ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 302 เสียชีวิตระหว่างดื่ม
“รินไวน์มา เทให้มันเต็มแก้ว!”
ลุงใหญ่หน้าแดงก ่า ขณะโบกมือสั่งให้เซียวฮ่วนฮ่วนรินไวน์ให้ เขา
ที่มุมห้องนั่งเล่น ผู้เฒ่าหวงนอนขดตัว ใบหน้าซีดเผือด ดวงตา ปิดสนิท มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่บ่งบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่
ร่างกายของผู้เฒ่าหวงเต็มไปด้วยบาดแผลเล็กใหญ่ โดย เฉพาะที่มือและเท้ามีบาดแผลเหวอะหวะเต็มไปด้วยเลือด แต่ได้รับ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว
เซียวฮ่วนฮ้วนหยิบไวน์ราคาแพง แล้วรินจนเต็มแก้ม
ลุงใหญ่ยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวสองอึก ก่อนถอนหายใจด้วย ความพึงพอใจ
“สุดยอด! นี่แหละชีวิตที่ผู้คนควรมี”
เขานั่งพิงโซฟาท่าทางสบาย ใบหน้าอิ่มเอิบดูสดใส แสดงออกถึง ความอวดดีและเย่อหยิ่ง
คุณย่าเหลือบมองผู้เฒ่าหวงที่นอนขดอยู่มุมห้อง โดยไม่แน่ใจว่า เขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า เธอพูดเสียงสั่นเครือ
“เหล่าต้า ดื่มน้อย ๆ หน่อย เพิ่งอาเจียนเป็นเลือดเมื่อสองสามวัน ก่อน ดื่มเยอะไม่ดีต่อร่างกายนะ”
ลุงใหญ่โยนแก้วไวน์ลงบนโต๊ะแล้วตะคอก “เฮ้ย พูดมากจังวะ แก อยากโดนทุบตีนักใช่ไหม! แกอยากโดนเหมือนไอ้แก่นั่นเหรอ?”
เขาชี้นิ้วไปทางผู้เฒ่าหวง
“แม่ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว” คุณย่าไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป
ลุงใหญ่ตะคอกอย่างเย็นชา “เฮอะ อีแก่เอ๊ย!”
เซียวฮ่วนฮ่วนมีไหวพริบดี เธอรีบเทไวน์ใส่แก้วเพิ่ม
“พ่อคะ ไวน์ใกล้หมดแล้ว จะให้ไปเปิดเพิ่มอีกไหม?”
ลุงใหญ่พยักหน้า “แกฉลาดดีนี่”
เขามีความสุขกับชีวิตแบบนี้ ชอบให้คนรับใช้เหมือนจักรพรรดิ
เซียวฮ่วนฮ่วนยิ้มแย้มพร้อมเทไวน์จนเต็มแก้วอีกครั้ง ไวน์หนึ่ง ขวดเกือบหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว
“ไวน์ชนิดนี้มีราคาแพงเฉียดฟ้าในช่วงภัยพิบัติ แต่ตอนนี้พ่อ ร ่ารวยแล้ว ก็ต้องดื่มให้สมกับฐานะ คนเราก็ต้องรู้จักเสพสุขขณะยังมี ชีวิต ส่วนผู้ประสบภัยที่น่าสงสารในศูนย์พักพิงชั่วคราว แม้อยากจะ ดื่มก็ไม่มีโอกาสนั้น” เซียวฮ่วนฮ่วนพูดเพื่อเอาใจ
ลุงใหญ่หัวเราะอย่างมีความสุข รู้สึกอิ่มเอิบใจ
“ฉันชอบที่แกพูดแบบนี้นะ น่าเสียดายไอ้พวกยากจนไม่มี ปัญญาได้เห็น แม่งเอ๊ย ฉันอยากกลับไปให้พวกมันเห็นจริง ๆ ว่า ตอนนี้ชีวิตฉันรุ่งเรืองขนาดไหน นั่นแหละถึงจะสะใจ แม้แต่ซาลาเปา
ธรรมดาพวกมันยังไม่มีปัญญาได้กิน บางทีอาจจะอดตายไปแล้วก็ ได้”
“จริงด้วยค่ะ” เซียวฮ่วนฮ่วนพูดเห็นด้วย
ลุงใหญ่เริ่มเมามาย พูดจ้อไม่หยุด พูดจาหยาบคายบ้าง โม้โอ้ อวดบ้าง
เซียวฮ่วนฮ่วนคอยรินไวน์ให้ผู้เป็นพ่อ เมื่อไวน์เหลือครึ่งแก้วก็รีบ เติมให้เต็ม ภายในเวลาไม่นาน ลุงใหญ่ก็ดื่มหมดไปแล้วหนึ่งขวดครึ่ง
“อารองของแกคงตกใจตาเบิกโพลงเมื่อเห็นฉัน ตอนนี้ฉันรวย แล้วโว้ย!”
