ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 325 ใครคือฆาตกร?
จี้เหวินซีก้าวขาเรียวยาวเดินไปยังห้องสอบสวนอย่างรวดเร็ว เลขาฯ หานเดินตามมารายงานผลการตรวจสอบ
“อาหารและน ้าในงานเลี้ยงวันเกิดวันนี้ได้รับการตรวจสอบอย่าง เข้มงวดแล้ว พบว่ามีสารพิษเฉพาะในบะหมี่อายุยืนของผู้อาวุโส เท่านั้น เราทำการทดสอบกับน ้าซุปที่เหลืออยู่ในชามและพบสารพิษ ร้ายแรง”
“เราตรวจสอบทุกคนที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงแล้ว ไม่พบผู้ต้องสงสัย ทางเข้าออกของโรงแรมทั้งหมดถูกปิดตาย…”
“บอกประเด็นสำคัญมา” จี้เหวินซีพูดด้วยความหงุดหงิด
“เราพบบุคคลน่าสงสัยในห้องแต่งตัวพนักงานหญิง เธอเป็นแขก ของโรงแรมเมืองบันเทิง แต่สวมชุดเชฟ เธอคือว่านโม่ลี่ อดีตเพื่อน สนิทของคุณหนูซานซาน และเป็นผู้หญิงที่วางยาคุณครั้งก่อน” สี หน้าเลขาฯ หานดูแปลกไปเล็กน้อย
“ผมรู้ ไม่ต้องลงรายละเอียดเพิ่มเติม”
จี้เหวินซีเปิดประตู ก้าวขาเดินเข้าไปด้านใน
ภายในห้องสอบสวน ว่านโม่ลี่ถูกใส่กุญแจมือติดกับเก้าอี้ ใบหน้าซีดเซียว ไร้สีเลือด เธอเพิ่งจะแท้งลูก ร่างกายจึงค่อนข้าง อ่อนแอ
ตรงข้ามกับเธอ มีเจ้าหน้าที่สอบสวนอีกคน
เมื่อเห็นจี้เหวินสีเข้ามา ดวงตาของว่านโม่ลี่วูบไหว ดูแจ่มใสขึ้น เล็กน้อย
ว่านโม่ลี่พูดประชดประชัน “จี้ซานซานล่ะ ทำไมคุณถึงมาคน เดียว?”
จี้เหวินซีตอบสีหน้าเรียบเฉย “เธอไม่อยากมาเจอ”
ว่านโม่ลี่หัวเราะเบา ๆ ด้วยความสะใจ
“ไม่อยากเจอฉัน? ไม่ใช่ว่ากำลังเสียใจจนมาไม่ได้เหรอ? ฮ่า ๆ ๆ สะใจชะมัด! ปู่ของหล่อนตายแล้ว ปู่ของฉันก็เหมือนกัน ฮ่า ๆ ๆ สมควรแล้ว รู้สึกเสียใจใช่ไหม? รู้สึกทรมานใช่หรือเปล่า? กรรมตาม สนอง!”
“พูดมาซะ ว่าทำไมถึงวางยาพิษ มีวัตถุประสงค์อะไร และใครสั่ง เธอมา?”
ว่านโม่ลี่เผยยิ้มสดใสจนดูน่ากลัว “ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ ก็ เพราะฉันเกลียดแก ฉันเกลียดพวกแกทุกคน”
“ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ คุณคือผู้ชายคนเดียวที่ฉันเคยรัก ฉันอยาก เป็นผู้หญิงของคุณจริง ๆ การคบกับอู๋ซั่งหนานก็เพื่อชีวิตที่ดีกว่า เท่านั้น แต่ถ้าพูดถึงความรัก ฉันรักคุณ ต่อให้คุณไม่มีอะไรเลย ฉันก็ จะรักคุณอย่างสุดหัวใจ”
ดวงตาของจี้เหวินซีฉายแววเย็นชา ผสมไปด้วยความรังเกียจ
สายตาของว่านโม่ลี่ที่จ้องมองพลันแข็งกร้าว น ้าเสียงเปลี่ยนไป โดยสิ้นเชิง
“แต่แกล่ะ! ไม่เคยมองตรงมาที่ฉันเลยสักครั้ง แกดูแคลน และ เหยียดหยามฉัน แล้วจะไม่ให้ฉันเกลียดแกได้ยังไง?”
“แล้วจี้ซานซาน หล่อนเคยบอกว่าฉันเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด แต่กลับ ไม่ช่วยกันสักนิด! เป็นเพื่อนประสาอะไร? หล่อนเห็นฉันเป็นอะไรกัน แน่?”
