ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 12 โจมตีด้วยขี้หมู
เหรียญทองหนึ่งเหรียญหนัก 400 กรัม และ 20 เหรียญทองขาย ได้ในราคา 4.64 ล้านหยวน!
บวกกับเงินที่เหลือในบัญชี 710,000 หยวน รวมเป็นทั้งสิ้น 5.35 ล้านหยวน
เซียวหมิงเยวี่ยวางแผนที่จะใช้เงินทั้งหมดก่อนถึงวันสิ้นโลก เพราะหลังจากนั้นสกุลเงินจะอ่อนค่าลง ส่วนบ้านเรือนนั้นมีมูลค่าลด น้อยลงยิ่งกว่า ผู้คนจำนวนมากจำเป็นต้องขายบ้านเพื่อที่จะซื้อ อาหาร จากนั้นอาหารก็จะกลายมาเป็นเงินตราที่แข็งค่ามากที่สุด
ทุกอย่างล้วนเกิดจากภัยธรรมชาติ
ก่อนที่จะถึงวันสิ้นโลก เธอจะต้องแลกเปลี่ยนเงินตราในมือเป็น สิ่งของต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด!
หากพ่อแม่เซียวรู้ว่าลูกสาวของพวกเขากลายเป็นเศรษฐินีผู้มั่ง คั่งซึ่งมีเงินมากกว่าห้าล้านในบัญชี ทั้งสองจะต้องตกใจอย่างแน่นอน แต่เธอไม่มีความตั้งใจที่จะบอกพวกเขา
ราษฎรเดิมไม่มีความผิด แต่เพราะมีหยกกับตัวจึงมีความผิด หากพ่อแม่เซียวเปิดเผยเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้โดยไม่ได้ตั้งใจ ตระกูลเซียว อาจต้องพบเจอกับหายนะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เซียวหมิงเยวี่ยเดินทางไปยังซูเปอร์มาเก็ต ซึ่งเป็นแห่งเดียวที่ขาย เนื้อแดดเดียวยี่ห้อนี้ เธอกวาดสินค้าทั้งหมดบนชั้นลงรถเข็น รวมแล้ว เป็นเนื้อแดดเดียว 3 กล่องใหญ่
นอกจากนี้เธอยังซื้อของทานเล่นถุงใหญ่อีก 5 ถุง รวมถึง ปลาหมึกแห้ง เนื้อหั่นเต๋า ปลาคอดแผ่น ขาไก่ตุ๋น ตีนไก่ และอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อนายท่าน
ฟู่กุ้ยแต่เพียงผู้เดียว
เซียวหมิงเยวี่ยแทบจะกวาดสินค้าออกมาทั้งชั้น ตอนนี้เธอมีเงิน แล้ว และไม่จำเป็นต้องประหยัด
เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตมีความสุขมากจนหุบยิ้มไม่ได้ และช่วย ขนของทั้งหมดไปที่รถของเธอ นอกจากนี้เขายังแถมบะหมี่กึ่ง สำเร็จรูปให้เธออย่างกระตือรือร้น
เซียวหมิงเยวี่ยขับรถไปยังสถานที่ห่างไกลและนำของทั้งหมด เก็บไว้ในโกดังของพื้นที่มิติ เธอปันส่วนอาหารตามปริมาณที่
เหมาะสม ไม่เช่นนั้นฟู่กุ้ยคงฉีกบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดออกจากกัน
เวลานี้ฟู่กุ้ยยืนอยู่ที่ประตูโกดังและปฏิเสธที่จะออกไป เซียวหมิง เยวี่ยจึงฉีกถุงเนื้อแดดเดียวให้ ซึ่งทำให้มันพึงพอใจในที่สุด
เธอทำธุระตั้งแต่เช้าจนบ่าย และเดาว่ารถบรรทุกจากร้านขาย อาหารน่าจะกำลังไปส่งของที่บ้าน เซียวหมิงเยวี่ยจึงขับรถกลับไป
แต่หญิงสาวไม่สามารถปล่อยให้พ่อแม่เห็นว่าเธอซื้ออาหาร จำนวนมากมายขนาดนี้ได้ เนื่องจากมันเป็นเรื่องยากที่จะหาข้ออ้าง มาอธิบาย
เมื่อผ่านถนนอวี่ฮวาซึ่งเป็นที่ตั้งร้านขายอุปกรณ์ตกปลาของพ่อ เซียว เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองเพียงแวบเดียว เธอก็สังเกตเห็นว่ามี บางอย่างผิดปกติ
ป้ายหน้าร้านที่ควรจะเป็น ‘ร้านอุปกรณ์ตกปลา 100%’ ตอนนี้
มันกลับถูกแทนที่ด้วยร้านผลไม้นายพาน ส่วนป้ายก่อนหน้านี้ถูก ถอดออกและโยนทิ้งขว้างอยู่ไม่ไกล
ไม่เพียงแค่ป้ายหน้าร้านที่ถูกรื้อเท่านั้น แต่ของภายในร้านยังถูก เอาออกไปทั้งหมด และอยู่ระหว่างการปรับปรุงอีกด้วย
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?
