ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 259 แก่นแท้ทองคำ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา หลิวอู๋เสียคำนวณแล้วหลายครั้ง เขามีโอกาสสูงที่จะได้แก่นแท้ทองคำมา
ที่นี่คือโลกใต้ดิน เขาไม่สามารถใช้ความเร็วได้เต็มที่ ราชางูเองก็ถูกจำกัดเช่นกัน ร่างกายที่ใหญ่โตเคลื่อนไหวไม่สะดวก นี่จึงเป็นโอกาสของหลิวอู๋เสีย
การรับมือกับราชางู การโจมตีระยะไกลกลับไม่ได้ผลดีนัก
วิธีที่ดีที่สุดคือต่อสู้ระยะประชิด!
เพราะมันขยับได้แค่ส่วนหัว การหลีกเลี่ยงบริเวณหัวของมันจึงปลอดภัยไร้ปัญหา
หากเป็นข้างนอก หลิวอู๋เสียคงไม่อาจเข้าใกล้งูหลามขนาดนี้ได้ง่าย ๆ
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ สัตว์อสูรระดับห้าเช่นเดียวกับมนุษย์ในการเปิดสะพานเชื่อมพลังวิเศษ
มนุษย์ปลุกพลังวิเศษ ส่วนเผ่าปีศาจก็ปลุกพรสวรรค์พลังวิเศษ
คล้ายกับธาตุต่าง ๆ สัตว์อสูรบางชนิดสามารถพ่นไฟ ปล่อยน้ำแข็งและอื่น ๆ พรสวรรค์ของแต่ละชนิดล้วนแตกต่างกัน
สิ่งเหล่านี้คือพรสวรรค์พลังวิเศษของสัตว์อสูร หลิวอู๋เสียเคยพบสัตว์อสูรชนิดหนึ่งที่ทำให้วิชายุทธ์ของมนุษย์ย้อนกลับมาโจมตีตัวเองได้ พรสวรรค์พลังวิเศษแบบนี้หาได้ยากยิ่ง คล้ายกับการเอาหนามยอกเอาหนามบ่ง
เป้าหมายของหลิวอู๋เสียเรียบง่ายมาก มุ่งตรงไปที่แก่นแท้ทองคำ
ดาบเสียเหรินฟาดฟันลงไป ตกกระทบบนหัวของราชางู
“ชิ้ง!”
ประกายไฟกระจาย ราชางูไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน นี่คือความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับห้า มันอยู่ยงคงกระพัน
เว้นแต่หลิวอู๋เสียจะทะลวงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้ เพียงดาบเดียวก็ฆ่ามันได้
ราชางูถูกยั่วยุจนโกรธเกรี้ยว มันส่งเสียงคำรามเกรี้ยวกราด เหล่างูหลามที่อยู่ด้านหลังต่างพุ่งเข้ามาขัดขวางหลิวอู๋เสีย
“ไสหัวไป!”
หมัดทรราชถูกปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งที่สอง เบื้องหน้าปรากฏเส้นทางสุญญากาศ เหล่างูหลามที่พุ่งเข้ามาพัดปลิวออกไป บางตัวถึงกับระเบิดกลางอากาศ
ยิ่งเข้าใกล้แก่นแท้ทองคำมากเท่าไหร่ ดวงตาสีเขียวมรกตของราชางูก็ยิ่งเผยความโกรธเกรี้ยวมากขึ้นเท่านั้น
ปากขนาดมหึมาอ้ากว้าง ปรากฏพิษร้ายแรงปกคลุมบริเวณโดยรอบ หลิวอู๋เสียต้องฝ่าพิษเข้าไปหากเขาต้องการเข้าใกล้
หากเป็นคนทั่วไปคงไม่อาจเข้าใกล้ได้ พิษเหล่านี้รุนแรงนัก สัมผัสเพียงหยดเดียวก็มีแต่ทางตายเท่านั้น
แต่หลิวอู๋เสียกลับไม่ได้รับอันตรายจากพิษเหล่านี้ มันช่วยให้โลกไท่หวงยิ่งสมบูรณ์แบบมากขึ้น
เมื่อติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ปรากฏ พิษที่อยู่เบื้องหน้าก็ถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น
พวกจ้าวเฉินตกตะลึงยิ่งขึ้นกว่าเดิม
พวกเขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้จากไปไหน ยืนอยู่ไม่ไกลจากทางออก
หากพบว่ามีสิ่งผิดปกติก็หลบหนีออกมาได้ทันที
“เจ้าสิ่งสีดำทะมึนเมื่อครู่นั้นคืออะไรกัน?”
