ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 295 แฟนหนุ่มของว่านถงเป็นเขานั่นเอง
หลิ่วจวิ้นเหยาเริ่มหงุดหงิด “เฮ้ พี่ชายคนนี้น่ะเหรอจะถูกปฏิเสธ? หน้าตาแบบนี้ กล้ามหน้าท้องแปดแพ็ค แถมเงินทองตั้งมากมาย มี อะไรที่ฉันสู้อู๋ซั่งหนานไม่ได้บ้าง ก็แค่รสนิยมของเขาแย่เท่านั้นเอง”
ฉียวนเอ๋อร์แสร้งทำเป็นเข้าใจ “อย่างนั้นเองเหรอ”
แต่แววตาของเธอยังแฝงไปด้วยความไม่เชื่อใจอย่างเต็มเปี่ยม
หลิ่วจวิ้นเหยาจ้องเธอตาเขม็ง “เธอไม่เชื่องั้นเหรอ?”
“ฉันไม่อยากเถียงกับเธอแล้ว ให้ทุกคนตัดสินดีกว่า ว่าฉันหรืออู๋ ซั่งหนานดีกว่ากัน? ถ้าเป็นพวกคุณ พวกคุณจะเลือกใคร?” หลิ่วจวิ้น เหยาหันไปถามว่านถงและเซียวหมิงเยวี่ย
ว่านถงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงจังว่า “ฉันคิดว่า นายดีกว่าอู๋ซั่งหนานนิดหน่อยนะ”
“นิดหน่อยเหรอ? เยอะมากต่างหาก! ไม่ใช่ระดับเดียวกันเลยนะ เซียวหมิงเยวี่ย คุณว่าไง” หลิ่วจวิ้นเหยายืนกรานที่จะรับคำชมจาก คนอื่น
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งเขี้ยวอาหารอย่างช้า ๆ พลางมองดูทั้งสองคน ทะเลาะกัน เธอเริ่มเดาออกแล้วว่าหลิ่วจวิ้นเหยาแอบชอบฉียวนเอ๋อร์
ก่อนหน้านี้ฉียวนเอ๋อร์เคยคุยเรื่องเกณฑ์การเลือกคู่กับเธอ บอก ว่าชอบผู้ชายที่ตลก พูดเก่ง ซึ่งดูเหมือนว่าหลิ่วจวิ้นเหยาจะตรงสเปค ทุกอย่าง
“ฉันคิดว่านายดีกว่านะ หน้าตาหล่อเหลา มีอารมณ์ขัน และพูด เก่งด้วย” เซียวหมิงเยวี่ยกล่าว
หลิ่วจวิ้นเหยาแสดงท่าทีประมาณ ‘พี่ชายรู้อยู่แล้วล่ะ’ ก่อนพูดว่า “เห็นไหม เห็นไหม นี่คือคำจากผู้มีสายตาเฉียบคม เธอได้ยินหรือ ยัง?”
ฉียวนเอ๋อร์แค่นเสียงออกมา และตอบอืมอย่างไม่ใส่ใจ
หลิ่วจวิ้นเหยายิ่งโกรธมากขึ้น ทันใดนั้นเขาโน้มตัวเข้าไปหาฉีย วนเอ๋อร์
“อืมอะไรล่ะ ดูหน้าฉันให้ดีสิ หล่อเหลาเอาการซะขนาดนี้! เธอนี่
มีรสนิยมยังไงกัน?”
