ราชาซากศพ - บทที่ 553 ขุดอย่างต่อเนื่อง
บทที่ 553
ขุดอย่างต่อเนื่อง
“อืม! ในฐานะหนึ่งในวัสดุสำคัญสำหรับการอาวุธในลัทธิเต๋า หินโลหิตน้ำเงินนั้นมีค่ามาก หากเจ้าโชคดี ก็อาจจะพบ หินโลหิตน้ำเงินเป็นวัสดุในการหลอมศิลปวัตถุซึ่งมีค่ามาก ” จินหยูกล่าวด้วยความตื่นเต้น
เหตุผลที่จินหยูตื่นเต้นมาก เพราะหินชนิดนี้สามารถเลื่อนระดับของเขาได้
“เจ้าพูดซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งแล้ว ดูเหมือนว่าหินชนิดนี้จะช่วยเจ้าได้มาก” “หลินเว่ยกล่าวพร้อมขมวดคิ้ว เนื่องจากเห็นว่าจินหยูตื่นเต้นเกินจะระงับอาการ ทำให้หลินเว่ยรู้สึกอยากรู้อยากเห็นด้วยเช่นกัน
“มันเป็นเรื่องธรรมดา หากข้าสามารถกลืนและดูดซับหินชนิดนี้ ร่างกายของข้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทพเจ้าได้ทันที” จินหยูพูดพร้อมพยักหน้า
“เหลวไหล! หินชนิดนี้สามารถใช้เพื่อหลอมศิลปวัตถุได้ หากเจ้าได้ดูดซับและผสานเข้ากับวัสดุนี้ จะเลื่อนระดับขึ้นไปโดยตรงหรือ นี่มันไม่ร้ายกาจเกินไปหรือ? หลินเว่ยก็หันมากลอกตามองจินหยูด้วยความดูแคลนทันที
“ฮ่า!” เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเว่ย จินหยูก็อมยิ้ม แต่เขาไม่ตอบอะไร แต่เขาได้ยินหลินเว่ยกล่าวว่า หากค้นพบหินโลหิตน้ำเงินจริง ๆเขายินดีจะมอบมันให้จินหยู
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ สีหน้าของความคาดหวังก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ จินหยู หากกลืนกินวัสดุนี้ จะสามารถก้าวหน้าทีละขั้นและเข้าสู่ขอบเขตระดับเทพเจ้าได้โดยตรง
จินหยูนั้นหมกมุ่นอยู่กับหินชนิดนี้มานาน ในทุกครั้งที่ถูกร้องขอให้สำรวจสถานการณ์ภายในเหมือง เขาจะลอบตรวจสอบหาวัสดุที่ตนเองต้องการ เพื่อเลื่อนระดับความแข็งแกร่งของตนเอง
“ข้างในนั้น…!”นิ้วของมือเล็ก ๆทั้งสองข้างของจินหยู ชนกันไปมา ทำท่าราวกับสาวน้อยเขินอาย แววตาของเขาราวกับจะพูดแทนทุกอย่าง
หลินเว่ยเห็นท่าทางของจินหยู และแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ ทันใดนั้น เขาก็ร้องขึ้นว่าอย่างขี้เล่นพูดว่า “อย่างไรเจ้าอยากรู้ว่าขุดพบแล้วหรือไม่?”
“อืม!” เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเว่ย ดวงตาทั้งสองข้างของเขา พลันเปล่งประกายและพยักหน้า
“เอาล่ะ! อย่างไรก็ตาม ไม่ช้าก็เร็ว มันจะถูกขุดออก และขอให้เจอหินโลหิตน้ำเงินของเจ้า” หลินเว่ยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่าร่างของจินหยูจะสามารถเลื่อนระดับและปรับปรุงได้ แต่วัสดุที่ต้องการกลับหาไม่พบในดินแดนตงเฉิงเสิ่นโจวทั้งหมด ท้ายที่สุด หากพบวัสดุที่เขาสามารถผสานร่างหลอมรวมได้ มันช่วยเขาได้อย่างมาก
แน่นอนว่าข้อสันนิษฐานนี้ก็คือว่า มีหินโลหิตน้ำเงินภายในเหมืองนี้ แต่ไม่แน่ชัดว่ามีมากเท่าใด
“ตูม…” แผ่นดินที่มีขนาดสูงมากกว่า 70,000 เมตร ราวกับงูยักษ์ลอยอยู่เบื้องหน้าหลินเว่ย แต่นี่ไม่ใช่งูยักษ์
มันคือหินต้นกำเนิดขนาดใหญ่ เนื่องจากพวกเขาพบหินต้นกำเนิดที่ต้องการแล้ว
