ราชาซากศพ - บทที่ 554 เฝ้า
บทที่ 554
เฝ้า
หลังจากนั้นหนึ่งปีผ่านไป ย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว อาการบาดเจ็บของภูตวิญญาณขั้นราชันย์ที่เป็นคู่อาฆาตของหลินเว่ยสามารถฟื้นฟูกำลังวังชาได้อย่างเต็มที่ มันแอบจับตามองของโครงกระดูกของหลินเว่ยที่ปล่อยออกมาเพื่อขุดเหมืองอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่อาการบาดเจ็บหายของมันคงดีขึ้น ช่วงเวลาปกติมันมักจะออกซุ่มดูพฤติกรรมของสัตว์ร้ายโครงกระดูกและลอบวางแผนร้ายอยู่ในใจ
“เจ้ามนุษย์คนนี้ฉลาดและมีเล่ห์เหลี่ยมมาก ภายนอกเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา ๆ แต่แฝงไปด้วยสติปัญญาอย่างคาดไม่ถึง เรื่องนี้ดูท่าไม่ง่ายดายอย่างที่ข้าคิดเอาไว้ เอาล่ะ ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คิดให้ถี่ถ้วน” ภูตวิญญาณขั้นตัวร้ายค่อย ๆ สงบใจและจ้องมองไปยังโครงกระดูกของหลินเว่ย ด้วยท่าทางขมวดคิ้วและขบคิดในใจถึงแผนการที่รัดกุมไร้ช่องโหว่ ส่วนอีกด้านหนึ่ง จินหยูรู้สึกตื่นเต้นมาก เนื่องจากรอบตัวเขารายล้อมไปด้วยหินโลหิตน้ำเงิน ที่เหล่าโครงกระดูกของหลินเว่ยสามารถขุดพบได้สำเร็จ
“จินหยู ไหนเจ้าบอกว่ามันหาได้ยากมาก หินชนิดนี้ ทำไมตอนนี้สิ่งที่กองอยู่เบื้องหน้า มันเกือบจะกลายเป็นเนินเขาย่อม ๆแล้ว” หลังจากที่หลิวเว่ยตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน สองครั้งสองครา หลังจากแน่ใจว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาตามหา
หลินเว่ยก็ร้องถามจินหยูด้วยความตื่นเต้น
“เอ๋…ทำไมมันถึง?”เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเว่ย ใบหน้าของจินหยูพลันเปลี่ยนไปทันที เขาเพ่งมองดูหินเบื้องหน้ากองพะเนินอย่างขมวดคิ้วแน่น หลังจากนั้นไม่นานนัก น้ำเสียงที่ตื่นตกใจปนผิดหวังก็ดังออกมาจากปากของเขา
“ นี่มันไม่ใช่หินโลหิตน้ำเงินนี่นา?” จินหยูรู้สึกผิดหวังมาก เขารู้สึกราวกับถูกสาวน้อยหักอก ร่างของเขาทรุดลงกับพื้น ผ่านไปครู่หนึ่ง จินหยูก็อดใจรอไม่ไหวราวกับไม่เชื่อ เขารีบรุดเหาะออกไปเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหินที่ขุดพบอีกครั้ง
จากนั้นเนิ่นนาน เขาพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ และพึมพำกับตนเองว่า : “ไม่สิ! ถูกต้องแล้วนี่คือหินโลหิตน้ำเงินก้อนใหญ่ เนื่องจากมีพื้นผิวสามลักษณะและสีที่ผสานเข้าด้วยกันตรงนี้”
“เห็นหรือไม่ มีสีส้ม เขียวอ่อน ดำ ! ไม่สิ…มันน่าจะเป็นสีเขียวเข้ม แต่ลักษณะของสีที่เห็นมันเข้มจนเกินไปราวกับสีดำ แต่สรุปแล้วบนหินก้อนใหญ่นี้ มีสามสีจริง ๆ หลังจากได้ยินเช่นนั้นหลิวเว่ยก็จ้องมองตามที่จินหยูชี้ในเขาดู จากนั้นเขาร้องขึ้นมาว่า
เอ๋…..แต่นี่มันอะไรกันน่ะ? สามสีที่ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของหินนี้ มีสามสีจริง เป็นเพราะวัสดุนี้มีธาตุสามชนิดบรรจุอยู่ในเนื้อในของหิน ที่ปรากฏขึ้นตามธรรมชาติงั้นหรือ?” เมื่อได้ยินคำพูดของจินหยู หลินเว่ยก็มองไปที่หินเบื้องหน้าอีกครั้งแล้วพยักหน้าจากนั้นร้องถามอย่างสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ
“หลินเว่ย…เจ้าลองดูมันอีกครั้งสิ! มองดูมันอย่างละเอียดถี่ถ้วน พลังจากนั้นเจ้าจะเข้าใจด้วยตนเอง”
สำหรับคำถามและข้อสงสัยของหลินเว่ย จินหยูเอาแต่ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม แล้วชี้ไปที่ภูเขาหินตรงหน้า หลังจากนั้น หลิวเว่ยปฏิบัติตามคำแนะนำของหลินเว่ยทันที หลังจากนั้น เขาร้องขึ้นมาอีกครั้ง
“เอ๋?” หลินเว่ยร้องอุทาน เมื่อได้ยินคำพูดของจินหยู หลินเว่ยก็ทำหน้างุนงง และหยิบหินขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมาลองเพ่งมองดูอีกครั้ง และพบว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ
“มันจะเป็นไปได้อย่างไร หินพวกนี้จะมีธาตุสามชนิดจริง ๆหรือ เพราะอะไรมันจึงมีแค่สองสีล่ะ”? หลังจากค้นพบความแตกต่าง หลินเว่ยก็หันไปมองใบหน้าของจินหยูอีกครั้งและยังคงไม่คลายความสงสัยในใจของเขา
“อันที่จริงหินก้อนนี้..มีสามสีจริง ๆ แต่สีที่เจ้ามองเห็นไม่ชัดเจน เนื่องจากมันเป็นธาตุไม้ที่หลอมรวมกับธาตุพิษไปแล้ว จึงมองดูไม่ชัดเจน” จินหยูพยักหน้ายืนยันความเข้าใจของเขาต่อหลิวเว่ย
“อย่างนั้นหรือ?” หลินเว่ยยังคงถามด้วยใบหน้าสับสน
“แน่นอนสิ อย่างแรกหินโลหิตน้ำเงินก็เหมือนกับ หินหยวนที่เรารู้จัก ล้วนมีความแตกต่างระหว่างหินหยวนธรรมดากับหินหยวนจิง…พอเปรียบเทียบเช่นนี้.. เจ้าพอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างไหม ?” จินหยูพยักหน้าและอธิบาย
หลังจากพูดจบ เขามองไปที่ใบหน้าของหลินเว่ยว่ามีร่องรอยของความรู้แจ้งเกิดขึ้นหรือไม่
“อืม เจ้าอธิบายต่อสิ” หลินเว่ยขบคิดเกี่ยวกับมันและพยักหน้าให้จินหยูพูดต่อ
“ก็นะ อย่างที่สอง ข้าบอกเจ้าไปก่อนหน้านี้แล้ว หินชนิดนี้ มีธาตุสามชนิด อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งเราอาจไม่ได้พบจำนวนธาตุทั้งสามชนิดในเนื้อหินได้ทุกครั้ง บางครั้งหากเราโชคดีก็อาจจะพบธาตุสามชนิดที่ฝังอยู่ในหินนี้
โดยทั่วไปแล้ว คนส่วนมากมักจะพบเพียงธาตุในเนื้อหินเพียงสองชนิดเท่านั้น บางครั้งธาตุทั้งสามอาจจะหลอมรวมกันไปในชั้นหิน ทำให้สีของมันไม่แจ่มชัด ธาตุหนึ่งเข้มก็จะทำให้อีกธาตุหนึ่งอ่อนกำลังลงไป ” จินหยูอธิบายรวดเดียวในหนึ่งลมหายใจ เนื่องจากไม่ต้องการให้คำอธิบายของเขาขาดตอนและเพิ่มความงุนงงให้หลินเว่ย โชคดีที่หลินเว่ยเข้าใจมันได้โดยธรรมชาติ
“เป็นเช่นนั้นนั่นเอง! หินโลหิตน้ำเงินก็คล้ายกับยาเม็ด มันเป็นยาเม็ดที่มีประสิทธิภาพดีและผลกระทบน้อยต่อร่างกาย เมื่อเทียบกับหินชนิดอื่นที่มีองค์ประกอบธาตุไม่ครบสามชนิดนั่นเอง” หลินเว่ยพยักหน้าและพูดอย่างครุ่นคิด
“ใช่แล้ว! แม้ว่าการยกตัวอย่างของเจ้า จะไม่ถูกต้องเต็มร้อย แต่ก็มีความหมายเช่นเดียวกัน สิ่งที่ข้าต้องการอธิบายเพิ่มเติมคือ หินโลหิตน้ำเงินนี้ไม่อันตรายเท่าสารตกค้างของการกินยาเม็ดในระยะเวลานาน ๆ
นอกจากนี้ เรายังต้องพิจารณาถึงระดับของยาที่ถูกกลั่นยาออกมาอีกด้วย !”
