ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 328 ค ่าคืนส่งท้ายปีที่แตกต่าง
ลุงใหญ่และภรรยาสบตากัน พวกเขาไม่มีแผนจะย้ายกลับไป และ อยากปักหลักทำงานที่เมืองบันเทิงมากกว่า
พวกเขาค้นพบคุณค่าของชีวิตที่นี่ มีอาหารกินอิ่มนอนหลับ สบาย ไม่อยากกลับไปไหนอีกแล้ว
พวกเขาจะทำอะไรได้บ้างถ้ากลับไปที่ชุมชนหวาฮั่น? อยู่ที่เมือง บันเทิงยังไงก็ดีกว่า หาเงินด้วยความสามารถของตัวเอง หาเลี้ยง ตัวเองได้
“พวกลุงกับป้าทำงานที่นี่ต่อก็ได้ค่ะ พวกเราแค่อยากกลับไปอยู่ที่
บ้าน” เซียวหมิงเยวี่ยล่วงรู้ความคิดของพวกเขา
“ใช่ ฉันแค่อยากไปอยู่บ้าน และเพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของชุมชน ด้วย ควรต้องกลับไปทำงานได้แล้ว” คุณแม่เซียวพูด
คุณยายใช้กระดาษเช็ดปากให้เหลนตัวน้อยและพูดว่า
“เหล่าต้า เหล่าเอ้อร์ ครอบครัวพวกเธออยู่ที่เมืองบันเทิงต่อไป ดีกว่า เห็นลูกหลานมีความสุขดี แม่ก็สบายใจ ตัวแม่แก่เฒ่าขนาดนี้
แล้ว ยังไงก็ชอบอยู่บ้านที่มีสวนมากกว่า ไว้วันหลังก็แวะมาหากันบ้าง นะ”
ป้าสะใภ้ใหญ่ตอบรับทันที “แน่นอนอยู่แล้วค่ะแม่”
“ไว้ตอนที่จะกลับไป ผมจะไปอยู่กับทุกคนที่ชุมชน ไปช่วยทำ ความสะอาดบ้าน เก็บกวาดแปลงผักในสวน” ลุงรองพูดด้วยความ จริงใจ
ลุงใหญ่พูดอย่างไตร่ตรองว่า “แม้ว่าตอนนี้อุณหภูมิจะเหนือ 0 องศาแล้ว แต่กว่าหิมะจะละลาย คงต้องอีกสักพักนะ หิมะสองข้างทาง ท่วมสูงถึงสิบกว่าเมตร ระวังจะเกิดอันตรายตอนหิมะละลายนะ อีก อย่างถนนก็เปียกแฉะ รอให้หิมะละลายแล้วค่อยกลับไปไม่ดีกว่า เหรอ? ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย “หนูก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ ดูจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นตอนนี้ น่าจะใช้เวลาไม่นานนักกว่าหิมะจะ ละลาย ยังเหลือเวลาอีกพอสมควรถึงจะย้ายกลับ แต่เราควรเริ่มเก็บ กวาดข้าวของเตรียมไว้ โดยเฉพาะในตัวบ้าน”
ลุงใหญ่พยักหน้าอย่างชื่นชม แล้วพูดว่า
“กลับบ้านก็ดีนะ บ้านที่พวกเธอซื้อมาน่าอยู่ นึกถึงบ้านที่ลุงซื้อ ผ่อนยังไม่ทันหมด บ้านก็พังไปหมดแล้ว น่าโมโหไหมล่ะ? ทำงาน ตรากตรำทั้งชีวิต แต่สุดท้ายได้อะไรกลับมาบ้าง?”
พอได้ยินลุงใหญ่พูดถึงเรื่องนี้ ป้าสะใภ้ใหญ่ก็ถอนหายใจด้วย เช่นกัน
บ้านเก่าของพวกเขาเคยอยู่ที่คอนโดมิเนียมหรูหรา 4 ห้องนอน 2 ห้องน ้า ตั้งอยู่บนทำเลดี ถนนหนทางสะดวกสบาย พื้นที่กว้างขวาง
บริเวณใกล้เคียงมีมหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โรงเรียนประถมและมัธยมปลายชั้นนำ เรียกว่าเป็นทำเลทองที่ได้รับ ความนิยมอย่างมาก
สมัยนั้นพวกเขาทุ่มเทเงินมหาศาลเพื่อซื้อบ้านหลังนี้ราคาหลาย ล้านหยวน ผ่อนบ้านนานถึงสามสิบปี เคยคุยโม้เกี่ยวกับบ้านดี ๆ ของ ตัวเองอยู่บ่อยครั้ง แต่ตอนนี้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว
นึกย้อนไปตอนนั้น ลุงใหญ่ยังแอบบ่นว่าบ้านที่ตระกูลเซียวซื้อ นั้นไกลเกินไป มาอยู่ชานเมืองทำไม?
