ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 11 ซื้อลูกหมูและลูกวัว
เมื่อมาถึงฟาร์มหมู หลายคนกำลังเลือกลูกหมูที่อุดมสมบูรณ์ เซียวหมิงเยวี่ยไม่รีบร้อนที่จะซื้อมัน เธอติดตามป้าใหญ่แปลกหน้าที่
อยู่ตรงหน้าเพื่อฟังเกณฑ์การเลือกของเธอ
ป้าคนนี้มีหน้าตาธรรมดา แต่ดวงตาของเธอฉายชัดถึงความเจน จัด ซึ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น
“ลูกหมูของคุณไม่เห็นจะดีเลย เอวสั้นเกินไป แย่งอาหารกับตัว อื่นไม่ได้ มันนอนนิ่งเหมือนหมูป่วย ฉันไม่อยากได้ลูกหมูแบบนี้หรอก นะ!” ป้าใหญ่วิพากษ์วิจารณ์
เจ้าของฟาร์มขมวดคิ้วมุ่น “คุณพี่ นี่คุณเลือกมาตั้งหลายตัวแล้ว นะครับ”
ป้าใหญ่เลิกคิ้วถาม “แล้วจะทำไม คุณจะไม่ให้ฉันเลือกแล้วหรือ ไง?”
เซียวหมิงเยวี่ยที่ตามมาด้านหลังพยักหน้าเห็นด้วยเงียบ ๆ
“ไม่ใช่ครับไม่ใช่ เลือกเลยครับ จนกว่าคุณพี่จะเจอลูกหมูที่
ถูกใจ” เจ้าของฟาร์มตอบเสียงเฉื่อยชา
ป้าใหญ่หยุดกะทันหันและพูดว่า “หมูในคอกนี้ดูดีทีเดียว หน้าอก กว้าง ก้นหนา ปากยื่นยาว แขนขาดูแข็งแรง แล้วยังดูร่าเริงดีด้วย”
“ฮ่า สายตาหลักแหลมมากครับ ลูกหมูคอกนี้ราคาแพงกว่า ลูก หมูอ้วนเร็วและเลี้ยงง่าย เนื้ออร่อย ชั้นไขมันไม่หนาเกินไป…” เจ้าของฟาร์มพูดด้วยรอยยิ้ม
ป้าใหญ่เหลือบมองพร้อมพูดว่า “เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ฉันอยาก ได้ 300 ตัว คุณให้ราคาเท่าไหร่?”
เจ้าของฟาร์มสูดลมหายใจเข้าลึก หญิงชราคนนี้กำลังพยายาม ต่อรองราคา ซึ่งยากจะรับมือ
เขาค่อย ๆ ชูนิ้วทั้งสี่ออกไปข้างหน้า
ป้าใหญ่เบิกตากว้าง “ลูกหมูตัวละ 400? ทำไมไม่ปล้นกันเลยล่ะ คิดจะเอาเปรียบกันเพราะคิดว่าฉันไม่เคยเลี้ยงหมูเหรอ?”
“ราคาตลาดปัจจุบันคือจำนวนนี้ครับ และลูกหมูสายพันธุ์นี้มี ราคาแพงที่สุด ถ้าคุณอยากซื้อตัวละ 90 หยวนก็ต้องเป็นหมูคอก นั้น” เจ้าของฟาร์มผายมือ
“มากสุด 200 หยวนพร้อมฉีดวัคซีน” ป้าใหญ่พูดด้วยน ้าเสียง เด็ดขาด
เจ้าของฟาร์มแทบน ้าตาไหล “คุณพี่ ถ้าไม่อยากให้ผมได้กำไร ก็อย่าต้องให้ผมขาดทุนเลย ขายราคานั้นไม่ได้จริง ๆ ครับ”
เมื่อป้าใหญ่เห็นว่าราคาที่เสนอไปนั้นคงต ่าเกินไปหน่อย เธอจึง พูดด้วยรอยยิ้ม
“แล้วคุณอยากได้เท่าไหร่ล่ะ อย่ามัวอ้อมค้อมเลย แค่บอกราคา จริงมา ฉันสั่งซื้อจำนวนมาก ถ้าคุณภาพดีฉันจะกลับมาซื้อกับคุณ อีก เราจะได้ร่วมทำธุรกิจระยะยาวด้วยกันหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับคุณ แล้ว”
ป้าใหญ่เลิกคิ้วสูงแสดงอำนาจต่อรอง เจ้าของฟาร์มถึงกับกลืน น ้าลายลงคอ และไม่กล้าโต้เถียงกับเธอ
“350 หยวนแล้วกันพี่ ผมขายให้คนอื่น 400 หยวน”
“อย่ามาเสียเวลากันเลย 300 ขาดตัว ถ้าตกลงจะจ่ายเลย”
เจ้าของฟาร์มกัดฟันแล้วพูดว่า “ก็ได้ครับ 300 ก็ 300 อย่าไป บอกใครล่ะว่าคุณพี่ซื้อลูกหมูราคา 300 จากผม”
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเห็นสิ่งนี้ เธอก็ก้าวออกมาจากด้านหลังทันที
“ฉันอยากได้ลูกหมู 10 ตัวค่ะ ตัวผู้ 5 ตัวเมีย 5”
ใบหน้าของเจ้าของฟาร์มมืดมนเหมือนก้นหม้อ “แม่หนู เธอซื้อ จำนวนน้อยเกินไป ตัวละ 450 หยวนคือราคาดีที่สุดแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดไม่ออก
“พี่สาวคนนี้ซื้อในราคา 300 หยวน ทำไมฉันถึงซื้อราคานี้
ไม่ได้? ก่อนหน้าคุณเสนอขายเธอในราคา 400 หยวน แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงขายฉัน 450 หยวนล่ะ?”
