ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 172 เป็นเธอนั่นเอง?!
เซียวหมิงเยวี่ยตกปลากับพ่อเซียวมาตั้งแต่เด็ก แต่นี่เป็นครั้งแรก ที่เธอตกปลาสากครีบแดง เพื่อเพิ่มโอกาสในการจับปลา เธอจึง เตรียมอวนลากไว้ด้วย
แม้จะเรียกว่าอวนลาก แต่จริง ๆ แล้วคือไม้กวาดอันหนึ่ง ปลาย ไม้กวาดมีลวดผูกติดกับถังเหล็ก และเจาะรูบนถังเหล็กด้วยไขควง
นี่คือ ‘อวนลาก’ แบบฉบับของเธอ
อวนลากนี้ใช้สำหรับจับปลาสากครีบแดงโดยเฉพาะ เพราะถ้าใช้ อวนลากทั่วไป หนามแหลมคมบนตัวปลาสากครีบแดงจะต้องฉีกอวน ลากขาดหมดแน่ ๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ถังเหล็กที่เจาะรู ซึ่งมีความ แข็งแรงและทนทาน
บนผืนน ้าอันกว้างใหญ่ เรือลำเล็กลอยนิ่งอยู่เงียบงัน หญิงสาว บนเรือสวมเสื้อกันฝนและหมวก กำลังหย่อนเบ็ดลงในน ้า
เซียวหมิงเยวี่ยโปรยเครื่องในหมูสับละเอียดลงไปในน ้าเป็นวง กว้าง จากนั้นนั่งลงบนม้านั่งตัวเล็กและเกี่ยวเนื้อไก่ด้วยตะขอเบ็ด
เธอนั่งรออยู่เงียบ ๆ ไม่รีบร้อนที่จะโยนเบ็ด การตกปลาเป็นสิ่งที่
ต้องอาศัยความใจเย็น ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อเซียวเคยสอนเธอ
ในขณะที่รอ เธอฉีดยาฆ่าแมลงลงบนตัวเรือที่โผล่พ้นน ้า ยานี้มี กลิ่นเหม็นมาก แต่สามารถป้องกันแมลงไต่ขึ้นมาบนเรือได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
ตอนนี้เรืออยู่ในสภาพนิ่ง ถ้าแมลงไต่ขึ้นมาคงกลายเป็นเรื่อง ยุ่งยากแน่ ๆ โดยเฉพาะหนอนเน่าดำและปลิง
ไม่นานนัก ผิวน ้าที่เงียบสงบก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว สัตว์ทั้งสาม ชนิดถูกล่อด้วยกลิ่นคาวเลือด พวกมันกินเครื่องในหมูอย่าง เอร็ดอร่อยและแย่งชิงกันไม่หยุด
เซียวหมิงเยวี่ยโยนเศษตับลงไปอีก สัตว์ทั้งสามชนิดก็กรูกันเข้า มาแย่งชิงและกินอย่างเอร็ดอร่อย
จากมุมมองของเซียวหมิงเยวี่ย ฉากใต้น ้านั้นน่ากลัวมาก แมลง นับไม่ถ้วนว่ายไปมาในน ้าพลางแย่งชิงอาหารกันอย่างดุเดือด
โดยเฉพาะปลิง มันมีลำตัวอ่อนนุ่ม ยืดหดได้ และว่ายน ้าได้เร็ว มาก
แต่เซียวหมิงเยวี่ยไม่กลัว เธออยู่บนเรือจะกลัวอะไรได้? ตัวเรือทำ จากไฟเบอร์กลาส ไม่ใช่ไม้ ซึ่งมันแข็งแรงทนทานอย่างมาก
หญิงสาวโยนเครื่องในหมูลงในน ้าอย่างสม ่าเสมอ คล้ายกับการ ให้อาหารปลา สัตว์ทั้งสามชนิดจำนวนมหาศาลก็เริ่มเข้ามารวมตัว รอบ ๆ เรือโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เธอก็สังเกตเห็นว่าสัตว์ทั้งสามชนิดที่อยู่ใต้น ้ากระจาย ตัวออกอย่างรวดเร็ว ราวกับพบเจอสิ่งที่น่ากลัว ขณะเดียวกัน เธอก็ เห็นร่างสีแดงวูบวาบผ่านไป
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยเป็นประกาย กำลังรอแกอยู่เลย
เธอไม่รีบร้อน โยนเบ็ดลงในน ้าตรงจุดที่เห็นร่างสีแดงวูบไหวเมื่อ ครู่ เนื้อไก่ตกลงไปในน ้า แต่ไม่มีแมลงตัวไหนเข้ามาแย่งชิง เห็นได้ ชัดว่าพวกมันกลัวบางสิ่ง
ปลายังไม่ติดเบ็ด เซียวหมิงเยวี่ยเองก็ไม่รีบร้อน แต่แมลงทั้งสาม ชนิดใต้น ้ากลับยิ่งกระสับกระส่ายมากขึ้น ถึงขนาดโผล่ขึ้นเหนือน ้า
ทันใดนั้น สายเบ็ดก็ตึงขึ้น ติดเบ็ดแล้ว!
