ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 322 ชิงลงมือก่อน ฆ่าเธอซะ
เมื่อชายชราสังเกตเห็นเซียวหมิงเยวี่ย เขาเผยรอยยิ้มอันอบอุ่น และใจดี ทำไมเธอถึงไปนั่งไกลขนาดนั้น?
แต่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเว่ยจวินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เซียวหมิง เยวี่ย และทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่อง อะไรกันอยู่
รอยยิ้มของคุณปู่จี้ค่อย ๆ เลือนหายไป เขาส่งสัญญาณให้จี้ซาน ซานด้วยสายตาบอกเป็นนัย ไปดูแลผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตหลานซะ
เมื่อเด็กสาวเห็นฉากนั้น เธอก็กลายเป็นไก่แม่ที่หวงลูกน้อย เดิน ตรงไปหาเซียวหมิงเยวี่ยอย่างรวดเร็ว
“พี่หมิงเยวี่ย ทำไมถึงมานั่งอยู่ที่นี่คะ ตรงนี้ไกลเกินไป เดี๋ยวคน อื่นจะมองว่าฉันละเลยพี่เอาได้ ไปนั่งกับฉันตรงนู้นเถอะ!”
จี้ซานซานยิ้มแย้มแจ่มใส พูดกับเว่ยจวินว่า “ขออภัยนะคะ”
“เอ่อ…” เว่ยจวินไม่รู้จะพูดอะไร
เซียวหมิงเยวี่ยถูกจี้ซานซานลากออกไปด้วยสีหน้าสับสน
“ฉันนั่งตรงนี้ก็ได้ เธอจะพาฉันไปไหน?”
“แน่นอนว่าไปนั่งกับฉันไง คุณปู่อยากเจอพี่นะ” จี้ซานซาน กะพริบตา
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกสับสนและงุนงง ทำไมคุณปู้จี้ถึงอยากเจอเธอ นะ? แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจตามจี้ซานซานไป เพราะไม่อยากเสีย มารยาท
“คุณปู่ นี่คือพี่หมิงเยวี่ยค่ะ” จี้ซานซานกล่าว
เซียวหมิงเยวี่ยกล่าวอวยพรอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะคุณปู่ ขออวย พรให้คุณปู่มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว และสมหวังในทุกสิ่งนะคะ”
คุณปู่จี้ยิ้มอย่างใจดีและพูดว่า “ดี ดี ฉันขอรับคำอวยพรจากแม่ หนูคนนี้ ทุกสิ่งอย่างในภายภาคหน้าจะเป็นไปตามคาดหวังทุก ประการ!”
“แม่หนู ไปนั่งไกลขนาดนั้นทำไม? เธอช่วยชีวิตซานซานไว้ และ สนิทกับเหวินซีด้วย ไม่ต้องเกรงใจนะ มานั่งกับซานซานนี่แหละ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มตอบ “ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณปู่”
เธอหันไปมองจี้เหวินซีโดยไม่รู้ตัว ชุดสูทที่ตัดเย็บพอดีตัวยิ่งทำ ให้เขาดูสง่างาม อบอวลไปด้วยกลิ่นอายคุณชายตระกูลร ่ารวย เขา กำลังมองมาที่เธอเช่นกัน พร้อมเผยรอยยิ้มอย่างมีนัย
จะมองมาทำไมเนี่ย? เซียวหมิงเยวี่ยบ่นในใจ
“คุณปู่จี้!”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งช่วยคลายความอึดอัดใจของเซียวหมิงเยวี่ย
เป็นอู๋ม่านนั่นเอง
อู๋ม่านยิ้มอย่างสดใส “คุณปู่จี้ ขออวยพรให้คุณปู่มีสุขภาพ แข็งแรง มีบุญวาสนามากมาย อายุยืนยาวนะคะ”
เวลาเดียวกัน พ่อแม่ของอู๋ม่านเดินตามเข้ามาด้วยรอยยิ้มแจ่มใส
“คุณอา สุขสันต์วันครบรอบวันเกิด ขอให้สุขภาพคุณอาดีขึ้น เรื่อย ๆ”
“ดี ดี พวกเธอสองคนมาด้วยเหรอ?” คุณปู่จี้ทักทาย
คุณปู่จี้และจี้เหวินซียุ่งกับต้อนรับแขก ส่วนจี้ซานซานก็ดึง เซียวหมิงเยวี่ยและอู๋ม่านมานั่งที่โต๊ะ ก่อนถามขึ้นด้วยความ กระตือรือร้น
“ม่านม่าน ฉันได้ยินมาว่าว่านโม่ลี่แท้งลูกหรือ? ทำไมเธอถึงดูมี ความสุขขนาดนั้น รีบเล่ามาเลยนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหูผึ่ง มีข่าวลืออะไรอีกแล้วเหรอ?