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างกายจ้าวเฉินถามขึ้น
พวกเขาเห็นเพียงปากหลุมสีดำสนิท แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“สิ่งนั้นน่ากลัวมาก ข้ารู้สึกว่าจิตวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่างราวกับถูกดูดเข้าไป”
ทุกคนต่างหวาดผวา เมื่อครู่ตอนที่ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ปรากฏขึ้น พวกเขาก้าวเท้าเดินไปทางนั้นโดยไม่รู้สึกตัว
โชคดีที่มันปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ลมหายใจเดียว ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ก็กลับสู่โลกไท่หวง พิษทั้งหมดจึงหายไป
ราชางูมีสีหน้าหวาดกลัวเมื่อเห็นติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์
เมื่อเข้าใกล้แก่นแท้ทองคำมากขึ้น ราชางูก็พลิกตัวอย่างกะทันหัน กดแก่นแท้ทองคำไว้ใต้ร่าง หากหลิวอู๋เสียต้องการแก่นแท้ทองคำ เขาก็ต้องพลิกร่างของมันให้ได้เสียก่อน
ร่างกายใหญ่โตขนาดนี้ แค่เขาคนเดียวไม่อาจพลิกมันได้
“ฮึ่ม!”
หลิวอู๋เสียส่งเสียงร้องอย่างเย็นชา มือขวาวาดลายวิญญาณต่อไป ครั้งนี้ไม่รู้ว่าเขากำลังวาดลายวิญญาณอะไร
ขณะที่เขากำลังวาดลายวิญญาณอยู่นั้น ดวงตาของราชางูก็เผยให้เห็นถึงความหวาดกลัว
ลายเซียนที่ไม่สมบูรณ์!
หลังจากที่ก้าวข้ามระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ดแล้ว ความเร็วในการวาดลายเซียนของเขาก็เร็วยิ่งขึ้น ราชางูรับรู้ถึงอันตรายจึงถอยกายกลับไป
นี่คือความหวาดกลัวที่มาจากจิตวิญญาณ ลายเซียนที่ไม่สมบูรณ์เพียงเล็กนิดเดียวก็ทำให้ราชางูหวาดกลัวจนต้องถอยกลับ
พวกจ้าวเฉินมองดูด้วยความสับสน พวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมราชางูถึงถอยกลับไป?
แก่นแท้ทองคำปรากฏขึ้น หลิวอู๋เสียหยุดวาดลายวิญญาณ หากเขายังคงวาดต่อไป โลกใต้ดินทั้งหมดจะต้องพังทลาย
แม้แต่ตัวเขาเองก็จะถูกฝังอยู่ข้างใต้นี้ ไม่มีใครรอดชีวิตออกไปได้
เขามีเป้าหมายเรียบง่าย แค่ต้องการทำให้ราชางูหวาดกลัวเท่านั้น
“ลุกขึ้น!”
