ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 296 ลุงใหญ่ลุ่มหลงสาวงาม
“พี่เทียนหลง พี่ไม่ได้บอกจะพาฉันไปพักห้องสวีทของโรงแรม หรอกเหรอ? เมื่อไหร่จะพาฉันไปสักทีล่ะ?”
หญิงสาวโอบกอดลุงใหญ่พลางถามเสียงหวานหยดย้อย
เมื่อหญิงสาวสวยออดอ้อน ลุงใหญ่รู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต หัว ใจเต้นรัวสุดจะบรรยาย
“หลานหลานที่รัก ผมสัญญาว่าจะพาไปแน่ ๆ ห้องสวีทใน โรงแรมกว้างขวางมาก ไม่ใช่แค่คุณนะ ผมเองก็ร้อนใจจนแทบรอไม่ ไหวแล้วเหมือนกัน”
หลานหลานทำปากจู๋อย่างไม่พอใจ “พี่วาดฝันให้ฉันไว้ซะ สวยงาม บอกว่าจะพาฉันไป แต่ไม่เห็นว่าจะพาไปสักที คงไม่ใช่ว่าพี่
โกหกฉันหรอกนะ ฉันอุตส่าห์คิดถึงพี่และรอคอยพี่อยู่ทุกวัน ผู้จัดการให้ไปรับรองแขกคนอื่น ฉันก็ปฏิเสธไปหมด เพราะว่าฉันมี แค่พี่อยู่ในใจ แล้วพี่ละคะ ทำไมถึงทรยศฉันแบบนี้ล่ะ?”
หลานหลานพูดบ่นพลางร้องไห้สะอื้น
“แล้วฉันจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร ตายไปซะดีกว่า จะได้หมดเรื่อง”
ลุงใหญ่รีบโอบกอดสาวสวยเพื่อปลอบโยน “โอ๋ ๆ ที่รักของผม ไม่ต้องร้องนะ ไม่ต้องร้อง ผมก็รีบไม่แพ้คุณหรอก แต่ต้องรอให้ไอ้แก่ นั่นตายเสียก่อน ถึงจะได้รับมรดกมา ถึงเวลานั้นเราสองคนจะได้อยู่
ห้องสวีทด้วยกัน ผมจะดูแลใส่ใจที่รักเหมือนเจ้าหญิง เพราะงั้นอย่า ร้องไห้เลยนะที่รักของผม”
หลานหลานหยุดสะอื้น “จริงหรือคะ?”
“จริงสิ ๆ ตอนนั้นเราก็จะเป็นคู่รักกิ่งทองใบหยก คุณจะได้สุข สบายโดยไม่ต้องทำอะไรเลย” ลุงใหญ่หัวเราะร่า มือของเขายังคงลูบ คลำไม่หยุด
หลานหลานเหลือบมองเขาอย่างเฉยเมย “แล้วถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ อีกห้าปีสิบปี ฉันต้องรอนานแค่ไหนล่ะคะ? ฉันไม่สนแล้วนะ ตอนนี้
ฉันอยากอยู่ห้องสวีทของโรงแรม!”
ห้องของโรงแรมเมืองบันเทิงหายากยิ่งกว่าทองคำ เฉพาะผู้มีเงิน มีอำนาจเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ห้องพัก พวกเธอซึ่งเป็นพนักงาน รับรองแขก มีโอกาสอาศัยอยู่ในหอพักเท่านั้น
ถ้าเธอสามารถคว้าเศรษฐีมาเป็นสามี ย้ายไปอยู่ที่ห้องพัก โรงแรมเมืองบันเทิง ชีวิตเธอคงจะพลิกผัน ไม่ต้องทนรับใช้ใครอีก ต่อไป และสามารถเชิดหน้าชูตาในหมู่เพื่อนร่วมงานได้
ลุงใหญ่ตกตะลึง ราวกับถูกปลุกให้ตื่น จริงสิ ไอ้แก่นั่นกินได้นอน ได้ อยู่ดีมีสุข ถ้ารอให้มันตาย คงจะใช้เวลาอีกนานเลยสินะ?
เขาเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออก และพูดด้วยน ้าเสียงเย้ยหยัน ว่า
“เขาคงอยู่ได้อีกไม่นานหรอก”
หลานหลานชื่นชมเล็บมือที่ติดเพชรวิบวับพลางพูดว่า “ก็ดีค่ะ แต่พี่ยังมีแม่แก่ ๆ และลูกสาวอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่อยากอยู่ ร่วมกับพวกเธอนะ ฉันอยากใช้เวลากับพี่แบบสองต่อสอง ไม่อย่างนั้น มันคงไม่สะดวกเลย”
สายตาหวานเยิ้มของหลานหลานส่งตรงมา ขาของลุงใหญ่ชา วาบในทันทีด้วยความตื่นเต้น แล้วลืมทุกสิ่งอย่างไปชั่วขณะ
เขาไม่เคยได้รับโชคลาภแบบนี้มาก่อนในชีวิตนี้ ช่างโชคดี เหลือเกิน!