บริเวณรอบ ๆ บ้านไม่มีอะไรเลย แล้วยังมีภูเขาอีก ห่างไกลจาก ความเจริญสุดขั้ว
ใครจะคิดว่า เมืองทางตอนใต้ที่ทุรกันดารแห่งนี้ จะกลายเป็น พื้นที่ที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวของเมืองเผิงจิง
“ตอนนี้พอมาคิดดูแล้ว ปล่อยวางดีกว่า ใช้ชีวิตให้มีความสุข กิน ดื่มและทำสิ่งที่สบายใจ ชีวิตก็แค่นี้ ขอแค่มีอาหารกินมีเสื้อผ้าใส่ก็ พอแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นเรื่องไม่สำคัญ!”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลุงใหญ่เข้าใจอะไรมากขึ้น
คุณตาหันมองไปทางเขา “ถ้าไม่มีภัยพิบัติทางธรรมชาติในช่วง หลายปีที่ผ่านมา บ้านของแกก็ถือว่าดีอยู่ ช่างเถอะ ทุกอย่างเป็นเรื่อง ของโชคชะตา”
“ใช่ครับ พ่อพูดถูก ทุกอย่างเป็นเรื่องของโชคชะตา ใครจะรู้ว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติจะมาอีกเมื่อไหร่? ถ้าสวรรค์ไม่ต้องการให้ ความสุข งั้นก็อย่าไปคิดเรื่องจะมีความสุข” ลุงใหญ่พูดด้วยอารมณ์ ลึกซึ้ง
ในตอนนั้น พนักงานเสิร์ฟก็เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับจานใหญ่ สองใบที่เต็มไปด้วยเกี๊ยว
“เกี๊ยวปีใหม่มาแล้วค่ะ จานนี้เป็นไส้หมูสับกับต้นหอม จานนี้เป็น ไส้รวมมิตร ระวังร้อนกันด้วยนะคะ”
พนักงานเสิร์ฟวางจานเกี๊ยวสองใบไว้ตรงกลาง พูดด้วยรอยยิ้ม แจ่มใส
“สวัสดีปีใหม่ค่ะ เชิญทานเกี๊ยวได้เลยค่ะ! ทานเกี๊ยวแล้วทุกอย่าง จะได้สมบูรณ์แบบ”
ลุงใหญ่รีบช่วย พูดอย่างสุภาพว่า
“โอ้ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรของคุณครับ!”
พนักงานเสิร์ฟออกไปแล้ว ลุงใหญ่ก็รีบตักเกี๊ยวแจกจ่ายให้กับ คนบนโต๊ะ
ทันใดนั้น เจี่ยงจ้วงก็ชี้ไปทางหน้าต่าง
“ดูนั่น! ดอกไม้ไฟ!”
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองนอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้าที่ควรจะมืด มิด กลับสว่างไสวไปด้วยดอกไม้ไฟหลากสีสัน
มีดอกไม้ไฟจริง ๆ
ยุคสมัยนี้ยังมีดอกไม้ไฟให้เห็นอีกหรือ ไม่รู้ว่าเมืองบันเทิงไปหา ของเหล่านี้มาจากที่ไหน
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น ผู้คนจำนวนมากในเมืองบันเทิงต่างก็ เห็นดอกไม้ไฟและตะลึงงัน ทุกคนหยุดทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ คนที่กำลัง กินก็หยุดกิน คนที่กำลังดื่มและเล่นไพ่ก็หยุดเล่น แล้วพากันเดินไปที่
หน้าต่าง พลางมองดูดอกไม้ไฟที่บานสะพรั่งเต็มท้องฟ้าเงียบงัน
ความงามนี้ช่างน่าหลงใหล ช่างน่าใฝ่ฝัน จนไม่อยากละสายตา เลยแม้แต่วินาทีเดียว
“โอ้โห สวยจังเลย ไม่ได้เห็นดอกไม้ไฟมาหลายปีแล้ว สมัยก่อน ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จะได้เห็นดอกไม้ไฟตลอด คิดถึงจัง!”
