ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 26 พวกเขาคือปีศาจ
“หลูจื่อ วันนี้ปล้นมาได้เท่าไหร่” เถ้าแก่ซูเปอร์มาร์เก็ตถามโดยที่
ยังอยู่ในอาการเมามาย
“ได้มาประมาณสิบครับ ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง พอเสร็จงานก็รีบ หยิบของแล้วหนีกลับมา ถ้าไม่ใช่เพราะโดนหญิงแก่คนนั้นตามตอแย ผมคงไม่ปล่อยให้เธอได้เห็นหน้าผมเลย ผักพวกนี้เพียงพอให้เรากิน ไปได้หลายวัน ว่าแต่พี่อวี๋ คุณเป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่แล้ว ทำไมถึงยังให้ผมออกไปปล้นผักของลูกค้าพวกนั้นอีกล่ะครับ” หลู่จื่
อถาม
“แกไม่รู้อะไร ผักนำเข้าราคาแพงมาก จะซื้อทีก็ต้องเสียเงินไปตั้ง หลายหยวน แต่ว่าตอนนี้เรากินได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักแดง”
ข้าวพันธุ์พิเศษราคาถูกยังพอว่า แต่ผักธรรมดาราคาพุ่งทะยาน เป็นสามเท่าตัว เขาไม่มีปัญญาจ่ายเงินขนาดนั้น
“พี่อวี๋ฉลาดมาก เราโชคดีจริง ๆ ที่ได้เป็นลูกน้องคุณ!”
ฝ่ายเถ้าแก่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรี่ตามอง “ฉันรู้วิธีบุกซูเปอร์มาร์เก็ต แล้ว เปล่าประโยชน์ที่จะเก็บนางนั่นไว้ ฆ่าเธอทิ้งหลังจากฉันจัดการ เธอเรียบร้อยแล้วซะ”
หลูจื่อเห็นดีเห็นงามแต่ยังลังเล
“พี่อวี๋ เธอเป็นอดีตภรรยาของคุณนะ คิดดีแล้วเหรอ?”
อีกฝ่ายโต้กลับ “อดีตภรรยากับผีน่ะสิ! ถ้านางนั่นไม่ได้แจ้งความ จับฉันในข้อหาใช้ความรุนแรงในครอบรัว ฉันก็คงไม่ต้องติดคุกไป ครึ่งปีหรอก! หล่อนตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉันก็สมควรถูกทุบตีแล้ว! และ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าพวกแกแอบทำอะไรลับหลังฉัน แกมีอะไรกับ หล่อนไปแล้ว จะมาเสแสร้งทำบ้าอะไร!”
หลูจื่อก้มหัวโดยไม่ปริปากสักคำ
“ไป! กลับไปได้แล้ว” เถ้าแก่ซูเปอร์มาร์เก็ตลุกขึ้น แล้วเป่าดับ เทียนในซูเปอร์มาร์เก็ต
เซียวหมิงเยวี่ยที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดแอบย่องตามไป นัยน์ตา ของเธอดำขลับจนแฝงตัวอยู่ในความมืดสนิทได้อย่างแนบเนียน
อาจเป็นเพราะเธอดื่มน ้าค้างแจ่มชัดเข้าไป ทัศนวิสัยยามค ่าคืน จึงพัฒนาขึ้นมาก เธอเห็นได้ชัดเจนกว่าคนธรรมดาทั่วไป เถ้าแก่ ซูเปอร์มาร์เก็ตและหลูจื่อไม่รู้ตัวด้วยซ ้าว่าพวกเขาถูกสะกดรอยตาม อยู่
บ้านของเหมยหม่านอยู่ในสภาพเละเทะ ชายสามคนนั่งอยู่ใน ห้องนั่งเล่น เปิดไฟสว่างทั้งบ้าน เครื่องปรับอากาศก็ถูกเปิดเช่นกัน แผงโซลาร์เซลล์สองแผงวางอยู่บนระเบียง
“พี่สะใภ้ ถ้าวันนี้คุณทำให้พวกเรามีความสุข ครั้งหน้าถ้าพี่อวี๋
ทุบตีคุณ เราจะช่วยขอร้องให้ ดีไหม?”