หน้าลุงใหญ่แดงก ่า มันแดงมากจนดูผิดปกติ
“เหล่าต้าเอ๊ย ไหนเคยบอกว่ามีเงินแล้วจะไปตรวจสุขภาพไง ทำไมยังไม่ไปอีก?” คุณย่าถาม
เซียวฮ่วนฮ่วนจ้องคุณย่าด้วยสายตาไม่พอใจ “ทำไมคุณย่าถึง ชอบขัดจังหวะตลอด ไม่เห็นเหรอว่าพ่อกำลังดื่มอย่างมีความสุข?”
ลุงใหญ่ดื่มหมดแก้วอีกครั้ง แล้วพูดว่า “อีกสองวันฉันจะ… จะ… อะ….”
ทันใดนั้นเขาก็พูดไม่ออก เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอแน่น ใบหน้าแดงก ่า ลำคอขยายใหญ่จนเห็นเส้นเลือดปูดโปน
“อะ…”
ลุงใหญ่พยายามขยับแขน แต่ไร้เรี่ยวแรง ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง
“เหล่าต้า เหล่าต้าเอ๊ยเป็นอะไรไป ลูกแม่ อย่าทำให้แม่กลัวนะ!”
คุณย่าตื่นตกใจ รีบวิ่งไปหาลุงใหญ่และเขย่าตัวเขาไปมา ขณะเดียวกันก็ถามซ ้า ๆ ว่าเขาเป็นอะไร
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า เซียวฮ่วนฮ่วนก้มหน้าลง และเหลือบมองดู ลุงใหญ่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น จนแทบซ่อนเร้นไว้ไม่ อยู่
“ฮ่วนฮ่วน เราจะทำยังไงดี!” คุณย่าร้อนรน
เซียวฮ่วนฮ่วนลุกขึ้นพูดว่า “หนูจะโทรหาสายด่วน 120”
“โทรศัพท์หายไปไหน คุณย่าเห็นโทรศัพท์หนูไหมคะ?” เธอ พยายามควานหาโทรศัพท์
ลุงใหญ่ดิ้นรน เตะขาอย่างแรง ตาเบิกกว้างสุดขีด ก่อนจะ หลับตาลง ร่างกายแน่นิ่ง ไม่มีสัญญาณชีพอีก
คุณย่าทุบหลังลุงใหญ่รัว ๆ “เหล่าต้าเอ๊ย เหล่าต้า!”
เซียวฮ่วนฮ่วนเดินเข้าไปหา วางนิ้วลงตรงจมูกของลุงใหญ่ ก่อน จะกรีดร้องด้วยความตกใจว่า
“พ่อ!!”
เธอรีบโทรหาสายด่วน 120 หลังจากวางสาย ก็รีบพาผู้เฒ่าหวง เข้าไปยังห้องนอนและล็อกประตู
…
เซียวหมิงเยวี่ยได้ยินเสียงดังเอะอะจากด้านนอก เมื่อเปิดประตู ออกดู เธอก็เห็นคุณหมอกำลังแบกลุงใหญ่บนเปลหาม โดยมีผ้าขาว คลุมร่างไว้
คุณย่าร้องไห้ระงม น ้าตาไหลอาบแก้ม ทรุดนั่งกับพื้นพลางตีอก ชกตัวร้องคร ่าครวญ
“ลูกแม่ ลูกชายของแม่”
เซียวฮ่วนฮ่วนยืนจับกรอบประตู ดวงตาแดงก ่า กลั้นสะอื้นไม่อยู่ ดูเธอเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เพื่อนบ้านในชั้นเดียวกันต่างก็เปิดประตูออกมาดูด้วยความ สงสัย
คุณป้าเฝิงถามคุณย่าและเซียวฮ่วนฮ่วนว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือ คะ?”
เซียวฮ่วนฮ่วนพูดด้วยความโศกเศร้าว่า “คุณพ่อเขาสุขภาพไม่ ดีตั้งแต่แรก หนูบอกให้เขาอย่าดื่มแล้ว แต่เขาก็ไม่ฟังเลย หลังจาก ดื่มไปได้หนึ่งขวดครึ่งก็กลายเป็นแบบนี้…”
“ลูกชายของแม่ ดื่มหนักจนตาย พวกแกต้องชดใช้ชีวิตลูกชาย ฉัน โรงแรมเฮงซวยนี่ฆ่าคนนับพัน มันฆ่าลูกชายฉันด้วยการขาย ไวน์ให้เขาดื่ม!” คุณย่าแหกปากร้องไห้เสียงดัง
ชายวัยกลางคนถอนหายใจ “ดื่มจนตายเหรอ? มีอาการ เลือดออกในสมองหรือเปล่า? ไวน์ไม่ใช่สิ่งที่ดีนะ ไม่ควรดื่มเยอะ เกินไป”
เซียวฮ่วนฮ่วนเช็ดน ้าตา “พ่อของหนูไม่มีงานอดิเรกอื่น นอกจากการดื่มหนัก พูดห้ามกี่ครั้งก็ไม่เคยฟัง…”
ป้าเฝิงถอนหายใจซ ้าแล้วซ ้าเล่าว่า “น่าสงสารจริง ๆ คนแก่ต้อง มาส่งคนหนุ่มลงหลุมเสียก่อน”
หญิงสาวในชุดนอนผ้าแพรถามด้วยความสับสน “ทำไมถึงเป็น ห้อง 2217 นี้อีกแล้ว? ครั้งก่อนก็มีคนที่อยู่ห้อง 2217 ก็เสียชีวิต ตอนนี้ดันมีคนจากห้องนี้เสียชีวิตอีกแล้ว ห้องนี้คงไม่ได้มีอะไรน่ากลัว หรอกใช่ไหม?”
