ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 276 ปราณมังกร
ไม่มีใครคาดคิด หลิวอู๋เสียจะมีความเร็วที่เหนือชั้นถึงเพียงนี้
เห็นเพียงร่างของเขาแวบเดียว ก็หายวับไปในระยะไกล หมัดของหลิวกว่างเผิงจึงพลาดเป้าไป
หลิวกว่างเผิงรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงรีบเคลื่อนไหวหลบไปด้านข้างทันที การเคลื่อนที่ไปด้านข้างนั้นรวดเร็วกว่าการถอยหลัง
“เจ้าช่างเชื่องช้าเสียจริง!”
น้ำเสียงของหลิวอู๋เสียดังขึ้นราวกับยมทูต ทำเอาหลิวกว่างเผิงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“เพี๊ยะ!”
ฝ่ามืออันหนักหน่วงฟาดหลิวกว่างเผิงอย่างจัง ส่งผลให้เขาลอยละลิ่วและกระแทกพื้นอย่างแรง ร่างกายปั่นป่วนไปหมด แม้แต่ทิศทางก็ยังแยกไม่ออก
หลิวอู๋เสียไม่ได้ฆ่าเขา เพราะยังไม่ถึงเวลา
สงครามร้อยดินแดนยังไม่เริ่มต้นขึ้น ไม่อยากเปิดเผยความแข็งแกร่งของตัวเองเร็วเกินไป จนกลายเป็นเป้าหมายของทุกคน
ทำตัวให้ต่ำเข้าไว้ แต่ลงมือให้เด็ดขาด นี่แหละวิถีแห่งราชัน
สภาพแวดล้อมตกอยู่ในความเงียบงันเหมือนป่าช้า ทุกคนต่างลืมหายใจ มองดูหลิวกว่างเผิงถูกโจมตีจนกระเด็นไปไกลด้วยสีหน้างุนงง
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมศิษย์น้องหลิวถึงถูกโจมตีกระเด็นไปได้!”
ศิษย์คนอื่นของอาณาจักรเทียนฝูเผยสีหน้าฉงน
“วิชาตัวเบา วิชาตัวเบาของเขาแปลกประหลาดนัก!”
มีคนมองออกถึงเคล็ดลับ หลิวอู๋เสียโจมตีหลิวกว่างเผิงไม่ใช่ด้วยกำลังของเขาเอง แต่เป็นเพราะวิชาตัวเบา
ขอเพียงควบคุมความเร็วได้ ก็จะไม่แพ้
นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดอยู่ในขณะนี้
แน่นอน ยกเว้นคนของราชวงศ์ต้าเยี่ยน
“ไอ้หนู เจ้าช่างกล้ามาก ที่บังอาจทำร้ายศิษย์ของอาณาจักรเทียนฝูของพวกเรา!”
ศิษย์ที่เหลืออีกยี่สิบคนของอาณาจักรเทียนฝูพุ่งเข้ามาหาหลิวอู๋เสียราวกับน้ำไหลบ่า เพื่อที่จะฆ่าเขา
ฝ่ายราชวงศ์ต้าเยี่ยนก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกเขายืนเรียงแถวเป็นรูปขบวน ขนาบข้างหลิวอู๋เสียทั้งสองด้าน พวกเขาต้องร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูภายนอก
พวกเขาอาจจะมีความแค้นกันภายใน แต่ระหว่างอาณาจักรกับอาณาจักร ความแค้นของพวกเขาไม่นับว่าเป็นอะไร
“ถานเหวินสง พวกเจ้าแพ้ไม่เป็นหรือ? สงครามร้อยดินแดนยังไม่เริ่มขึ้น หากเก่งจริงก็รอให้ถึงสงครามร้อยดินแดน ค่อยมาประลองกัน”
ฟ่านเจินก้าวออกมาขัดจังหวะพวกเขา ตอกกลับความเย่อหยิ่งของอาณาจักรเทียนฝูเล็กน้อย บรรลุเป้าหมายแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้หลิวอู๋เสียเปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริง
ต้องให้เขาโด่งดังในสงครามร้อยดินแดน
ฟ่านเจินใช้คำพูดแยบยลยิ่งนัก อาณาจักรเทียนฝูเป็นฝ่ายก้าวร้าว หากยังคงโต้เถียงกันต่อไป จะดูไร้เหตุผล
เป็นพวกเจ้าที่หาเรื่องก่อน ลงมือก่อน แต่กลับถูกหลิวอู๋เสียตบด้วยฝ่ามือเดียวจนกระเด็น แพ้ก็ต้องยอมรับ
“ดี ดีมาก พรุ่งนี้คือสงครามร้อยดินแดน ข้าจะทำให้พวกเจ้าอยู่อย่างไร้ความสุข ตายอย่างทุกข์ทรมาน!”