อู๋ม่านนั่งหลังตรงท่าทางสงบนิ่ง แต่ไม่อาจปกปิดรอยยิ้มบน ใบหน้าได้ แสดงให้เห็นว่าเธอกำลังมีความสุขแบบสุด ๆ
“พวกเธอรู้จักดาราที่ชื่อหนานไต้ใช่ไหม? สามีของเธอติดการ พนันอย่างหนัก และเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ เขาถึงกับบังคับให้เธอไป ขายตัว ฉันรู้สึกสงสาร เลยจ้างคนไปจัดการสามีของเธอ แล้วมอบ เงินแก่เธอไปก้อนหนึ่ง
ฉันเสนอเงื่อนไขกับเธอว่าต้องทำให้พี่ชายของฉันหลงรัก และ เธอก็มีความสามารถมากจริง ๆ ทำให้พี่ชายของฉันหลงหัวปักหัวปำ ว่านโม่ลี่ร้อนรน เพื่อที่จะเอาชนะใจพี่ชายของฉัน เธอถึงกับ…”
ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ “อะแฮ่ม เอาเป็นว่าพวกเขาสุดเหวี่ยง เกินไป และรักษาเด็กไว้ไม่ได้ แม้จะน่าเสียใจเรื่องเด็กคนนั้น แต่ฉันก็ ดีใจมากที่พี่ชายกับว่านโม่ลี่เลิกรากันแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยเคยเห็นดาราที่ชื่อหนานไต้มาก่อน ตอนที่มีงาน เลี้ยงต้อนรับแขกของเมืองบันเทิง หนานไต้ถูกรับเชิญให้มาร้องเพลง บนเวที
ภายหลังตอนอยู่ในห้องน ้า เธอได้ยินหนานไต้คุยโทรศัพท์โดย บังเอิญ เธอตะโกนใส่คนในสายว่ากล้าเรียกตัวเองว่าผู้ชายอีกเหรอ?
ซึ่งน่าจะด่าสามีของเธอ
ความงามของว่านโมลี่เปรียบเสมือนหญิงงามที่สวยงามและดู โดดเด่นเฉพาะสถานที่นั้น เธอถือเป็นผู้หญิงที่สวยในหมู่คนธรรมดา อย่างไรก็ตามหนานไต้เป็นดาราสาวพราวเสน่ห์ ใบหน้าของเธอโดด เด่นแม้อยู่ท่ามกลางสาวงามนับไม่ถ้วน ซึ่งเรียกได้ว่าไร้ที่ติ
เมื่อเปรียบเทียบกับดาราสาวแสนสวย ว่านโม่ลี่นั้นด้อยกว่าใน ทุกด้านอย่างเห็นได้ชัด ไม่น่าแปลกใจเลยที่พี่ชายของอู๋ม่านจะ หลงใหลหนานไต้มาก จนยอมละทิ้งเธอโดยไม่ลังเล
ผู้ชายที่สามารถจีบได้ง่าย ๆ ย่อมถูกคนอื่นฉกฉวยไปอย่าง ง่ายดายเช่นกัน ผู้ชายมักเบื่อง่ายหน่ายเร็ว ยิ่งเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ หวังว่าว่านโม่ลี่คงจะคิดเรื่องนี้ได้
“สามีของหนานไต้แซ่หยางใช่ไหม?” เซียวหมิงเยวี่ยถามอย่าง สงสัย
อู๋ม่านพยักหน้า “ใช่ เขาแซ่หยาง ดูเหมือนว่าจะชื่อหยางจี้ เคย เป็นนักแสดงด้วย แต่เป็นแค่ดาราประกอบ เป็นพวกผู้ชายที่เลี้ยงชีพ ด้วยการเกาะผู้หญิงกิน น่าขยะแขยงจริง ๆ”
เมื่อได้เช่นนั้น เซียวหมิงเยวี่ยก็ยิ่งมั่นใจว่าการคาดเดาของเธอ นั้นถูกต้อง
จี้ซานซานตกตะลึงจนพูดไม่ออก
“ว่าแล้วเชียว ไม่น่าแปลกใจเลยที่สองสามวันก่อนว่านโม่ลี่ส่ง ข้อความมาหาฉันรัว ๆ บอกว่าเธอทำผิด และขอให้ฉันช่วยเธอ ตอน นั้นฉันยุ่งกับงานเลี้ยงวันเกิดของคุณปู่ เลยไม่มีเวลามาสนใจ”
เธอรีบคว้าโทรศัพท์มือถือ เปิดรายชื่อผู้ติดต่อที่ถูกบล็อก พบว่า ว่านโม่ลี่ส่งข้อความมาให้เธอหลายร้อยข้อความ
ข้อความเหล่านั้นเต็มไปด้วยคำขอโทษ คำวิงวอน และสุดท้าย กลายเป็นคำด่าทอด้วยความโกรธเคือง
[ขอโทษนะซานซาน เธอช่วยยกโทษให้ฉันได้ไหม? …]
[ได้โปรดเถอะซานซาน เธอลืมความสัมพันธ์ของเราในฐานะ เพื่อนรักไปแล้วเหรอ…]
[ยังไงฉันก็เคยเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอนะ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะ เลือดเย็นขนาดนี้ ระวังจะได้รับผลกรรมนะ แค่เป็นคุณหนูตระกูลจี้
หน่อย ก็ดูแคลนฉันแล้วเหรอ? ฮึฮึ รอดูเถอะ!]
