ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 327 อุณหภูมิเหนือศูนย์องศา คืนส่งท้ายปีเก่าที่แตกต่าง
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 327 อุณหภูมิเหนือศูนย์องศา คืนส่งท้ายปีเก่าที่แตกต่าง
ในชั่วพริบตา ครึ่งเดือนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว…
ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เซียวหมิงเยวี่ยพูดว่าจะย้ายกลับไปที่บ้าน ตระกูลเซียว สมาชิกครอบครัวต่างก็นับวันรอคอย โดยเฉพาะคุณแม่ เซียวและคุณยาย
ช่วงนี้อุณหภูมิค่อย ๆ สูงขึ้นทุกวัน เพิ่มขึ้นทีละ 2-3 องศาอย่าง ช้า ๆ สภาพอากาศหนาวจัดเริ่มจางหายไป
อุณหภูมิปัจจุบันแทบไม่ต่างจากฤดูหนาวก่อนเกิดวันสิ้นโลก เป็นเพียงอุณหภูมิที่ฤดูหนาวควรจะเป็น
ภายในเวลาไม่กี่วัน อุณหภูมิในตอนกลางวันก็เพิ่มสูงเหนือศูนย์ องศา กลับไปอยู่ที่ 1 องศาเซลเซียส
แม้ว่าจะเป็นเพียง 1 องศาเซลเซียส แต่สำหรับคนทั้งเมืองเผิงจิง แล้ว นี่ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง ทุกคนต่างบอก ต่อกันถึงเรื่องอุณหภูมิวันนี้
พอดีเป็นช่วงปลายปี ดีใจซ้อนดีใจ เหมือนได้ของขวัญสองชิ้น ทุกคนต่างดีใจหัวเราะเฮฮา รู้สึกมีความสุขสุด ๆ
ฤดูหนาวกำลังจะผ่านพ้นไป อีกไม่นานจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว สินะ?
ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยให้หิมะละลาย ใฝ่ฝันถึงฤดูใบไม้ผลิที่แสน อบอุ่น
เพราะอุณหภูมิสูงขึ้น ทุกคนไม่ต้องกลัวที่จะออกไปข้างนอกแล้ว จะหนาวจนตัวแข็ง พวกเขาสวมเสื้อขนเป็ดบาง ๆ ลงไปเล่นข้างล่าง และปั้นตุ๊กตาหิมะตัวแล้วตัวเล่า
ทุกคนคิดว่า ถ้าไม่รีบเล่นหิมะ อีกไม่นานหิมะก็คงจะละลาย หายไปหมด
บางคนถึงกับเริ่มรู้สึกคิดถึงช่วงก่อนที่หิมะจะละลาย เริ่มคิดถึง วันที่อากาศหนาวจัดในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา จึงโพสต์ข้อความใน โซเชียลมีเดีย แสดงท่าทางที่เสแสร้ง
ในกลุ่มผู้พักอาศัยของโรงแรมก็มีคนขี้โม้แบบนี้อยู่บ้าง โพสต์รูป หิมะที่ถ่ายเอง บ่นว่าหลังจากนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็นวิวอลังการแบบนี้
อีกแล้ว ยังถามด้วยว่าถ่ายรูปสวยไหม ครบตามองค์ประกอบศิลป์ หรือเปล่า?
ไม่เพียงในเมืองบันเทิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชั้นล่างของอาคารใน ชุมชนหวาฮั่น มีผู้คนออกมาเดินเล่นมากขึ้น ทุกคนอุดอู้ในบ้านกัน มานานแล้ว ในที่สุดก็ได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์กันบ้าง
หลังจากประสบกับความหนาวเย็นจัดที่ต ่ากว่าศูนย์หลายสิบ องศา อุณหภูมิ 1 องศาเซลเซียสตอนนี้สำหรับพวกเขานั้นแทบไม่ รู้สึกหนาวเลย แค่เย็นสบายเท่านั้น
ผู้ประสบภัยรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ พูดคุย เดินเล่น ยืดเส้นยืด สาย
เหล่าเด็ก ๆ ส่งเสียงเจี้ยวจ้าว วิ่งไล่จับกัน
แน่นอนว่าชุมชนอื่น ๆ ไม่มีโอกาสแบบนี้ เพราะถึงแม้ว่าอุณหภูมิ จะสูงขึ้น แต่หิมะในชุมชนอื่น ๆ ยังละลายไม่หมด มีเพียงชุมชนหวา ฮั่นที่ไม่มีหิมะให้เห็นเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จัดการซูภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
ภาพผู้คนพูดคุยเล่นสนุกสนานใต้อาคารนั้น ช่างเหมือนกับฤดู หนาวก่อนเกิดภัยพิบัติ ใบหน้าที่เคยเฉยชาของทุกคน บัดนี้เต็มไป ด้วยรอยยิ้มที่หาดูยาก
วลีที่ได้ยินบ่อยที่สุดจากปากผู้คนคือ สวัสดีปีใหม่ ปีใหม่เริ่มต้น ใหม่
ปีใหม่เริ่มต้นใหม่ ผ่านพ้นปีใหม่นี้ไปแล้ว ทุกอย่างจะกลับมาเป็น ปกติ ทุกคนอดทนจนถึงที่สุดแล้ว อนาคตจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน
ได้ยินมาว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่ และเพื่อจุดประกายไฟ แห่งความหวังให้กับผู้ประสบภัย ฟื้นฟูความมั่นใจและความสุขให้กับ ทุกคน
ในวันส่งท้ายปีเก่า มีการแจกจ่ายเกี๊ยวให้ทุกคนได้กิน
ทุกคนจะได้กินเกี๊ยวร้อน ๆ หนึ่งชาม รัฐบาลทุ่มเทอย่างมากใน กิจกรรมครั้งนี้
เมื่อประกาศว่าจะมีการแจกเกี๊ยว ผู้ประสบภัยทุกคนต่างดีใจเป็น อย่างมาก พูดคุยกันถึงเกี๊ยวไม่หยุด และพากันคาดเดาว่าเกี๊ยวจะเป็น ไส้แบบไหน? แล้วแป้งเกี๊ยวจะทำมาจากอะไร?
เพราะพวกเขาเคยกินขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำจากยุงกันมาแล้ว ซึ่งเป็นเหมือนเงามืดในใจ
บางคนคิดว่าแป้งเกี๊ยวทำจากแป้งสาลี แต่บางคนก็ไม่เชื่อ
ไม่ว่าอย่างไร หัวข้อที่ทุกคนพูดคุยกันในช่วงนี้ก็คือ เกี๊ยว เกี๊ยว เกี๊ยว และอุณหภูมิที่สูงขึ้น
ยังอีกเรื่องหนึ่งคือ ไม่มีหนอนฟันปรากฏในอาหารยังชีพเลย เนื่องจากตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา หนอนฟันถูกนำมาใช้จนหมดเกลี้ยง แล้ว
และในอนาคต จะไม่มีหนอนฟันในเมนูอาหารยังชีพอีกต่อไป
หนอนฟันที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ จะค่อย ๆ เลือนหายไปจากความ ทรงจำ คงเหลือเพียงตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันไปในหมู่ผู้คน
ผู้ประสบภัยที่ได้รับการจัดสรรที่พักอาศัยใหม่ต่างร่วมเฉลิม ฉลองปีใหม่กันอย่างคึกคัก รวมถึงผู้คนในเมืองบันเทิงเช่นกัน
โรงแรมได้รับการตกแต่งสถานที่ด้วยของประดับสีแดง โคมแดง บทกลอนคู่สีแดง และอีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่น เริง
เซียวหมิงเยวี่ยจองห้องส่วนตัวสุดหรูในภัตตาคารไว้ล่วงหน้า ทุก คนในครอบครัวควรมาทานอาหารมื้อค ่าสุดพิเศษส่งท้ายปีเก่า ด้วยกัน
ในคืนส่งท้ายปีเก่า
ทั้งครอบครัวของลุงใหญ่และลุงรองต่างก็อยู่กันพร้อมหน้า ปกติ ช่วงวันปีใหม่พวกเขาจะยุ่งมากที่สุด แต่พวกเขาทั้งหมดลาหยุด ไม่มี ใครอยากพลาดมื้อค ่าอันอบอุ่นนี้
ทุกคนเดินเข้าห้องส่วนตัวด้วยรอยยิ้ม กล่าวคำอวยพรปีใหม่ ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้ชีวิตในเมืองบันเทิงอย่างสุขสบาย
“สวัสดีปีใหม่คุณปู่คุณย่าครับ” เจี่ยงจ้วงพูด
พูดจบ เขาก็ยิ้มให้กับเซียวหมิงเยวี่ย “สวัสดีปีใหม่ครับพี่สาวคน สวย~”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะและลูบหัวเขา “เจ้าเด็กเหลือขอ”
“พี่ครับ ตอนนี้ผมสูงเกือบเท่าพี่แล้ว เชื่อไหมว่าอีกไม่กี่เดือนผม จะสูงกว่าพี่?” เจี่ยงจ้วงพูดด้วยความภูมิใจ
“โอ้ จริงเหรอ? หัวเธอโตขึ้นเร็วจริง ๆ”
เด็กชายเปลี่ยนไปมากในช่วงหนึ่งปี อากาศร้อนช่วยให้ใบหน้า กลมของเขาโผล่ออกมาจากก้อนไขมัน และสามารถลดน ้าหนักได้ สำเร็จ
ปีนี้เขาอาศัยอยู่ในเมืองบันเทิงตลอด ได้รับประทานอาหารที่ดี ขึ้นมาก ความสูงของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวสูงโปร่ง
เขากำลังกลายเป็นหนุ่มหล่อไปแล้ว
“ตอนนี้เขากินเยอะมาก สารอาหารทั้งหมดไปเพิ่มความสูง ยังจำ ได้อยู่เลยว่าเมื่อก่อนเขาอ้วนกลมเหมือนลูกบอล” ป้าสะใภ้ใหญ่พูด แซวด้วยรอยยิ้ม
เจี่ยงจ้วงไม่พอใจ “แม่ก็…”