ถานเหวินสงพูดออกมาทีละคำ สายตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ก่อนจากไปยังถลึงตามองหลิวอู๋เสีย
ราวกับกำลังพูดว่า ‘เจ้าหนู เจ้าตายแน่!’
หลิวอู๋เสียไม่สนใจสายตาเย่อหยิ่งของถานเหวินสง
ใบหน้าไม่มีความหวั่นไหวใด ๆ หลิวอู๋เสียยังคงมีรอยยิ้มตั้งแต่ต้นจนจบ
ละครลิงจบลง ราชวงศ์ทั้งห้าสิบเจ็ดแห่งก็ทยอยมาถึง ยืนอยู่บริเวณรอบนอกของสนามรบหลงหยาง สนามรบยังไม่เปิดจึงไม่สามารถเข้าไปได้
เพียงไม่กี่ชั่วยาม ไม่ใช่แค่ราชวงศ์ต้าเยี่ยนที่ถูกยั่วยุ ราชวงศ์อื่น ๆ อีกหลายแห่งก็เกิดเรื่องแบบนี้เช่นกัน
ราชวงศ์บางแห่งมีความแค้นที่สะสมมานานหลายร้อยปี เมื่อได้พบหน้ากันก็ยิ่งโกรธแค้น
ความแค้นนี้ยังแผ่ขยายไปถึงพิภพบำเพ็ญเพียร
ราชวงศ์เหล่านี้มีศิษย์หลายคนได้เข้าสู่พิภพบำเพ็ญเพียร การต่อสู้ระหว่างกันยังคงดำเนินต่อไป ในการแข่งขันครั้งที่แล้ว ราชวงศ์ต้าเยี่ยนมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับเลือกจากพิภพบำเพ็ญเพียร
เมื่อเทียบกับราชวงศ์อื่น ๆ อาณาจักรต้าเยี่ยนมีผู้ที่ถูกคัดเลือกน้อยเกินไป
ผ่านไปหลายปีเช่นนี้ ราชวงศ์อื่น ๆ ได้สร้างอาณาเขตของตัวเองในพิภพบำเพ็ญเพียรแล้ว ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ค่อย ๆ กลายเป็นหนึ่งเดียว
“พวกเจ้าดูทางนั้นสิ!”
หม่าจัวอวี่อุทานออกมา แล้วชี้ไปที่ท้องฟ้า มังกรไฟปรากฏขึ้น พ่นไฟอยู่เหนือก้อนเมฆ ค่อย ๆ ลงมาจากท้องฟ้าอันไกลโพ้น
ผู้คนรอบนอกสนามรบหลงหยางตกใจ หลายคนรีบเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
“พวกเขาเป็นคนของจักรวรรดิเหยียนหุย อาณาจักรชั้นสูง มีความแข็งแกร่งอย่างมาก ไม่ใช่อาณาจักรเล็ก ๆ อย่างเราจะเทียบได้”
ฟ่านเจินเตือนพวกเขาว่าอย่าไปยุ่งกับอาณาจักรมหาอำนาจนี้เด็ดขาด พวกเขามีอำนาจมากจนน่ากลัว
ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งมีอำนาจ หลายร้อยปีมานี้ ตำแหน่งในพิภพบำเพ็ญเพียรถูกอาณาจักรมหาอำนาจนี้แบ่งกันไปหมดแล้ว อาณาจักรชั้นรองอย่างพวกเขาไม่ได้ซดน้ำแกงด้วยซ้ำ
ยิ่งอาณาจักรยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งสามารถบ่มเพาะอัจฉริยะได้มากขึ้น นี่เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้
ในบรรดาราชวงศ์ทั้งห้าสิบเจ็ด มีอาณาจักรชั้นสูงอยู่หลายอาณาจักร นอกจากจักรวรรดิเหยียนหุยแล้ว ยังมีจักรวรรดิอันเทา จักรวรรดิชิงสง จักรวรรดิหลันเฟิง จักรวรรดิเฮยฉู่ เป็นต้น
เหล่านี้ล้วนเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ดินแดนกว้างใหญ่กว่าราชวงศ์ต้าเยี่ยนหลายสิบเท่า ตั้งอยู่ในสถานที่ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของหนานโจว และอยู่ใกล้กับพิภพบำเพ็ญเพียร ผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากจะไปที่ราชวงศ์เหล่านี้เพื่อคัดเลือกต้นกล้าที่ดี