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีแรงอันทรงพลังใต้น ้า กำลังลากดึงสายเบ็ดให้ลึกลงไปเบื้องล่าง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่กล้าประมาท รีบจับคันเบ็ดแน่น และเริ่มชักเย่อ สายเบ็ดกับปลาสากครีบแดงใต้น ้า พลังของมันช่างมากมาย ดู เหมือนว่าตัวมันจะไม่เล็กเลย
เธอตกปลาตัวใหญ่ได้สินะ
ปลาติดเบ็ดแล้ว แต่จะสามารถดึงขึ้นมาได้หรือไม่นั้น ยังเป็น ปัญหาอยู่ เซียวหมิงเยวี่ยอธิษฐานในใจขอให้สายเบ็ดอย่าขาด สาย
เบ็ดนี้เป็นสายเบ็ดที่ดีที่สุดในร้านขายอุปกรณ์ตกปลาของพ่อเซียว แล้ว
ถ้าแม้แต่สายเบ็ดนี้ขาด เธอคงไม่มีทางตกปลาสากครีบแดงได้ แน่ ๆ
ปลาสากครีบแดงมีพลังมาก แต่เซียวหมิงเยวี่ยเองก็ไม่ได้อ่อนแอ เธอปล่อยให้ปลาว่ายไปสักพักจนมันเริ่มอ่อนแรง จากนั้นก็กระตุกคัน เบ็ดขึ้นอย่างกะทันหัน
ปลาสากครีบแดงโผล่ขึ้นเหนือน ้า ลำตัวยาวเท่าแขนผู้ใหญ่ ท้อง ปลาอ้วนกลม ดูเหมือนว่ามันเพิ่งกินอิ่มมา
เซียวหมิงเยวี่ยใช้ตาข่ายพิเศษช้อนตัวปลาขึ้นมา แล้วนำไปใส่ ในถังเหล็กที่เตรียมไว้
ปลาสากครีบแดงยังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาจ้องมองเซียวหมิง เยวี่ยอย่างเย็นชา มันเต็มไปด้วยพลังโจมตี ราวกับว่าจะกระโจน ออกมาแทงเซียวหมิงเยวี่ยจนเป็นรูพรุน
นี่เป็นครั้งแรกในสองชาติภพของเซียวหมิงเยวี่ยที่ได้เห็นปลา สากครีบแดง เมื่อเข้าไปมองใกล้ ๆ ก็รู้สึกว่ามันหน้าตาประหลาด… น่ากลัว แล้วยังดูน่าเกลียดจริง ๆ
ปลาถูกจับได้แล้ว แต่จะเอาตะขอเบ็ดออกได้ยังไง?
