ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 275 สายตาคับแคบ
ยกเว้นหลิวอู๋เสีย ทุกคนต่างมีสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา
สัตว์อสูรขนาดมหึมาจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ลงจอดในสนามรบหลงหยาง ล้วนเป็นศิษย์ที่เดินทางมาจากราชวงศ์อื่นเพื่อเข้าร่วม
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอัจฉริยะจากราชวงศ์อื่น ทุกคนต่างก็ระแวดระวังซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ต่าง ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นตึงเครียดมาก
และสงครามร้อยดินแดนยังเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของอาณาจักร พวกเขาจึงไม่กล้าประมาท
“ฟ่านเจิน ไม่คิดเลยว่าราชวงศ์ต้าเยี่ยนของเจ้าในรุ่นนี้จะไม่มีต้นกล้าที่ดีเลย”
ห่างออกไปห้าสิบหมี่ หลังจากสัตว์อสูรขนาดมหึมาตัวหนึ่งลงจอด คนกลุ่มหนึ่งก็เดินตรงมายังฝั่งราชวงศ์ต้าเยี่ยนทันที
ชายชราที่พูดมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฟ่านเจิน อายุประมาณร้อยปี เป็นยอดฝีมือระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ มีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา
“ถานเหวินสง ไม่ทราบว่ามีอะไรจะชี้แนะหรือ?”
ใบหน้าของฟ่านเจินเผยความไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้จักกันดี และสนิทสนมกันมาก
“ข้าไม่กล้าชี้แนะหรอก แค่อยากรู้อยากเห็น ราชวงศ์ต้าเยี่ยนของเจ้าหาอัจฉริยะไม่ได้แล้วจริง ๆ หรือ? พวกนี้เป็นตัวอะไรกัน มีระดับพลังแก่นวิสุทธิ์แค่คนเดียว ดูจากความบริสุทธิ์ของปราณแท้ คงพึ่งทะลวงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้ไม่ถึงเดือนสินะ”
ถานเหวินสงลูบเคราด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
พูดจาถากถางขนาดนี้ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ก็เป็นศัตรู คงไม่ใช่สหายแน่นอน
มองไปยังฝ่ายตรงข้าม มีจำนวนมากถึงยี่สิบเอ็ดคน เป็นถึงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์เจ็ดคน ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นระดับพลังครึ่งก้าวแก่นวิสุทธิ์ทั้งสิ้น พลังฝีมือแข็งแกร่งจนน่าตกตะลึง
มองกลับมาที่ฝ่ายราชวงศ์ต้าเยี่ยน นอกจากม่อชงแล้ว สิบเจ็ดคนส่วนที่เหลือล้วนแล้วแต่เป็นระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้า
ถูกคนอื่นเยาะเย้ยถากถาง ทั้งสิบแปดคนรวมถึงหลิวอู๋เสียต่างก็เผยสีหน้าไม่พอใจ
พวกเขาไม่ได้ไปหาเรื่องใครก่อน แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับรีบร้อนพูดจาถากถาง ต้องการอะไรกันแน่?
“อาจารย์ใหญ่ พวกมันเป็นใคร!”
หม่าจัวอวี่เดินออกมาถามอาจารย์ใหญ่ ฝ่ายตรงข้ามก้าวร้าวเกินไปแล้ว
พวกม่อชงก็สงสัยเช่นกัน ต่างก็มองไปที่อาจารย์ใหญ่และถามไถ่
“พวกเขามาจากอาณาจักรเทียนฝู!”
