ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 267 ชะตากรรมของสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 267 ชะตากรรมของสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์
หมาป่ามีเขี้ยวที่แหลมคม ดุร้าย และเต็มไปด้วยพลัง พวกมัน สามารถบดขยี้สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อครู่สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ยังมีท่าทีโอหัง แต่ตอนนี้มันดู เหมือนสุนัขจรจัดที่ถูกหมาป่าไล่ต้อน ในเวลาไม่กี่นาที เชร็คก็มี บาดแผลหลายแห่งพร้อมเลือดไหลหยดต่อเนื่อง
แม้ว่าหมาป่าจะเหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่มันก็ไม่ได้ฝังคมเขี้ยวที่
คอของอีกฝ่ายจนตายในทันที และเพียงหยอกล้อเหมือนกำลังเล่นกับ เหยื่อ
มันกัดที่ตรงนั้น แล้วมากัดที่ตรงนี้ เพลิดเพลินกับการทรมาน เหยื่อให้ทุรนทุราย
สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์แสดงท่าทีหวาดกลัว ส่งเสียงร้องคร ่า ครวญขอความเมตตา ดูน่าสงสารอย่างยิ่ง
เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้สร้างความตื่นกลัวให้กับผู้คนใน ร้านอาหาร ทุกคนต่างพากันหลบหนีห่างออกไป แค่สุนัขพันธุ์ทิเบ ตันมาสทิฟฟ์ตัวเดียวก็ว่าน่ากลัวมาแล้ว ตอนนี้ดันมีหมาป่าที่ดุร้าย ปรากฏตัวขึ้นมาอีก
นี่มันสัตว์เลี้ยงของใครกัน?
“กรี๊ด! ลูกจ๋า อย่ามากัดลูกชายฉันนะ…”
หญิงสาวกรีดร้องเมื่อเห็นเชร็คถูกกัด ใจของเธอปวดร้าว รีบคว้า เก้าอี้ขึ้นมาฟาดมันใส่หมาป่า
เสี่ยวฮุยฮุยหลบหลีกอย่างว่องไว แล้วหันไปจ้องเขม็งใส่หญิงสาว คนนั้น มันแสยะยิ้มเหยียดฟันที่เปื้อนเลือด ค่อย ๆ ก้าวไปหาเธอทีละ ก้าว
ดวงตาของมันทั้งเย็นชาและอาฆาต
หญิงสาวมองดูหมาป่าเดินตรงเข้ามาทางเธอ ขนลุกซู่ด้วยความ กลัว ขาทั้งสองอ่อนแรงจนทรุดตัวล้มลงพื้น
“อย่า… อย่าเข้ามา อย่าเข้ามานะ! นี่มันหมาของใคร ใครเป็น เจ้าของหมาตัวนี้ กรี๊ด! เอามันไปให้พ้น!”
เธอพยายามคลานถอยหลังอย่างสุดแรงเกิด แต่ก็ไร้ประโยชน์ หมาป่าตัวใหญ่มาถึงตรงหน้าของเธอแล้ว
หมาป่าจ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาของเธอ เมื่อเธอเห็นเลือดบน ปากใหญ่ หญิงสาวพลันหน้าซีดเผือดไร้สี สมองมึนงง รู้สึกเหมือนจะ หมดสติ
เธอเริ่มร้องไห้ด้วยความกลัว
หญิงสาวสั่นเทาไปทั้งตัว หยดน ้าตาอุ่นที่ทำให้ดวงตาพร่ามัว ไหลอาบแก้มทั้งสอง เธอไม่กล้าเช็ดน ้าตา หรือแม้กระทั่งหายใจด้วย ซ ้า
ส่วนสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์นั้น มันนอนนิ่งอยู่บนพื้นหายใจ รวยริน แสดงว่ามันยังไม่สิ้นลม แต่ก็ใกล้ตายเต็มทีแล้ว
พนักงานเสิร์ฟหญิงที่แอบอยู่หลังเคาน์เตอร์ เห็นภาพเหตุการณ์ นี้แล้วรู้สึกสะใจมาก
“โดนแค่นี้ก็ร้องไห้แล้วเหรอ? ขวัญอ่อนยิ่งกว่าไก่ ทำไมไม่กลัว จนช็อกตายไปเลยล่ะ”
ผู้จัดการที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินแล้วแอบยกนิ้วโป้งให้ “พูดได้ดี”
โทรศัพท์ของผู้จัดการกำลังบันทึกวิดีโออยู่ เขาต้องการส่งภาพ เหตุการณ์เข้ากลุ่มแชตร้านอาหารของเมืองบันเทิง เพื่อแสดงให้ เพื่อนร่วมงานดู
เพื่อนร่วมงานของเขาต่างก็ไม่ชอบหญิงสาวคนนี้ ซึ่งเป็นเหตุผล ว่าทำไมพวกเขาถึงตกลงที่จะไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในร้าน ภาพเหตุการณ์นี้ค่อนข้างน่าพึงพอใจจริง ๆ
พนักงานเสิร์ฟยิ้มอย่างเขินอาย หัวใจของเธอเต็มไปด้วย ความสุข
ลูกค้าในร้านอาหารต่างก็ตกใจกลัว แต่แล้วก็สังเกตเห็นว่ามีบาง สิ่งผิดปกติ
ทำไมหมาป่าตัวนี้ถึงกัดแค่สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ และตอนนี้
มันก็มุ่งเป้าไปที่หญิงสาวเจ้าของสุนัข?