ทั่วทั้งลำตัวของปลาสากครีบแดงถูกปกคลุมไปด้วยหนามแหลม โดยเฉพาะหนามบนหัวที่ทั้งยาวและแหลมคมยิ่ง ทำให้เซียวหมิงเยวี่ย ไม่รู้จะเริ่มลงมือจากตรงไหนดี
หญิงสาวถือถังเหล็กและคันเบ็ดเข้าไปในพื้นที่มิติ จากนั้นหยิบ แผ่นไม้หน้า ผ้าขี้ริ้ว และสวมถุงมือคู่หนาเตอะ
เธอเทปลาสากครีบแดงออกมา ใช้แผ่นไม้หนากดทับบนตัวปลา ปิดตาของปลาด้วยผ้าขี้ริ้ว เมื่อมองไม่เห็นอะไร ปลาสากครีบแดงก็ ค่อย ๆ หยุดดิ้น
เซียวหมิงเยวี่ยใช้โอกาสนี้งัดปากของปลาออกด้วยไขควง และ พยายามดึงตะขอเบ็ดออกมา ตะขอเบ็ดติดอยู่ที่ซอกฟันของปลา หลังเธอดึงออกมาอย่างแรง ก็พบว่าตะขอเบ็ดบิดเบี้ยวเสียรูปแล้ว
ชิ ตะขอเบ็ดแข็งแรงขนาดนี้ แต่ก็ยังเกือบถูกกัดจนหัก แรงกัด ของปลาสากครีบแดงช่างน่ากลัวจริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยโยนปลาสากครีบแดงลงในอ่างน ้า อ่างขนาดใหญ่ นี้เป็นอ่างน ้าเก่าแบบดั้งเดิมของชนบท จุน ้าได้เยอะ ผนังอ่างหนามาก ไม่ต้องกลัวว่าปลาสากครีบแดงจะอาละวาดจนอ่างแตก
อ่างน ้านี้ตั้งทิ้งไว้เฉย ๆ ในสวนหลังบ้านไม้ คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้ ใช้งานมันสักที
หลังจากปิดฝาแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็ออกจากมิติส่วนตัว และไป ตกปลาต่อ เธอมุ่งมั่นมาตกปลาตั้งแต่แรก แค่ตัวเดียวจะไปพอได้ อย่างไร?
เซียวหมิงเยวี่ยวางแผนไว้ว่าจะตกปลาเพิ่มอีกสัก 2-3 ตัว เก็บตัว หนึ่งเอาไปให้คนที่บ้านลองชิม ที่เหลือเก็บไว้ในมิติส่วนตัว เลี้ยงให้โต แล้วนำไปขาย
หากคิดตามราคาตลาดของปลาสากครีบแดง ยังไงก็ดีกว่าฆ่าหมู เป็นสิบ ๆ ตัวไม่ใช่หรือไง?
ตอนนี้เซียวหมิงเยวี่ยคิดถึงแค่เรื่องหาเงินเพิ่ม มองอะไรก็เห็นเป็น เงินไปหมด เก็บเงินให้ครบตามจำนวนที่ต้องการ เพราะเธออยากรู้ อยากเห็นเหลือเกินว่า ร้านค้าปริศนาจะขายสินค้าอะไรอีก?
หลังจากยายืดขาถลึงตารักษาโรคอัลไซเมอร์ของคุณตาได้ เซียวหมิงเยวี่ยก็อยากรู้อยากเห็นมากขึ้นว่า สินค้าอื่น ๆ ในร้านค้านี้
จะมีอะไรอีก และมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง?
แต่เธอต้องเก็บเงินให้ครบจำนวนก่อน ถึงจะสามารถปลดล็อก สินค้าเหล่านั้นได้
เซียวหมิงเยวี่ยซึมซับความอดทนมาจากพ่อเซียวตั้งแต่เด็ก การ นั่งตกปลานิ่ง ๆ เป็นเวลานาน ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเบื่อหน่ายเลย
รอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝนตกปรอย ๆ หยดลงบนผิวน ้า เกิดเป็นวงคลื่นน ้าขนาดเล็ก
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกสบายใจ เธอคิดว่าคราวหน้าจะพาพ่อเซียวมา ตกปลาด้วยกัน พ่อคงจะดีใจน่าดู
ทันใดนั้น หญิงสาวก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังมาจากระยะไกล เธอ หันขวับไปมอง เห็นเรือยอทช์ส่วนตัวลำหนึ่งแล่นผ่านผิวน ้าอย่างช้า ๆ มุ่งหน้าตรงมาทางเธอ
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วมุ่น เรือลำนี้เป็นของใครกัน?
เธอจ้องมองเรือยอทช์ส่วนตัวที่ค่อย ๆ เข้าใกล้ด้วยความ ระแวดระวัง ไม่รู้ว่าคนบนเรือเป็นใคร มีจุดประสงค์อะไรที่เข้าใกล้เธอ แค่บังเอิญผ่านมา? หรือคิดจะเข้ามาปล้น?