ครอบครองภูมิประเทศที่ได้เปรียบ ทรัพยากรมีมากมาย ดินแดนกว้างใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะกลายเป็นอาณาจักรมหาอำนาจ
ท่ามกลางเสียงอิจฉาริษยา ผู้คนของจักรวรรดิเหยียนหุยค่อย ๆ ร่อนลงมา สิ่งที่บรรทุกพวกเขากลับกลายเป็นมังกรดิน
เป็นเผ่าพันธุ์มังกรชนิดหนึ่ง มีสายเลือดของมังกรศักดิ์สิทธิ์อยู่เจือจางในร่างกาย
สูงกว่ามังกรเจียวหลงระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับมังกรศักดิ์สิทธิ์แล้ว นั่นคือความแตกต่างระหว่างฟ้ากับเหว
มังกรดินเป็นเพียงแค่ลูกหลานที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ของเผ่าพันธุ์มังกรเท่านั้น แถมสายเลือดก็แทบจะเลือนรางไปจนแทบสัมผัสไม่ได้แล้ว
แต่ในสายตาของมนุษย์ธรรมดา มังกรดินก็ยังคงเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่สูงส่งเกินเอื้อมอยู่ดี ยังไงเสีย พวกมันก็คือทายาทของเผ่าพันธุ์มังกร
“พลังน่ากลัวชะมัด นี่มันระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสามเลยนี่!”
เสียงร้องตกตะลึงดังมาจากฝูงชน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีมนุษย์อายุไม่ถึงยี่สิบห้าปีที่บรรลุระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสาม นี่มันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว
“พวกเจ้าดูสิ พวกนั้นมีระดับพลังต่ำสุดคือระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นหนึ่งเลยนะ!”
จักรวรรดิเหยียนหุยส่งคนมาร่วมทั้งหมดสามสิบเอ็ดคน นอกจากผู้นำหนึ่งคนแล้ว อีกสามสิบคนที่เหลือล้วนเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก
แค่ส่งคนใดคนหนึ่งออกมา ก็บดขยี้ยอดฝีมือจากอาณาจักรชั้นรองได้แล้ว
การที่ราชวงศ์ต้าเยี่ยนจะโดดเด่นขึ้นมาได้นั้น ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก เพราะอาณาจักรชั้นสูงอย่างจักรวรรดิเหยียนหุยยังมีอีกสี่ถึงห้าจักรวรรดิ
การที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งจากปากของพวกเขานั้น ไม่ต่างอะไรจากการขึ้นสวรรค์
“โชคดีที่ราชวงศ์ต้าเยี่ยนของเราไม่ได้มีพรมแดนติดกับอาณาจักรชั้นสูงเหล่านี้ มิฉะนั้นคงถูกพวกเขากลืนกินไปนานแล้ว” หลี่หนานเซียงพูดเบา ๆ
ตอนแรกที่จัดขึ้น มันคือสงครามร้อยดินแดนจริง ๆ แต่ต่อมามีหลายอาณาจักรถูกทำลายกลายเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิ หรือถูกรวมเข้าด้วยกัน จนเหลือเพียงห้าสิบเจ็ดอาณาจักร
หลังจากคนเหล่านั้นลงมา สายตาก็พลันกวาดไปรอบ ๆ ราวกับคมดาบเฉียบคม ทุกคนที่ถูกสายตาของพวกเขากวาดมอง ล้วนไม่สบายไปทั่วร่าง
“น่าเบื่อ พวกนี้อ่อนแอเกินไป เข้าไปในพิภพบำเพ็ญเพียรก็มีแต่ทางตาย”
ชายหนุ่มคนหนึ่งจากจักรวรรดิเหยียนหุยเดินลงมา มุมปากเผยรอยยิ้มเยาะแสนโอหัง
