ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 129 เดิมพันก็เดิมพัน
เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของเซียวหมิงเยวี่ย หลิวคังจึงจัดเสื้อผ้าของ ตัวเองให้เรียบร้อยและพูดด้วยรอยยิ้ม
“คืออย่างนี้ เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าเพื่อนร่วมชั้นของเราแย่งกันกิน อาหารเหมือนหมูในคอก ราวกับว่าไม่ได้กินข้าวมาแปดร้อยปี พวก เขาดูไร้อารยธรรมแบบสุด ๆ ฉันดูถูกคนแบบนั้นมาก แต่เธอต่าง ออกไป เราเป็นคนประเภทเดียวกัน ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น มัธยมปลาย แต่เราทิ้งห่างคนพวกนั้นไปไกลแล้ว”
“มีคำพูดที่กล่าวไว้ว่า คนประเภทเดียวกันย่อมดึงดูดเข้าหากัน เพื่อนร่วมชั้นเซียวหมิงเยวี่ย เราเป็นคนประเภทเดียวกัน และพ่อของ เธอทำงานในกรมเกษตรกรรม บังเอิญว่าฉันก็ทำงานที่กรม เกษตรกรรมเหมือนกัน คนที่สามารถหางานที่มีเกียรติหลังภัยพิบัติมี ไม่มากนัก เมื่อเจอแล้วก็ควรรักษาไว้”
“แล้วอีกอย่าง ตอนนี้เธอดูสวยขึ้นมาก สวยกว่าเพื่อนผู้หญิง หลายคนในชั้นเรียนของเรา ฉันคิดว่าตอนนี้เราเหมาะสมกันดี เธอ คิดเหมือนกันไหม? ตอนมัธยมปลายฉันเองก็รู้สึกว่าเธอนั้นแตกต่าง รูปร่างก็ดี ขาก็เรียวยาว…”
หลิวคังพูดพลางมองเซียวหมิงเยวี่ยตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่าง เปิดเผย
หญิงสาวขมวดคิ้ว เธอตอบกลับเสียงเบา
“นายคือหลิวคังใช่ไหม เชื่อไหมว่าถ้ายังพูดมากอีก ฉันจะควัก ลูกตาของนายออกมา?”
สีหน้าของหลิวคังแข็งค้าง มองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความไม่เชื่อ และสงสัยว่าตัวเองอาจได้ยินผิดไป
“ธะ… เธอไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ ฉันทำงานที่กรมเกษตรกรรม เป็นพนักงานของกรมเกษตรกรรมนะ”
พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง เขาเป็นถึงพนักงานของกรม เกษตรกรรมเลยนะ!
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเยาะ “แล้วคิดว่ามันทำให้นายสูงส่งกว่าคน อื่นงั้นเหรอ? ไปเอาความมั่นใจผิด ๆ แบบนั้นมาจากไหน ไปเรียน จากจางต้าฉือมาหรือไง? บอกไว้ก่อนเลยนะ ฉันเกลียดผู้ชายแบบ นายที่สุด”
สายตาของเธอที่มองหลิวคังเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“นาย… ธรรมดาจะตายไป” เธอพึมพำประโยคสุดท้ายเบา ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างไร้ความปรานี และอาจกล่าวได้ว่า ค่อนข้างหยาบคาย
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าของหลิวคังแดงก ่าขึ้นทันที เขา รู้สึกเหมือนศักดิ์ศรีของตัวเองถูกเหยียบย ่า
“เธอ! เธอกล้าดียังไงถึงเอาฉันไปเปรียบกับไอ้บ้าจางต้าฉือ? ฉัน เป็นถึงพนักงานกรมเกษตรกรรม มีงานมั่นคง กินอิ่มนอนหลับโดยไม่ ต้องกังวลอะไร! ฉันธรรมดาตรงไหนไม่ทราบ?” หลิวคังพูด ตะกุกตะกัก
เซียวหมิงเยวี่ยปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าและตอบกลับอย่างเฉย เมย
“อืม… หน้าตาก็ไม่แย่นะ ตัวเตี้ยไปหน่อย ดูแล้วเหมือนคนใช้ แรงงาน คิดอะไรไม่ซับซ้อน แถมยังมีแนวโน้มจะหัวล้าน ผมบนหัว บางมากจริง ๆ อายุยังน้อยไม่น่าจะเป็นแบบนี้เลยนะ”
น ้าเสียงของเธอในตอนแรกฟังแล้วแลดูจริงใจ แต่จากนั้นเธอก็ ยิ้มและพูดจาเสียดสีด้วยน ้าเสียงเยือกเย็น
“นายโกรธหรือเปล่า? ขอโทษนะ ก็นายเป็นคนถามมาเอง ฉันก็ แค่พูดความจริง พูดตามความคิดเห็นของฉันเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา ของนายเฉย ๆ นายคงไม่โกรธใช่ไหม?”