“นั่นคือราคาขายส่ง” เจ้าของฟาร์มอธิบาย
ป้าใหญ่เหลือบมองเซียวหมิงเยวี่ยที่เรียกเธอว่าพี่สาว มันทำให้ เธอรู้สึกอ่อนเยาว์กว่ามาก ไม่เหมือนกับบางคนที่เรียกเธอว่าคุณพี่
“รวมลูกหมู 10 ตัวของเธอเข้าไปในยอดสั่งซื้อของฉันด้วย ทั้งหมดเป็น 310 ตัว” ป้าใหญ่พูดขึ้น
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยเป็นประกาย “พี่สาวทั้งสวยทั้งใจดี!”
ป้าใหญ่ลูบผมลอนของเธอด้วยความเขินอาย
ดังสุภาษิตที่ว่า ใช้จ่ายกับอาหารการกินไม่ได้ทำให้คุณยากจน ด้วยราคาที่ต่างกัน 150 หยวนต่อตัว 10 ตัวก็เท่ากับ 1,500 หยวน แล้ว เงินจำนวนนี้สามารถนำไปซื้ออย่างอื่นได้อีกตั้งมากมาย ประหยัดอะไรได้ก็ต้องประหยัด
แล้วมันยังเป็นลูกหมูพันธุ์ดี คิดถูกจริง ๆ ที่เดินตามป้าใหญ่คนนี้
มา!
“ทำแบบนี้ไม่ดีเลย กำไรผมหายหมดสิ” เจ้าของฟาร์มขมวดคิ้ว
ป้าใหญ่พูดด้วยรอยยิ้ม “พวกเราต่างก็เป็นปศุสัตว์เลี้ยงหมู ย่อม รู้ราคาของหมูดี เธอเป็นแค่เด็กสาว ฉะนั้นอย่ารังแกคนอื่นเพียง เพราะพวกเขาไม่รู้ ราคาหมูเปลี่ยนแปลงทุกวัน วันนี้ราคา 300 หยวน แต่พรุ่งนี้ก็อาจเหลือแค่ 200 หยวนก็ได้นี่?”