สีหน้าของเหมยหม่านเรียบเฉย แววตาไร้ชีวิตชีวา เสื้อผ้าบน กายขาดวิ่นจนไม่อาจปกปิดร่างขาวเนียนของเธอได้เลย ใบหน้าของ ชายหนุ่มที่มองมาค่อย ๆ แดงก ่าขึ้น
“เทียบกันแล้ว ฉันอยากไปเล่นกับลูกสาวของเธอมากกว่า คิดดู สิว่าเด็กสาวอายุสิบห้าผิวจะเนียนนุ่มขนาดไหน” ชายคนหนึ่งพลัน โพล่งขึ้น
ในที่สุดเธอก็หันมอง มือกำหมัดแน่น
“เจ้าบ้า นั่นมันลูกสาวของพี่อวี๋ แกลงมือไม่ได้”
ชายที่ท้วงขึ้นมองไปทางห้องนอนที่เด็กสาวถูกขังเอาไว้ เสียง สะอื้นเบา ๆ ดังมาจากด้านใน
“ได้โปรดปล่อยแม่ฉันไป ฉันยอมทำทุกอย่างเลย ได้โปรด…” เด็กสาววิงวอน
“พี่อวี๋เหรอ เขายอมให้เล่นกับเมียเขาอยู่แล้วแหละ แต่ฉันไม่ มั่นใจว่าเล่นกับลูกสาวเขาได้หรือเปล่า ฉันว่าบางทีเขาก็คงอยากเล่น กับลูกสาวตัวเองด้วยเหมือนกัน”
บรรดาชายหนุ่มหัวเราะร่า ในปากเต็มไปด้วยคำหยาบโลน ระคายหู
ทันใดนั้นเองประตูห้องก็เปิดออก
“เหล่าซาน แกกำลังพูดถึงใครอยู่?” พี่อวี๋กับหลูจื่อกลับมา ด้วยกัน
เหล่าซานว่าอึกอัก “เปล่า ไม่มีอะไร พี่อวี๋ นั่งก่อนสิ วันนี้พี่คง เหนื่อยแย่”
เมื่อพี่อวี๋เดินผ่านเหมยหม่าน เขาก็ยกเท้าเตะเธอทีหนึ่ง
“นังนี่ไร้ประโยชน์เสียจริง ฆ่าเธอทิ้งแล้วลากไปฝังบนเขา อยู่ไปก็ เปลืองอาหาร!”
เหล่าซานยกยิ้มมุมปากแล้วบอกใบ้ “อย่างน้อยเธอก็เป็นผู้หญิง นะพี่…”
พี่อวี๋ปัดมือ “พวกแกจะเล่นกับอะไรก็ตามใจ เสร็จแล้วก็ฆ่าทิ้งซะ! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ แกเล่นแบบนี้มาตั้งกี่ครั้งแล้ว”
เขากวาดสายตามองคนอื่น ทุกคนต่างยิ้มกลั้วหัวเราะ
“พี่อวี้ใจกว้างมาก!”
“สมกับเป็นพี่อวี๋!”
“ตอนนี้พี่อวี๋เป็นเถ้าแก่ซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่อง อาหารการกินอีก แถมยังมีไฟฟ้าใช้อีก ต่อไปพี่อวี๋สั่งให้ไปทำอะไร ผมก็ยอมทั้งนั้น ต่อให้ต้องบุกน ้าลุยไฟก็ตาม!”
หลายคนร่วมขานรับผสมโรง
พี่อวี๋แสยะยิ้ม “เจ้าเด็กพวกนี้ อยู่เป็นจริง ๆ”
เขาเลียริมฝีปาก “ฉันเห็นว่ามีลูกเจี๊ยบน่ารัก ๆ อยู่แถวนี้เยอะเลย ส่วนใหญ่พวกเธอก็อยู่ตามลำพัง ไม่คิดว่าพวกเธอดีกว่านางแก่คนนี้
เหรอ”
“ใช่ ๆ นางเด็กที่ก่อเรื่องคืนนี้ก็สวยดี แต่ว่าพ่อของหล่อนรับมือ ยากไปหน่อย” หลูจื่อว่าเสริม
พี่อวี๋ยิ้มเหยียด “ยากเหรอ? จะยากสักแค่ไหนกันเชียว เรามีกัน ตั้งหลายคน จะกำจัดพ่อหล่อนไม่ได้เลยรึไง? ถ้าฆ่าได้ฉันจะให้แกได้ เป็นคนแรกที่ได้ทำหล่อนเลย”
หลูจื่อแปลกใจ “ขอบคุณ พี่อวี๋! ขอบคุณพี่อวี๋มาก!”