“จริงด้วย สมัยนั้นบ้านเราสั่งซื้อดอกไม้ไฟใหญ่ ๆ จากโรงงานมา ห้าลูก ยิงได้นานเป็นครึ่งชั่วโมงเลย บรรยากาศรื่นเริงในตอนนั้น พอ คิดดูก็ผ่านมาหลายปีแล้วเนอะ”
“สวยมากจริง ๆ!”
“บรรยากาศแบบนี้แหละคือความหมายของปีใหม่ รีบถ่ายภาพ เก็บไว้!”
“ว้าว พลุสีฟ้าเมื่อกี้สวยมาก คุณถ่ายไว้ได้ไหม ถ่ายทันหรือ เปล่า?”
“ถ่ายรูปในมือถือแล้วไม่สวยเท่าตาเห็น อย่ามัวแต่ก้มหน้าก้มตา ถ่ายรูปเลย เราต้องใช้สายตาของเราบันทึกช่วงเวลาเหล่านี้ไว้”
ช่วงเวลานี้ช่างอบอุ่นและหาได้ยาก
ช่วงปีใหม่ ชาวจีนมักจะมีความสุข ลืมเรื่องกังวลต่าง ๆ และเพียง ชื่นชมดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตา เพราะวันนี้เป็นวันสิ้นปี ซึ่งเป็น วันที่สำคัญมากสำหรับชาวจีน
เป็นวันที่ดีสำหรับการกล่าวลาปีเก่าและต้อนรับปีใหม่
ดอกไม้ไฟบนท้องฟ้ายิงขึ้นทีละลูก หลากสีสันสวยงามบาน สะพรั่งบนท้องฟ้า สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมชั่วครู่ จากนั้นก็ ค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืด
ราวกับความหวังที่ปรากฏขึ้นหลังจากภัยพิบัติธรรมชาติทุกครั้ง ความหวังนั้นช่างแสนสั้นเหมือนกับดอกไม้ไฟ มองเห็นได้แต่สัมผัส ไม่ได้ สั้นจนแค่กะพริบตาก็หายวับไป
ดอกไม้ไฟนั้นสวยงาม แต่ท้องฟ้ายามค ่าคืนยังคงมืดมิด แม้แบ มือตรงหน้าก็ไม่เห็นนิ้วทั้งห้า เป็นความมืดมิดที่ชวนให้หวาดหวั่น
ไม่ใช่แค่ในเมืองบันเทิง แต่บริเวณชุมชนบ้านพักที่จัดสรรไว้ให้ ผู้ประสบภัยซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ก็สามารถมองเห็นดอกไม้ไฟได้เช่นกัน
ผู้ประสบภัยต่างรู้สึกตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นดอกไม้ไฟที่สว่างไสวบน ท้องฟ้า
พวกเขาต่างประคองชามข้าวในมือ ทานเกี๊ยวอันล ้าค่าในชามที ละคำ พร้อมกับชมดอกไม้ไฟฟรีที่สวยงาม
ช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยาก ราวกับฝันไป
สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ประสบภัยคือ เกี๊ยวที่รัฐบาล สัญญาไว้สำหรับวันนี้กลายเป็นจริง เกี๊ยวทำจากแป้งสาลีสอดไส้เห็ด เพาะและวุ้นเส้น น่าแปลกใจที่ไส้ยังมีเนื้อสัตว์สับใส่มาด้วยเล็กน้อย
แม้จะเป็นเห็ดเพาะและวุ้นเส้น แต่แป้งเกี๊ยวทำจากแป้งสาลี และ ยังเป็นไส้เนื้อสัตว์อีกด้วย แม้ว่าเนื้อสัตว์จะมีปริมาณน้อยมาก แต่การ ได้ทานเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อยก็ทำให้รู้สึกดีใจไปได้นาน
ไส้เกี๊ยวมีกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ นี่คือเกี๊ยวไส้เนื้อสัตว์ เป็น อาหารอันโอชะที่หลายคนไม่กล้าจินตนาการถึง
แต่ละคนสามารถรับได้เพียงห้าชิ้นเท่านั้น เมื่อพวกเขาได้รับ เกี๊ยวแล้ว พวกเขาก็โอบอุ้มมันไว้ราวกับสมบัติล ้าค่า แล้วค่อย ๆ กิน อย่างใจเย็น เพราะกลัวว่าถ้ากัดคำใหญ่เกินไป ยังไม่ทันได้ลิ้มลอง รสชาติ เกี๊ยวก็หมดเกลี้ยงซะแล้ว