ฟ่านเจินไม่ได้ปิดบัง สงครามร้อยดินแดนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น พวกเขาจำเป็นต้องรู้จักคู่ต่อสู้
“อาณาจักรเทียนฝูที่คอยรุกรานพรมแดนของราชวงศ์ต้าเยี่ยนของเรามาโดยตลอด”
เมื่อพูดถึงอาณาจักรเทียนฝู ทุกคนต่างก็เผยความโกรธออกมา มีเพียงหลิวอู๋เสียที่สีหน้าเรียบเฉย กวาดตามองไปยังคนของอาณาจักรเทียนฝูทั้งยี่สิบกว่าคน จดจำพวกเขาไว้ในใจ
“สงครามร้อยดินแดนครั้งที่แล้ว พวกเราเสียเมืองใหญ่ไปถึงสองเมือง หนึ่งในนั้นก็พ่ายแพ้ให้กับอาณาจักรเทียนฝู จนถึงตอนนี้ประชาชนจำนวนมากยังคงตกเป็นทาสของอาณาจักรเทียนฝูอยู่”
เมืองใหญ่ที่ถูกแบ่งแยกออกไปไม่มีสถานะใด ๆ พวกเขามีชีวิตเหมือนทาส
สำหรับราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้ว นี่คือความอัปยศอดสู บนใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความโกรธแค้น อยากจะพุ่งเข้าไปต่อสู้กับพวกมันสักตั้ง
“ถานเหวินสง สงครามร้อยดินแดนยังไม่เริ่มขึ้น ใครจะเป็นผู้ชนะยังไม่แน่นอน รอให้การแข่งขันสิ้นสุดลงก่อนเถอะค่อยว่ากัน”
ฟ่านเจินหัวเราะเยาะ ไม่ได้แสดงความโกรธเคืองแต่อย่างใด
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟ่านเจินทำได้เพียงอดทน เนื่องจากความแข็งแกร่งเป็นรองจึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยง
แต่ปีนี้แตกต่างออกไป ด้วยการมีอยู่ของสัตว์ประหลาดอย่างหลิวอู๋เสีย พวกเขาจะต้องเปล่งประกายอย่างแน่นอน และโจมตีอาณาจักรเพื่อนบ้านอย่างหนักหน่วง
“ฮ่า ๆ … ช่างน่าขันนัก ด้วยฝีมือเพียงแค่นี้ พวกเจ้าคงจะตายที่นี่ก่อนที่สงครามร้อยดินแดนจะจบลงเสียอีก”
ครั้งนี้เป็นศิษย์จากอาณาจักรเทียนฝู ไม่ใช่ถานเหวินสง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย
“เจ้ากำลังทำให้ข้าโมโห ข้าจะสู้กับพวกเจ้าเอง!”
หม่าจัวอวี่ทนไม่ไหว ต้องการที่จะต่อสู้กับคนของอาณาจักรเทียนฝูให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ถูกศิษย์ข้าง ๆ ดึงไว้
ยกเว้นหลิวอู๋เสียแล้ว พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอาณาจักรเทียนฝูเลย
ถ้าหลิวอู๋เสียไม่พูดอะไร พวกเขาก็ขึ้นไปตายเปล่า ๆ
“พวกเจ้า ราชวงศ์ต้าเยี่ยน เป็นแค่คนขี้ขลาดหรือไง? ข้าเยาะเย้ยพวกเจ้าเช่นนี้ พวกเจ้ายังไม่ทำอะไรเลย เป็นแค่ขยะจริง ๆ”
อีกฝ่ายยิ่งก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกเสียงหัวเราะดังลั่น
ไกลออกไปมีคนอีกหลายกลุ่มลงมา เป็นตัวแทนของราชวงศ์ของตน เห็นว่ามีเรื่องสนุกจึงพากันมามุงดู
ราชวงศ์ต้าเยี่ยนยอมถอยแล้วถอยอีก แต่อีกฝ่ายมิเพียงไม่ยอมหยุดกลับยิ่งได้ใจ เหยียดหยาม ด่าทอพวกเขาว่าเป็นขยะ
“ศิษย์พี่หลี่จื่อหาว ไยต้องไปสนใจขยะพวกนี้ด้วย ในเมื่อพวกมันก็อยู่ได้อีกไม่นาน รอให้สงครามร้อยดินแดนเริ่มขึ้น ค่อยกำจัดพวกมันเป็นพวกแรก”
ศิษย์อาณาจักรเทียนฝูที่อยู่ด้านหลังต่างพากันหัวเราะเยาะ
“น่าโมโหจริง ๆ ศิษย์น้องหลิว เจ้าไม่คิดจะสั่งสอนพวกมันหน่อยหรือ!”