เขาขยับความคิด เปลวไฟห่อหุ้มแก่นแท้ทองคำไว้ แล้วตกลงไปในมือของเขา นี่คือเทคนิควิเศษ ไม่จำเป็นต้องลงมือเอง
ทุกอย่างทำอย่างลับ ๆ พวกจ้าวเฉินไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
ก่อนอื่นราชางูถอยกลับไป จากนั้นหลิวอู๋เสียก็ได้แก่นแท้ทองคำมา ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น
หลังจากได้แก่นแท้ทองคำมาแล้ว หลิวอู๋เสียก็ถอยกลับไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้ราชางูได้ตอบโต้
ราชางูคำรามอย่างโกรธเคืองเมื่อถูกมนุษย์ขโมยแก่นแท้ทองคำไป มันถูกมนุษย์ตัวเล็กหลอกเอาได้ง่าย ๆ เขาแสร้งทำเป็นวาดลายเซียนที่ไม่สมบูรณ์ เพียงเพื่อบังคับให้มันพลิกตัวเท่านั้น
ร่างกายที่ใหญ่โตขยับกะทันหัน ราวกับเกิดแผ่นดินไหว หินนับไม่ถ้วนตกลงมาจากด้านบน
ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน พวกจ้าวเฉินต่างตกใจ ใบหน้าซีดเผือด พวกเขาวิ่งไปที่ปากถ้ำอย่างรวดเร็ว ไม่กล้าอยู่ต่อแม้แต่น้อย
หลิวอู๋เสียใช้เพลงเท้าเจ็ดดารา ร่างกายราวกับดาวตกปรากฏขึ้นข้างหลังพวกจ้าวเฉิน
ราชางูยังคงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งอยู่ด้านนอกหุบเขา พวกเขาพบสถานที่แห่งนี้เช่นกัน และกำลังหาวิธีทำลายผนึกสุสานโบราณ
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวที่ดังมาจากใต้ดิน ทำให้พวกเขากลัวจนต้องรีบหนีห่าง
หลิวอู๋เสียพุ่งออกจากปากถ้ำเป็นคนแรก มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ปลอดภัยตรงเชิงเขา
พวกจ้าวเฉินต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดราวกับว่าพ่อแม่ให้ขามาเพิ่มอีกสองขา ก้อนหินขนาดใหญ่กลิ้งลงมาจากยอดเขา ส่งเสียงคำรามกึกก้อง
หากถูกก้อนหินขนาดนั้นเข้าไป แม้ไม่ตายก็ต้องถลอกปอกเปิกไปทั้งตัว
ทันใดนั้น ภูเขาก็แยกออกจากกัน เผยให้เห็นหัวขนาดมหึมาโผล่ขึ้นมาจากโลกใต้ดิน ปลดปล่อยรังสีอสูรน่าสะพรึงกลัว
ผู้คนด้านนอกต่างตกตะลึง จ้องมองด้วยความงุนงง
“อสูร… สัตว์อสูรระดับห้า…”
ชั่วขณะนั้น!
เหล่าผู้ฝึกตนที่เพิ่งมาถึงต่างหวาดกลัวจนวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ไล่ตามพวกจ้าวเฉินไป
ราชางูมีเพียงศีรษะโผล่ออกมา ร่างกายของมันติดอยู่ระหว่างก้อนหินขนาดมหึมาสองก้อน เว้นแต่ว่ามันจะวิวัฒนาการอีกครั้ง สามารถควบคุมร่างกายของมันเอง ขยายและหดได้ตามต้องการ
หลังจากวิ่งไปกว่าร้อยลี้ หลิวอู๋เสียจึงหยุดวิ่ง หายใจหอบถี่ด้วยความหวาดผวา
เสี่ยงเกินไปแล้ว เพื่อที่จะได้แก่นแท้ทองคำ เขาเกือบเอาชีวิตไปทิ้งเสียแล้ว
ทันทีที่เขายืนตัวตรง พวกจ้าวเฉินก็ตามมา พวกเขามองหน้ากัน จากนั้นคนกว่าห้าสิบคนก็ล้อมหลิวอู๋เสียไว้
ส่วนที่เหลือยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อน
ดวงตาของหลิวอู๋เสียเย็นชา แววตาฉายแววโกรธเกรี้ยว
“พวกเจ้าต้องการแก่นแท้ทองคำหรือ?”
