ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 268 คู่สามีภรรยาไร้บุตรจากไปด้วยความอับอาย
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 268 คู่สามีภรรยาไร้บุตรจากไปด้วยความอับอาย
เสี่ยวฮุยฮุยไม่พอใจที่เจ้านายถูกด่าทอ มันจึงค่อย ๆ เดินไปหา หญิงสาวและสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์พร้อมแสดงท่าทีข่มขู่
เจ้านายด่าแกได้ แต่แกห้ามด่าเจ้านายเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะกัด แกให้ตาย
แววตาหญิงสาวแฝงไปด้วยความหวาดกลัว เธอตะคอกเสียง เข้มงวด
“เอาหมาของแกออกไปจากที่นี่ซะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยเพิกเฉยต่อคำพูดของเธอโดยสิ้นเชิง ก่อนดึงเก้าอี้
มานั่งลงและพูดอย่างใจเย็น
“เสี่ยวฮุยฮุยเรียบร้อยและน่ารักมาก มันไม่กัดคนหรอก ไม่รู้ว่า ทำไมคุณถึงตื่นตระหนกขนาดนั้น ไม่รู้จักรักสัตว์บ้างเลย”
ใบหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนจากซีดขาวเป็นเขียวคล ้า คำพูด เหล่านี้ช่างฟังดูคุ้นเคย เหมือนกับสิ่งที่เธอเคยพูดกับเซียวหมิงเยวี่ยที่
หน้าห้อง
เธอทั้งโกรธเคืองและอับอาย อยากจะตะโกนสาปแช่งออกไป แต่วูล์ฟด็อกเข้ามายืนอยู่ตรงหน้า ทำให้เธอต้องกลืนคำพูดลงคอ
เซียวหมิงเยวี่ยจัดทรงผมของตัวเอง “ขอโทษมา จากนั้นตบหน้า ตัวเองอีก 10 ครั้ง แล้วฉันจะยอมให้อภัย”
เธอได้ยินทุกอย่างที่หญิงสาวเจ้าของสุนัขพูดกับพ่อเซียวเมื่อครู่
โดยไม่รู้ว่าคำพูดสบาย ๆ ที่เธอพูดออกไป มันจะฟังดูเหมือนวีร สตรีสำหรับผู้คนที่มุงดูเหตุการณ์ ภาพลักษณ์ของเซียวหมิงเยวี่ยใน เวลานี้จึงยิ่งดูน่าเกรงขามมากขึ้น
“ใช่ ขอโทษมาซะ!”
“คุณเองก็แสดงท่าทีแบบเดียวกันตอนที่ใช้สุนัขข่มขู่พวกเรา แถมยังบอกว่าถ้าไม่ขอโทษ คุณจะไม่ยอมปล่อยพวกเราออกไปไหน ทั้งสิ้น และเรียกร้องให้ทุกคนขอโทษคุณ”
“คิดว่าตัวเองมีสุนัขตัวใหญ่แล้วจะวางท่าใหญ่โตได้เหรอ? คน อื่นก็มีสุนัขเหมือนกัน แต่เขาไม่บ้าคลั่งเหมือนคุณ ยิ่งไปกว่านั้นสุนัข ของคุณก็สู้สุนัขของคนอื่นไม่ได้ ตกใจใช่ไหมล่ะ? สมน ้าหน้า”
“ยังเด็กยังเล็ก กลับพูดจาร้ายกาจ ก่อนหน้านี้ยังด่ากราดผู้ใหญ่ ไปทั่ว คงไม่เคยได้รับการศึกษาดี ๆ มาสินะ เพราะงั้นต้องขอโทษ เหล่าผู้อาวุโสด้วย” คนที่พูดคือชายคนหนึ่งซึ่งอุ้มทารกอยู่ในมือ
คุณตามองไปทางเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความ ชื่นใจ เด็กคนนี้แค่อยากปกป้องครอบครัว ไม่ยอมให้ใครรังแกคนใน บ้านได้
คุณพ่อเซียวรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งขึ้น ลูกสาวคนนี้กำลังออกโรง ปกป้องเขา
พอต้นไม้ล้มทุกคนก็ช่วยกันถีบ พวกเขาพากันต่อว่าและด่าทอ หญิงสาวเจ้าของสุนัข จนเธอแทบจมแอ่งน ้าลาย ผู้จัดการร้านไม่ได้ เข้าไปผสมโรง ขณะยังคงบันทึกวิดีโออยู่ พนักงานเสิร์ฟหลายคน แอบส่งเสียงเชียร์ โดยที่ไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นในสายตาได้
ใบหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นแดงก ่าพร้อมตวาดใส่ “อย่ามา ล ้าเส้นคนอื่นนะ!”