พวกเขามองหน้ากันด้วยสายตาละโมบและเปี่ยมตัณหา
“ตกลง เราทำตามที่พี่อวี๋บอก! แล้วลากเธอไปฝังบนภูเขาทีหลัง”
เด็กสาวในห้องนอนทุบประตูอย่างทุรนทุราย “พ่อ ได้โปรดปล่อย แม่ไปเถอะ ได้โปรดอย่าฆ่าแม่เลยนะ ทุกอย่างเป็นความผิดของหนู เอง หนูโทรแจ้งตำรวจมาจับพ่อเอง ถ้าพ่ออยากจะฆ่าก็ฆ่าหนูเถอะ อย่าฆ่าแม่เลย…”
พี่อวี๋ขยิบตาให้หลูจื่อเข้าไปในห้องนอนแล้วพาตัวเธอออกมา
ทันทีที่อวี๋ซินซินออกมา เหมยหม่านก็ดูเหมือนจะสติแตก รีบโผ ไปปกป้องลูกสาวไว้ด้านหลัง สองแม่ลูกกอดกันกลม
“พ่อ ได้โปรด ต่อให้ไม่รักแต่หนูก็เป็นลูกสาวนะ! ถ้าพ่อฆ่าแม่ แล้วหนูจะอยู่ยังไง หนูอาจจะตายตามไปก็ได้! ปล่อยพวกเราไปเถอะ นะคะ เราจะไปให้พ้นสายตา ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีก ได้โปรดนะคะ พ่อ!”
อวี๋ซินซินร้องไห้แทบขาดใจ กล่าวเว้าวอนไม่หยุด แววตาของ เธอแฝงความเกลียดชังไว้ลึก ๆ ทว่าภายนอกทำเพียงคร ่าครวญอย่าง เจ็บปวดและอับจนหนทาง เอ่ยเน้นย ้าว่า ‘พ่อ’ ทุกประโยค
พี่อวี๋ส่งสีหน้าเฉยชา เขานั่งไขว่ห้าง สายตามองสำรวจ สถานการณ์
“ซินซินอายุสิบห้าปีนี้ โตเป็นสาวแล้วสินะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหมยหม่านก็สังหรณ์ใจไม่ได้ เธอสบถขึ้น
“อวี๋ต้าเจียง! คนสารเลว แกมันชั่วช้ายิ่งกว่าเดรัจฉาน! แน่จริงก็ เข้ามาสิ ไอ้ปีศาจผิดมนุษย์ แกต้องตายอย่างน่าอนาถ!”
เหมยหม่านกระโจนไปทุบตีพี่อวี๋ แต่กลับถูกเหล่าซานรั้งไว้ก่อน ตบเธอฉาดใหญ่
“หุบปาก! กล้าดียังไงพูดกับพี่อวี๋แบบนั้น รนหาที่ตายหรือไง?!”
พี่อวี๋ปัดมืออย่างเหลืออด “พาเธอไปขังไว้ในห้องนอน ฉันมีเรื่อง จะคุยกับลูกสาว”
บรรดาชายหนุ่มหัวเราะอย่างมาดร้าย
เหมยหม่านดีดดิ้นสติแตก ขอร้องไม่ให้เขาแตะต้องลูกสาว ทว่า อีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉย ระหว่างเธอถูกลากเข้าไปในห้องนอน สายตา ของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความสลดหดหู่
พี่อวี๋จ้องหน้าอวี๋ซินซินแล้วยกยิ้มกริ่ม
“ลูกรัก ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องแปดเปื้อนด้วยน ้ามือคนอื่น ให้พ่อได้ เพลิดเพลินก่อนหน่อยดีไหม ว่าไงล่ะ?”
เด็กสาวกลับยิ้ม “ได้ค่ะ ถ้าพ่อจะไว้ชีวิตพวกเรา หนูจะทำ ให้ทำ อะไรหนูก็จะทำ”
สายตาของเธอมุ่งมั่น คว้าเศษกระจกไว้ในมือ เตรียมตายไป พร้อมกับปีศาจตัวนี้
เขาประหลาดใจเล็กน้อย “จริงเหรอ?”
ทันใดนั้นประตูฉุกเฉินก็ถูกกระแทกเปิดออก เสือตัวใหญ่ที่มี ขนาดความสูงราวครึ่งช่วงตัวมนุษย์กระโจนเข้ามา แยกเขี้ยวเกรี้ยว กราด ในปากอาบย้อมเลือด เขี้ยวขาวสะท้อนแสงวาววับชวนให้เสียว สันหลังวาบ