ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 151 ลุงใหญ่กลายเป็นผู้จัดส่งเห็ดให้กับโรงอาหารของ รัฐบาล
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 151 ลุงใหญ่กลายเป็นผู้จัดส่งเห็ดให้กับโรงอาหารของ รัฐบาล
ลี่ลี่แทบหยุดหายใจหลังจากได้ยินเช่นนั้น ดวงตาเธอเบิกกว้าง ด้วยความตกตะลึง
เซียวหมิงเยวี่ยรับปืนมาและยิงลี่ลี่โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้อ้อน วอน เธอจัดการมันอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด
ลี่ลี่โทษเซียวหมิงเยวี่ยสำหรับความโชคร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่ ในชีวิตชาติก่อน ตอนที่ครอบครัวของพวกเขายังมีชีวิตที่ดี เธออาศัย บารมีของลูกชายและวางอำนาจในบ้านเหมือนกับตัวเองเป็นฮองเฮา ขณะที่ครอบครัวลุงใหญ่ต่างก็ยกย่องเธออย่างสุดหัวใจ
มีใครบ้างที่สนใจว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร?
พวกเขาแย่งชิงดินแดนอุดมคติในเกมจิ๊กซอว์ที่ควรเป็นของเธอ ไป แต่กลับตระหนี่เมล็ดข้าวที่จะแบ่งปันให้กับเธอ เซียวหมิงเยวี่ยซึ่ง เป็นเด็กกำพร้า ต้องตายตกเพียงลำพังเพราะความหนาวเหน็บใน สภาพอากาศหนาวสุดขั้วของวันสิ้นโลกปีที่สาม
ทว่าลี่ลี่กลับทำเป็นไม่รับรู้อะไร ถ้าเธอมีความเห็นอกเห็นใจและ เอ่ยปากพูดกับลุงใหญ่ เซียวหมิงเยวี่ยคงไม่ต้องมีชะตากรรมที่น่า เวทนาเช่นนี้
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องโทษใคร
“ไม่ต้องห่วงเรื่องศพนะครับ เดี๋ยวพวกเราจะจัดการเอง” ทหาร หนุ่มผมสั้นพูดขึ้น
“ขอบคุณมากค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยกล่าวขอบคุณอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครมาขัดขวาง เธอจึงกลับบ้านได้อย่างราบรื่น
…
ภายในบ้าน เว่ยจวินกำลังช่วยครอบครัวของเซียวหมิงเยวี่ย เปลี่ยนหลังคารับแสง เขาเงยหน้ามองดูคนงานสามคนบนหลังคาที่ กำลังติดตั้งหลังคาใหม่ ซึ่งเป็นพนักงานจากแผนกบำรุงรักษาของ รัฐบาล
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจ “วัสดุมาถึงเร็วขนาดนี้เลยเหรอ คะ?”
เว่ยจวินหันมาเห็นเซียวหมิงเยวี่ย จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ใช่ครับ วัสดุชุดนี้ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด เป็นวัสดุนาโน เทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความทนทานมาก และที่สำคัญที่สุดคือ วัสดุ ชนิดนี้โปร่งใส คุณสามารถมองเห็นด้านนอกได้ชัดเจน แต่ด้านนอก จะมองเข้ามาไม่เห็น”
“นั่นมันดีกว่าหลังคารับแสงอันเก่าอีกไม่ใช่เหรอ” ได้ยินแบบนั้น ยิ่งมองดูหลังคาใหม่ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวมีความสุข
แม้จะไม่บดบังแสงแดด แต่ตอนนี้ก็ไม่มีแสงแดดแล้ว ท้องฟ้ามืด ครึ้มจนมองไม่เห็นขอบฟ้า ผู้คนในบ้านต้องใช้หลอดไฟปลูกผัก เพื่อให้ผักเจริญเติบโตได้ปกติ
เว่ยจวินพูดต่อว่า “ใครให้คุณเป็นวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ของเราล่ะครับ อีกอย่าง วัสดุชนิดนี้ยังกันกระสุนได้ด้วยนะ ตราบใดที่ไม่ใช่การยิง ถล่มอย่างดุเดือด มันสามารถป้องกันการโจมตีธรรมดาได้”
นี่คือประเด็นสำคัญ
“ว่าแต่ คุณไปสนามฝึกหมาป่ามาแล้วใช่ไหม โค้ชที่สอนเป็น ยังไงบ้างครับ?” เว่ยจวินอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับ “ดีมากค่ะ เป็นมืออาชีพมาก”
