ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 323 คุณปู่จี้ถูกวางยาพิษ
เซียวหมิงเยวี่ยยังคงนั่งร่วมโต๊ะกับจี้ซานซาน ขณะที่จี้เหวินซีนั่ง อยู่ที่โต๊ะของคุณปู่ ซึ่งโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยบุคคลสำคัญ จี้ซานซานเป็น เด็กรุ่นหลัง และชอบนั่งกับเพื่อน ๆ ของเธอมากกว่า อีกทั้งต้องการ ดูแลเซียวหมิงเยวี่ยเป็นการส่วนตัวด้วย
เพียงแต่เซียวหมิงเยวี่ยไม่รู้เท่านั้น
อาหารที่เสิร์ฟในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครั้งนี้เลิศหรูเกินกว่าจะ จินตนาการได้
เซียวหมิงเยวี่ยถือว่าเป็นคนที่ผ่านโลกมาพอสมควรแล้ว แต่เธอ ก็ยังอดอึ้งไม่ได้
“นี่คือซุปปลาสากครีบแดงใช่ไหม?”
แม้ว่าจะเป็นคำถาม แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็ค่อนข้างมั่นใจ
ในหม้อต้มขนาดเล็กเต็มไปด้วยซุปปลาสีแดงอ่อน ชิ้นเนื้อปลาสี แดงนอนนิ่งอยู่โดยไม่มีเครื่องปรุงรสเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เสียรสชาติ ดั้งเดิมของเนื้อปลา ขณะที่มันสิ่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ
ทุกคนในงานได้รับหม้อต้มคนละหนึ่งใบ ถึงแม้ว่าจะได้เนื้อปลา เพียงชิ้นเล็ก ๆ แต่ไม่มีใครบ่นว่าน้อย เพราะว่าเนื้อปลาสากครีบแดง ชิ้นเล็กนี้ถือว่าหรูหรามาก ๆ แล้ว
ก่อนหน้านั้นตอนน ้าท่วม พวกเขายังพอจะใช้เงินซื้อปลาสาก ครีบแดงมากินได้บ้าง แต่พอเข้าหน้าหนาว ปลาสากครีบแดงก็หา ยากเหมือนสัตว์สูญพันธุ์ ต่อให้มีเงินเป็นล้านก็หาซื้อไม่ได้
จี้ซานซานตักซุปปลาขึ้นมาทานหนึ่งคำ “ใช่ค่ะ ได้ยินมาว่า ห้องปฏิบัติการบุกผ่านเทคโนโลยีใหม่ และในที่สุดก็เลี้ยงปลาสาก ครีบแดงได้แล้ว แถมยังสามารถผสมพันธุ์ปลาจนมีลูกปลาตัวเล็กอีก มากมาย บางทีสักวันหนึ่งเราอาจจะหาปลาสากครีบแดงมาทานได้ อย่างอิสระ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มโดยไม่พูดอะไร เทคโนโลยีใหม่อะไรกันล่ะ ก็ แค่ซื้อน ้าจากเธอไปหลายตันไม่ใช่เหรอ? รวม ๆ แล้วน่าจะประมาณ ยี่สิบตันแล้ว
เธอยังคงสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ พวกเขาถึงขอซื้อน ้าจากเธอไป ทีเดียวถึงสิบห้าตัน ที่แท้ก็เพราะปลาสากครีบแดงคลอดลูกและ ต้องการพื้นที่ที่กว้างขึ้น
คนที่มาซื้อน ้ายังบอกอีกว่า ผสมน ้าประปาลงไปหนึ่งในสาม ผลลัพธ์ก็ไม่ด้อยลงเลย ปลาสากครีบแดงยังคงแข็งแรงสมบูรณ์
เมื่ออู๋ม่านกลับมาจากห้องน ้า ก็แทบรอไม่ไหวที่จะถามว่า
“ซานซาน เธอบอกพี่ชายแล้วหรือยัง แล้วเขาว่ายังไงบ้าง?”