ทั้งสองสบตากันอยู่หนึ่งวินาที ฉียวนเอ๋อร์รู้สึกอึดอัด เธอเบือน หน้าหนีไปอีกทางด้วยความเคอะเขิน ยกมือตีหน้าเขาพร้อมผลัก ออกไปอย่างแรง
“เข้ามาใกล้ ๆ ทำไมเล่า หน้าใหญ่ขนาดนี้ทำฉันตกใจหมด”
หลิ่วจวิ้นเหยาตกตะลึง “…”
เขาทำหน้าบึ้งตึง ปากยังบ่นพึมพำว่า “ทั้ง ๆ ที่เห็นชัดอยู่ว่าหล่อ เหลาขนาดนี้”
จี้ซานซานยืนอยู่ข้าง ๆ ขำคิกคัก เธอโน้มตัวกระซิบกับเซียวห มิงเยวี่ยว่า
“เขาทั้งคู่เป็นแบบนี้แหละ ทะเลาะกันบ่อย ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มมุมปาก ไม่รู้ว่าจี้ซานซานสังเกตเห็นหรือเปล่า แต่เธอสังเกตเห็นชัดเจน
จี้ซานซานดูเหมือนจะตัดสินใจแล้ว “ที่แท้เธอก็เหวี่ยงแหจีบ ผู้ชายหลายคนพร้อม ๆ กัน ฉันไม่อยากจะพูดในตอนแรก ความจริง เธอหมายปองพี่ชายฉันมาโดยตลอด แต่พี่ชายเขาไม่สนใจเธอเลย”
“เฮอะ! เธอโลภมากหวังจับพี่จี้จริง ๆ กล้าจังเลยนะ” หลิ่วจวิ้น เหยาโพล่งขึ้น
ว่านถงเม้มริมฝีปาก เธอได้ยินเรื่องนี้มาเช่นกัน ว่านโม่ลี่คิดว่า ตัวเองกำลังจะต้องไปนอนในคุก จึงหวาดกลัวมากจนมาร้องห่ม ร้องไห้ที่บ้าน
“แล้วเรื่องการวางยาล่ะ?” จู่ ๆ เธอก็ถามขึ้น
จี้ซานซานหันไปมอง “พี่ถงถง รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ?”
หลังจากพูดจบ จี้ซานซานคิดขึ้นได้ว่า ว่านโม่ลี่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ของว่านถง หากมีอะไรเกิดขึ้นกับว่านโม่ลี่ เธอจะต้องไปขอความ ช่วยเหลือจากลุงว่านอย่างแน่นอน จึงไม่แปลกที่ว่านถงจะรู้
“เรื่องวางยาอะไรเหรอ?” ฉียวนเอ๋อร์และหลิ่วจวิ้นเหยาถามพร้อม กัน
จี้ซานซานไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรดี “คือว่า เธอวางยาพี่ชายฉัน พี่ชายฉันเลยแจ้งตำรวจมาจับเธอ”
ฉียวนเอ๋อร์เหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางหัว “โอ้ คุณพระคุณเจ้า ช่วย…”
หลิ่วจวิ้นเหยาพ่นคำสองคำออกมาอย่างช้า ๆ “เจ๋งโคตร!”
เซียวหมิงเยวี่ยยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เรื่องนี้เธอเป็นคนไปบอก เขาเอง เธอทำความดีโดยไม่ทิ้งชื่อของตัวเองไว้เบื้องหลัง
ฉียวนเอ๋อร์อ้าปากค้าง “ทำไมเธอถึงใจกล้าขนาดนั้น? จีบคนอื่น ไปพร้อม ๆ กันก็ช่างปะไร แต่กล้าคิดจะคว้าคนระดับพี่จี้ ไม่ส่อง กระจกดูตัวเองบ้างหรือไง แล้วยังมาวางยาเขาอีก ใครเป็นคนมอบ ความกล้าให้เธอเนี่ย?”
หลิ่วจวิ้นเหยาพยักหน้าเห็นด้วย ทันใดนั้นเขาก็คิดอะไรได้ขึ้นมา
“เฮ้ย เธอหมายความว่ายังไง? จีบคนอื่นก็ช่างปะไรนั่น หมายความว่ายังไง?”