เมื่อเธอพูดแบบนั้น ทุกคนก็นึกขึ้นได้ว่า เจ้าของห้อง 2217 คน ก่อนเป็นคู่สามีภรรยาไร้บุตร ฝ่ายชายวางยาพิษเจียงเหมยเหมย จนถึงแก่ความตาย ต่อมาเขาถูกตำรวจตัดสินประหารชีวิต
“หรือว่าวิญญาณของเจียงเหมยเหมยจะยังอยู่ที่ห้อง 2217?” มี คนถามขึ้นด้วยความหวาดกลัว
“โอ๊ย อย่ามาหลอกกันเลยนะ แค่นี้ก็กลัวจะตายอยู่แล้ว”
“ก็เป็นไปได้นะ! ไม่งั้นทำไมถึงมีเหตุการณ์คนตายเร็วขนาดนี้
ล่ะ? อาจจะเป็นเพราะวิญญาณของเจียงเหมยเหมยโกรธแค้นมาก เลยยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด” คนหนึ่งพูดพึมพำด้วยความงมงาย
ป้าเฝิงตบหน้าอกตัวเอง “หยุดพูดเถอะ ฉันกลัวแล้ว ทำไมถึง เฮี้ยนได้ขนาดนี้นะ? ห้อง 2217 น่ากลัวจริง ๆ!”
ชายวัยกลางคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เลย “พูดเรื่องไร้สาระอะไร แม้ว่าเจียงเหมยเหมยจะเป็นวิญญาณร้าย แต่หลี่เซียนก็ตายไปแล้ว เธอควรจะไปผุดไปเกิดได้แล้วสิ”
“แล้วทำไมเธอยังอยู่ที่ห้อง 2217 ล่ะ?” มีคนถามเบา ๆ
อีกคนพูดขึ้นว่า “หรือว่าเธอจะยังโกรธแค้นเรื่องที่เราทะเลาะกับ เธออยู่ และคิดจะล้างแค้นพวกเราทุกคน?”
ทันทีที่บุคคลนี้พูดจบ ทุกคนก็แข็งค้างและขนลุกซู่
“เฮ้ย ๆ ๆ อย่ามาพูดมั่ว ๆ นะ ใจเย็นลงก่อน! พวกเราทุกคนยังมี ชีวิตที่ดีอยู่ไม่ใช่เหรอไง? ตอนนี้มีผู้เช่ารายใหม่เสียชีวิต และมันไม่ เกี่ยวอะไรกับเราเลย” ป้าเฝิงพูด
ชายคนนั้นขมวดคิ้ว “หรือว่าเธอไม่อยากให้คนอื่นอยู่ที่ห้องของ เธอหรือเปล่า?”
ในเวลานี้ คุณหมอถอดหน้ากากออกและพูดว่า
“ทุกคนหยุดเดามั่วซั่วได้แล้ว กลับเข้าไปในห้องเถอะครับ”
เซียวฮ่วนฮ่วนเช็ดน ้าตาด้วยสีหน้าหม่นหมอง เธอเคยได้ยินเรื่อง ของคู่สามีภรรยาที่เคยอยู่ห้องนี้ แต่เธอก็ไม่กลัว ถ้าคู่สามีภรรยาไม่ ตาย พวกเขาก็คงไม่มีโอกาสมาอยู่ในเมืองบันเทิงแห่งนี้
“ดื่มได้ขนาดนี้ ถือว่าดื่มเก่งไม่เบาเลยนะ” หมอคนหนึ่งพึมพำ
เมื่อได้ยินหมอพูดแบบนั้น เซียวฮ่วนฮ่วนก็ยิ่งโศกเศร้ากว่าเดิม ขณะที่กำลังร้องไห้ เธอก็เหลือบไปเห็นคนรู้จักมายืนอยู่ข้าง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยมองเซียวฮ่วนฮ่วนด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ พร้อมยื่น กระดาษทิชชูให้อย่าง ‘เอาใจใส่’