เจ้าของฟาร์มลูบจมูกอย่างเชื่องช้า “ก็ได้ ก็ได้”
เซียวหมิงเยวี่ยและป้าใหญ่หันมองกันพร้อมรอยยิ้มสดใส
เพื่อความสะดวกในการขนย้ายลูกหมู หญิงสาวทำการยืม รถบรรทุกสินค้าจากบริษัทตกแต่งบ้าน เธอบุด้านหลังรถบรรทุกด้วย กล่องกระดาษแข็งหลายชั้น รวมถึงรอบนอกของตัวรถ เพื่อป้องกัน ไม่ให้สกปรก
คนงานของบริษัทกังวลว่าเธอจะขับรถบรรทุกได้หรือไม่ กระทั่ง เซียวหมิงเยวี่ยแสดงใบขับขี่ประเภท B2 ให้พวกเขาดูเพื่อคลายความ สงสัย ในความเป็นจริงพ่อเซียวสนับสนุนให้เธอไปสอบใบขับขี่เพิ่ม ระดับเป็นประเภท C โดยคาดหวังว่าจะส่งมอบธุรกิจครอบครัวให้กับ เธอในอนาคต
เซียวหมิงเยวี่ยตกลงเห็นด้วยทันที เธอคิดว่าการขับรถบรรทุกได้ นั้นเป็นเรื่องที่เท่มาก แต่แม่เซียวกลับคิดว่าพ่อลูกพูดเรื่องไร้สาระ
พอมาคิดดูตอนนี้ ต้องขอบคุณที่เธอสอบใบขับขี่ประเภท B2 ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถยืมรถบรรทุกมาขนย้ายลูกหมูได้
เซียวหมิงเยวี่ยเพียงต้องขับรถไปยังสถานที่อันห่างไกลเพื่อย้าย ลูกหมูทั้งหมดไปไว้ในพื้นที่มิติ เธอไม่ต้องการให้ลูกหมูอยู่บน รถบรรทุกนานจนทิ้งกลิ่นไม่พึงประสงค์
หลังจากซื้อลูกหมูแล้ว เธอไปที่ฟาร์มเลี้ยงวัวและซื้อลูกวัว 6 ตัว ซึ่งเป็นตัวผู้ 3 ตัวและตัวเมีย 3 ตัว เดิมทีเธอต้องการซื้อพ่อแม่พันธุ์ แต่พวกเขาบอกว่าวัวเหล่านั้นไม่ได้มีไว้ขาย เซียวหมิงเยวี่ยจึงทำได้ เพียงยอมแพ้
ขากลับเธอผ่านตลาดแห่งหนึ่งและเห็นชายชรานำแพะมาขาย ทว่าก็ขายไม่ได้ เนื่องจากพ่อค้าร้านเนื้อไม่รับซื้อแพะตัวเมีย
“ไอ้พวกสัตว์ไร้ประโยชน์สองตัวนี้ ฉันเลี้ยงพวกมันมาเกือบสาม ปีแล้ว กลับไม่ยอมมีลูกให้เลยสักตัว ตอนนี้แม้แต่จะเอาไปขายก็ยัง ไม่ได้!” ชายชราเตะแพะทั้งสองด้วยความหงุดหงิด
ดวงตาของแพะตัวเมียทั้งสองพลันเอ่อรื้นไปด้วยน ้าตา
ขณะเดียวกันคนรอบข้างต่างพากันหัวเราะ
“ขายแพะสองตัวนี้ให้ฉันเถอะค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยซื้อมาในราคาที่ต ่ามาก ในเมื่อมีทุ่งหญ้า กว้างขวาง แล้วจะไม่ให้มีแพะได้อย่างไร ก่อนอื่นต้องขุนพวกมันให้ อ้วน แล้วจึงฆ่าเพื่อกินเนื้อหลังวันสิ้นโลก
ทุกคนล้วนคิดว่าเนื้อแพะตัวผู้นั้นรสชาติอร่อย แต่เนื้อแพะตัวเมีย มีกลิ่นคาวรุนแรง ทว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่สามารถแยกความแตกต่าง นั้น สำหรับเธอมันเป็นเนื้อแพะเหมือนกัน
วันนี้ใช้จ่ายไปทั้งหมด 25,000 หยวน และมียอดคงเหลือ 710,000 หยวน
เมื่อเข้าไปในพื้นที่มิติ เธอนำลูกหมูพันธุ์ดีทั้ง 10 ตัวไปไว้ในคอก หมู และลูกวัว 6 ตัวไปที่คอกวัว
คอกหมูและคอกวัวมีพื้นที่กว้างขวาง และเพียงพอให้พวกมัน เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระแม้จะโตเต็มวัยแล้วก็ตาม
เจ้าของฟาร์มส่งอาหารมามากเพียงพอให้ลูกหมูและลูกวัวกินได้ หลายวัน
สำหรับแพะตัวเมีย 2 ตัวนั้น เซียวหมิงเยวี่ยตอกเสาเข็มในทุ่ง หญ้าว่างเปล่าข้างสนามหญ้า โดยปล่อยให้พวกมันเคลื่อนไหวได้ อย่างอิสระและเล็มกินหญ้าบนพื้น
ทำเท่าที่ทำได้ก่อนแล้วกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะมีแปลงผักและสวนไม้ผล เซียวหมิงเยวี่ยคง อยากจะปล่อยให้สัตว์ตัวน้อยเหล่านี้อยู่อย่างอิสระ และไม่ต้องคอยมา ให้อาหารทุกวัน แต่หากทำแบบนั้น แปลงผักและสวนไม้ผลอาจได้รับ ความเสียหาย
เธอจึงต้องล้มเลิกความคิดนี้
คงต้องปิดประตูทุกครั้ง เธอกังวลว่าสักวันไก่จะออกไปเขี่ยแปลง ผักและสวนไม้ผล
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูฟู่กุ้ยที่กำลังวิ่งไล่ตามแม่ไก่ เสือโง่ตัวนั้น กระโดดไปมาอย่างร่าเริงในสนามหญ้าทุกวัน มันสามารถกระโดดสูง จนข้ามรั้ว ทำให้ฝูงไก่ต่างก็หวาดกลัว
แต่ฟู่กุ้ยไม่ได้ไล่กัดพวกมัน เพียงวิ่งไล่เท่านั้น
ไม่รู้ว่าเธอสายตาไม่ดีหรือเปล่า แต่ฟู่กุ้ยดูจะตัวใหญ่กว่าตอนที่
เธอเจอมันครั้งแรก
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เซียวหมิงเยวี่ยนำนมอุ่นและเนื้อสัตว์เข้า มาให้ฟู่กุ้ยวันละ 3 มื้อ บวกกับน่องไก่มื้อพิเศษในตอนเย็น ลูกเสือตัว น้อยโตเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
“ฟู่กุ้ย!”