เรื่องที่โค้ชของเธอคือจี้เหวินซี คงจะเอาไปบอกใครไม่ได้
เว่ยจวินพูดหลังจากนั้นไม่นาน “งั้นก็ดีแล้ว”
หลังจากที่แม่เซียวได้รับข่าว เธอก็รีบกลับมาแล้วพูดว่า “ผู้ อำนวยการเว่ย นี่มันน่าอายมากจริง ๆ ก่อนหน้านี้หมิงเยวี่ยพูดว่าเธอ หาทางออกได้แล้ว แต่ปรากฏว่าเธอไปหาผู้อำนวยการเว่ยนี่เอง ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ”
หลังจากพูดแบบนั้น แม่เซียวจ้องเขม่นลูกสาว และบ่นว่าทำไม ไม่บอกล่วงหน้าว่าผู้อำนวยการเว่ยจะมาที่บ้าน
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มกริ่ม เธอเกือบลืมไปว่าเว่ยจวินเป็นถึง ข้าราชการชั้นสูง และมีอำนาจมากกว่าผู้จัดการซูเสียอีก
เว่ยจวินลดเสียงลง “เรื่องเล็กน้อยครับ ครอบครัวของคุณมีส่วน ช่วยอย่างมาก และเป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบในการ เปลี่ยนวัสดุให้กับคุณ”
แม่เซียวตระหนักได้ว่า สิ่งที่ผู้อำนวยการเว่ยกำลังพูดถึงนั้น เกี่ยวกับการฆ่าผู้ก่อการร้ายสองคน
“โอ๊ย พวกเราก็แค่ทำหน้าที่ค่ะ ผู้อำนวยการเว่ยอย่าเพิ่งรีบกลับ นะคะ อยู่ทานอาหารกลางวันที่บ้านกับพวกเราก่อน” แม่เซียวเชื้อ เชิญอย่างกระตือรือร้น
หลังจากนั้น น้าสาวก็ตามแม่เซียวกลับมา เธอมองเว่ยจวินตั้งแต่ หัวจรดเท้า ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
เว่ยจวินโบกมือ “ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร ผมยังมีธุระต้องไปทำ ต่อ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มชาหน่อยสิจ้ะ” คุณยายนำน ้าชามาให้
เว่ยจวินไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ตั้งแต่เขามาถึง คุณ ยายก็รินชาให้เขา 4 ถ้วยแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกอยากเข้าห้องน ้ามาก จริง ๆ
ทันใดนั้น ลุงใหญ่ ลุงรอง และเจี่ยงย่วนก็เข้ามาพร้อมกับถุงเห็ด ขนาดใหญ่ 3 ถุง พวกมันถูกบรรจุในถุงดำเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็น
ลุงใหญ่พูดด้วยสีหน้ากังวล “แม่ครับ เห็ดที่บ้านกินไม่ทันแล้ว มันขึ้นเยอะมากทุกวัน พวกแม่รีบ ๆ กินหน่อยนะ”
คุณยายพูดด้วยความลำบากใจ “เราก็ยังกินไม่หมดเลย ตอนนี้ห มิงเยวี่ยแทบไม่อยากเห็นเห็ดแล้วด้วยซ ้า ทำกินทุกวันจนเอียนแล้ว”
ตั้งแต่ลุงใหญ่เริ่มปลูกเห็ดในบ้าน บ้านของเซียวหมิงเยวี่ยก็ไม่ เคยขาดแคลนเมนูเห็ด คุณยายทำอาหารด้วยเห็ดทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น ไก่ตุ๋นเห็ด เห็ดผัดผัก เห็ดทอด…
เซียวหมิงเยวี่ยแทบจะอาเจียนออกมาอยู่แล้ว สิ่งที่เธอเกลียด ที่สุดตอนนี้ก็คือเห็ด
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ พวกเรากินเท่าไหร่ก็ไม่ลดลงเลย” ลุงรอง ขมวดคิ้วมุ่น
พวกเขากินเห็ดที่ปลูกเองจนไม่อยากกินแล้ว ป้าสะใภ้ใหญ่กับ ป้าสะใภ้รองทำงานเป็นแม่ครัว พวกเธอได้รับสวัสดิการทุกอาทิตย์ มี ทั้งข้าว แป้ง และผัก
ถึงแม้จะไม่มาก และเทียบไม่ได้กับสวัสดิการของพ่อเซียวกับแม่ เซียว แต่มันก็ทำให้พวกเขามีกินแบบไม่ขัดสน
นอกจากนี้ บางครั้งพวกเขามากินข้าวที่บ้านของเซียวหมิงเยวี่ย นั่นยิ่งทำให้ไม่อยากกินเห็ดที่บ้านอีก
เว่ยจวินสังเกตเห็นถุงดำในมือพวกเขา “คุณปลูกเห็ดพวกนี้เอง เหรอครับ พวกคุณรู้จักวิธีปลูกเห็ดด้วยเหรอ?”