ท้ายที่สุด นายนั่นแหละที่หยาบคายกับฉันก่อน
หลิวคังหน้าตึงเครียด เขาโกรธจนหน้าแดง
“เซียวหมิงเยวี่ย พ่อของเธอเป็นแค่พนักงานของกรม เกษตรกรรม อย่าคิดว่าตัวเองสูงส่งนักเลย ระวังจะขายไม่ออก ไม่รู้จัก ประมาณตัว ระวังจะกลายเป็นโสดจนแก่เฒ่า ถึงเวลานั้นผู้ชายที่เคย ไล่ตามก็คงไม่เอาเธอแล้วเหมือนกัน!”
เซียวหมิงเยวี่ยเผยยิ้มหวานอย่างไร้เดียงสา แต่ขาของเธอพุ่งเตะ เข้าที่หัวเข่าข้างขวาของชายหนุ่มอย่างแรง
“โอ๊ย!”
หลิวคังแผดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เขาล้มลงนอนกับ พื้นตัวสั่นเทาด้วยความทรมาน
“ฉันเพิ่งกินข้าวมาอิ่ม ๆ แต่เกือบจะอ้วกออกมาเพราะความน่า ขยะแขยงของนาย”
เซียวหมิงเยวี่ยย่อตัวลงกระซิบขู่เขา
“นายได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ แฟนของฉู่เสวียนที่ชื่อจูเจ๋อน่ะ คนอื่น อาจจะไม่รู้จัก แต่นายต้องเคยได้ยินชื่อของเขามาบ้างแน่ ๆ ถ้าฉันไป บอกเขาว่ามีพนักงานในกรมเกษตรกรรมคนหนึ่งชื่อหลิวคังมาทำตัว หยาบคายกับฉัน นายคิดว่าเขาจะไล่นายออกไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่คิดฝันว่า วันหนึ่งเธอจะต้องพึ่งพาชื่อเสียงของ คนอื่นเพื่อขู่เข็ญผู้อื่น ชื่อของจูเจ๋อช่างมีประโยชน์เสียจริง
หลิวคังตกใจกลัวอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากโกรธ เป็นหวาดกลัว เมื่อกี้มีคนอยู่เยอะเกินไป เขาเลยยังไม่มีโอกาสได้ไป เอาใจรองผู้อำนวยการจู
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งโต๊ะเดียวกับจูเจ๋อ ดูจากท่าทางแล้วพวกเขา กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ถ้าผู้อำนวยการจูเชื่อคำพูดของเธอ ชีวิตของเขาคงจบสิ้น!
ใบหน้าของหลิวคังซีดขาว “ไม่ เธออย่าพูดแบบนั้นนะ ฉันผิดเอง ฉันผิดไปแล้ว”
“เอ๋ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? ผมเพิ่งมาถึงก็ได้ยินเสียงใครบางคน พูดขอโทษซะแล้ว”
ผู้ที่พูดประโยคดังกล่าวคือจูเจ๋อ เขายืนพิงกำแพงพูดจาหยอก ล้อ
“คุณหนูเซียว ทำไมผมถึงเจอคุณตอนกำลังสั่งสอนคนอยู่เสมอ เลยนะ? ช่างเป็นโชคชะตาที่แปลกประหลาดจริง ๆ คราวก่อนตอนที่
คุณจัดการหม่าเย่าจู่ เขายังพูดถึงคุณด้วยความแค้นทุกครั้งที่เอ่ยชื่อ เลย”
หลิวคังเบิกตากว้าง หม่าเย่าจู่? หมายถึงหม่าเย่าจู่ที่ชอบใช้เส้น สายในตระกูลก่อเรื่องวุ่นวายใช่ไหม?
ไม่มีใครในกรมเกษตรกรรมไม่เคยได้ยินชื่อหม่าเย่าจู่ เขาเองก็ เคยถูกหม่าเย่าจู่รังแกมาแล้ว ตั้งแต่นั้นมา เขาจึงพยายามหลีกเลี่ยง อีกฝ่ายราวกับเห็นงูพิษ
หลิวคังเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหม่าเย่าจู่ที่ถูกผู้หญิงยัด รองเท้าเข้าปาก เขายังเคยแอบล้อเลียนเรื่องนี้อยู่ในใจ แต่ไม่คาดคิด ว่าผู้หญิงในตำนานคนนั้นจะเป็นเซียวหมิงเยวี่ยเองเหรอ?!
ชายหนุ่มก้มศีรษะลงต ่า และพยายามทำให้ตัวเองเป็นอากาศ ธาตุ เขารู้สึกเสียใจกับพฤติกรรมของตัวเองเมื่อครู่ ไม่น่าไปยุ่งกับ เซียวหมิงเยวี่ยเลย เธอถึงขนาดกล้าตีหม่าเย่าจู่ แล้วนับประสาอะไร กับเขา?