เขาจ้องไปที่จ้าวเฉิน ทั้งหมดห้าสิบสี่คนล้วนถูกจ้าวเฉินชักจูง
ส่วนคนอื่น ๆ ไม่ค่อยคุ้นเคยกับจ้าวเฉินนัก จึงถอยห่างออกไปเป็นผู้ชม
“หลิวอู๋เสีย ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามิเพียงแต่ได้ผลทองคำมาเท่านั้น แต่ยังได้ดอกเพลิงโลหิตมารครามมาด้วย บัดนี้ยังได้แก่นแท้ทองคำอีก เหตุใดจึงไม่แบ่งปันให้ทุกคนบ้าง”
ใบหน้าของจ้าวเฉินเผยความโลภออกมา
เขาเข้ามาที่นี่นานมากแล้ว แต่โชคไม่เข้าข้างเลยสักนิด
ไปหลายที่แล้ว ไม่โดนคนอื่นฉกตัดหน้า ก็ว่างเปล่า ไม่มีสมบัติอยู่เลย
อุตส่าห์เข้ามาในสุสานโบราณได้ แก่นแท้ทองคำก็โดนหลิวอู๋เสียเอาไปอีก
เขาเข้ามาสิบเจ็ดวันแล้ว ไม่มีเวลาไปที่อื่นแล้ว คงต้องเล่นงานหลิวอู๋เสีย
คนที่มาทีหลังต่างมุงดูอยู่โดยรอบ เมื่อได้ยินชื่อหลิวอู๋เสียก็งุนงงไปตามกัน
ชายหนุ่มที่ดูธรรมดาตรงหน้า ไม่ใช่หลิวอู๋เสียสักหน่อย!
เมื่อตัวตนถูกเปิดเผย หลิวอู๋เสียจึงลอกคราบปลอมตัวออก เผยใบหน้าที่แท้จริง
“เป็นไปไม่ได้ ตามบันทึกในปีก่อน คนหนึ่งเข้ามาได้สมบัติอย่างมากสุดแค่สองชิ้น คนส่วนใหญ่ได้ไม่ถึงชิ้นด้วยซ้ำ เขากลับได้สมบัติล้ำค่าไปตั้งสามชิ้น”
คนรอบข้างต่างซุบซิบ ดวงตาเผยความร้อนรุ่มออกมา
โดยเฉพาะผู้มีระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูง ต่างก็อยากจะกลืนกินหลิวอู๋เสียทั้งเป็น
สมบัติล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวก็ช่วยให้พวกเขาทะลวงสู่ระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้แล้ว
เขามีตั้งสามชิ้น ย่อมก่อให้เกิดความริษยาและความไม่พอใจ
“เปรียบเทียบกันแล้วน่าโมโหจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าเขาจะโชคดีได้ขนาดนี้”
ในน้ำเสียงริษยามีความอิจฉาปนอยู่ บางครั้งโชคชะตาก็สำคัญจริง ๆ
เรื่องเดียวกัน คนที่โชคดีก็จะได้พบโชคลาภ คนที่โชคร้าย แค่ออกจากบ้านก็จะเจอเรื่องแย่ ๆ แล้ว
“อยากได้สมบัติ ก็มาถามดาบในมือข้าก่อนว่ายอมหรือไม่”
หลิวอู๋เสียขี้เกียจพูดมากกับพวกเขา จะสู้ก็สู้เลย
ในถ้ำงู เขาก็แค่ปลดปล่อยพลังออกมาหนึ่งในร้อย ต่อสู้กับราชาแห่งงู เขาก็ต้องเป็นฝ่ายรอดออกมาอย่างแน่นอน
คนพวกนี้กลับคิดว่าเขาใช้อุบาย ถึงได้แก่นแท้ทองคำไป
“พี่จ้าว สั่งการมาได้เลย ทำยังไงดี!”
หลู่เฉิงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ฟังจากคำพูดคงคิดจะร่วมมือกับจ้าวเฉิน
“พวกเราก็ฟังพี่จ้าว ขอแค่ได้สมบัติมา ไม่ทำให้พวกเราเสียเปรียบก็พอ!”
คนเหล่านี้ล้วนยึดถือจ้าวเฉินเป็นหลัก เห็นว่าเขามีฝีมือสูงที่สุด การที่พวกเขารอดชีวิตออกมาได้ ล้วนสำนึกบุญคุณของจ้าวเฉิน
ได้รับการยกย่องจากคนมากมายเช่นนี้ จ้าวเฉินเผยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจออกมาเล็กน้อย
หลิวอู๋เสียฆ่าไปทั่วสารทิศภายในถ้ำงู ถึงอย่างนั้นงูหลามก็เป็นสัตว์อสูร ปฏิกิริยาค่อนข้างช้า หากออกมาข้างนอกคงมีผลลัพธ์ที่ต่างออกไป ยอดฝีมือห้าสิบสี่คนเพียงพอที่จะต่อกรกับทุกสิ่งได้
“หลิวอู๋เสีย เจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม ยังไม่ยอมมอบสมบัติออกมาอีกหรือ!”