หม่าจัวอวี่เดินไปหาหลิวอู๋เสีย ในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ มีเพียงหลิวอู๋เสียเท่านั้นที่สามารถสั่งสอนคนเหล่านี้และกู้หน้าให้กับราชวงศ์ต้าเยี่ยน
หากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไป ชื่อเสียงของราชวงศ์ต้าเยี่ยนคงจะหมดสิ้น
หลิวอู๋เสียไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ สายตามองไปที่หม่าจัวอวี่ด้วยท่าทางเฉยเมย เขาไม่ได้รู้สึกผูกพันกับราชวงศ์ต้าเยี่ยนมากนัก เพียงแค่ผ่านมาเท่านั้น
เขาไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ระหว่างพวกเขา
เพียงแค่ต้องการเข้าสู่พิภพบำเพ็ญเพียรโดยเร็วที่สุด และได้รับทรัพยากรการบ่มเพาะมากขึ้น ส่วนเรื่องอื่นไม่สนใจ
“ศิษย์น้องหลิว ศิษย์น้องหม่าพูดถูก เจ้าต้องสั่งสอนพวกที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำพวกนี้”
ระหว่างอาณาจักรกับอาณาจักร เหล่าศิษย์ของสำนักศึกษาจักรวรรดิต่างก็รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว
“ฮ่า ๆ … น่าขันสิ้นดี พวกขยะ กลับต้องการให้ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้ามาสั่งสอนพวกเรา ช่างน่าขันเสียจริง!”
เสียงหัวเราะจากฝ่ายอาณาจักรเทียนฝูดังขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
“ศิษย์น้องหลิว…”
ศิษย์นับสิบคนมองไปที่หลิวอู๋เสียพร้อมกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวัง ปรารถนาให้เขาพูดอะไรบางอย่าง เพื่อข่มขวัญพวกสวะเหล่านี้
“เป็นแค่พวกสายตาคับแคบ ไม่จำเป็นต้องไปถือสาหรอก!”
หลิวอู๋เสียถูกทุกคนผลักไปข้างหน้า เขาจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ยิ่งไปกว่านั้น อาณาจักรเทียนฝูยังดูถูกพวกเขาทุกวิถีทาง ซึ่งรวมถึงหลิวอู๋เสียด้วย
“เจ้าหนู เจ้าพูดว่าอะไร กล้าดียังไงมาว่าพวกเราเป็นพวกสายตาคับแคบ ข้าจะฆ่าเจ้า”
ผู้คนจากอาณาจักรเทียนฝูโกรธจัด พวกเขาต่างชักอาวุธเตรียมลงมือ
หม่าจัวอวี่ ฉินเหลยและคนอื่น ๆ ต่างตื่นเต้นมาก ขอเพียงหลิวอู๋เสียลงมือ ไม่มีเรื่องอะไรที่จัดการไม่ได้
“พวกเจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการลงมือ?”
หลิวอู๋เสียเผยท่าทางที่ดูไร้พิษภัย ดูเหมือนจะไม่มีภัยคุกคามใด ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกที่น่าขนลุก โดยเฉพาะดวงตาที่ล้ำลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง แค่มองแวบเดียวก็ทำให้ผู้คนจมดิ่งลงไปอย่างสุดซึ้ง
คนไม่ทำร้ายข้า ข้าย่อมไม่ทำร้ายคน นี่คือสิ่งที่หลิวอู๋เสียยึดถือมาตลอด
หากอีกฝ่ายต้องการหาเรื่อง เขาก็ไม่หวั่นเกรง สุดท้ายก็แค่ฆ่าเสียก็สิ้นเรื่อง
“อาจารย์ใหญ่ เด็กผู้นี้ช่างโอหังนัก ข้าขออาสาฆ่ามันเอง!”
ทางฝ่ายอาณาจักรเทียนฝู มีชายผู้หนึ่งซึ่งบรรลุระดับพลังครึ่งก้าวแก่นวิสุทธิ์ก้าวออกมา ขอให้ถานเหวินสงอนุญาตให้เขาลงมือสั่งสอนหลิวอู๋เสีย
“อืม!”