ลุงใหญ่พยักหน้ารับ “ใช่แล้ว คุณเป็นใครเหรอ?”
แม่เซียวรีบแนะนำอย่างรวดเร็ว “ท่านผู้นี้คือผู้อำนวยการเว่ยผู้นำ ชุมชนของเรา เขามาเพื่อเปลี่ยนหลังคารับแสงใหม่ให้เรา”
“ที่แท้ก็เป็นท่านผู้นำชุมชน ท่านผู้นำ ขอบคุณนะครับที่มา เปลี่ยนหลังคารับแสงให้บ้านน้องสาวผม ท่านผู้นำทานเห็ดไหมครับ? เห็ดที่ผมปลูกเจริญเติบโตดีมาก ดูสิครับ ก้านเห็ดอวบอ้วน เราไม่ใช้ ยาฆ่าแมลงเลย รับพวกมันทั้งหมดไปกินที่บ้านนะครับ”
ลุงใหญ่ยัดถุงเห็นใส่มือเว่ยจวินอย่างกระตือรือร้น รวมไปถึงถุง เห็ดในมือลุงรองและเจียงย่วนด้วย เขารีบคว้ามันมาและยัดทั้งหมดใส่ มือเว่ยจวิน
ลุงใหญ่ยิ้มกว้าง ราวกับว่าได้แก้ปัญหาใหญ่สำเร็จแล้ว
“ผม… ไม่…”
เว่ยจวินไม่รู้จะพูดอะไรดี เขาเปิดถุงดูและพบว่าเห็ดข้างในมี คุณภาพดีจริง ๆ แถมเป็นเห็ดที่ปลูกแบบอินทรีย์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง
เว่ยจวินคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“ผมคงไม่สามารถรับเห็ดของคุณมาฟรี ๆ แบบนี้ได้ งั้นเอาแบบนี้
ดีไหมครับ เมื่อกี้ผมได้ยินพวกคุณพูดว่ากินเห็ดที่ปลูกไม่ทัน พวก คุณเอาไปส่งที่โรงอาหารของรัฐบาลดูสิครับ ทุก ๆ สองถึงสามวัน ค่อยนำไปส่งครั้งหนึ่ง ส่วนค่าตอบแทน เอาเป็นแลกกับข้าวสารหรือ อาหารอย่างอื่นก็ได้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นอะไร แต่ผมรับรองว่าพวก คุณจะไม่ขาดทุน แบบนี้ดีไหมครับ?”