จ้าวเฉินหัวเราะเยาะเย้ย คนมากมายเช่นนี้เต็มใจร่วมมือกับเขา คนทั่วไปย่อมไม่อาจทำได้ ต้องใช้ทั้งบารมีและความสามารถในการเป็นผู้นำอย่างแท้จริง
“พูดมากจริง!”
หลิวอู๋เสียทำเสียงประชด เพียงแค่ขยะกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
“พูดไร้สาระกับมันมากมายทำไม ฆ่ามันซะก็สิ้นเรื่อง”
พวกจ้าวเฉินไม่ได้เห็นเหตุการณ์ที่ทะเลสาบหวังซานด้วยตาตัวเอง เพียงแต่ได้ยินเรื่องเล่าลือกันมา
หากรู้ว่าหลิวอู๋เสียสังหารเซวียซื่อหงด้วยดาบเดียว ฆ่าจางซู่ลี่และคนอื่น ๆ คงจะสำรวมกันมากกว่านี้
“ลงมือ!”
จ้าวเฉินออกคำสั่ง ยอดฝีมือห้าสิบสี่คนลงมือพร้อมกัน เกิดเป็นคลื่นมหาศาลสั่นสะเทือนฟ้าดิน ไม่คิดเก็บงำฝีมือได้ ต่างก็งัดเอาความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา
วิชายุทธ์นานาชนิดปะทะกันจนยุ่งเหยิง อากาศในรัศมีหลายร้อยหมี่ปั่นป่วน เกิดเป็นกระแสลมหมุนวน หลิวอู๋เสียยืนอยู่ท่ามกลางพายุคล้ายกับว่าจะถูกพัดพาไปได้ทุกเมื่อ
“พวกไก่กากับสุนัขขี้เรื้อน!”
ความหนาวเหน็บราวกับกระดูกถูกบดขยี้แผ่ขยายออกไปจากศูนย์กลาง
ถูกด่าว่าเป็นไก่กากับสุนัขขี้เรื้อน จ้าวเฉินโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ กระบี่ยาวในมือแปรเปลี่ยนเป็นสามส่วน นี่คือวิชาหนึ่งปราณสามบริสุทธิ์ บรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้ว
ผู้คนมากมายล้วนเป็นอัจฉริยะผู้เลอเลิศจากทุกสารทิศ ในจำนวนนั้นมีหลายคนที่เป็นศิษย์จากสำนักศึกษาจักรวรรดิ
พวกเขาจงใจแสร้งทำเป็นไม่รู้จักหลิวอู๋เสีย เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับได้
ในเมื่อไร้ซึ่งความเมตตา อย่าได้โทษว่าหลิวอู๋เสียไร้คุณธรรม
ดาบเสียเหรินถูกยกขึ้น ราวกับละมั่งเหยียบยอดเขา เจตจำนงดาบแผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้า ปลดปล่อยพลังดาบอันน่าตกตะลึง
คมดาบที่ใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบ ดึงเอาปราณแท้ไท่หวงไปถึงห้าส่วน
กระบวนท่าแรกปลิดชีพบรรลุขั้นสูงสุดแล้ว
ดาบเสียเหรินยังไม่ทันได้ฟาดฟัน เงาดาบนับไม่ถ้วนปกคลุมคนทั้งห้าสิบสี่คนเอาไว้ทั้งหมด
“พลังดาบแข็งแกร่งยิ่งนัก!”
สีหน้าของผู้คนที่ยืนอยู่ไกลออกไปเปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขาต่างถอยหลังไป
พวกจ้าวเฉินถูกสมบัติบังตา จนลืมความกลัวไปเสียสิ้น มีเพียงความตายที่กำลังมาเยือนเท่านั้นที่ทำให้ตระหนักได้ว่าตัวเองคิดผิด
– โปรดติดตามตอนต่อไป –