ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 27 ฆ่า!
แม้ฟู่กุ้ยยังไม่โตเต็มวัย แต่มันก็โตเต็มที่และยังตัวใหญ่กว่าเสือ โตเต็มวัยทั่วไปด้วย
ใครจะคิดว่าเสือตัวโตที่ทำให้ผู้พบเห็นหวาดกลัวจะเป็นตัว เดียวกับที่ออดอ้อนให้เซียวหมิงเยวี่ยป้อนนมทุกวัน อีกทั้งยังสามารถ กินอาหารได้ถึงสองหม้อในคราวเดียว
“เสือเหรอ?! มาจากไหนกันเนี่ย!”
พี่อวี๋เบิกตากว้าง กล้ามเนื้อหดเกร็ง เขาอยากจะหนีแต่ก็ร่างกาย อ่อนเปลี้ยจนไม่อาจขยับไปไหนได้
อวี๋ซินซินหวาดกลัวจนหน้าซีดเผือดและไม่กล้าขยับไปไหน
ทว่าเจ้าเสือไม่แม้แต่จะมองอวี๋ซินซิน อุ้งเท้าใหญ่ของมันกลับย่าง ก้าวทะยานไปทางพี่อวี๋บนโซฟา
“ช่วยดะ…”
พี่อวี๋ตัวสั่นเทา ของเสียทั้งหนักเบาราดไหลเลอะกางเกง ไม่ทัน พูดคำว่า ‘ช่วยด้วย’ จบคำ เขาก็ถูกตะปบและกัดทึ้งลำคอ ศีรษะผงก ง่อย สิ้นลมหายใจในทันที
คนในห้องนอนกำลังเปลื้องผ้า พวกเขาไม่ได้ยินเสียงความ เคลื่อนไหวในห้องนั่งเล่น ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าใกล้ถึงฆาตแล้ว
แววตาอวี๋ซินซินดูตื่นเต้นเมื่อเห็นศัตรูตายตกต่อหน้า มันช่าง สะใจเหลือเกิน! เธอไม่กลัวเสืออีกต่อไป กลับยินดีที่จะตายเสียด้วย ซ ้า ต่อให้เธอถูกเสือกัดก็ตายตาหลับแล้ว!
แต่เจ้าเสือยังคงไม่มองมาทางเธอ กลับมุ่งหน้าไปยังห้องนอน เสียงร้องโหยหวนดังมาจากในห้อง ก่อนจะเงียบลงอย่างรวดเร็ว
อวี๋ซินซินรีบเข้าไปในห้อง เมื่อเห็นเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว บริเวณก็ยังอดร้องเสียงหลงไม่ได้
“ซินซิน!”
เหมยหม่านกอดลูกสาวแน่น พวกเธอตัวสั่นระริกกันทั้งคู่
ฟู่กุ้ยพ่นร่างชายไร้วิญญาณออกจากปาก คำรามเสียงต ่าอย่าง รังเกียจรสชาติที่ไม่ถูกปาก มันส่ายหางไปมาอย่างเอื่อย ๆ แล้วจาก ไป ไม่สนใจแม่ลูกที่นั่งอยู่มุมห้อง
ด้านนอกในพื้นที่ห่างไกล เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวฟู่กุ้ยแล้วพามัน เข้าไปเก็บในมิติ ในขณะเดียวกันก็ให้รางวัลเจ้าเสือด้วยเนื้อย่างสอง หม้อใหญ่ พักนี้มันชอบกินเนื้อย่างมาก และต้องเป็นเนื้อติดมัน ไม่อย่างนั้นจะไม่กินเลย ช่างเลือกกินเหลือเกิน
เซียวหมิงเยวี่ยตั้งหม้อใหญ่ไว้ที่ลานบ้านในมิติ เตรียมไว้ ทำอาหารเลี้ยงฟู่กุ้ยโดยเฉพาะ และมันก็ชอบอาหารร้อน ๆ ในหม้อ ใหญ่มากทีเดียว
เนื่องจากครอบครัวของเม่ยหม่ายอยู่ชั้นล่างและไม่ได้ปิดม่าน มิดชิด เซียวหมิงเยวี่ยจึงเห็นและได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
เธอรู้สึกเย็นไปถึงกระดูก นึกไม่ถึงว่าจะมีคนเยี่ยงเดรัจฉานขนาด นี้ในโลกด้วย ตายอย่างน่าอนาถเท่านี้ยังนับว่าน้อยเกินไปด้วยซ ้า!