ถานเหวินสงอนุญาตตามคำขอของชายผู้นั้น
เมื่อได้รับคำตอบจากอาจารย์ใหญ่ ชายผู้นั้นก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ปลดปล่อยพลังอันเกรี้ยวกราดออกมา ก่อเกิดเป็นคลื่นพลังโหมกระหน่ำ
ในสมุดที่ฟ่านเจินมอบให้พวกหลิวอู๋เสียมีข้อมูลของอาณาจักรเทียนฝูอยู่ด้วย ข้อมูลอาณาจักรที่อยู่ติดพรมแดนเหล่านี้ค่อนข้างครบถ้วน ชายที่ลงมือกับหลิวอู๋เสียมีนามว่าหลิวกว่างเผิง มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับปานกลาง
นับตั้งแต่ที่หลิวอู๋เสียทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้า เขายังไม่เคยได้ลงมือเลย สำหรับผู้ฝึกตนระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นต้นทั่วไป ต่อหน้าเขาแล้วล้วนไม่อาจต้านทานได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับพลังครึ่งก้าวแก่นวิสุทธิ์
“อู๋เสีย เจ้าต้องระวัง!”
ถึงฟ่านเจินจะรู้ว่าหลิวอู๋เสียมีฝีมือเพียงใด แต่ก็ยังอดเตือนไม่ได้ ที่นี่คือสนามรบหลงหยาง เต็มไปด้วยอันตรายตลอดเวลา หากประมาทเพียงนิดเดียวอาจตายได้โดยไม่รู้ตัว
ในแต่ละปีมีผู้ฝึกตนระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ตายไปไม่น้อย สงครามร้อยดินแดนคือเส้นทางที่ปูด้วยเลือด
หากต้องการก้าวเข้าสู่พิภพบำเพ็ญเพียร จำต้องเหยียบย่ำศพของผู้อื่นขึ้นไป
หลิวอู๋เสียพยักหน้า ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับศัตรูแบบใด เขาก็จะทุ่มสุดกำลัง ไม่ประมาทแม้แต่น้อย
ฝ่ายราชวงศ์ต้าเยี่ยนตื่นเต้นมาก ดีใจยิ่งกว่าการลงสนามด้วยตัวเองเสียอีก พวกเขาถอยห่างออกไปเพื่อเปิดพื้นที่
มีผู้คนมามุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มส่วนใหญ่มีสมาชิกประมาณสามสิบคน กลุ่มที่น้อยที่สุดมีเพียงห้าคน คาดว่าน่าจะเป็นราชวงศ์เล็ก ๆ เทียบกับราชอาณาจักรต้าเยี่ยนไม่ได้
“เจ้าหนู เจ้ากล้าดียังไงมาดูถูกพวกข้าว่าเป็นพวกสายตาคับแคบ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนอาณาจักรเทียนฝู ให้เจ้ารู้ว่าคำพูดบางคำไม่ควรพูดออกไปพร่ำเพรื่อ”
หลิวกว่างเผิงขยับร่างกายเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยหมัดพุ่งตรงไปยังใบหน้าของหลิวอู๋เสีย
หมัดนี้รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ สมกับเป็นยอดฝีมือ แม้จะมีระดับพลังครึ่งก้าวแก่นวิสุทธิ์ แต่ก็เทียบเท่ากับระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ทั่วไป
ช่วงหลายปีมานี้ อาณาจักรเทียนฝูพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอำนาจของราชวงศ์หรือคุณภาพของคน ก็เหนือกว่าราชวงศ์ต้าเยี่ยนไปมาก
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาถึงได้ต่อสู้กัน?”