เกี๊ยวห้าชิ้นพร้อมกับน ้าซุปเกี๊ยวร้อน ๆ นี่คืออาหารมื้อค ่าส่งท้าย ปีเก่าของพวกเขา
สำหรับปีนี้ก็ผ่านพ้นไปเช่นนี้
ผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นต่างมองดูดอกไม้ไฟ บางคน ยกมือขึ้นอธิษฐาน ขอให้ภัยพิบัติผ่านพ้นไปโดยเร็ววัน หวังจะ กลับไปใช้ชีวิตดังเดิม เด็ก ๆ กลับไปโรงเรียน คนทำงานกลับไป ทำงานตามปกติ ขอให้สังคมกลับมาเป็นปกติสุขอีกครั้ง
บางคนร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ บางคนถึงกับกอดหัวร้องไห้ สะอื้น
บางทีอาจเป็นเพราะวันพิเศษเช่นวันนี้ หรืออาจเป็นเพราะคิดถึง สมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากภัยพิบัติ
คืนส่งท้ายปีเก่าที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุข ควรจะเป็นช่วงเวลา ที่ได้ทานอาหารเย็นแบบพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว เป็น ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
แต่ผู้ประสบภัยจำนวนมากไม่มีครอบครัวอีกต่อไป ครอบครัว ของพวกเขาเสียชีวิตจากอุณหภูมิสูง โรคระบาดยุง พายุทราย น ้า ท่วม การโจมตีของผู้ก่อการร้าย โรคระบาดแมลง และอากาศหนาว จัด…
การเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พวกเราทุก คนล้วนเป็นผู้โชคดี
…
เซียวหมิงเยวี่ยยืนมองข้างหน้าต่างเงียบงัน ชมวิวดอกไม้ไฟที่หา ได้ยากนี้
จื่อจื่อเขย่งปลายเท้ายืดสุดตัวเกาะหน้าต่าง ตากลมโตเบิกกว้าง ราวกับเห็นอะไรบางอย่างที่น่าทึ่ง เขาชี้ไปที่ด้านนอก ใบหน้าอวบ อ้วนเต็มไปด้วยความสงสัย
“คุณน้า นั่นอะไรครับ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเกือบลืมไปว่าเด็กคนนี้ไม่เคยเห็นดอกไม้ไฟมา ก่อนตั้งแต่เขาเกิดมา
“นั่นคือดอกไม้ไฟ สวยไหม?”
จื่อจื่อพยักหน้าหงึก ๆ ดวงตาของเขาเป็นประกาย
“สวยครับ ดอกไม้ไฟสวยมาก”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มและลูบแก้มของเขาเบา ๆ ก่อนหันมองออกไป นอกหน้าต่างอีกครั้ง เธอสังเกตเห็นแสงสีแดงจาง ๆ ปรากฏขึ้นบน ท้องฟ้ายามค ่าคืนอันมืดมิด
แสงสีแดงนั้นซ่อนอยู่ในความมืดมิดของท้องฟ้ายามค ่าคืน เป็นสี แดงเข้ม ดูแปลกประหลาด
เมื่อดอกไม้ไฟบานสะพรั่ง แสงสว่างจ้าปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าชั่ว ครู่ แสงสีแดงนั้นก็สว่างขึ้นตาม ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยขยี้ตา คิดว่าเธออาจจะตาฝาด หรืออาจเป็นเพราะ แสงจากดอกไม้ไฟ
เธอจ้องมองอีกครั้งอย่างละเอียด พบว่ามีแสงสีแดงปรากฏอยู่บน ท้องฟ้าจริง ๆ แสงสีแดงเข้มนั้นแซมอยู่ในท้องฟ้ายามค ่าคืน มองเห็น ได้ไม่ชัด ต้องเพ่งมองจึงจะเห็น
นั่นคืออะไรกัน?
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่นาน ความมืดมิดของท้องฟ้ายามค ่า คืนบดบังการมองเห็นของเธอ ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน
อาจจะเป็นแสงสะท้อนจากอะไรบางอย่าง เธอไม่ได้คิดอะไรมาก คงต้องรอจนกว่าฟ้าสว่างถึงจะรู้