“บอกแล้ว พี่ชายฉันส่งคนไปตามหาว่านโม่ลี่ และคอยจับตาดู เธอเพื่อป้องกันไม่ให้สร้างปัญหา” จี้ซานซานตอบ
อู๋ม่านถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ดีแล้วล่ะ เธอเพิ่งจะแท้งลูก ไป ร่างกายกำลังอ่อนแอ คงไม่สามารถสร้างปัญหาอะไรได้ในตอนนี้”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดว่าว่านโม่ลี่เปรียบเสมือนงูพิษที่แอบซ่อนตัวใน เงามืด กลัวว่าวันหนึ่งหล่อนจะโผล่ออกมาและฉกเป้าหมายอย่างแรง โดยไม่ทันตั้งตัว
คนชั่วร้ายมักยอมทำทุกอย่างโดยไม่เกี่ยงวิธี
หากเป็นเธอ คงจัดการอีกฝ่ายให้สิ้นซากไปนานแล้ว จบเรื่องจบ ราว ไม่มีอะไรให้กังวลอีกต่อไป ไม่ต้องมาคอยหวาดระแวงว่าจะโดน แทงข้างหลัง
ท้ายที่สุดเธอไม่เคยใจอ่อนให้กับคนเจ้าเล่ห์แบบนี้เลย
แต่ในเมื่อจี้เหวินซีทราบเรื่องนี้แล้ว จึงไม่น่ามีเรื่องวุ่นวายอะไร เกิดขึ้น
จี้ซานซานมองไปที่เซียวหมิงเยวี่ย จากนั้นมองไปที่อู๋ม่าน
“ม่านม่าน วันนี้เธอดูแปลกไปนิดหน่อยนะ”
โดยปกติแล้ว สายตาของอู๋ม่านจะต้องตามติดอยู่กับจี้เหวินซี ปากพร ่าเพ้อถึงพี่ชายของเธอตลอดเวลา แต่ว่าวันนี้อีกฝ่ายกลับ ไม่ได้พูดถึงหรือสนใจพี่ชายของเธอเลย
จี้ซานซานคิดหนัก และตัดสินใจที่จะช่วยว่าที่พี่สะใภ้แก้ปัญหาที่
เธอเป็นกังวล เธอคิดว่าเซียวหมิงเยวี่ยวางตัวเงียบขรึมเพราะไม่ ต้องการสร้างปัญหา
อู๋ม่านนั้นแหละคือปัญหา แม้ว่าจี้ซานซานกับอู๋ม่านจะเป็นเพื่อน ที่ดีต่อกัน แต่เธอก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายดื้อรั้นเกินไป
“เธอหมายถึงพี่ชายเธอเหรอ?” อู๋ม่านถาม
จี้ซานซานนิ่งงันไปชั่วครู่ “อืม”
อู๋ม่านลูบผมลอนใหญ่ของเธอแล้วพูดอย่างใจเย็น
“พี่ชายไร้ค่าของฉันทำให้ฉันเข้าใจผู้ชายมากขึ้น ช่วงนี้ฉันเริ่ม คิดได้หลายต่อหลายอย่าง สุดท้ายฉันก็คือคุณหนูใหญ่ของตระกูลอู๋ ผู้มีชีวิตสุขสบายไร้ความกังวล ไปไหนมาไหนมีหรือที่ไม่โดนยกยอ? ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ชอบฉัน เหตุใดฉันจึงต้องทำตัวเหมือนหมาเลียเท้า และลดคุณค่าตัวเอง? หากทำแบบนั้น แล้วฉันจะแตกต่างอะไรกับว่าน โม่ลี่?”
อู๋ม่านยักไหล่ “เพราะงั้น ช่างมันเถอะ! พี่ชายของเธอเป็นคนดี แต่เขามีรสนิยมไม่ดี ถ้าเขาไม่ชอบฉันก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ยังมีผู้ชาย อีกมากมายบนโลกนี้”
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดเคี้ยวอาหารในปาก และโล่งใจที่ในที่สุดหญิง สาวคนนี้ก็คิดได้
“เป็นเรื่องดีที่เธอเข้าใจ การทำตัวเป็นหมาเลียเท้าจะทำให้เธอดู เป็นคนน่ารังเกียจ เพราะได้สูญเสียเสน่ห์ด้านบุคลิกภาพไปจนหมด” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเรียบ
ครั้งนี้อู๋ม่านแทบไม่ได้โต้แย้งเลย
“ไม่เลวเลยใช่ไหม ตอนนี้ฉันก็กลับมาเป็นคนสวยที่เปล่งประกาย ออร่าระยิบระยับอีกครั้งแล้วสินะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเธออย่างพิจารณา “ก็พอใช้ได้”
“นี่! หมายความว่าไงที่บอกว่าพอใช้ได้น่ะ?” อู๋ม่านยืนตัวตรงสอง มือค ้าสะโพก