มีลูกค้าอยู่มากมายในร้านอาหาร แต่หมาป่าตัวนั้นเหมือนจะมอง ไม่เห็นใคร สนใจแค่สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์และหญิงสาวเท่านั้น
“ปล่อยไปเถอะ นี่คือผลของการกระทำของเธอเอง สุนัขของเธอ สู้หมาป่าตัวใหญ่ไม่ได้ สมควรแล้ว!” เสียงหนึ่งพึมพำเบา ๆ
“แล้วสุนัขตัวนี้เป็นของใครกัน?”
“จะของใครก็ช่างเถอะ แต่มันเป็นสุนัขที่ดีนะ รู้จักกัดเฉพาะคน เลว”
“พูดตามตรง สุนัขตัวนี้เท่ชะมัด เป็นสายพันธุ์อะไรเนี่ย ดูเหมือน หมาป่าเลย เจ๋งสุด ๆ!”
พ่อเซียวและคนอื่น ๆ ประหลาดใจเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” แม่เซียวถาม
พ่อเซียวยกมือขึ้นเกาหัว “หรือว่าสุนัขตัวนี้จะทนดูความอ ยุติธรรมตรงหน้าไม่ได้ เลยวิ่งเข้ามาช่วย?”
คุณตามองออกไปนอกร้านอาหาร สุนัขประพฤติตัวดีแบบนี้ย่อม ต้องมีเจ้าของ แต่ใครกันที่เป็นเจ้าของสุนัข?
“เสี่ยวฮุยฮุย”
เซียวหมิงเยวี่ยค่อย ๆ เดินเข้ามา “แค่ขู่ให้กลัวก็พอแล้ว ห้ามไป กัดคนอื่นนะ เราไม่ใช่คนไร้การศึกษาแบบนั้น”
เจ้าหมาป่าสีเทาเก็บเขี้ยวแหลม มันเดินไปหาเซียวหมิงเยวี่ยและ คลอเคลียขาของเธอเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงใกล้เท้าของเธออย่างเชื่อฟัง
“นั่นเจ้าของสุนัขเหรอ?”
“พวกคุณได้ยินที่เธอพูดเมื่อกี้ไหม? เธอบอกว่าผู้หญิงคนนั้นไร้ การศึกษา จึงส่งสุนัขสีเทาตัวใหญ่มาจัดการ”
“พระเจ้าช่วย ผู้หญิงสวยเฉียบคมจับคู่กับหมาป่าสุดคูล เท่ โคตร!!!” สาวน้อยคนหนึ่งตาโตเป็นประกาย
“ฮีโร่คะ ฉันรักคุณ”
บรรยากาศภายในร้านอาหารเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบ ผู้คนต่างจับจ้องไปที่ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ การปรากฏตัวของหญิง สาวสวยกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ดูน่าเกรงขาม การผสมผสานระหว่าง ความงามของหญิงสาวและความดุดันของสุนัขช่างลงตัว จนเรียกได้ ว่าสุดยอดไปเลย
ครอบครัวเซียวต่างก็ตะลึงงันอ้าปากค้าง นี่… สุนัขตัวใหญ่ที่เข้า มาจัดการความอยุติธรรมเป็นของเซียวหมิงเยวี่ยเหรอ?
“หมิงเยวี่ย ลูกเลี้ยงสุนัขตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมพ่อไม่เห็นรู้เลย? แล้วนี่สุนัขพันธุ์อะไร?” พ่อเซียวรัวคำถามติดต่อกัน
“จริงด้วย สุนัขตัวใหญ่นี้มาจากไหนกัน?”
แม่เซียวและคุณยายรู้สึกสับสนอย่างยิ่ง ทว่าคุณตายังคงรักษา ความสุขุมดังเดิม
เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวเสี่ยวฮุยฮุยเบา ๆ
“มันเป็นของขวัญจากเพื่อนค่ะ ไม่เลวเลยใช่ไหม?”