ผู้คนที่มาถึงทีหลังยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก่อนการแข่งขันสงครามร้อยดินแดนจะเริ่มต้นขึ้น
“อาณาจักรเทียนฝูกับราชอาณาจักรต้าเยี่ยนเป็นศัตรูกันมาช้านาน เมื่อได้พบกัน ย่อมต้องมีการต่อสู้กันบ้าง”
ผู้คนจากอีกอาณาจักรปรากฏตัวขึ้น และเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
พวกเขาคือผู้คนจากอาณาจักรเทียนเซียง อาณาจักรที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตเครื่องหอมนานาชนิด ทั้งสองอาณาจักรนี้มีความทะเยอทะยานจริง ๆ พวกเขาวางแผนที่จะใช้เครื่องหอมและกล่องดนตรีเจ็ดเสียงฆ่าจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยน
แต่หลิวอู๋เสียกลับเปิดโปงแผนการนี้เสียก่อน อ๋องยงเสียนซึ่งน่าจะสมรู้ร่วมคิดกับทั้งสองอาณาจักรต้องผิดหวังไป
กระแสลมหมัดของหลิวกว่างเผิงใกล้เข้ามาทุกที ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เห็นหลิวอู๋เสียอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ในบัญชีรายชื่อที่พวกเขาได้รับ ไม่มีชื่อของหลิวอู๋เสียอยู่เลย
หลิวอู๋เสียเพิ่งจะโด่งดังขึ้นมาได้เพียงไม่กี่เดือน ข่าวคราวยังไม่แพร่กระจายไปถึง พวกเขาจึงไม่รู้จักเขา
น่าแปลกใจ หลิวอู๋เสียกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อน ปล่อยให้หมัดของหลิวกว่างเผิงพุ่งเข้ามาหา ทำให้ผู้คนต่างพากันงุนงง
“เห็นหรือไม่ เจ้าหนูนั่นคงจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว”
ศิษย์คนอื่นของอาณาจักรเทียนฝูพากันหัวเราะเยาะเย้ย เสียงดูถูกดังขึ้นไม่หยุด
“แค่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้า ยังกล้ามาดูถูกพวกเรา ปล่อยให้ศิษย์น้องหลิวสั่งสอนมันสักหน่อยเถอะ จะได้รู้จักเกรงกลัวบารมีของอาณาจักรเทียนฝูบ้าง”
ท่ามกลางสายตามากมาย หมัดของหลิวกว่างเผิงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของหลิวอู๋เสียในระยะไม่กี่นิ้ว
“เจ้าหนู ตายซะเถอะ วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้รู้ซึ้งถึงผลลัพธ์ของการล่วงเกินอาณาจักรเทียนฝู”
หลิวกว่างเผิงแสยะยิ้มชั่วร้าย ราวกับเห็นภาพหลิวอู๋เสียถูกทุบจนศีรษะระเบิด หมัดผสานเข้ากับเสียงฟ้าร้องคำราม นี่คือการโจมตีอย่างเต็มกำลัง
“สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเช่นเจ้า กล้าดียังไงมาส่งเสียงดังโวยวายต่อหน้าข้า การฆ่าพวกเจ้า มันทำให้มือของข้าเปื้อนเปล่า ๆ”
เจตจำนงสังหารบ้าคลั่งแผ่ออกมาจากร่างของหลิวอู๋เสียเป็นศูนย์กลาง กวาดล้างออกไปทุกทิศทาง สั่นสะเทือนพื้นที่โดยรอบ
“คลื่นพลังน่ากลัวอะไรเช่นนี้!”
ผู้คนรอบตัวมีสีหน้าเปลี่ยนไป นี่ไม่เหมือนกับระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้าเลยแม้แต่น้อย มันเหมือนกับระดับพลังแก่นวิสุทธิ์มากกว่า
ฐานพลังไม่อาจหลอกลวงใครได้ หลิวอู๋เสียอยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้าอย่างไม่ต้องสงสัย
ขณะที่คลื่นพลังปั่นป่วน หลิวกว่างเผิงก็ตระหนักได้ถึงลางร้าย ร่างของเขาพยายามเบี่ยงหลบไปด้านข้าง น่าเสียดายที่ยังช้าไปก้าวหนึ่ง
เขาเร็วมาก แต่หลิวอู๋เสียเร็วกว่าเขาถึงสิบเท่า
– โปรดติดตามตอนต่อไป –