เมื่อจินหยูพูดจบ เขาก็เหลือบตามองหลินเว่ยอย่างคาดหวัง เมื่อเห็นเช่นนั้น หลินเว่ยก็รู้ทันทีว่า จินหยูต้องการดูดซับหินชนิดนี้ เขาพยักหน้ายอมรับ จากนั้นไม่นานแผ่นหินขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือบินออกจากคิ้วของหลินเว่ย
โดยธรรมชาติแล้ว จิตวิญญาณของจินหยู ไม่สามารถดูดซับหินโลหิตน้ำเงินได้โดยตรง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ร่างกายที่แท้จริงของจินหยูเข้าช่วยในขั้นตอนนี้ หลังจากนั้นจินหยูขยายขนาดร่างกายเขาเพื่อสะดวกในการดูดซับ
เมื่อเปรียบเทียบร่างกายของจินหยูและพื้นที่มิติของ หลินเว่ย ร่างกายของจินหยูมีข้อเสียเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือ ไม่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิตลงในร่างกายของจินหยูได้ ยิ่งกว่านั้นขนาดของพื้นที่นั้น แตกต่างกันนับไม่ถ้วน
ซึ่งพื้นที่ภายในร่างของจินหยูนั้น สามารถเทียบเท่ากับกระเป๋ามิติ หรือแหวนมิติขนาดใหญ่เล็กน้อยเท่านั้น ข้อดีเพียงอย่างเดียวของร่างกายจินหยู คือสามารถใช้ปิดบังหรือซ่อนสิ่งของที่ต้องการ
“ว่าแต่จินหยู…..เจ้าจะดูดซับมันทั้งหมดเลยหรือ? พวกมันสามารถนำไปหลอมเป็นศิลปวัตถุได้ แต่เจ้าต้องการดูดซับมันลงไปทั้งหมดจริง ๆหรือไม่” หลินเว่ยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
“แน่นอน! ยิ่งข้าดูดซับหินนี้มากเท่าใด ข้าก็ยิ่งมีโอกาสได้เลื่อนระดับมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นพลังของข้าน่าจะเทียบเท่ากับศิลปวัตถุระดับต่ำเกือบถึงระดับกลาง เนื่องจากหินนี้ค่อนข้างมีจำกัด” เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเว่ย จินหยูพยักหน้าราวกับไก่จิกข้าวสาร และพยายามให้เห็นถึงประโยชน์ของการดูดซับหินโลหิตน้ำเงินทั้งหมดให้หลินเว่ยฟัง เพื่อปัดเป่าความคิดของ หลินเว่ยให้เลิกฟุ้งซ่าน
“เอาล่ะ ก็ได้ข้าจะยกให้เจ้าทั้งหมด…” หลินเว่ยพยักหน้าและกล่าวยินยอมเพราะคำพูดของจินหยูที่พูดถึงประโยชน์ที่เขาจะได้รับมากกว่า การแบ่งหินนี้ไปหลอมอาวุธ ดังนั้นหลินเว่ยจึงล้มเลิกความคิดที่แอบฉกฉวยหินโลหิตน้ำเงินไปบางส่วน
“ดี!”เมื่อได้รับอนุญาตจากหลินเว่ย จินหยูก็ส่งเสียงอย่างดีใจทันที หลังจากไม่กี่อึดใจ หินโลหิตน้ำเงินขนาดใหญ่ที่ถูก จินหยูดูดซับไป ก็เริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นลำแสงและลอยไปยังแผ่นหินขนาดเท่าฝ่ามือ
หลังจากดูดซับหินโลหิตน้ำเงินได้จนหมด สีหน้าของ จินหยูดูเหมือนจะโล่งใจ และเริ่มผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ให้ตายเถอะ! ข้าคิดว่าที่นี่เป็นแค่เหมืองหินขนาดกลาง แต่กลับมีหินโลหิตน้ำเงินมากมาย ไม่คาดคิดว่าจะโชคดีเช่นนี้” หลังจากดูดซับหินโลหิตน้ำเงินไว้ในร่างกายของเขา จินหยูหัวเราะอย่างตื่นเต้นทันที
“ไม่เอาน่า… หยุดหัวเราะซะที จะต้องใช้เวลาอีกนานไหม กว่าเจ้าจะดูดซับและหลอมรวมหินพวกนี้ และกลายเป็นศิลปวัตถุระดับต่ำ” เมื่อเห็นว่าจินหยูมีความสุขมากราวกับคนเสียสติ หลินเว่ยส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม แล้วเอ่ยขัดจังหวะทันที
