจาง ๆ ไหลซึมออกมาตามรอยแตกเหล่านั้น ก่อตัวเป็นมังกรทองคำนับไม่ถ้วน ลอยอยู่เหนือความว่างเปล่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวิญญาณโอสถ
โอสถระดับห้ามีประกายวิญญาณเข้มข้นยิ่งนัก
เสียงมังกรคำรามดังขึ้นเรื่อย ๆ ห้องหลอมโอสถส่งเสียงดังครืด ครืด… ผนังทั้งสี่ด้านปรากฏรอยแตกมากมาย ไม่อาจต้านทานแรงกระแทกของโอสถได้
“สำเร็จแล้ว!”
หลิวอู๋เสียตะโกนเสียงดัง แสงสีทองกลุ่มหนึ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ทันใดนั้น!
เตาหลอมโอสถก็แตกออกเป็นสี่ส่วน หักเป็นเศษเล็กเศษน้อยนับไม่ถ้วน
– โปรดติดตามตอนต่อไป –