ชาติก่อนเธอมีชีวิตต ่าต้อยราวกับขอทาน เพราะไม่มีน ้าให้อาบ เนื้อตัวถึงได้เหนียวและมีกลิ่นฉุน คนพวกนี้จึงไม่ชายตามอง นับว่า เป็นโชคดีในโชคร้าย
เซียวหมิงเยวี่ยเอาขวดน ้าและอาหารจากมิติออกมา ก่อนตรงไป ที่บ้านเหมยหม่าน
“พี่เหมยหม่าน มากินก่อนสิคะ”
เมื่อเหมยหม่านเห็นใครบางคนเดินเข้ามา เธอก็ส่งสายตา หวาดระแวง เป็นอวี๋ซินซินที่มารับของไป
เด็กสาวเปิดขวดน ้าแล้วดื่มอึกใหญ่ จากนั้นจึงกัดขนมปังหลาย คำ
“ฉันโทรแจ้งตำรวจแล้วค่ะ เดี๋ยวพวกเขาก็คงมาถึง บ้านนี้เป็น ของพวกคุณ พวกเขาเป็นโจร คุณป้องกันการบุกรุกบ้านตัวเอง ยังไง ก็ไม่มีความผิดแน่นอนค่ะ พวกคุณพักผ่อนนะคะ ฉันขอตัวก่อน”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่พูดมาก ว่าจบก็ตั้งท่าจะกลับ
“ขอบคุณค่ะ! ว่าแต่พี่รู้ไหมคะว่าเสือตัวนั้นไปไหนแล้ว?” อวี๋ซินซิ นถาม
เซียวหมิงเยวี่ยหันหลังมา “เสืออะไรเหรอคะ?”
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนสายตาหวาดหวั่นเป็นประกาย
“จริงของพี่ค่ะ ไม่มีเสือสักหน่อย หนูแค่พูดเหลวไหลไปเอง พี่คะ ถ้าต่อไปมีเรื่องอะไรให้เราช่วย ต่อให้เสี่ยงชีวิตหนูก็จะทำเพื่อพี่ค่ะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ตอบ แต่หันหลังแล้วกลับไปนอนพักที่บ้าน
เธอถือคติบุญคุณต้องทดแทนหนี้แค้นต้องชำระ เธอจำได้ว่าชาติ ก่อนได้กินบะหมี่ฝีมือพี่เหมยหม่านอยู่เป็นประจำ
หลังเซียวหมิงเยวี่ยกลับไป แม่ม่ายสาวก็กินอาหารที่เธอนำไปให้ ระหว่างนั้นก็ร้องไห้ไปด้วย
“แม่ อย่ากลัวไปเลย ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว เดรัจฉานพวกนั้นถูก เสือกัดตายไปแล้ว เรารอดแล้ว แม่คะ แม่ยังมีหนูนะ หลังจากนี้เราจะ ไม่เป็นไรและปลอดภัย ตกลงไหมคะ?” ซินซินอ่อนเสียงลงด้วยกลัวว่า จะทำให้แม่ขวัญเสีย
เหมยหม่านมองศพบนพื้นแล้วโพล่งหัวเราะขึ้น เสียงขำดังเคล้า ปะปนกับเสียงร ่าไห้
“ตายแล้วเหรอ? พวกเขาตายกันหมดแล้ว ตายซะได้ก็ดี!”
หลังจากสงบสติอารมณ์ลง แววตาหม่นหมองก็เปลี่ยนเป็นแจ่ม ชัดขึ้น อยู่ ๆ เธอก็กุมมือลูกสาวแล้วบอก
“เดี๋ยวตำรวจจะมาแล้ว! เราต้องจัดการที่เกิดเหตุ แม่หนูคนนั้น พูดถูก พวกเขาเป็นโจรมาปล้นบ้านเรา เราก็เลยต้องฆ่าพวกเขา! มีด อยู่ที่ไหน เอามีดมา รอเสือกัดชัดเจนมาก เราต้องทำให้เหมือนรอย มีดฟัน”
พี่อวี๋กับพรรคพวกพกมีดเอาไว้เยอะ ทั้งมีดยาว มีดสั้น ธนู กระบองไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมาก
พวกมันสามารถเอามาใช้ประโยชน์ในเวลาแบบนี้ได้
“ได้ค่ะ!” อวี๋ซินซินลุกขึ้นไปหยิบมีดมา
เหมยหม่านเผยสีหน้าคับแค้น เธอแทงอดีตสามีนับสิบครั้งก่อน จะค่อย ๆ ใจเย็นลงได้ กับคนอื่น ๆ ก็ทำแบบเดียวกัน กลิ่นคาวเลือด ในห้องยิ่งเหม็นคาวคละคลุ้ง
หลังปลอมแปลงศพเสร็จ สองแม่ลูกก็นั่งลงบนโซฟา
อวี๋ซินซินเอ่ยว่า
“เสือนั่นแปลกมาก มันกัดแต่ไอ้พวกชาติชั่ว ไม่กัดเราเลย เหมือนกับว่า…”
“เหมือนกับว่าจะถูกฝึกฝนมา” ใบหน้าของเหมยหม่านเปรอะ เปื้อนไปด้วยคราบเลือด
เด็กสาวพยักหน้า “พอเสือกลับไป พี่สาวคนนั้นก็เอาน ้ากับ อาหารมาให้เรา หนูคิดว่าพี่เขาเลี้ยงเสือแต่ไม่อยากให้ใครรู้ค่ะ”