แต่ก็ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาพูดอะไรสักคำ เพราะเขามีระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสาม แม้แต่หลัวเจาจวินก็ยังไม่แน่ว่าจะเป็นคู่มือ
“ศิษย์พี่ไจ๋พูดถูก พวกนี้มันก็แค่ขยะ มาเข้าร่วมสงครามร้อยดินแดนกับพวกเขาก็แค่เสียเวลาเปล่า ๆ”
เสียงชื่นชมดังระงมมาจากรอบทิศ
อาณาจักรอื่นทำได้แค่เก็บงำความโกรธ แม้แต่อาณาจักรชั้นกลางยังไม่กล้าพูดปาก แล้วอาณาจักรชั้นล่างเล่าจะกล้าได้อย่างไร พวกเขาทำลายเจ้าได้ในพริบตา
“อู๋เสีย ปีนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป อย่าได้มุ่งหวังแต่ชัยชนะ การมีชีวิตรอดต่างหากที่สำคัญที่สุด โดยทั่วไปแล้ว อาณาจักรชั้นสูงเหล่านี้จะไม่รังแกพวกเราที่เป็นอาณาจักรชั้นล่าง”
ฟ่านเจินยืนอยู่เคียงข้างหลิวอู๋เสีย กระซิบเตือนให้หลิวอู๋เสียพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคนจากอาณาจักรชั้นสูง
หลิวอู๋เสียพยักหน้ารับ ทราบดีว่าฟ่านเจินหวังดี ผู้คนเหล่านั้นมีพลังแข็งแกร่งเกินไป ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา การฆ่าผู้เชี่ยวชาญระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสามคนเดียวไม่ใช่เรื่องยาก แต่การรับมือกับหลายคนพร้อมกันนั้นค่อนข้างยากลำบาก
เว้นแต่เขาจะทะลวงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ จึงจะกวาดล้างทุกสิ่ง
คนเหล่านี้ล้วนเป็นอัจฉริยะ หลิวอู๋เสียทะลวงพลังยุทธ์ได้ พวกเขาก็สามารถใช้ประโยชน์จากสนามรบหลงหยางเพื่อทะลวงพลังยุทธ์ได้เช่นกัน
ตามมาด้วยจักรวรรดิเฮยฉู่ ขี่สัตว์อสูรร้ายกาจมาด้วย มันคือคุนเผิงโตเต็มวัย
ทันทีที่มันลงจอด ปราณปีศาจอันยิ่งใหญ่ก็กวาดล้างไปทั่วบริเวณเป็นรัศมีหลายหมื่นหมี่
จนกระทั่งพลบค่ำ ราชวงศ์ทั้งห้าสิบเจ็ดราชวงศ์ก็มาถึงอย่างพร้อมเพรียง รอจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ทูตจากพิภพบำเพ็ญเพียรมาถึงและเปิดสนามรบหลงหยาง
มีแผ่นศิลาขนาดมหึมาสิบแผ่น สูงตระหง่านราวกับภูเขาลูกเล็ก ๆ
แผ่นศิลาทั้งสิบแผ่นเรียงรายเป็นแนวกั้นเส้นทางสู่สนามรบหลงหยาง
ราตรีมาเยือน!
ทุกคนต่างพากันพักผ่อนในกระโจม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้
ภายในกระโจมขนาดใหญ่ ฟ่านเจินเรียกทุกคนมารวมกันเพื่อแจ้งกำหนดการในวันพรุ่งนี้และอธิบายกฎบางอย่างล่วงหน้า
หลัวเจาจวินมีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยของพวกเขาเท่านั้น โดยทั่วไปจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ และจะลาดตระเวนในบริเวณใกล้เคียงเพื่อป้องกันการถูกลอบโจมตี
“พวกเจ้าทุกคนเข้าใจกฎแล้วใช่หรือไม่?”
ฟ่านเจินกวาดสายตามองไปยังใบหน้าของทุกคน แล้วอธิบายกฎอย่างละเอียดอีกครั้ง
นอกจากหลิวอู๋เสียแล้ว คนที่อยู่ที่นี่ต่างก็รู้กฎของสนามรบหลงหยางมาบ้าง บรรพชนของพวกเขาล้วนเคยผ่านประสบการณ์ในสงครามร้อยดินแดนมาก่อน
“อาจารย์ใหญ่ มีพลังมังกรภายในสนามรบหลงหยางจริงหรือ?”