พ่อกับแม่เซียวหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง เพื่อนจะส่งสุนัข พันธุ์นี้มาให้ทำไม แล้วจะเลี้ยงมันยังไงกัน
“มันเป็นหมาพันธุ์เชกวูล์ฟด็อก หล่อมากใช่ไหมคะ?” เซียวหมิง เยวี่ยถาม
รูปร่างหน้าตาของสุนัขพันธุ์เชกโกสโลวัคเกียนวูล์ฟด็อกนั้น คล้ายกับหมาป่ามาก เธอจึงเลือกบอกไปแบบนั้น แทนที่จะบอกความ จริงว่ามันคือหมาป่า เพราะกลัวว่าจะทำให้คนในร้านอาหารตกใจ
คุณตาหัวเราะอย่างมีความสุข จนคิ้วขาวโพลนสั่นระริก
“หล่อมาก หน้าตาดีจริง ๆ!”
ผู้คนที่ยืนมุงดูต่างกระซิบกระซาบกัน “ฉันเพิ่งบอกไปว่ามันดู เหมือนหมาป่า ที่แท้ก็เป็นพันธุ์เชกวูล์ฟด็อก ไม่แปลกใจเลยที่จะเท่ ขนาดนี้”
“ดูสิว่าเจ้าเชกวูล์ฟด็อกตัวนั้นมีความประพฤติดีขนาดไหน มัน นั่งนิ่งอยู่ข้างเธอ ไม่ซุกซน เหมือนถูกฝึกมาอย่างดี ต่างกับเจ้าสุนัข พันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ที่ชอบแยกเขี้ยวใส่คนไปทั่ว”
“จริงด้วย สุนัขพันธุ์เชกวูล์ฟด็อกเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของมาก พวกวูล์ฟด็อกจะเชื่อฟังและมีความซื่อสัตย์ แถมยังเก่งด้านต่อสู้แบบ สุด ๆ พาออกไปไหนก็ดูน่าเกรงขาม รู้สึกปลอดภัย สุดยอดมากจริง ๆ เห็นแล้วอยากเลี้ยงบ้างจัง…”
แม่เซียวเองก็คิดว่าสุนัขตัวนี้หล่อมาก “เอาเชือกมาผูกไว้หน่อย เถอะ เผื่อจะได้พาออกไปข้างนอกได้สะดวก”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าตกลงทันที “แบบนั้นก็ดีค่ะ เราไม่ใช่คน ไร้การศึกษา ใครจะพาสุนัขออกไปเดินโดยไม่ล่ามเชือกไว้ คนปกติ เขาไม่ทำกันหรอก”
เธอพูดประโยคนี้ด้วยน ้าเสียงที่ไม่เบาและไม่ดังเกินไป แต่ทุกคน ในร้านอาหารต่างก็ได้ยินชัดเจน บางคนอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ได้
ประโยคของเธอเต็มไปด้วยการเหน็บแนมหญิงสาวคนนั้น
“เป็นแกนั่นเอง!”
หญิงสาวเบิกตากว้าง เธอจำเซียวหมิงเยวี่ยได้ทันที ว่านี่คือ ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ห้องข้าง ๆ
“พวกแกรู้จักกันเหรอ? แกน่ะสิที่ไร้การศึกษา! ดูแลหมาของแก ให้ดีเถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่ “พี่สาว ถ้าคุณยังพูดจาหยาบคายอีก ฉัน จะปล่อยให้สุนัขไปกัดคุณนะ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ พ่อเซียวพลันระเบิดหัวเราะออกมา สมกับ เป็นลูกสาวของเขา พูดจาได้เด็ดขาดดีมาก
หญิงสาวโกรธเคืองจนแทบจะพ่นไฟออกจมูก ฟันของเธอขบกัน ดังกึก ๆ แต่เมื่อหันไปเห็นเจ้าสุนัขของตัวเองที่นอนจมกองเลือดบน พื้น เธอกรีดร้องด้วยความโศกเศร้า
“เชร็ค!”
เธอรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่กล้าแตะต้องตัวของเชร็คที่
บาดเจ็บ “ลูกเอ๋ย ลูกรักของแม่…”
เธอหลั่งน ้าตาและรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง
“ไอ้พวกคนใจไม้ไส้ระกำ แกต้องชดใช้ให้ลูกชายฉัน แกทำร้าย ลูกชายฉันจนปางตาย ฉันจะฆ่าแกให้ได้! รอก่อนเถอะ ฉันจะเตะแก ออกจากเมืองบันเทิง ให้ออกไปแข็งตายอยู่ข้างนอก นางคนต ่าช้าต ่า ทราม!”
หญิงสาวคำรามด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวจากความโกรธ
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเยาะ “ถ้าคิดว่าแน่จริงก็ลองดูสิ”