ดังนั้นหลินเว่ยจึงไม่ได้สั่งให้สัตว์โครงกระดูกขุดเหมืองอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลินเว่ยเอ่ยกับจินหยูให้เขาช่วยค้นหาหินหยวน ที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้
ท้ายที่สุดในขณะที่ฟื้นฟูเจดีย์ต้าหลิง ความแข็งแกร่งของจินหยูและเสี่ยวไป๋ ก็ไม่สามารถลดลงได้ เพราะเจดีย์ต้าหลิงไม่ใช่อาวุธสำหรับการต่อสู้
นอกจากนี้ เขาโชคดีมากที่มาพบภูตวิญญาณขั้นราชันย์ที่อ่อนแอ หากต้องต่อสู้
กับขั้นราชันย์หลายคนพร้อม ๆ กัน อาจจะพลาดท่าเสียที ตราบใดที่ร่างกายของจินหยูสามารถปรับปรุงให้แข็งแกร่งขึ้นได้ จะช่วยลดภาระการแบกรับความเสียหายจากเจดีย์เทียนซินได้
“จัดการ!” หลังจากนั้น กองทัพโครงกระดูกนับสิบล้านตัวก็ล้อมหินต้นกำเนิดขนาดใหญ่ไว้ทั้งหมด
“ตูม…” เสียงคำรามดังขึ้น หินต้นกำเนิดที่ห่อหุ้มหินหยวนก็แตกร้าวอย่างต่อเนื่อง และเศษซากของหินก็ปลิวว่อน แม้ว่าหินจะแข็งมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นการโจมตีในขั้นตำนาน แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายได้โดยง่ายแต่อาศัยปริมาณของสัตว์โครงกระดูกในการโจมตี ทำให้หินต้นกำเนิดแตกร้าวออกมา
แม้ว่าหินโดยปกติทั่วไปในดินแดนเฉียนคุนจะแข็งมาก และโครงกระดูกของหลินเว่ยนั้นอยู่ในระดับต่ำ ภายใต้การทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ต้นกำเนิดยักษ์ก็แตกร้าว และเปล่งแสงสีแดงและสีเขียว จากถูกสกัดออกมา
“นี่คือ….หินโลหิตน้ำเงิน?” หลินเว่ยกะพริบตาและถามด้วยความสงสัย
“ใช่ นี่คือหินโลหิตน้ำเงิน มันเป็นหนึ่งในวัสดุที่สำคัญสำหรับการหลอมเครื่องใช้ของลัทธิเต๋าระดับสูง และอุปกรณ์ของลัทธิเต๋าชั้นยอด มันเป็นวัสดุโบราณที่หายาก มีธาตุทั้งสามบรรจุอยู่ในนั้น” จินหยู พยักหน้า แต่ดวงตาของเขา กลับจับจ้องไปที่หินระยิบระยับ
“ธาตุทั้งสาม?” เมื่อได้ยินคำพูดของจินหยู หลินเว่ยก็เงยหน้าขึ้นทันทีและถามด้วยความประหลาดใจ ว่ากันว่าหินชนิดนี้ก่อตัวขึ้นหลังจากโลหิตน้ำเงินของสัตว์อสูรงูที่ทรงพลังแทรกซึมลงสู่พื้นดินผ่านมานับไม่ถ้วน มีคุณสมบัติธาตุสามประการ ได้แก่ ไฟ ไม้ และพิษ นอกจากนี้ มันถูกสร้างขึ้นจากธรรมชาติ ดังนั้นธาตุทั้งสามนี้จะไม่ขัดแย้งกัน แต่สามารถรวมกันได้อย่างลงตัว ดังนั้นอาวุธหรืออุปกรณ์ที่กลั่นด้วยหินโลหิตน้ำเงินเป็นวัสดุหลักที่มีประกอบไปด้วยธาตุสามประการ ” เมื่อจินหยูอ้าปาก เขาก็อธิบายไปเรื่อยเปื่อยแต่ดวงตากลับจดจ้องไปที่หินเบื้องหน้า
“เป็นเช่นนั้นเอง! ศิลปวัตถุที่กลั่นด้วยหินโลหิตน้ำเงินมีธาตุสามประการ หลินเว่ยพยักหน้าและกล่าวทบทวน “นั่นเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งหินบางชนิดที่ควบกลั่นมาจากธรรมชาติที่ยาวนาน และจะยิ่งทรงพลังขึ้นหลายสิบเท่า”
ทันทีที่คำพูดนี้จบลง จินหยูดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง เขาหันศีรษะและมองไปที่หลินเว่ย ใบหน้าของเขาก็ตึงเครียดและน้ำเสียงก็เร่งรีบเล็กน้อย เขากล่าวว่า “หากให้ข้าดูดซับมัน ข้าจะมีธาตุสี่อย่างในร่าง