“ฉันก็แค่ทำเหมือนสิ่งที่คุณเคยทำกับฉันก็เท่านั้น” เสียงของ เซียวหมิงเยวี่ยเย็นชา
เสี่ยวฮุยฮุยก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว ดวงตาสีดำจ้องมองหญิง สาวเขม็ง ราวกับจะสื่อความหมายว่า
ถ้าไม่ขอโทษ ฉันจะฉีกทึ้งแกเป็นชิ้น ๆ
หญิงสาวตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เธอถอยจนหลังชนกำแพงและ ไม่สามารถถอยได้อีก เสียงที่เปล่งออกมาดูสั่นเครือ
“ฉันขอโทษ ฉันขอโทษแล้วก็ได้ ได้โปรดให้มันถอยออกไปที”
“เสี่ยวฮุยฮุย” เซียวหมิงเยวี่ยเรียกชื่อ
เมื่อได้รับคำสั่ง เสี่ยวฮุยฮุยถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วนั่งลง อย่างเชื่อฟัง แต่มันยังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวไม่วางตา
“ว้าว คุณคนสวยฝึกสุนัขแบบนี้ได้ยังไง? เจ๋งไปเลย เหมือนสุนัข ทหารเลย ออกคำสั่งได้ดั่งใจต้องการ” ใครคนหนึ่งอุทานขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยตอบเขาไปตามตรง “ไม่ได้ฝึกอะไรมากหรอกค่ะ เสี่ยวฮุยฮุยฉลาดอยู่แล้ว มันสามารถเข้าใจภาษาคน และอ่านสีหน้า คนได้”
เด็กน้อยที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยฟู่กุ้ยจะไม่เก่งได้อย่างไร?
อีกอย่างสัตว์จำพวกหมาป่าฉลาดและมีไหวพริบโดยธรรมชาติ อยู่แล้ว แถมยังได้รับพรจากอาหารและน ้าในมิติ เลยทำให้เจ้าเสี่ยว ฮุยฮุยฉลาดกว่าหมาป่าทั่วไป
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เสี่ยวฮุยฮุยก็เงยหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
ฉันจะรับการสักการะจากพวกนายก็ได้
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองหญิงสาว “พูดมาสิ”
“ขะ… ขอโทษ” หญิงสาวพูดด้วยความไม่เต็มใจ
“ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง? ฉันไม่ได้ยินเลย การขอโทษควรมีท่าที ที่สำนึกผิด พูดด้วยน ้าเสียงที่ดังเท่าตอนที่คุณตะโกนด่าครอบครัว ฉันเมื่อกี้”
หญิงสาวหลับตาลง “ขอโทษ!”
“แล้วก็ตบหน้าตัวเองสิบครั้ง ห้ามน้อยกว่านั้น” เซียวหมิงเยวี่ย เตือนด้วยความหวังดี
หญิงสาวตะคอกด้วยความโกรธ “จะมากเกินไปแล้ว! ฉันก็ขอ โทษไปแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก?”
ริมฝีปากของเซียวหมิงเยวี่ยขยับเล็กน้อย “เสี่ยวฮุยฮุย…”
เสี่ยวฮุยฮุยยกอุ้งเท้าหน้าพลางก้าวเดินตรงไปทีละก้าว ก่อนไป หยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวด้วยท่าทีน่าเกรงขาม
หญิงสาวใจหล่นวูบ ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“กะ… แกจะบีบบังคับให้ฉันตายเลยหรือไง? ฉันไปทำอะไรให้แก นักหนา?”