“ในเมื่อเธอไม่อยากให้ใครรู้ เราก็แสร้งเป็นไม่รู้ไม่เห็น ซินซิน พี่สาวคนนั้นเป็นผู้พระคุณของเราสองแม่ลูก เราต้องจดจำใส่ใจ เอาไว้นะ”
“ค่ะ”
เหมยหม่านค้นเจอโทรศัพท์ที่พี่อวี๋ยึดไป และเฉือนท่อนล่างของ เขาอีกที
เธอถ่ายรูปแต่ละศพเอาไว้ ก่อนเปิดกลุ่มสนทนาของลูกบ้านแล้ว แก้ไขข้อความ
[เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : เราจะปิดร้านสามวัน แล้วค่อยเปิด ทำการเป็นปกติ
ลูกค้าขาดึกในกลุ่มโวยวายแล้วถามว่าทำไมถึงไม่เปิดร้าน เธอ ไม่ตอบเนื่องจากตำรวจมาถึงแล้ว
เมื่อตำรวจมาถึงก็ตกใจกับเหตุสุดสลด แต่พวกเขารู้ว่านี่เป็นการ ปล้น จึงไม่ได้พูดอะไร กลับเอ่ยปากชมเหมยหม่านกับลูกสาว
บอกว่าใจกล้าและยังช่วยจัดการศพให้อีก
หลังตำรวจกลับไป เหมยหม่านลงรูปในกลุ่มสนทนาแล้วตอบ คำถาม
[เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : ร้านเพิ่งถูกโจรปล้น ไม่มีคนเหลือ รอดเลย ใครกล้ามาก่อความวุ่นวายอีก อย่ามาโทษที่ฉันไม่ไว้ชีวิต แล้วกัน!
สีหน้าของเธอเฉยเมย ตอนนี้เธอไม่ได้เป็นแม่ลูกติดที่ใครจะมา ข่มเหงรังแกง่าย ๆ เหมือนก่อน เธอต้องหยิบมีดขึ้นมาปกป้องลูกสาว
ไม่มีใครจำพี่อวี๋ได้เพราะร่างของเขาอาบเลือด แม้แต่ดวงตายัง ถูกเม่ยหม่ายใช้มีดควักออกมา
ในกลุ่มแตกตื่นกัน สมาชิกขาดึกที่ยังไม่นอนกระวีกระวาด พวก เขาพากันตระหนกและเริ่มกลัวเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต ใครเล่า อยากจะต่อกรกับเธอ ไม่เช่นนั้นจะถูกฆ่าเอาได้
ตอนนี้โลกตกอยู่ในความโกลาหล คนเราต้องมีความสามารถใน การป้องกันตัว
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : คนชั่วสมควรตายแล้ว
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : เยี่ยมมาก ขอชื่นชม!!!
[บุปผาขาวดอกน้อย] : เลือดเต็มไปหมดเลย น่ากลัวมาก เราจะ นอนหลับไหมเนี่ย มีอะไรก็พูดกันดี ๆ สิ ใครทำผิดก็ควรให้โอกาส ปรับปรุงตัวสิ ตอนนี้คนเรานิสัยแย่กันหมดแล้ว โหดเหี้ยมเหลือเกิน
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] : คนสวยด้านบนพูดถูก น่ากลัวไป หน่อยไหม
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : @บุปผาขาวดอกน้อย หุบปากดอกไม้ ของเธอแล้วไปนอนซะ
[บุปผาขาวดอกน้อย] : กล้าดียังไงมาว่าคนอื่น ฉันละพูดไม่ออก เลย!
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] : ปากพี่ชายสะอาดมากมั้ง
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : พวกลูกหาบที่คอยเลียขาก็หุบปากไป ด้วยกันเลย
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] : จะหาเรื่องหรือไง?
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : ก็มาดิ ฉันน่ะมืออาชีพ ถนัดเรื่องต่อสู้ ระยะประชิดที่สุด มาสู้กันพรุ่งนี้ด้านล่างเลย ใครไม่มาเป็นหมา กล้า หรือเปล่า?
กลุ่มสนทนาเงียบไปนาน ก่อนลูกอมคิวคิวแสนประณีตจะหายหัว ไป
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : ไอ้ขี้ขลาด!
เซียวหมิงเยวี่ยนอนกินถั่วแมคคาเดเมียอยู่บนเตียง เมื่อเห็น ข้อความในกลุ่มก็ลั่นขำ ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่ช่างฝีปากดีจริง ๆ