พูดถึงตรงนี้ ว่านโม่ลี่กรีดร้องด้วยความแค้นเคือง
“ฉันเคยรักแกตั้งขนาดนั้น ทำไมถึงได้แจ้งตำรวจให้ฉันต้อง เสื่อมเสียชื่อเสียง? ทั้งหมดเป็นเพราะแก ตระกูลว่านจึงขับไสไล่ส่งฉัน ออกไป แกใจร้ายมาก หัวใจของแกทำขึ้นจากหินหรือไง? ต้องให้ฉัน ตายก่อนใช่ไหมแกถึงจะพอใจ?
ฉันไม่เหมือนพวกแก ไม่ได้มีร่มโพธิ์ร่มไทรของตระกูลใหญ่ แกรู้ ไหมว่าตอนนั้นฉันต้องลำบากตรากตรำแค่ไหน? จี้ซานซานนางตัว ร้ายนั่น รู้ดีว่าฉันทุกข์ทรมานและต้องการความช่วยเหลือ แต่หล่อน กลับนิ่งเฉย มองดูฉันกะเสือกกะสนหาทางเอารอดด้วยการปรนเปรอ ผู้ชาย เห็นฉันเป็นตัวตลกหรือไง? พวกแกคงสะใจมากสินะ?”
ใบหน้าว่านโม่ลี่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “พวกแกคงมีความสุข กันมาก และคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าฉันใช่ไหม? ดูถูกฉันมากใช่ไหม?
ฉันแค่อยากให้พวกแกทุกข์ทรมานบ้าง ขณะที่ชีวิตของฉันแย่ยิ่งกว่า ความตาย แล้วพวกแกมีสิทธิ์อะไรมาจัดงานเลี้ยงหน้าระรื่น!”
“ฮ่า ๆ ๆ พวกแกกลายเป็นเด็กกำพร้าแล้ว แม้แต่ครอบครัวคน สุดท้ายก็ไม่ต้องการแก สมน ้าหน้า!”
เลขาฯ หานสาปแช่งลอดไรฟัน “บ้า! นี่มันบ้าไปแล้ว!”
ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่สอบสวนก็พูดขึ้น
“เราตรวจสอบประวัติของคุณแล้ว ทราบว่าเพิ่งแท้งลูก พ่อเด็ก เป็นลูกชายคนโตของตระกูลอู๋ อู๋ซั่งหนาน คุณคบหากับเขา แต่เขา ไปมีคนใหม่ ซึ่งนำไปสู่การแท้งบุตรในครรภ์ของคุณ หากคุณมี ความแค้นและต้องการแก้แค้น ก็ควรไปแก้แค้นตระกูลอู๋ แต่เหตุใดถึง ละเว้นตระกูลอู๋ไว้ และมาลงมือกับผู้อาวุโสจี้แทน? มีเจตนาใดแอบ แฝงกันแน่ บอกมาตามตรงเถอะ”
ว่านโม่ลี่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางกล่าวเย้ยหยัน
“ใครบอกว่าฉันปล่อยตระกูลอู๋ไป? ลองเดาสิว่าทำไมอู๋ซั่งหนาน ถึงไม่มาร่วมงาน แต่กลับให้อู๋ม่านมาคนเดียว? เพราะว่ามันนอน แน่นิ่งในห้องน ้า ถูกฉันแทงตาย ใครขอใช้มันฆ่าลูกของฉันล่ะ!”
สีหน้าของจี้เหวินซียังคงไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนมาที่นี่เขาได้รับ รายงานเรื่องอู๋ซั่งหนานถูกแทงแล้ว
ว่านโม่ลี่กำหมัดแน่น “แล้วยังผัวเมียตระกูลอู๋อีก ก่อนที่จะแอบ เข้าไปในงานวันเกิด ฉันใส่ยาพิษลงในกาน ้าชาที่พวกมันดื่ม เพียงแต่ฉันไม่คิดว่าพวกแกจะหาฉันเจอเร็วขนาดนี้ น่าเสียดาย ถ้า พวกตระกูลอู๋กลับไปจิบน ้าชาแม้เพียงนิดเดียว ทั้งผัวเมียและนางอู๋ ม่านคงจะตายกันหมดแล้ว”
สิ้นเสียง รอยยิ้มประหลาดปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ
“น่าเสียดาย น่าเสียดายจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวจะตีหญ้าให้งู ตื่น และมันไม่เหมาะสมหากตระกูลอู๋จะไม่ไปร่วมงาน แต่ฉันกล ้ากลืน ความแค้นที่ตระกูลจี้มอบให้ฉันไม่ได้จริง ๆ ไม่งั้นฉันคงลงนรกไป พร้อมกับตระกูลอู๋นานแล้ว! โอกาสดี ๆ อย่างงานเลี้ยงวันเกิดจะไปหา ที่ไหนได้อีก เพราะงั้นจะพลาดได้ยังไง?”