ลุงใหญ่มองดูลูกชายของเขา ยิ่งมองยิ่งชอบใจ
“อย่าว่าเขาอ้วนสิ เด็กผู้ชายพอโตแล้วก็อยากรักษาหน้าทั้งนั้น เขาไม่พอใจที่ไปเรียกว่าเด็กอ้วน เสียงลูกชายฉันเปลี่ยนไปแล้วด้วย ต่อไปจะเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว กินไปเถอะ! วันนี้กินให้เต็มที่! ปีหน้า ตั้งเป้าให้สูงกว่าพ่อนะ”
คุณตาพูดอย่างสบาย ๆ “เด็กหนุ่มต้องกินเยอะ ๆ มื้อค ่าส่งท้ายปี เก่าวันนี้มีให้เธอกินจนอิ่มหนำ ถ้าไม่พอก็สั่งเพิ่มได้เลย”
“คุณปู่พูดเองนะครับ”
เจี่ยงจ้วงเกาหัวตัวเองยิ้มเขิน ๆ
ครอบครัวของลุงรอง เจี่ยงย่วน และภรรยาต่างก็ดีใจที่ได้ยินสิ่งนี้ ป้าสะใภ้รองสะกิด
“นั่งลงกันเถอะ ทุกคนมานั่งด้วยกันเร็ว”
ระหว่างทานอาหาร จื่อจื่อถือขวดน ้าวิ่งไปทั่วห้อง ขาสั้น ๆ ของ เขาขยับรัวเร็ว พอเห็นแก้วน ้าของใครว่างเปล่า ต้องเป็นเดินไปเติมให้ เต็มทันที
เขายืนกรานที่จะเทน ้าให้เองเท่านั้น ไม่งั้นจะไม่พอใจ
จื่อจื่อโตขึ้นมาก วิ่งเร็วปานสายฟ้า แกว่งแขนสองข้างเหมือนบัว สาย ซุกซนแบบสุด ๆ
“ผมเทให้ ผมเทให้” จื่อจื่อร้องอ้อนเสียงดัง
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างเอ็นดู “จ้า เอาสิ เทเลย ระวังอย่าให้หก นะ”
เธอวางแก้วน ้าให้ต ่าลงเพื่อให้จื่อจื่อเทน ้าได้สะดวก
สีหน้าจื่อจื่อดูจริงจัง ราวกับกำลังทำบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ “ไม่หกครับ ผมจะระวัง”
คำพูดของเจ้าตัวแสบ ทำให้ทุกคนพากันหัวเราะร่วน และเขาก็ เทน ้าโดยไม่หกแม้แต่นิดเดียว
“เด็กเสิร์ฟตัวน้อยคนนี้ บริการดีเยี่ยมจริง ๆ!”
ลุงใหญ่ยกนิ้วโป้งขึ้น กล่าวชมเด็กน้อย
“จื่อจื่อ มาหาแม่หน่อยสิ ยังกินข้าวไม่ถึงสองคำเลย” ภรรยาเจี่ยง ย่วนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
จื่อจื่อพูดว่าสัญญาณไม่ดี เขาไม่ได้ยินอะไรเลย และเมินเฉยต่อ แม่ของเขาโดยสิ้นเชิง
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบเนื้อน่องไก่ชิ้นเล็ก ๆ แล้วป้อนเข้าปากของ เด็กน้อย ก่อนที่จื่อจื่อจะเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“ขออีกครับ”
เด็กคนนี้เดินไม่หยุดเหมือนคนเร่ร่อน ไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหน ทุกคนช่วยกันป้อนอาหารให้เขา ท้ายที่สุดเขาก็อิ่มอย่างรวดเร็ว
“จริงสิหมิงเยวี่ย ป้าได้ยินจากแม่ของหลานว่า พวกเธอกำลังจะ ย้ายกลับไปที่ชุมชนหวาฮั่นใช่ไหม?” ป้าสะใภ้ใหญ่ถาม
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ใช่ค่ะ ตอนนี้อุณหภูมิเหนือศูนย์องศา แล้ว เลยว่าจะกลับไปเก็บกวาดข้าวของ เตรียมย้ายกลับไปในเร็ว ๆ นี้”