อู๋ม่านหัวเราะเยาะ “ก็เพราะเห็นว่าพี่ชายฉันเปลี่ยนใจ ลูกที่เธอ ใช้เป็นเครื่องมือต่อรองก็ไม่มีแล้ว เลยร้อนรนอยากหาผู้ชายใหม่มา เกาะ เพราะทนไม่ได้ที่จะต้องละทิ้งชีวิตที่หรูหราแบบนี้ไป”
“ทำไมฉันถึงรู้สึกกลัวจัง พี่หมิงเยวี่ยคิดเหมือนกันไหม? ดู เหมือนเธอจะข่มขู่ฉัน คงจะไม่มาเอาคืนฉันหรอกใช่ไหม? เรื่องนี้
เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย ถ้าจะโกรธใครสักคนก็ควรไปโกรธหนานไต้ กับอู๋ซั่งหนานสิ”
จี้ซานซานหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเธอเลย สักนิด เธอไม่ได้ไปแย่งอู๋ซั่งหนานมาสักหน่อย? และไม่ได้เป็นสาเหตุ ให้ว่านโม่ลี่แท้งลูก แล้วทำไมถึงต้องมุ่งเป้ามาที่เธอแบบนี้?
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและเปิดเผยความจริง
“เพราะเธอคนนั้นทั้งเย่อหยิ่งและด้อยกว่า จึงทั้งอิจฉาและเกลียด ชังซานซานที่เกิดมาพร้อมกับทุกอย่างที่เธอใฝ่ฝัน ถ้าช่วยเธอ เธอก็ จะเกลียด แต่ถ้าไม่ช่วย เธอก็ยิ่งเกลียดกว่าเดิม ตอนนี้ว่านโม่ลี่กำลัง
ตกเดือดร้อน พอปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเธอ ซานซานก็เลยกลายเป็น คนชั่วร้ายในสายตาไปทันที”
ธรรมชาติของมนุษย์นั้นช่างซับซ้อน ทั้งโสโครก และน่ารังเกียจ
สรุปแล้ว สาเหตุหลักมาจากความเหลื่อมล ้าทางฐานะระหว่าง เพื่อน บวกกับความอิจฉาและความเกลียดชังที่รุนแรงของว่านโม่ลี่ ส่งผลให้จิตใจของเธอเสียสมดุล
เธอต้องการใช้ประโยชน์จากจี้ซานซาน เพื่อใช้ชีวิตหรูหราที่เธอ ไม่เคยได้สัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็เกลียดจี้ซานซาน รู้สึกไม่พอใจ ที่เพื่อนมีชีวิตที่ดี
จี้ซานซานหัวเราะออกมาด้วยความโมโห เธอเติบโตมาใน ครอบครัวที่อบอุ่น ล้อมรอบด้วยสิ่งดีงาม จึงไม่เข้าใจความชั่วร้าย ของมนุษย์
“แล้วทำไมถึงต้องเกลียดฉันด้วยล่ะ? คนรวยมีถมไป ครอบครัว ของโม่ลี่เองก็ร ่ารวย ทำไมถึงต้องมาเกลียดฉันด้วย?”