“พี่พาน พี่จ่ายค่าเช่าที่ต ่าเกินไปจริง ๆ ช่วยจ่ายเพิ่มอีกสักหน่อย เถอะ” เจ้าของบ้านโค้งตัวพร้อมพูดอ้อนวอน
ชายที่อยู่ตรงข้ามมีสีหน้าเจ้าเล่ห์ เขาตบไหล่เจ้าของบ้านแล้วขู่ ว่า
“นี่เรียกร้องเงินจากฉันเหรอ? ที่ยังจ่ายค่าเช่าให้ก็ถือว่าไว้หน้า แกมากแล้วนะ! ถ้ายังเนรคุณกันแบบนี้ ต่อไปฉันจะใช้หน้าร้านโดย ไม่จ่ายแม้แต่แดงเดียว เข้าใจไหม?”
เจ้าของบ้านพูดตะกุกตะกัก
“แต่ก่อนหน้านี้พี่เซียวเขา จ่ายค่าเช่ารายปีที่ 80,000 หยวน…”
หน้าร้านแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง และตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ค่าเช่าปี ละ 80,000 หยวนถือว่าไม่แพงเลย
ชายที่ถูกเรียกว่าพี่พานตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “แกไม่รู้เหรอว่าฉัน เป็นใคร? ฉันทำธุรกิจผลไม้ขายส่ง ตลาดผลไม้ครึ่งหนึ่งของเมืองเผิง จิงล้วนเป็นของฉัน ฉันมีส่วนร่วมในธุรกิจขนาดใหญ่และมีอิทธิพล ให้ฉันใช้หน้าร้านของแกดี ๆ ซะ ต่อให้ไปรายงานเรื่องของฉันไปก็ไม่ มีประโยชน์หรอก เพราะฉันมีเส้นสายอยู่เพียบ ถ้ายังมัวพูดไร้สาระอยู่ อีก ฉันหักขาของแกแน่!”
เจ้าของบ้านตกใจมากจนเหงื่อไหลเต็มหน้าผาก “กลัวแล้ว ไม่ ทำแล้วครับ!”
พี่พานพอใจกับปฏิกิริยาของเจ้าของบ้านมากและพูดด้วย รอยยิ้มว่า
“ถ้าคุยกันรู้เรื่อง ฉันก็จะไม่รบกวน แค่อย่าเป็นเหมือนคนขายคัน เบ็ดนั่น ที่ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ ฉันแค่ขอคันเบ็ดเพิ่มจากเขา แต่เขาปฏิเสธ แล้วดูตอนนี้สิ? สุดท้ายร้านของเขาก็ต้องหายไป”
“ลองดูทั่วเมืองเผิงจิงสิ ใครจะกล้าต่อต้านฉันโดยให้เขาเช่าหน้า ร้านทำธุรกิจ ในเมื่อผู้ชายขายเบ็ดตกปลากล้าแข็งข้อกับฉัน ฉันก็ ต้องทำให้แน่ใจว่าเขาไม่สามารถใช้ชีวิตในเมืองเผิงจิงได้!”