คนที่มีเงินซื้อเรือยอทช์ส่วนตัวได้ คงไม่ได้ขาดแคลนเรื่องเงิน บางทีคงแค่ขับผ่านไปเฉย ๆ
แม้จะคิดแบบนั้น แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็ไม่กล้าชะล่าใจ
…
“พี่เหมิ่ง นั่นมันเรือจริงด้วย บนเรือเหมือนจะมีผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังตกปลาอยู่ด้วยนะ”
พี่เหมิ่งยันมือทั้งสองข้างบนราวบันได พูดด้วยสายตาดุดัน
“ตกปลา? ใครมันโง่มาตกปลาที่นี่วะ หรือว่าเป็นตำรวจมาจับ พวกเรา? ให้ตายเถอะ ขนาดมาอยู่บนน ้าแล้วก็ยังไม่ปลอดภัย งั้นก็ คงต้องฆ่าเธอทิ้ง”
“ถ้าอย่างนั้นพี่จะบอกไวเปอร์ไหม? ถ้าเป็นคนของตำรวจจริง ๆ ทำไมถึงไม่จับมาสอบถาม อาจจะได้ข้อมูลอะไรเป็นประโยชน์บ้าง ถ้า ฆ่าทิ้งไปเฉย ๆ แล้วไวเปอร์รู้เรื่องนี้เข้า…”
ลูกน้องคนนั้นลังเลที่จะพูดต่อ ตั้งแต่ครั้งก่อนที่พี่เหมิ่งลอบวาง ระเบิดทั้งชุมชนจื่อเวยด้วยความแค้นส่วนตัว ไวเปอร์ก็เกือบจะลงมือ ฆ่าเขาแล้ว
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะสงสารชีวิตของคนเหล่านั้น แต่เขาเกลียด ลูกน้องที่หุนหันพลันแล่น และแอบไปทำตามอำเภอใจโดยไม่ฟัง คำสั่ง
วิธีการทรมานผู้คนของเขานั้นโหดร้ายอย่างยิ่ง ลูกน้องที่อยู่ใต้ บังคับบัญชาของเขาจึงเชื่อฟังคำสั่งเป็นอย่างดี
พี่เหมิ่งจ้องมองลูกน้องคนนั้น สุดท้ายก็พูดว่า
“งั้นฉันจะไปถามว่าฆ่ามันได้ไหม พวกแกรอดูอยู่ที่นี่ก่อน”
…
“ผู้หญิง? กำลังตกปลา?”
ไวเปอร์เอนตัวพิงโซฟา แกว่งแก้วไวน์ในมือไปมาอย่างสบายใจ เขาปลดกระดุมเสื้อออกเหลือเพียงไม่กี่เม็ด คอเสื้อเปิดกว้างจนเผย ให้เห็นแผงอก แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร
หลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อครั้งล่าสุด ไวเปอร์ใช้เวลาพัก ฟื้นมาสักระยะหนึ่ง ตอนนี้ร่างกายของเขาเกือบจะหายดีแล้ว
“ผมกลัวจะเป็นคนของตำรวจ เราควรฆ่ามันไหมครับ?” พี่เหมิ่ง ยืนด้วยความเคารพ พลางถามอย่างระแวดระวัง
ไวเปอร์วางแก้วไวน์ลง “มันหน้าตาเป็นยังไง ฉันจะไปดูด้วย ตัวเอง”
พี่เหมิ่งรีบเดินตามไป ฆ่าหรือไม่ฆ่า แค่พูดคำเดียวก็จบ มันเกี่ยว อะไรกับหน้าตาด้วย?
ในเวลานี้ เรือยอทช์ส่วนตัวได้พุ่งชนเรือประมงลำเล็กของเซียวห มิงเยวี่ย เธอเงยหน้ามองคนบนเรือยอทช์ส่วนตัว ด้วยมุมมองที่จำกัด เธอจึงมองเห็นไม่ชัด เพราะเรือของอีกฝ่ายสูงเกินไป
“เฮ้ย ข้างล่างนั่น แกมาทำอะไรที่นี่?” ลูกน้องคนหนึ่งถามขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกไม่พอใจ จึงตะโกนไปว่า
“ฉันอยากถามพวกแกมากกว่าว่าคิดจะทำอะไร ผืนน ้าก็กว้าง ใหญ่ขนาดนี้ ทำไมต้องมาชนเรือของฉันด้วย? ฉันกำลังตกปลาอยู่ เพิ่งลงเบ็ดไปเมื่อกี้ ปลาตื่นตกใจจนหนีไปหมดแล้ว!”
ไวเปอร์ได้ยินเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยนี้ เขาประหลาดใจจนเผลอเลิก คิ้วขึ้น มุมปากยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
เขาก้มมองลงไป เห็นว่าเป็นเธอนั่นเอง
เธอช่างกล้าหาญจริง ๆ ถึงได้มาตกปลาคนเดียวแบบนี้ ใจกล้า เสียจริงนะ