เมื่อคิดถึงเมียแก่ ๆ คนนั้นในอดีต รู้สึกว่าไม่คุ้มเอาเสียเลย โชค ดีที่นางเมียแก่ตายไปแล้ว
แต่เขาไม่รู้ว่า มีดอ่อนปวกเปียกนั้นก็ยังแหลมคมพอจะฆ่าคนได้ ยามเมื่อคนคนหนึ่งหลงระเริง มักจะหลงลืมตัวตนของตัวเอง และลืม ว่าตนมีขีดจำกัดแค่ไหน
“ได้ ๆ ๆ ไม่ต้องอยู่กับพวกเธอหรอก ถ้าคุณไม่อยาก ผมก็ไม่ อยาก เมื่อถึงเวลา ผมจะไล่พวกเธอออกไปให้หมด” ลุงใหญ่พูด ปลอบ
รอยยิ้มของหลานหลานแฝงความหมาย “คุณจะทอดทิ้งแม่แท้ ๆ กับลูกสาวแล้วเหรอ? ถ้าพวกเธอรู้ ระวังจะมาหาเรื่องฉันนะ”
ลุงใหญ่บีบแก้มหลานหลานและจูบเธอ “ผมต้องการแค่คุณคน เดียว แม่แท้ ๆ จะไปสำคัญอะไร เธอแก่มาก และมีชีวิตอยู่บนโลกมา นานพอแล้ว ส่วนลูกสาวยิ่งไม่สำคัญเลย สุดท้ายก็ไม่ใช่ลูกชาย ช่าง มันเถอะ”
หลานหลานยิ้มจนแก้มปริ หันไปดุเขาเบา ๆ “อย่าทำแบบนี้สิ คน ตั้งเยอะแยะ ไปห้องส่วนตัวกันเถอะ”
ลุงใหญ่หัวเราะร่วนแล้วพูดว่า “ที่รักของผมขี้อายจริง ๆ”
ทั้งสองคนโอบกอดกันอย่างแนบชิดแล้วเดินจากไป โดยไม่ทัน สังเกตเห็นคนที่นั่งอยู่มุมมืดห่างจากเขาไม่ไกล
เซียวหมิงเยวี่ยแกว่งแก้วไวน์ในมือพลางยิ้มเยาะมุมปาก
ผู้เฒ่าหวงช่างรู้จักควบคุมหัวใจคนจริง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าลุงใหญ่ และคนอื่น ๆ จะรับใช้เขา บางครั้งเขาก็ปล่อยเงินบางส่วนแก่คน เหล่านั้น ไม่เช่นนั้นลุงใหญ่จะเงินที่ไหนมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย และจ้าง พนักงานสาวสวยแบบนี้
เมื่อได้รับผลประโยชน์ การบริการจึงจะทุ่มเทมากขึ้น
แต่ผู้เฒ่าหวงไม่รู้เลยว่า ลูกชายคนโตที่แสนดีของเขาโลภมาก แค่ไหน การใช้จ่ายเงินจำนวนเล็กน้อยไม่สามารถสนองความ ต้องการของเขาได้อีกต่อไป เขาเคยชินกับความหรูหรา และตอนนี้
ต้องการเงินก้อนโต
ดูเหมือนว่าลุงใหญ่มีแผนจะลงมือแล้ว งั้นเรามาเติมเชื้อไฟอีกสัก หน่อยดีกว่า
เซียวหมิงเยวี่ยสังเกตทิศทางที่หลานหลานจากไป ขณะคิดแผน อยู่ในใจ
…
“โอ้โห แขกหายาก ลมอะไรหอบเพื่อนเซียวคนสวยมาถึงที่นี่ เหมือนนำพาความรุ่งเรืองมาสู่บาร์แห่งนี้เลย”
กู้หลงซีทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ เซียวหมิงเยวี่ย และพูดทักทายด้วย รอยยิ้มกันเอง
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขา “ทำไมนายถึงชอบโผล่มาตอนเงียบ ๆ ตลอดเลย? ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?”
กู้หลงซีตอบกลับสบาย ๆ “ก็ดีนะ ฉันเลิกเจ้าชู้แล้ว ต่อไปจะซัก ผ้าทำกับข้าว เป็นพ่อบ้านที่ดี ไปใช้ชีวิตคู่กับภรรยาสุดที่รัก นึกแล้ว ก็ชื่นใจ น่าอิจฉาใช่ไหมล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มสนใจ “นายมีแฟนแล้วเหรอ? ที่บอกว่าเลิก เจ้าชู้ ครั้งนี้จริงจังสินะ?”