เซียวหมิงเยวี่ยตะโกนเรียก ฟู่กุ้ยจึงวิ่งเข้ามาหาอย่างเชื่อฟังและ มองดูเธอด้วยดวงตากลมโต
เธอหยิบเนื้อแดดเดียวออกมาหนึ่งห่อซึ่งเป็นของว่างที่เตรียมไว้ สำหรับตัวเอง
ฟู่กุ้ยกินเนื้อดิบมาโดยตลอด เธอจึงไม่แน่ใจว่ามันจะชอบกินเนื้อ ปรุงสุกหรือไม่
ฟู่กุ้ยดมกลิ่นของมันและแลบลิ้นเลีย ทันใดนั้นดวงตากลมโตทั้ง สองก็เปล่งประกาย
เสือตัวน้อยรีบพุ่งเข้ามาพร้อมส่งเสียงคำรามในลำคอ ก่อนที่
เซียวหมิงเยวี่ยจะทันได้แบ่งส่วนของเธอเสร็จ มันก็ตะปบกางเกงของ เธอและแย่งเอาเนื้อแดดเดียวไป
เนื้อแดดเดียวทั้งหมดจึงตกเป็นของฟู่กุ้ย เสือตัวน้อยกลิ้งไปมา อย่างมีความสุข พักหนึ่งมันก็เอาหัวมาถูขาของเธอ และอีกพักหนึ่งก็ กลับไปแทะเนื้อแดดเดียวต่อ
‘ทำไมเจ้าเสือโง่ตัวนี้ถึงดูมีความสุขมากกว่าตอนกินเนื้อดิบล่ะ?’
เซียวหมิงเยวี่ยบ่นในใจ หรือว่าฟู่กุ้ยจะชอบกินเนื้อแดดเดียว มากกว่า?
[ตรวจพบความโปรดปรานของเสือเจิ้นซานต่อนายท่านเพิ่มขึ้น รางวัลคือการสุ่มเหรียญทอง]
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~ กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~ กริ๊ง~
เหรียญทอง 20 เหรียญหล่นลงพื้น
เซียวหมิงเยวี่ยเบิกตากว้าง หัวใจเธอสั่นรัวด้วยความตื่นเต้น เธอ ก้มลงไปหยิบเหรียญทองด้วยมือที่สั่นเทา 1 2 3 4… 20 เหรียญ
พอรวมกันแล้วมันหนักมากจนยกแทบไม่ขึ้น แต่เธอจะต้องแบก มันกลับไปให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม!
“นายท่านฟู่กุ้ย ท่านคือพ่อแม่ที่กลับชาติมาเกิดจริง ๆ…”
เซียวหมิงเยวี่ยแทบหลั่งน ้าตาด้วยความตื้นตัน เธออุ้มฟู่กุ้ยขึ้น กอดและจูบมันซ ้า ๆ โดยลืมไปว่าเธอเพิ่งเรียกมันว่าเสือโง่ก่อนหน้านี้
สีหน้าฟู่กุ้ยเต็มไปด้วยความสับสน ขนบนหัวของมันถูกเธอจูบ จนยุ่งเหยิง ฟู่กุ้ยพยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากอ้อมกอดของเซียวห มิงเยวี่ย และกลับไปแทะเนื้อแดดเดียวต่อ
“นายท่านฟู่กุ้ยชอบกินเนื้อแดดเดียวมาก งั้นฉันจะกว้านซื้อเนื้อ แดดเดียวยี่ห้อนี้เพิ่มอีกร้อยห่อ ไม่สิ พันห่อไปเลย!”