บางคนในกลุ่มผู้ชมถอนหายใจ “อย่าทำกับคนอื่นในสิ่งที่คุณไม่ อยากให้คนอื่นทำกับคุณ ใครขอให้คุณรังแกครอบครัวของคนอื่น ก่อน เพราะงั้นอย่าตำหนิพวกเขาที่บังคับให้คุณขอโทษ”
เสี่ยวฮุยฮุยขู่คำรามในลำคอ พร้อมแสยะเขี้ยวแหลม
ใบหน้าหญิงสาวเปรอะเปื้อนด้วยคราบน ้าตาและน ้ามูก เธอพูด พลางสะอื้น
“แค่ฉันตบหน้าก็จบเรื่องใช่ไหม”
สิ้นเสียง เธอกัดริมฝีปากด้วยความอับอายและตบหน้าตัวเองซ ้า แล้วซ ้าเล่า แต่เธอไม่ได้ใช้แรงมากนัก แทบจะไม่ต่างกับการเกา
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มอย่างพอใจ “แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง ต่อไปก็อย่าทำ อีก”
ยอมทำตั้งแต่แรกก็จบ การตีตัวเองจะใช้แรงมากมายแค่ไหนกัน เชียว?
จุดประสงค์คือทำให้เธออับอาย เสียท่าอย่างยับเยิน เผื่อจะรู้สึก เข็ดหลาบและไม่กล้าทำเรื่องเหลวไหลอีก
เพียงไม่กี่วินาที ฝ่ามือก็ตกลงบนใบหน้าครบสิบครั้ง ดวงตาของ เธอเต็มไปด้วยความแค้น ขณะที่กัดริมฝีปากแทบจะฉีกขาด
ฝูงชนที่มุงดูต่างรู้สึกตื่นเต้น ดีใจที่ได้เห็นฉากดราม่าสุดมันใน วันนี้
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายรูปสุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ที่บาดเจ็บสาหัส และโพสต์ลงในกลุ่มแชตส่วนตัวของชั้น 22
[ปัญหาเรื่องสุนัขได้รับการแก้ไขแล้ว]
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยโพสต์ข้อความนี้ กลุ่มแชตแทบจะระเบิดทันใด ทุกคนต่างพากันซักไซ้ถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น และอะไรคือปัญหาเรื่อง สุนัข?
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้ตอบอะไรอีก กดปิดโทรศัพท์ แล้วพูดเสียง เรียบ
“ไปให้พ้นหน้าซะ”
หญิงสาวนั่งลงด้านข้างสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ รู้สึกสับสน และไม่รู้ว่าจะทำอะไร
“อ้าว คุณมาอยู่ที่นี่เองเหรอ ทำไมไม่ตอบข้อความล่ะ หาตัวตั้ง นาน”
ชายผู้เป็นสามีเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางหงุดหงิด
เมื่อเดินเข้ามาในร้านอาหาร เขาเพิ่งเห็นสุนัขได้รับบาดเจ็บจน สะบักสะบอม จึงร้องด้วยความตกใจ
“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?”
หญิงสาวร้องไห้ด้วยความน้อยใจพลางตะโกนเรียกสามี “ที่รัก ทำไมคุณถึงมาช้าขนาดนี้”
เธอชี้ไปที่เซียวหมิงเยวี่ย “เพราะนางนั่น หล่อนปล่อยสุนัขให้มา กัดลูกชายของเราจนบาดเจ็บสาหัส จะทำยังไงดี ลูกเราจะตายไหม?”
ชายคนนั้นหันมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความแค้นเคือง “แกกล้าดี ยังไงวะ!”
ก่อนที่เซียวหมิงเยวี่จะพูดอะไร เสี่ยวฮุยฮุยก็กระโจนมาอยู่ ตรงหน้าชายหนุ่ม ดวงตาจ้องเขม็งอย่างดุร้ายพร้อมย่อขาหลังลง เล็กน้อย ราวกับว่าเตรียมพร้อมจะโจมตีทุกเมื่อ
เมื่อเห็นดังนั้น ชายหนุ่มก็กระโดดถอยหลังหลายก้าวด้วยความ ตกใจ
“กะ… แก ทำไมหมาของแกถึงไม่มีสายจูง?”
คราวนี้เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พูด แต่ฝูงชนเป็นคนหักล้างคำพูด ของเขาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“สุนัขของคุณก็ไม่มีสายจูงเหมือนกัน”
“แล้วสุนัขของคุณมัดเชือกไว้หรือไง?”