หลิวคังไม่อยากให้จูเจ๋อเห็นหน้าตาของตัวเอง เพราะกลัวว่าจะ ถูกไล่ออก เขาจึงภาวนาในใจว่า ฉันไม่มีตัวตน ฉันไม่มีตัวตน
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืนและพูดอย่างเฉยเมยว่า
“ช่วยไม่ได้ค่ะ ก็คนที่ชอบรนหาที่ตายมันเยอะ”
จูเจ๋อหัวเราะเบา ๆ “น่าสนใจจริง ๆ คาดเดาไม่ได้เลยว่าผู้ชาย แบบไหนถึงจะสามารถชนะใจคุณได้”
เซียวหมิงเยวี่ยชูนิ้วขึ้นมาโบกไปมา “บนโลกนี้ไม่มีผู้ชายแบบ นั้นหรอกค่ะ ว่าแต่ ฉันคิดว่าคุณกับฉู่เสวียนเหมาะสมกันมากเลยนะ สวยหล่อกันทั้งคู่ สมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ขอให้รักกันนาน ๆ นะ คะ”
จูเจ๋อเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของเธอ แววตาของเขาฉาย ความผิดหวัง ดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมนี้ช่างไร้เยื่อใยต่อเขาจริง ๆ
เธอไม่ใช่ดอกไม้ในเรือนกระจก แต่เป็นดอกกุหลาบป่าที่เติบโตอย่าง อิสระในทุ่งหญ้า
แต่ช่างเถอะ ในแจกันของเขายังมีดอกไม้อยู่มากมาย ฉู่เสวียน นั้นคือดอกลิลลี่ ส่วนตั่วตั่วคือดอกมะลิ แล้วยังมีเคลลี่ ถังถัง อวิ๋นชู เซี่ยเซี่ย เนี่ยนฉิง…
แม้ว่าจะไม่ขาดแคลนเรื่องผู้หญิง แต่หนุ่มเพลย์บอยคนนี้ยังคง ต้องการเป็นเพื่อนกับดอกกุหลาบป่า เขาชื่นชมนิสัยของเซียวหมิง เยวี่ยมากจริง ๆ
จูเจ๋อเพียงยักไหล่ “เข้าใจแล้วละ แต่คุณอย่าพูดจาเด็ดขาด ขนาดนั้นเลย บนโลกนี้จะต้องมีผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นคู่ปรับของคุณ อย่างแน่นอน ผมขอเดิมพัน”
“งั้นคุณก็เตรียมแพ้ได้เลยค่ะ”
ในเรื่องนี้ เซียวหมิงเยวี่ยมีความมั่นใจค่อนข้างมาก
จูเจ๋อถูกกระตุ้นความอยากเอาชนะก็รีบว่าต่อ “แล้วถ้าเกิดว่ามีล่ะ คุณต้องสัญญาอะไรกับผมข้อหนึ่ง แต่ถ้าไม่มี ผมจะให้สัญญากับ คุณข้อหนึ่ง แบบที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ว่าไง?”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะ “คุณเป็นเด็กสามขวบหรือไง ถึงได้มาเล่น เดิมพัน”
“แค่ตอบว่าได้หรือไม่ได้ก็พอ”
“ก็ได้ งั้นฉันจะเดิมพันกับคุณ”
ช่างตลกเสียจริง ยังไงเธอก็เป็นฝ่ายชนะ ทำไมเธอถึงจะไม่รู้ว่า ผู้ชายแบบนั้นมีอยู่บนโลกหรือเปล่า?
…
หลังจากงานเลี้ยงรุ่นจบลง จูเจ๋อบอกว่าเขาจะจัดปาร์ตี้บนเรือ ยอทช์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จึงเชิญกู้หลงซีและคนอื่น ๆ รวมถึง เพื่อนของพวกเขา แน่นอนว่าคนที่ได้รับเชิญล้วนไม่ใช่คนธรรมดา และมันจะไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายแย่งชิงอาหารเหมือนกับที่เกิดขึ้นวันนี้
กู้หลงซีชอบหาเพื่อนใหม่ เขาจึงตอบตกลงทันที
เซียวหมิงเยวี่ยก็ได้รับเชิญเช่นกัน พูดตามตรงเธอรู้สึกแปลกใจ นี่จูเจ๋อยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจอีกเหรอ?
แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เซียวหมิงเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเธอหลง ตัวเองเกินไป บางทีเขาอาจจะแค่เชิญตามมารยาทก็ได้
สุดท้ายเธอก็ตอบตกลงแบบคลุมเครือ บอกว่าถ้ามีเวลาเธอจะไป
ถึงเวลาค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะไปหรือไม่ไป นอกจากนี้ เธอยัง เข้าสังคมไม่เก่งอีกด้วย