“เมื่อไรหรือ? เมื่อได้ยินคำถามของหลินเว่ย จินหยูก็หยุดหัวเราะและกะพริบตา จากนั้นเขาพูดด้วยความลังเลใจว่า “เอ่อ…เจ้ารอสักครู่ ข้าจะค่อย ๆ ดูดซับมันก่อน” ครึ่งชั่วโมงต่อมา จินหยูกล่าวว่า “ข้าต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน
ในการดูดซับหินโลหิตน้ำเงิน และเลื่อนระดับเป็นศิลปวัตถุระดับกลาง และใช้เวลาสามถึงห้าเดือนให้การเลื่อนเป็นระดับสูง จากนั้นห้าถึงหกเดือนจะกลายเป็นศิลปวัตถุชั้นยอด”
“กระบวนการทั้งหมด เป็นระยะเวลาเท่าใด?” หลินเว่ย ถามด้วยสีหน้าขมวดคิ้ว
“เอ่อ…ต้องใช้เวลาค่อนข้าง….เอ่ออาจจะถึงเกือบห้าถึงสิบปี ในการดูดซับหินโลหิตน้ำเงิน หรืออาจจะเป็นสิบปี เป็นไปตามความเร็วการดูดซับในปัจจุบันของข้า แต่ยิ่งข้าเลื่อนระดับได้สูงมากเพียงใด ความเร็วในการดูดซับจะเร็วขึ้นเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้นก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าปี” จินหยูขบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดช้า ๆ
“ทำไมมันใช้เวลานานมากเหลือเกิน? ระยะเวลาน้อยที่สุด คือ หกปี ไปจนถึงสิบกว่าปี มันไม่นานเกินไปหน่อยหรือ?” หลินเว่ยสูดหายใจลึก ๆ และขมวดคิ้ว
“นี่คือขั้นตอนเร็วมาก ๆ แล้วนะ ท้ายที่สุด มันคือศิลปวัตถุ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงศิลปวัตถุระดับต่ำ สิ่งใดก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้” หลินเว่ยมีท่าทางอึดอัดใจ จึงทำให้ จินหยูเต็มไปด้วยใบหน้าที่พูดไม่ออก และยิ้มแหย ๆ จิตใจร้อนรนและรีบอธิบาย
“เข้าใจแล้ว! ข้าเพียงละโมบนิดหน่อยอยากให้เจ้าบรรลุการดูดซับโดยเร็ว แต่ช้าก่อน ข้าจะลองถามปรมาจารย์ต้าหลิงดูก่อน หากโชคดีพอ บางทีอาจจะย่นระยะเวลาให้สั้นลงได้” หลินเว่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าหมายถึง…” เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเว่ย ทางด้านจินหยูดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง เขามองไปที่หลินเว่ยด้วยความประหลาดใจ แต่กลับไม่ได้ปริปากพูด
“ใช่แล้ว! เร่งเวลาในการดูดซับให้เร็วขึ้น แต่ข้าไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า?” หลินเว่ยพยักหน้าและพูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
จากนั้น หลินเว่ยเอ่ยพูดกับเจดีย์ต้าหลิงโดยตรง: “ปรมาจารย์ต้าหลิง … ” ไม่นานนัก น้ำเสียงราบเรียบโพล่งขึ้นมาทันที
“ข้าได้ยินหมดแล้ว ไม่ต้องพูดซ้ำ ไม่รู้ว่าการเร่งระยะเวลานี้ จะมีผลกับจินหยูหรือไม่ แต่สามารถทดสอบดูได้” ก่อนที่ หลินเว่ยจะพูดจบ น้ำเสียงของเจดีย์ต้าหลิงดังขึ้นในใจของหลินเว่ย
“งั้นก็มาลองดูกันเถอะ!” หลินเว่ยพยักหน้าตอบรับ และกล่าวกับจินหยู จากนั้นเจดีย์ต้าหลิงขนาดเล็กก็เผยร่างออกมา จากนั้นลำแสงหนึ่งตกลงมาบนร่างของจินหยู จากนั้นจิตวิญญาณของจินหยูก็ลอยเข้ามาอยู่ในเจดีย์ต้าหลิง หลังจากนั้นหลิวเว่ยติดตามจินหยูเข้าไปด้านในของเจดีย์ต้าหลิง และร้องถามจินหยูอย่างร้อนรนว่า