จี้ซานซานรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “ช่างมันเถอะน่า วันดี ๆ แบบนี้
ห้ามทะเลาะกันนะ”
“คนเรามันก็ต้องขึ้นอยู่กับวาสนา แสดงว่าพี่ชายฉันมีคู่แท้ของ เขา เธอเองก็มีคู่แท้ของเธอ ถ้าไม่ใช่ก็ฝืนไม่ได้ พวกเธอต่างก็เป็นคน ดีและเก่งกันทั้งคู่นั่นแหละ”
อู๋ม่านถอนหายใจเบา “ซานซาน เธอพูดถูกนะ ตอนนี้พอมอง ย้อนกลับไป ฉันรู้สึกว่าตัวเองดูไร้ค่าจริง ๆ เหมือนกับว่านโม่ลี่ที่คอย วิ่งไล่ตามผู้ชาย น่าอายเหลือเกิน”
“ไร้ค่าตรงไหน? เมื่อก่อนเธอทุ่มเทให้กับความรัก เธอกล้า เผชิญหน้า ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่ามันไม่ใช่ เธอก็ตัดสินใจเลิกเด็ดขาด
ไม่ฝืนยืดเยื้อต่อไป เธอเจ๋งมากนะ อย่างน้อยเธอก็เป็นคนเปิดเผย ฉัน ไม่เคยคิดว่าเธอเหมือนว่านโม่ลี่เลยสักนิด” จี้ซานซานปลอบโยน
อู๋ม่านโอบกอดจี้ซานซานด้วยความซาบซึ้ง ก่อนพูดออดอ้อนว่า
“ซานซาน เธอแสนดีเหลือเกิน ไม่เคยรู้เลยว่าภาพลักษณ์ของ ฉันในใจเธอจะดีขนาดนี้ พูดจนฉันจะร้องไห้แล้ว”
เพื่อนทั้งสองคนพูดคุยอย่างสนิทสนม ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกิน อาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจใคร
ระหว่างทานอาหาร เธอเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่สวมชุดเช ฟแวบผ่านเข้าไปที่มุมมืดไม่สะดุดตา
ทำไมคนครัวถึงมาที่ห้องโถงจัดเลี้ยงล่ะ? ถ้าจะมาส่งอาหารก็ควร เป็นพนักงานเสิร์ฟสิ
บางทีอาจออกมาดูเฉย ๆ ก็ได้ เซียวหมิงเยวี่ยสลัดความคิดทิ้ง และซดน ้าซุปต่อไป
ทั้งที่เป็นปลาสากครีบแดงแบบเดียวกัน และไม่ได้ใส่เครื่องเคียง พิเศษอะไรเพิ่มเติม แต่ทำไมถึงเคี่ยวออกมาได้อร่อยขนาดนี้กันนะ?
มันรสชาติดีกว่าปลาที่เธอปรุงเองมาก
เนื้อปลาก็เช่นกัน เป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่เหนียวนุ่มจนอยากกลืนลิ้น ลงท้องไปด้วย อร่อยจนแทบจะละลายในปาก
เชฟก็คือเชฟ สมแล้วที่เชฟมืออาชีพ ฝีมือดีมากจริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยชื่นชมอยู่ในใจ ทานเพียงไม่กี่คำ เธอก็ดื่มน ้าซุป ปลาในหม้อจนหมดเกลี้ยง
“บะหมี่อายุยืน*[1]มาแล้ว~”
ด้วยเสียงตะโกนที่ดังขึ้น บะหมี่อายุยืนหนึ่งชามถูกวางบนรถเข็น อาหารที่เคลื่อนตัวออกมาช้า ๆ ทุกคนต่างหันไปมองที่โต๊ะหลัก
บะหมี่อายุยืนนี้สำหรับเจ้าของวันเกิด การทานบะหมี่อายุยืน หมายถึงการมีอายุยืนยาว สุขสมหวัง เป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง เจ้าของ วันเกิดจึงต้องทานบะหมี่อายุยืนให้หมด
บะหมี่อายุยืนในชามมีไม่มากนัก เพราะยังมีอาหารอื่น ๆ ทานอีก จึงไม่ควรอิ่มตั้งแต่ทานบะหมี่ชามนี้
ในชามพอร์ซเลนสีขาวขนาดเล็ก น ้าซุปของเส้นหมี่ใสสะอาด ปรุงด้วยกระดูกปลาสากครีบแดง เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มนอนขดอยู่ใน ชาม มีหยดน ้ามันลอยอยู่ประปราย ประดับประดาด้วยต้นหอมสีเขียว สด
นี่คือบะหมี่อายุยืน
“มาแล้ว บะหมี่อายุยืนร้อน ๆ” ชามบะหมี่ถูกนำมาวางบนโต๊ะ