เจ้าหน้าที่สอบสวนถามต่อ “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใน ห้องโถงเข้มงวดมาก คุณแอบเข้าไปได้ยังไง?”
ว่านโม่ลี่ค่อย ๆ นั่งตัวตรง “แล้วคิดว่าไงล่ะ?”
ใบหน้าของจี้เหวินซีเย็นชา หากลองคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะ เข้าใจว่าตระกูลอู๋ได้รับการ์ดเชิญสองใบ สามีภรรยาตระกูลอู๋ได้รับ หนึ่งใบ และอู๋ม่านได้รับอีกใบ ซึ่งใบที่อู๋ม่านได้รับมาจากจี้ซานซาน
เธอใช้การ์ดเชิญนั้นเข้ามาอย่างเปิดเผย จากนั้นก็แอบเปลี่ยน เสื้อผ้า เดินเข้าไปในห้องครัว และเนื่องจากเชฟในครัวล้วนสวม หน้ากากอนามัย เลยไม่มีใครสงสัยว่าเธอเป็นใคร
สำหรับเรื่องเธอซื้อชุดเชฟมาจากไหน และทำไมเธอถึงรู้แผนผัง ของห้องครัว มันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยหากเธอเตรียมการไว้ ล่วงหน้า
“รู้บ้างไหมว่าการกระทำของคุณมีผลร้ายแรงแค่ไหน?”
ว่านโม่ลี่ปากน ้าตาที่ไหลย้อยลงพวงแก้ม “ฉันอยากไปอยู่กับลูก ที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกนานแล้ว ตอนที่เขาหลุดออกมา รูปร่างของเขาสมบูรณ์แบบ มีมือและเท้าเล็ก ๆ”
“ฮ่า ๆ ไร้สาระจริง ๆ วางแผนมาทั้งชีวิต แต่สุดท้ายฉันก็ยังไม่ สามารถใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ตายคนเดียว ฉัน ไม่มีอะไรต้องเสียใจเลย”
จี้เหวินซีมองเธอสายตาเย็นชา “แกมันบ้าไปแล้ว”
นี่คือประโยคยืนยัน
ว่านโม่ลี่เอียงศีรษะยกยิ้ม “ใช่แล้ว ฉันมันบ้า เพราะพวกแกบีบ บังคับฉันจนต้องกลายเป็นแบบนี้ แกคิดว่าตัวเองไม่มีส่วนรับผิดชอบ เลยหรือไง?”
จี้เหวินซีลุกขึ้นยืน พูดน ้าเสียงเยือกเย็น
“คงต้องผิดหวังแล้วล่ะ คุณปู่ของฉันยังไม่ตาย และยังแข็งแรงดี”
รอยยิ้มของว่านโม่หลี่เหือดหายไปทันที เธอพูดด้วยน ้าเสียง แหลมคมว่า
“เป็นไปไม่ได้! แกกำลังโกหกฉันใช่ไหม? มันเป็นไปไม่ได้ ยาพิษ รุนแรงขนาดนั้นจะฆ่าเขาไม่ได้ได้ยังไง? แกโกหก แกหลอกฉันไม่ได้ หรอก”
“เชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่”
ว่านโม่ลี่จ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาของจี้เหวินซี แต่กลับไม่พบ ร่องรอยความเศร้าโศกใด ๆ จนทำให้เธอใจหวิว
“เป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้…” เธอพึมพำออกมา
“อู๋ซั่งหนานไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เพียงแต่เสียเลือดมาก ตอนนี้เขาพ้นขีดอันตรายแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของว่านโม่ลี่แดงก ่า คล้ายกับเธอกำลัง พยายามควบคุมตัวเอง และทุบโต๊ะด้วยมือทั้งสองข้างอย่างแรง
“เป็นไปไม่ได้! มันควรตายไปแล้วสิ มันสมควรตาย!”
ด้วยข้อจำกัดของกุญแจมือที่เหนี่ยวรั้งร่างกายไว้ ประกอบกับ ร่างกายที่อ่อนแอ เธอจึงหมดแรงทรุดลงบนเก้าอี้ ริมฝีปากยังคง พึมพำอะไรบางอย่าง