ซิงเหลียนถามด้วยความอยากรู้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินเรื่องพลังมังกร
คนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าคาดหวังเช่นกัน มีเพียงหลิวอู๋เสียเท่านั้นที่ยังคงสงบนิ่ง พลังมังกร แท้จริงแล้วคือมวลพลังงานที่แยกตัวออกมาหลังจากมังกรศักดิ์สิทธิ์ตาย ล่องลอยอยู่ในอากาศ
มนุษย์ที่ดูดซับเข้าไปจะได้รับประโยชน์มหาศาล
“พลังมังกรเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ การแข่งขันในครั้งนี้อาจจะดุเดือดมากขึ้น พลังมังกรเพียงหนึ่งสาย มิเพียงแต่จะช่วยเพิ่มพูนลมปราณของพวกเจ้าเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเจ้ามีพลังมังกร แม้ว่าพวกเจ้าจะไม่ได้รับเลือกจากพิภพบำเพ็ญเพียร แต่การได้รับพลังมังกรเพียงหนึ่งสาย เป็นประโยชน์อย่างมากต่ออนาคตของพวกเจ้า”
ฟ่านเจินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“อาจารย์ใหญ่ ข้าได้ยินมาว่าท่านเคยเข้าร่วมสงครามร้อยดินแดนเช่นกัน แล้วท่านเคยได้รับพลังมังกรหรือไม่?” หม่าจัวอวี่ถาม
คนอื่นก็อยากรู้เช่นกัน อยากรู้ว่าผลลัพธ์ของการได้รับพลังมังกรเป็นอย่างไร
“เฮ้อ…”
จู่ ๆ ฟ่านเจินก็ถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ราวกับไม่อยากจะรื้อฟื้นอดีต
“อาจารย์ใหญ่ ท่านพูดมาเถอะ!”
หลี่หนานเซียงรอไม่ไหวแล้ว จึงเร่งให้เขาพูดเร็ว ๆ
“ตอนนั้นข้าได้รับพลังมังกรสองสาย และเข้าสู่การแข่งขันเพื่อจัดอันดับสุดท้ายอย่างเฉียดฉิว แต่พลังมังกรกลับถูกคนอื่นแย่งชิงไป”
นี่คือความเจ็บปวดชั่วชีวิตของฟ่านเจิน เขากัดฟันพลางกำหมัดแน่น
กฎของสงครามร้อยดินแดนนั้นเรียบง่าย ทุกคนเข้าไปในสนามรบหลงหยางเพื่อตามหาพลังมังกร โดยมีเวลาจำกัดเจ็ดวัน
หลังจากเจ็ดวัน ผู้ที่ได้รับพลังมังกรสองสายจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันจัดอันดับ และมีเพียงผู้ที่ติดอันดับหนึ่งร้อยคนแรกเท่านั้นที่จะได้รับเลือกจากสำนักต่าง ๆ
มีทางเลือกอีกทางหนึ่ง นั่นคือหลังจากได้พลังมังกรมาแล้ว ให้ล้มเลิกการแข่งขันจัดอันดับ กลับไปยังราชวงศ์และใช้ชีวิตเช่นคนธรรมดา
ฟ่านเจินไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เขาเลือกที่จะเข้าร่วมการแข่งขันจัดอันดับ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง พลังมังกรถูกแย่งชิง ซ้ำตัวเขาเองยังเกือบจะถูกฆ่าตาย โชคดีที่เขารอดชีวิตกลับมาได้ แล้วกลับสู่ราชวงศ์ต้าเยี่ยน
พลังมังกรเปรียบเสมือนกุญแจไขประตูสู่พิภพบำเพ็ญเพียร
แม้ว่าเจ้าจะได้กุญแจมาแล้ว แต่ถ้าไม่อาจเข้าสู่หนึ่งร้อยอันดับแรก เจ้าก็ยังไม่มีคุณสมบัติ ในช่วงเจ็ดวันแรก การแย่งชิงพลังมังกรและการแข่งขันกันเองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
หลายคนไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมการแข่งขันจัดอันดับ จบชีวิตลงในสนามรบหลงหยาง
มีคำกล่าวหนึ่งในพิภพเซียน การบำเพ็ญเพียรไม่ได้อาศัยเพียงพรสวรรค์เท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยโชคชะตาด้วย
ยิ่งได้รับพลังมังกรมากเท่าไหร่ โชคชะตาในอนาคตก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น การได้เข้าสู่ร้อยอันดับแรกหมายถึงความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า ยิ่งได้รับพลังมังกรมากขึ้นเท่าไหร่ ก็มีเพียงคนกลุ่มนี้เท่านั้นที่ได้รับเลือกจากพิภพบำเพ็ญเพียร
กฎการคัดเลือกที่โหดร้ายยังคงทำให้ผู้คนแห่กันไป
ทุกคนพากันเงียบ พวกเขากำลังครุ่นคิดว่าหากได้รับพลังมังกรมาแล้ว พวกเขาควรจะเดินหน้าเข้าร่วมการแข่งขันจัดอันดับ หรือควรกลับไปยังราชวงศ์และใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา
สงครามร้อยดินแดนจะจัดขึ้นทุก ๆ สิบปี แต่ละคนมีโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต
ยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ทุกคนไม่มีกะจิตกะใจที่จะฝึกฝน
– โปรดติดตามตอนต่อไป –