ว่านถงจิบไวน์และบอกว่า “ฉันบอกแล้วไงว่า เธอทะเยอทะยาน มาก เริ่มต้นก็ต้องเล็งเป้าหมายสูงสุดไว้ก่อน ถ้าไม่ได้ค่อยหาคนอื่น และคัดกรองเป้าหมายไปเรื่อย ๆ”
ว่านถงรู้จักลูกพี่ลูกน้องของตัวเองเป็นอย่างดี ว่านโม่ลี่เป็นคนที่
เอาแต่ใจมากมาตั้งแต่เด็ก เรื่องการหาผู้ชายก็เรื่องมากไม่แพ้กัน
และเธอประสบความสำเร็จจริง ๆ ซึ่งยากจะวิพากษ์วิจารณ์
จี้ซานซานลังเลอยู่นานก่อนจะพูดว่า “ฉันเคยบังเอิญเจอกับว่าน โม่ลี่ครั้งหนึ่ง เธอยังมาอวดฉันอีกว่าเธอจะแต่งงานกับอู๋ซั่งหนานแล้ว และเชิญฉันไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดเคี้ยวส้ม “จริงเหรอ ตอนนี้พวกเขายังมี อารมณ์มาจัดงานแต่งงานอีกเหรอเนี่ย วางแผนจะจัดเมื่อไหร่ ได้บอก ไว้หรือเปล่า?”
จี้ซานซานพยักหน้ารัว ๆ “พูดจริง ๆ นะ เห็นบอกว่าจะจัด หลังจากคลอดลูกแล้ว”
ฉียวนเอ๋อร์ถามทันใด “แล้วได้ตอบตกลงไปหรือเปล่า?”
จี้ซานซานตบโต๊ะ “ฉันจะตกลงยอมไปได้ยังไง? ฉันไม่ไปหรอก! เธอเกือบวางยาพี่ชายฉัน แล้วยังอยากให้ฉันไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ เธออีกเหรอ? ฝันไปเถอะ”
“ยวนเอ๋อร์ ถ้าเธอถูกชวน ก็ห้ามไปเด็ดขาดนะ เข้าใจไหม?” จี้
ซานซานพูดอีกครั้ง
ฉียวนเอ๋อร์พยักหน้ารับ “แน่นอน ฉันล่ะชื่นชมว่านโม่ลี่จริง ๆ ทะเลาะกับเธอขนาดนี้แล้ว ยังทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยัง เชิญเธอไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกงั้นเหรอ? ผู้หญิงคนนั้นไม่ธรรมดา จริง ๆ”
จี้ซานซานพยักหน้าเห็นด้วย “จริงด้วย!”
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นของว่านถง
“แฟนฉันมาถึงแล้ว ฉันไปรับเขาแป๊บนะ” ว่านถงพูดจบก็รีบเดิน ออกไป
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปทางประตู “เธอมีแฟนแล้วเหรอ?”
“พี่ถงถงมีแฟนแล้วเหรอเนี่ย?” จี้ซานซานและคนอื่น ๆ ไม่เคยรู้ มาก่อน
“ขอแนะนำจ้ะ นี่แฟนฉันเอง” ว่านถงพาผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่คน หนึ่งเข้ามาแนะนำ
เมื่อเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น เซียวหมิงเยวี่ยถึงกับตะลึงอึ้งจนแทบจะ คุมสีหน้าตัวเองไม่อยู่ และอ้าปากแข็งค้าง
ผู้ชายคนนั้นก็คือผู้บังคับการซ่ง
ผู้บังคับการซ่งยิ้มเผยให้เห็นฟันขาวสองแถว “อ้าว นี่มันเซียวห มิงเยวี่ยผู้โด่งดังไม่ใช่เหรอ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบ “นั่นคำพูดทักทายเหรอคะ? แล้วนี่พวกคุณ สองคนกำลังคบหากันอยู่เหรอ?”