เจ้าของบ้านรู้สึกกลัวและทำได้เพียงเห็นด้วย “ใช่ ๆ ๆ พี่พานพูด ถูกครับ”
เวลานี้ชายหนุ่มด้านข้างเดินเข้ามาถามว่า “พี่พาน ป้ายร้าน อุปกรณ์ตกปลาเก่า ๆ ให้เอาไปทำอะไรครับ?”
“ทุบมันทิ้งซะ!” พี่พานตอบกลับด้วยท่าทีขึงขัง
เมื่อเห็นฉากนี้ เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วมุ่นพร้อมความโกรธที่
พลุ่งพล่านในใจ แต่เธอพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะ โกรธเคือง ตอนนี้เธอควรคิดหาวิธีทำให้ไอ้สารเลวชดใช้
หญิงสาวได้ยินบทสนทนาของพวกเขาทุกคำพูด ไม่น่าแปลกใจ เลยที่พ่อเซียวไม่มาดูร้าน ที่แท้ร้านก็ถูกปิดไปแล้ว
แม้จะมีเรื่องใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้น พ่อแม่เซียวก็ยังไม่ยอมบอกเธอ
ตามที่ปากคำของชายคนนั้น ไม่ว่าร้านของพ่อเซียวจะย้ายไปที่
ไหนก็ต้องเผชิญกับปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากอีกฝ่าย ต้องการตัดช่องทางหากินตระกูลเซียวทั้งหมด
เซียวหมิงเยวี่ยสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวันสิ้น โลกกำลังจะมาถึงในไม่ช้า การอยู่ที่บ้านอาจปลอดภัยกว่าการดิ้นรน เปิดร้านต่อ
แต่สำหรับไอ้คนสารเลวที่น่ารังเกียจคนนี้ เธอไม่สามารถปล่อย มันไปอย่างง่ายดายได้
เมื่อคิดได้แบบนั้น แท่งเหล็กก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ แต่ว่า ไม่ได้ นี่อาจนำไปสู่การตอบโต้อย่างแน่นอน อีกฝ่ายมีจำนวน มากกว่าและแข็งแรงกว่า ไม่มีทางเลยที่เซียวหมิงเยวี่ยจะเอาชนะได้ ด้วยตัวคนเดียว เธอจึงใส่แท่งเหล็กกลับเข้าไปในพื้นที่มิติ
ขณะที่กำลังกังวล ความคิดหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัว ในเมื่อ เธอสามารถหยิบสิ่งของออกจากพื้นที่มิติได้ แล้วเธอจะสามารถ ควบคุมให้สิ่งนั้นตกลงมาในตำแหน่งที่ต้องการได้หรือเปล่า?
เพื่อทดสอบความคิดนั้น เธอรวบรวมสมาธิและควบคุมน ้าบาดาล โดยหวังให้เติมน ้าในแก้วตรงหน้าจนเต็ม
ชั่วพริบตา แก้วน ้าที่ว่างเปล่าในตอนแรกพลันมีน ้าเต็มแก้ว
มันได้ผล!
เซียวหมิงเยวี่ยแอบมีความสุขอยู่ในใจ ดูเหมือนว่าความสามารถ ในการควบคุมพื้นที่มิติจะแข็งแกร่งขึ้น และทำได้มากกว่าการนำ สิ่งของเข้าออก
มันช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจจริง ๆ
หากชีวิตของเธอถูกคุกคามหลังวันสิ้นโลก เธอสามารถเรียก กระแสน ้าออกมาโจมตี และแม้แต่ขว้างวัวตัวใหญ่ลงทับศัตรูจนพิการ หรือไม่ก็แบนติดพื้น
ตอนนี้เธอสามารถควบคุมตำแหน่งที่จะวางสิ่งของได้แล้ว ทำให้ มันเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มมุมปาก เธอตั้งสมาธิควบคุมขี้หมูกองโตใน คอกหมู จากนั้นเลือกตำแหน่งเหมาะ ๆ ที่จะโยนมันลงไป
“เฮ้ย! อะไรหล่นลงมาวะ!”