แต่หากเจ้านำไปหลอมศิลปวัตถุ คุณสมบัติของมันจะต่ำกว่าข้าอย่างแน่นอน”
“ไม่ต้องกังวล! ข้าสัญญาแล้วว่าจะมอบให้เจ้า ข้าจะไม่เปลี่ยนใจ” หลินเว่ยรู้ความหมายของคำพูดของจินหยู เขากำลังกลัวว่า หลินเว่ยจะเปลี่ยนใจ หลังจากที่ สามารถหลอมอาวุธจากหินชนิดนี้และมีธาตุทั้งสามอีกด้วย
แม้ว่าจะเจ็บปวด แต่ก็ต้องหักใจ เนื่องจากตัวเขาเองไม่ได้เชี่ยวชาญไปทุกด้าน ตัวอย่างเช่น หนึ่งในสัตว์อัญเชิญของเขา ความเข้าใจในความหมายของธาตุทองคำ 30 %
ในขณะที่อีกคนมีเข้าใจในความหมายของธาตุทองคำ 30% และยังเข้าใจความหมายธาตุดินอีก 30 % ไม่ว่าจะในการต่อสู้ล้วนมีข้อได้เปรียบมากกว่า ดังนั้นหลินเว่ยจึงกระจายความแข็งแกร่งให้รอบด้าน
อย่างไรก็ตาม หากจะทำให้ผู้อัญเชิญของตนสามารถสร้างความเข้าใจในหลาย ๆ ด้านในการฝึกฝน อาจจะต้องใช้เวลามากขึ้นเป็นสองเท่า มากกว่าการทำความเข้าใจในด้านใดด้านหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม สำหรับจินหยู เขาสามารถเลื่อนระดับความแข็งแกร่งเพียงผสานเข้ากับวัสดุขั้นสูงเพิ่มเติม ดังนั้น สรุปได้ว่า ยิ่งมีคุณสมบัติธาตุมากเท่าใด ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธาตุที่ไม่ขัดแย้งกันภายในร่างกาย
หลังจากนั้น เวลาผ่านไปนาน หินโลหิตน้ำเงินถูกรวบรวมและถูกขุดออกมา กองรวมกัน หลังจากการสกัดแร่ออกมา พบว่า หินที่พวกเขาต้องการหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
ไม่เพียงแต่ จินหยูเท่านั้นที่รู้สึกประหม่า แต่ หลินเว่ยก็รู้สึกกังวลใจ เนื่องจากกองหินนี้ เหลือเพียงหนึ่งในพันของต้นกำเนิดหิน
มันมีความยาวและกว้างประมาณ 1,000 เมตร ความสูงยังมีอีกกว่า 70,000 เมตร ราวกับเสาหินที่ค่อนข้างหนาเตอะ
“ตูม!”
“ตูม…!” เนื่องจากปริมาณของเสาหินหดตัวลงอย่างมาก โครงกระดูกส่วนใหญ่จึงหยุดการสกัดแร่ลง เหลือเพียงโครงกระดูกในขั้นตำนานมากกว่าหนึ่งพันตัว ที่โจมตีรอบ ๆ เสาหิน
เมื่อความสูงของเสาหินถูกตัดไปในจำนวนสี่ในห้า และรัศมีลดลงเหลือประมาณ 100 เมตร ความแวววาวที่แตกต่างกันก็สะท้อนออกมา ในสายตาของจินหยูและ หลินเว่ย
“หินโลหิตน้ำเงิน!” หลินเว่ยและ จินหยูเกือบจะอุทานออกมา เป็นเสียงเดียวกัน
“ ปล่อยให้พวกเขาสกัดมันต่อไป ไม่ผิดแน่ มันคือ หินโลหิตน้ำเงินแน่นอน” จินหยูรีบอ้าปาก
“ใจเย็นๆ ก่อน มันจะหนีไปไหนพ้น” หลินเว่ยปลอบโยน จินหยูด้วยรอยยิ้ม
หลังจากเห็นหินโลหิตน้ำเงินที่ถูกสกัดออกมา หลินเว่ยก็สงบอารมณ์ลง พลางปลอบให้จินหยูไม่ตื่นตระหนก
“แค่กๆ!” ดวงตาของจินหยูยังคงมองไปข้างหน้าอย่างแน่นหนา และดวงตาแทบไม่กะพริบ เพราะกลัวว่าตนเองจะพลาดอะไรไป
และในเนินดินเล็ก ๆ ที่ห่างจากตำแหน่งของหลินเว่ยหลายพันเมตร ภูตวิญญาณขั้นราชันย์ตนเดิมหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ มองดูตำแหน่งของหลินเว่ยอย่างระมัดระวัง
“มนุษย์น่าตายผู้นี้ กล้าขุดเหมืองและทำลายช่วงเวลาในการฝึกฝนของข้า ไม่อาจให้อภัยได้” ภูตวิญญาณขั้นราชันย์กัดฟันและมองไปที่หลินเว่ยด้วยความเคียดแค้น