เซียวหมิงเยวี่ยชี้ไปที่ประโยคสุดท้ายในข้อความจากว่านโม่ลี่
“ใครบอกให้เธอไปสนิทกับผู้หญิงคนนั้นเองล่ะ ไม่ใช่ว่าสนิทกับอู๋ ม่านมากกว่าเหรอ”
จี้ซานซานพูดด้วยความประหลาดใจว่า “มันเหมือนกับบอกว่า การที่ฉันไปเป็นเพื่อนกับเธอ ฉันก็เลยโชคร้ายแบบนี้เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยและอู๋ม่านพูดตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ใช่”
หลังจากเหตุการณ์ที่ไปเล่นสกีครั้งล่าสุด ความสัมพันธ์ระหว่าง เธอกับอู๋ม่านก็ดีขึ้นมาก
เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มเข้าใจกับบุคลิกนิสัยของอู๋ม่านมากขึ้นด้วย อู๋ ม่านเป็นเพียงหญิงสาวเอาแต่ใจที่ชอบให้คนอื่นติดตามเธอ แม้ว่าเธอ จะหงุดหงิดง่าย แต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร
จี้ซานซานหน้าแดงก ่า “บ้าที่สุด ฉันจะไปบอกพี่ชาย”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างจริงจัง “บอกพี่ชายอย่างเดียวไม่พอ หรอกนะ แต่ต้องลงมือก่อน ผู้หญิงคนนั้นต้องการแก้แค้นเธอไม่ใช่ เหรอ อย่าปล่อยให้หล่อนมีโอกาสเด็ดขาด”
สิ้นเสียง เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองอู๋ม่าน “เธอก็เช่นกัน ทุกคนใน ตระกูลอู๋ของเธอล้วนอยู่ในความเสี่ยง รวมถึงหนานไต้ จากข้อความ เหล่านี้ เราต่างก็เห็นแล้วว่าว่านโม่ลี่มีความแค้นฝังใจและพร้อมที่จะ ตอบโต้ ตอนนี้เธอเหมือนกับสุนัขจนตรอก มนุษย์ที่ไม่มีทางออก ย่อมต้องเกิดความรู้สึกอยากแก้แค้นอย่างรุนแรง พวกเธอทุกคนต้อง ระวังตัวไว้ให้ดี”
ใบหน้าของอู๋ม่านซีดลง “น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ? เธอจะกล้า ถึงขนาดลงมือฆ่าฉันเลยงั้นหรือ? ฉันไม่ได้ไปฆ่าลูกของเธอสักหน่อย
ฉันแค่ไม่อยากให้เธอเข้ามาอยู่ในบ้าน ส่วนหลานชายฉันก็ยังรักอยู่ แต่เธอช่างไม่รู้จักหักห้ามใจตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ท้องอยู่ก็ไม่ระวังตัว”
จี้ซานซานขมวดคิ้วเล็กน้อย ถามขึ้นอย่างจริงจังว่า
“พี่หมิงเยวี่ย ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง?”
“ถ้าเป็นฉันหรือ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเล่นกับแก้วคริสตัลในมือพูดตอบอย่างแช่มช้า
“ชิงลงมือก่อน ฆ่าเธอซะ”
จี้ซานซานกับอู๋ม่านต่างตะลึงงัน ดวงตาเบิกกว้าง ปากพะงาบ ๆ พยายามกล่าวคำ แต่สุดท้ายก็พูดไม่ออก
เซียวหมิงเยวี่ยรู้ว่าตนเองทำให้คุณหนูผู้สูงศักดิ์ทั้งสองตกใจกลัว เนื่องจากในชีวิตนี้พวกเธอไม่เคยฆ่าแม้แต่ไก่ด้วยซ ้า
แม้กระทั่งในปีที่สามของวันสิ้นโลก ระเบียบสังคมยังคงวุ่นวาย การฆาตกรรมเกิดขึ้นทั่วทุกหนแห่ง มนุษย์เผยให้เห็นด้านมืดที่ชั่ว ร้าย ต่างจากยุคสมัยที่สงบสุขในอดีต
พวกเธออยู่ภายใต้การปกป้องของครอบครัวเสมอ อาศัยอยู่ใน หอคอยงาช้าง ครอบครัวสร้างกำแพงหนาปิดกั้นพวกเธอออกจาก โลกภายนอกที่โหดร้าย ทำให้พวกเธอใช้ชีวิตเหมือนเจ้าหญิงน้อยไร้ เดียงสา
ขนาดว่านโม่ลี่ยังอิจฉาริษยา แล้วนับประสาอะไรกับคนทั่วไป
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อยและพูดต่อ
“แค่พูดล้อเล่นน่ะ ซานซาน เธอต้องรีบบอกเรื่องนี้กับพี่ชาย หา บอดี้การ์ดมาคุ้มกันเผื่อไว้ก่อน เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ห้ามเปิด โอกาสให้หล่อนได้ลงมือโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะเป็นปัญหาใหญ่ แน่”
จี้ซานซานและอู๋ม่านมองหน้ากัน “อื้อ!”