ขี้หมูหล่นใส่หัวของพี่พาน กลิ่นเหม็นตลบอบอวลจนแทบหายใจ ไม่ออก ยิ่งกว่านั้นขี้หมูยังคงหล่นลงมาไม่หยุด ซึ่งล้วนหล่นใส่พี่พาน คนเดียวเท่านั้น
เจ้าของบ้านรีบถอยห่างและพูดว่า
“ดะ… ดูเหมือนว่าจะเป็นขี้หมูนะครับ”
พี่พานเบิกตากว้างพร้อมตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ “ใครหน้า ไหนมันขว้างขี้หมูมา! จับมันมาฆ่าเดี๋ยวนี้!”
ลูกน้องของเขารีบวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ทว่ากลิ่นขี้หมูน่า สะอิดสะเอียนเหม็นตลบ พวกเขารีบยกมือปิดจมูกและถอยห่าง
พี่พานที่โดนขี้หมูอาบเต็มตัวจวนจะสติแตก
“ใคร!! มันเป็นใคร!!!”
ทุกคนหันมองหน้ากัน แกมองหน้าฉัน ฉันมองหน้าแก โดยมี ความคิดเดียวกันผุดขึ้นในใจ ทำไมขี้หมูถึงตกใส่พี่พานคนเดียว?
ภายในรถบรรทุกที่จอดอยู่หัวมุมถนน เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะ ออกมาด้วยความสะใจ เธอพยายามลดเสียงลงเพราะกลัวว่าจะมีคน ได้ยิน
ขณะเดียวกันก็ทุบพวงมาลัยเพื่อกลบเสียงหัวเราะ
นั่นแค่ขี้หมูจากลูกหมูเท่านั้น ถ้าเป็นของหมูโตเต็มวัยละก็… กลิ่นเหม็นของมันจะรุนแรงยิ่งกว่านี้หลายเท่า
เหลือขี้หมูอีกแค่ก้อนเดียว เซียวหมิงเยวี่ยจึงโยน ‘สินค้าคงคลัง’ ก้อนสุดท้ายใส่ป้ายหน้าร้าน
ร้านขายผลไม้นายพานถูกปกคลุมไปด้วยขี้หมูเหม็นฉึ่ง กระทั่ง กลายเป็นร้านขายขี้หมูของนายพาน
เมื่อเห็นพี่พานคนนั้นแทบเสียสติ เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้สึกพึงพอใจ ถ้าในอนาคตได้เผชิญหน้ากันอีก เธอจะอัดขี้หมูลงบนใบหน้าของ เขา แล้วปล่อยให้เขาลิ้มรสความขมขื่น
ยังไงซะในพื้นที่มิติไม่ได้มีเพียงขี้หมู แต่ยังเต็มไปด้วยขี้วัว ขี้ไก่ และขี้แพะอีกด้วย
คราวหน้าถ้าใครกล้าหาเรื่องครอบครัวเธอ เธอจะโยนขี้แพะใส่ ในชานม ชานมไข่มุกสูตรพิเศษไม่เพิ่มราคา แต่เพิ่มปริมาณ เป็น เมนูพิเศษที่คุณสมควรได้รับ
เหล่าลูกหมูในคอกต่างก็งุนงง มันเพิ่งเบ่งอึออกมา แต่ในชั่ว พริบตากองอึหายไปไหนแล้ว?
หลังจากกลับบ้าน รถบรรทุกของร้านขายอาหารก็มาถึงประตู ชุมชนตามที่คาดการณ์ เซียวหมิงเยวี่ยไม่ยอมให้คนขับเข้าไปใน ชุมชน แต่ขอให้ขนถ่ายสินค้าในสถานที่ห่างไกลข้างชุมชนแทน
หลังจากขนย้ายอาหารทั้งหมดไปเก็บในโกดังมิติ เซียวหมิงเยวี่ย ก็ปัดมือแล้วเตรียมกลับไปทานข้าวที่บ้าน
ในเวลานี้บรรยากาศในบ้านตระกูลเซียวกลับดูอึมครึม เซียวหมิง เยวี่ยที่เพิ่งกลับถึงบ้านตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับ พ่อแม่ของเธอ
“พ่อ เป็นอะไรไปเหรอคะ?”
“หมิงเยวี่ย คุณปู่เสียชีวิตแล้ว” พ่อเซียวพูดด้วยน ้าเสียงโศกเศร้า
เซียวหมิงเยวี่ยตกใจจนร่างกายแข็งค้างทันที