กู้หลงซีเลิกคิ้ว “ยังหรอก แต่ฉันค่อนข้างมั่นใจนะ อีกไม่นานคง ไล่ตามทัน”
เซียวหมิงเยวี่ยพูด “ระวังอย่ามั่นใจจนเกินไปนะ”
“เธอจะอวยพรให้ฉันดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง? ว่าแต่ ทำไมเธอถึง มาที่นี่คนเดียวล่ะ เหงาเหรอ? ให้ฉันแนะนำหมาป่าหนุ่มให้เธอสักคน เอาไหม?” กู้หลงซีหยอกล้อ
“อย่าพูดไร้สาระน่า ฉันมาเที่ยวกับเพื่อนต่างหาก อยู่ทางนู้น”
เซียวหมิงเยวี่ยชี้ไปทางหนึ่ง ซึ่งจี้ซานซาน ฉียวนเอ๋อร์ ว่านถง และผู้บังคับการซ่งกำลังเล่นไพ่กันอยู่ ส่วนหลิ่วจวิ้นเหยานั่งอยู่ข้าง ๆ คอยพูดแนะนำเป็นครั้งคราว แต่ก็โดนฉียวนเอ๋อร์ทุบตีกลับมา คนทั้ง สองดูเหมือนไม่สามารถหยุดทะเลาะกันได้เลย
กู้หลงซีตาโตด้วยความประหลาดใจ “นี่เธอมาเที่ยวกับถงถง เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ถงถง? เรียกชื่อกันสนิทสนม ขนาดนั้นเลยเหรอ?
“ผู้หญิงคนนั้นคือเนื้อคู่ของฉัน!” กู้หลงซีแทบรอไม่ไหวที่จะลุก เดินไปหา
เซียวหมิงเยวี่ยคว้าตัวเขาไว้ทันเวลา ป้องกันไม่ให้เกิดดราม่าขึ้น
“เดี๋ยวก่อน”
“คนที่นายพูดถึงคือว่านถงงั้นเหรอ นายจริงจังใช่ไหมเนี่ย?”
เธอรู้สึกเหลือเชื่อ จำได้ว่าตอนงานเลี้ยงต้อนรับเมื่อครั้งก่อน กู้ หลงซีเคยพูดทำนองนี้ แต่เขาเป็นคนช่างพูด และมักชอบคนใหม่ ๆ ทุกวัน เซียวหมิงเยวี่ยจึงไม่ได้ใส่ใจ
“แน่นอนสิ ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น ช่วงนี้ฉันกินข้าวไม่ ลง นอนไม่หลับ ฝันถึงเธอทุกคืน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้เจอกันช่วง นี้ และเธอก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าสนใจฉัน แต่ผู้หญิงที่ใจแข็งมักจะกลัว ผู้ชายที่ตื๊อไม่เลิก ฉันตามตื๊อจนกว่าเธอจะใจอ่อน ถงถง ผมมาแล้ว!”
กู้หลงซีพูดจบก็ทำท่าจะพุ่งตัวไปหาว่านถงอีกครั้ง เหมือนแมลง เม่าบินเข้ากองไฟ
เซียวหมิงเยวี่ยคว้าตัวเขาไว้และดึงกลับมา สีหน้าของเธอดูอึดอัด อย่างอธิบายไม่ถูก
“เสี่ยวกู้ เธอมีแฟนแล้วนะ”
ใบหน้ากู้หลงซีแข็งค้างทันใด “เธอพูดว่าอะไรนะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยายามปลอบโยนเขา “ฉันบอกว่าเธอมีแฟนแล้ว คนนั้นไง นั่งอยู่ข้าง ๆ น่ะ เป็นทหารเหมือนกันด้วย นายสู้เขาไม่ได้ หรอก โดนเขาผลักนิดเดียวก็ต้องนอนพักฟื้นเป็นครึ่งเดือน เลิกล้ม ความตั้งใจเถอะ โลกนี้ยังมีผู้หญิงสวย ๆ อีกตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ?”
กู้หลงซีรู้สึกใจสลาย พูดอะไรไม่ออก ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น
“นาย… โอเคหรือเปล่า?” เซียวหมิงเยวี่ยโบกมือไปมาตรงหน้า เขา
นี่เขาจริงจังตามที่บอกจริง ๆ หรือเนี่ย? เป็นไปไม่ได้หรอก หนุ่ม เพลย์บอยจะกลับตัวกลับใจได้ยังไง?
เสียใจอยู่ไม่กี่วันก็คงหายดีเองละมั้ง
กู้หลงซีสูดหายใจเข้าลึก “ฉันไม่เป็นไร ลูกผู้ชายที่แท้จริงจะไม่มี วันยอมแพ้ง่าย ๆ ตราบใดที่พวกเขายังไม่แต่งงาน ฉันก็ยังมีโอกาส”
เซียวหมิงเยวี่ยเผลอพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วเธอก็รู้สึกว่ามี บางอย่างไม่ถูกต้อง
“เอ๊ะ?”
กู้หลงซีฝืนยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะเดินจากไปท่าทีองอาจ
เซียวหมิงเยวี่ยกุมขมับ สุดท้ายก็ไม่สามารถห้ามเขาได้ เขาคงจะ เจอแต่เรื่องน่าเบื่อสินะ
อ้อ ลืมเรื่องสำคัญไปเลย เมื่อกี้เธอตั้งใจจะขอเบอร์โทรหลาน หลานจากกู้หลงซี แต่เขาชวนคุยจนเธอเผลอลืมไป