เพิ่งจะถูกช่วยเหลือจากใต้สะพานมาไม่กี่วัน แต่ก็ดูสดชื่น แข็งแรงดี แสดงว่าตอนติดอยู่ใต้สะพานไม่ได้ลำบากนัก
นอกจากนี้ เธอพยายามทำอาหารอร่อย ๆ มีสารอาหารครบถ้วน ให้เขาทานทุกวัน ไม่เคยให้เขาลำบากเลย
ผู้บังคับการซ่งวางแขนบนบ่าของว่านถง พูดด้วยน ้าเสียงภูมิใจ ว่า
“ใช่แล้ว นี่แฟนฉันเอง สวยใช่ไหมล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองสลับไปมาที่ผู้บังคับการซ่งและว่านถง
“… สวยดีค่ะ”
หลังจากแนะนำตัวเสร็จ ผู้บังคับการซ่งก็เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ เหตุการณ์หิมะถล่ม และเรื่องราวที่พวกเขาติดอยู่ในถ ้าใต้สะพาน นานถึงครึ่งเดือน ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับจี้ซานซานและ เพื่อน ๆ พวกเขาต่างตั้งใจฟังด้วยความสนใจ
เซียวหมิงเยวี่ยต้องแสร้งทำเป็นแปลกใจ มันท้าทายฝีมือการ แสดงจริง ๆ
“ตอนอยู่ในกองทัพ ผมแอบชอบถงถงมาตลอด แต่ผมหน้าบาง และไม่กล้าบอกเธอ แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ ผมตัดสินใจแล้วว่า จะไม่สนอะไรทั้งนั้น ต่อให้ต้องตาย ผมก็ต้องบอกความในใจกับเธอ ให้ได้ ถึงตายไปก็ยังคิดถึงเธออยู่เสมอ!”
ว่านถงจ้องผู้บังคับการซ่งเขม็ง “พูดเรื่องไร้สาระอะไรเนี่ย”
ผู้บังคับการซ่งหัวเราะเบา ๆ “ก็ถือว่าโชคดีนะที่รอดตายมาได้ แล้วยังได้แฟนมาด้วย ถ้าไม่มีเหตุการณ์หิมะถล่ม ผมคงไม่มีความ กล้าที่จะบอกเธอหรอก”
ว่านถงถอนหายใจเบาและพูดว่า “รอดชีวิตจากหิมะถล่มกลับมา ได้ก็โชคดีมากแล้ว ต้องขอบคุณมูนฟาร์มสำหรับเรื่องนี้ด้วย”
ผู้บังคับการซ่งพยักหน้า “เพราะงั้นคุณต้องทะนุถนอมผมให้มาก ๆ นะ”
ว่านถงมองจิกผู้บังคับการซ่งอีกครั้ง ทำให้เขาซ่งหัวเราะร่วนไม่ หยุด
เซียวหมิงเยวี่ยมองพวกเขาสองคนโดยไม่พูดอะไร มองดูแล้ว ว่านถงและผู้บังคับการซ่งนั้นช่างเหมาะสมกันดี พวกเขาต่างก็เป็น ทหาร ผู้หญิงมักมีรสนิยมชอบคนเก่ง ผู้ชายทั่วไปคงไม่เข้าตาว่านถง และอาจเอาชนะเธอไม่ได้ด้วยซ ้า แต่ผู้บังคับการซ่งไม่เหมือนใคร
“น่าตื่นเต้นมาก” ฉียวนเอ๋อร์พูด
“โรแมนติกจังเลย” จี้ซานซานประทับใจ
“แตงโมนี่อร่อยจัง” หลิ่วจวิ้นเหยาหยิบแตงโมใส่ปากขณะพูด
ฉียวนเอ๋อร์ผลักเขา “ไปให้พ้นเลย!”
“ไม่ได้พูดล้อเล่นนะ แต่มันอร่อยจริง ๆ เธอลองชิมดูสิ” หลิ่วจวิ้น เหยาพึมพำ
จี้ซานซานหยิบไพ่สองสำรับขึ้นมา “มัวแต่คุยกันยาวเลย มาเล่น ไพ่กันเถอะ ตอนนี้เรามีหกคน เล่นอะไรดีล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะพูด แต่ทันใดนั้นก็สังเกตเห็นร่างของ บุคคลที่คุ้นเคย นั่นคือลุงใหญ่ เขากำลังโอบเอวผู้หญิงคนหนึ่งด้วยสี หน้าเจ้าชู้
เซียวหมิงเยวี่ยเดาะลิ้น เงียบสงบมาตั้งนาน ดูเหมือนว่าจะมีชีวิต สุขสบายจังเลยนะ?
เมื่อมองดูผู้หญิงในอ้อมแขนของลุงใหญ่ แววตาเซียวหมิงเยวี่ย วูบไหวอย่างมีนัย เธอรู้แล้วว่าควรต้องทำอะไร
“พวกเธอเล่นกันไปก่อน ฉันมีธุระต้องทำ”