ลุงใหญ่ดีใจจนตัวสั่น เขาพูดด้วยความตื่นเต้นว่า
“เยี่ยมเลยครับ ดีมากเลย! ท่านผู้นำใจดีมากจริง ๆ ผมไม่รู้จะ ขอบคุณยังไงดี เห็ดสามถุงนี้ไม่ต้องเอาอะไรมาแลกหรอกครับ เอาไป ทานที่บ้านได้เลย แบ่งให้ทุกคนได้ลองชิมด้วย”
ลุงรองและเจี่ยงย่วนต่างก็ดีใจมากที่สามารถเอาเห็ดมาแลกกับ อาหารอย่างอื่นได้ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลย
เว่ยจวินพูดด้วยรอยยิ้ม “เอาละ งั้นผมไม่เกรงใจแล้วกัน”
คุณยายรู้สึกพอใจมาก ตอนนี้ครอบครัวใหญ่เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้น เรื่อย ๆ
“ยืนงงอะไรอยู่ ทำไมไม่รีบช่วยท่านผู้นำขนเห็ดไปไว้บนรถล่ะ?” ลุงใหญ่พูดกับหลานชาย
เจี่ยงย่วนเพิ่งรู้สึกตัว จึงรีบเข้าไปช่วยยกถุงเห็ดทันที
หลังจากนั้นไม่นาน หลังคารับแสงทั้งหมดก็ถูกเปลี่ยน คุณยาย หยิบขนมแป้งทอดถุงใหญ่ที่เพิ่งทอดเมื่อเช้าและยังร้อนมาให้
นอกจากนี้ยังมีส้มอีก 5 ถุง แบ่งให้พวกเขาคนละถุง ทั้งเว่ยจวิน คนงาน และคนขับรถ
“เด็ก ๆ คงเหนื่อยกันแย่แล้วสินะ ในเมื่อไม่ได้อยู่ทานข้าวด้วยกัน งั้นก็เอาขนมแป้งทอดไปกินนะ ยังมีส้มไว้กินเล่นระหว่างทางด้วย เป็น เด็กดีกันทุกคนเลย”
พวกเขาเป็นพนักงานของรัฐบาล ไม่ใช่ผู้ประสบภัยทั่วไป พนักงานรัฐบาลมีสวัสดิการเป็นผลไม้ และหนึ่งในนั้นก็คือส้ม ดังนั้น พวกเขาคงไม่ตื่นเต้นกับส้มมากนัก คุณยายได้ถามเซียวหมิงเยวี่
ยก่อนจะนำส้มมาเป็นของขวัญให้พวกเขาแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงขนมแป้งทอด เพราะของที่หายากที่สุดก็คือน ้าตาล
ตอนนี้เซียวหมิงเยวี่ยได้กลายเป็นกระดูกสันหลังของครอบครัว ใหญ่แล้ว
คนงานคนหนึ่งซึ่งอายุมากกว่า 40 ปีรู้สึกเขินอายเมื่อถูกเรียกว่า เด็ก ๆ แต่ต่อหน้าคุณยาย คนเหล่านี้ถือว่าเป็นแค่เด็กจริง ๆ
“ขอบคุณครับคุณป้า แม่ผมเองก็เคยทำขนมแป้งทอดให้กิน”
หนึ่งในนั้นกัดคำใหญ่แล้วพูดว่า “ขนมแป้งทอดหอมมากเลย ครับ ส้มก็ดูสดใหม่ คุณป้าใจดีมากจริง ๆ”
คิดไม่ถึงเลยว่ามาทำงานแล้วจะได้กินขนมแป้งทอดด้วย
“ถ้าชอบก็กินเยอะ ๆ เลยนะ ส้มนี่ก็หวานมากเช่นกัน เดินทาง ปลอดภัยนะเด็ก ๆ”
คุณยายเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนและยิ้มอย่างใจดี พวกเขาอุตส่าห์ ทำงานหนักเพื่อเปลี่ยนหลังคารับแสงใหม่ แล้วจะไม่ให้พวกเขากิน อะไรเลยได้อย่างไร
แน่นอนว่าส้มนั้นสดใหม่ เพราะเธอเพิ่งเก็บมาจากต้น ต้นไม้ใน สวนที่ได้รับการตอนกิ่งและสามารถออกผลได้หลายชนิดในต้นเดียว เช่น แอปเปิล ส้ม ส้มโอ และลูกแพร์
และเซียวหมิงเยวี่ยยังแอบใช้น ้าจากมิติส่วนตัวมารดน ้าต้นไม้ เป็นประจำ ไม่อย่างนั้นผลไม้คงไม่โตและออกผลดกขนาดนี้
นอกจากนี้ เธอไม่เคยบอกใครเลยว่าตนได้แอบเทน ้าจากมิติใน ดินสำหรับเพาะปลูกเห็ดของพวกลุงใหญ่ คิดไม่ถึงเลยว่าเห็ดจะโตเร็ว อย่างบ้าคลั่งแบบนี้