“ทำไมสุนัขของคุณถึงไม่มีสายจูงล่ะ?”
“ใช่แล้ว ยังมีกล้าไปวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นอีก สองมาตรฐานจริง ๆ!”
สีหน้าชายหนุ่มบิดเบี้ยว เขามองเสี่ยวฮุยฮุยด้วยความกลัว และ ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ยังไม่ไปอีกเหรอ?”
ภรรยารีบดึงตัวสามีและพูดว่า “ไปเถอะ รีบไปส่งลูกชายที่
โรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาก่อน”
ชายหนุ่มค่อย ๆ ช้อนตัวสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ขึ้นมาอย่าง ระมัดระวัง เมื่อเดินผ่านเซียวหมิงเยวี่ย เขาจ้องเขม็งพลางกระซิบ
“แล้วฉันจะมาคิดบัญชีกับแกทีหลัง”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น “ฉันจะรอนะ”
ประโยคนี้ไม่รอดพ้นจากหูที่เฉียบคมของเสี่ยวฮุยฮุย มันจึง กระโจนเข้าไปหาทันที ชายหนุ่มตกใจจนรีบวิ่งหนีไป โดยไม่กล้ารอ ช้าแม้แต่วินาทีเดียว
หลังจากที่สามีภรรยาไร้บุตรจากไปแล้ว ผู้คนในร้านอาหารก็ ค่อย ๆ สงบลง
ผู้จัดการหยุดบันทึกวิดีโอและรีบออกมาเพื่อรักษาความสงบ เรียบร้อย ขอโทษขอโพยทุกคน และบอกว่าอาหารกลางวันวันนี้ไม่มี ค่าใช้จ่าย
ผู้คนแสดงความเข้าใจและบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผู้จัดการ ร้านอาหาร ซึ่งเพิ่งถูกด่าทอมากมายเช่นกัน
พนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามาอย่างระมัดระวังและถามว่า “ฉันขอ ถ่ายรูปเขาได้ไหมคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอ่อนโยน “ได้ค่ะ”
พนักงานหลายคนมารวมตัวกันและถ่ายรูปกับเสี่ยวฮุยฮุยอย่างมี ความสุข เจ้าหมาป่าเชิดหน้าขึ้นและเพลิดเพลินกับความรู้สึกของ การถูกรายล้อมไปด้วยผู้หญิงสวย
คิดไม่ถึงเลยว่า เจ้าเสี่ยวฮุยฮุยจะกลายเป็นขวัญใจสาว ๆ ไปแล้ว
มีแขกบางคนเดินมาถ่ายรูปเสี่ยวฮุยฮุยด้วยมือถือ ถ่ายไปก็ชม ไปว่ามันหล่อมากจริง ๆ
พวกมันเป็นสุนัขทั้งคู่ แต่ได้รับการปฏิบัติแตกต่างกัน ทุกคนต่าง เกลียดสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ แต่เจ้าเสี่ยวฮุยฮุยกลับได้รับความ นิยมมาก นี่อาจจะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของฝึกสุนัขของตัวเองอย่างไร
แต่บางคนนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าสุนัข
คุณตาเดินเข้ามาลูบหัวเสี่ยวฮุยฮุย “เด็กดี เก่งมาก”
พ่อเซียวและคนอื่น ๆ เดินตามเข้ามา พ่อเซียวยิ่งดูก็ยิ่งชอบเจ้า หมาป่าตัวโต
“แกชื่อเสี่ยวฮุยฮุยใช่ไหม สมาชิกใหม่ของครอบครัวเรา ยินดี ต้อนรับนะ”
ทุกคนในบ้านยิ้มให้กันและต้อนรับเจ้าเสี่ยวฮุยฮุยอย่างอบอุ่น
เซียวหมิงเยวี่ยยกมือเท้าคาง คิดในใจว่าถ้าฟู่กุ้ยรู้เรื่องนี้ มัน จะต้องทั้งอิจฉา ทั้งโกรธเคืองเธอ แล้วลงไปกลิ้งบนพื้นเพื่อประท้วงแน่ ๆ
แค่คิดถึงฉากนั้นก็ทำให้เธออดขำไม่ได้ โชคดีที่เจ้าฟู่กุ้ยไม่รู้ เรื่องนี้