ผู้กำกับเหยียนพูดเล่นกับอาจารย์ที่เคารพของตัวเอง
“อาจารย์ บะหมี่อายุยืนทำจากเส้นเดียว คุณห้ามกัดขาดนะ ต้อง ทานให้หมดในรวดเดียว พวกเรากำลังมองอยู่ข้าง ๆ เพราะงั้นห้าม โกงนะครับ”
คนอื่น ๆ พากันหัวเราะครืน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น และสมานฉันท์
แววตาของคุณปู่จี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส “เจ้าเด็กนี่ บะหมี่อายุ ยืนแค่นี้ยังไม่พออุดช่องว่างระหว่างฟันของฉันเลย ฉันจะทานมันให้ หมดในรวดเดียวให้ดูเอง”
โชคดีที่บะหมี่อายุยืนมีไม่มาก ประมาณสองสามคำ คุณปู่จี้ทาน ทั้งเส้นและน ้าซุปจนหมดเกลี้ยง
เมื่อคุณปู่จี้ทานเสร็จ ทุกคนต่างกล่าวคำอวยพรอย่างเป็นสิริ มงคล หลังทานบะหมี่อายุยืนแล้ว ก็จะมีอายุยืนยาวดุจภูเขาทางทิศใต้
คุณปู่จี้กล่าวขอบคุณสองสามประโยค ทุกคนต่างพูดคุยกัน อย่างสนุกสนาน
“ท่านนายพลอาวุโส หลานชายและหลานสาวของคุณยอดเยี่ยม เหลือเกิน ทั้งเก่ง ทั้งกตัญญู พวกเราอิจฉาคุณมากเลยครับ ขอให้ ท่านได้พักผ่อนอย่างมีความสุขในบั้นปลายชีวิตนะครับ!”
คุณปู่จี้โบกมือ “รอจนเขาแต่งงานมีครอบครัวแล้วนั่นแหละ ฉัน ถึงจะได้พักผ่อนอย่างแท้จริง”
“ฟังท่านพูดเข้าสิ เสี่ยวจี้ทั้งหล่อทั้งเก่ง มีคนต่อคิวอยากแต่งงาน กับเขาเยอะแยะ เสี่ยวจี้เองก็อย่าตั้งมาตรฐานสูงขนาดนั้นสิ”
บรรดาผู้ใหญ่แซวจี้เหวินซี แม้จะเป็นประธานบริษัทจี้กรุ๊ป แต่ต่อ หน้าผู้หลักผู้ใหญ่ เขาก็หนีจากการถูกเร่งรัดให้แต่งงานไม่ได้
จี้เหวินซีมองดูผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาทานอาหาร อย่างเอร็ดอร่อย เขายักไหล่พลางยิ้มมุมปาก
ขณะกำลังอ้าปากคิดกล่าวคำ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคร ่าครวญ เบา ๆ จากคุณปู่จี้
เขาเห็นคุณปู่จี้มีสีหน้าทรมาน ยกมือกุมหน้าอก คิ้วขมวดแน่น หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น
ใบหน้าจี้เหวินซีตึงเครียด รีบเข้าไปประคองชายชรา
“คุณปู่ครับ? เป็นอะไรไป รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
ทุกคนตกใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับคุณปู่จี้อย่าง กะทันหัน ต่างเข้ามารุมล้อมถามไถ่ด้วยความห่วงใย
คุณปู่จี้กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่กลับมีเลือดไหลซึมออกมาจาก มุมปาก
เมื่อเห็นเลือดสีแดงสด จี้เหวินซีตกใจจนหน้าซีดเผือด ตะโกนสั่ง ว่า “รีบโทรเรียกหมอมาเร็ว!”
“ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้”
เลขาฯหานรีบคว้าโทรศัพท์มือถือ โทรหาทั้งหมอในเมืองบันเทิง และหมอประจำตระกูลจี้ให้รีบมาโดยด่วน ทุกคนต่างตกใจกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างมาก
บรรยากาศภายในงานตึงเครียด จนไม่มีใครกล้ากินอะไรต่อ
[1] บะหมี่อายุยืน ฉางโซว่เมี่ยน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ‘หมี่ซั่ว’ เป็นอาหารที่ชาวจีนนิยมรับประทานกันในวันเกิด ด้วยความเชื่อที่ว่า ทานแล้วจะทำให้อายุยืน