ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 400 เปิดโปงความจริง(2)
เซียวหมิงเยวี่ยพูดต่อ “เรื่องนี้อธิบายได้ไม่ยาก เพราะใน ความคิดของเธอ ไวรัส X ไม่ร้ายแรง และผู้คนในยุคนี้ไม่รู้จัก X ไวรัส หากจี้เหวินซีติดเชื้อ ก็จะมีแค่เธอเท่านั้นที่รู้วิธีรักษา เธอต้องการ ใกล้ชิดสนิทสนมกับเขา เหมือนเก๋งจีนที่ใกล้น ้ามักได้จันทร์ก่อน*[1] จากนั้นแผนของเธอก็จะสำเร็จไปครึ่งหนึ่ง”
เธอหยุดชั่วครู่ แล้วพูดต่อ “ลองคิดดูสิ จี้เหวินซีเพิ่งมาถึงเมือง เกาปาเล่อ ก็ดันติดเชื้อไวรัส X ทันที มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ? หากเมืองเกาปาเล่อมีไวรัส X อยู่ก่อนแล้ว ก็ควรจะมีโรคระบาด เกิดขึ้นในเมืองก่อนที่จี้เหวินซีจะมาถึงสิ”
“หรือถ้าคนจากเมืองเผิงจิงเป็นพาหะของไวรัส X ขบวนผู้ลี้ภัยมี คนตั้งมากมาย ทำไมจี้เหวินซีถึงเป็นคนเดียวที่ติดเชื้อ? เพราะเธอจง ใจให้เขาติดเชื้อไวรัส X แต่เธอไม่คิดว่า ไวรัส X จะแตกต่างจากใน อีก 60 ปีข้างหน้าโดยสิ้นเชิง”
“เธอตระหนักดีว่าตนเองได้สร้างปัญหาใหญ่หลวงขึ้น และเพื่อ เอาตัวรอด เธอเลือกที่จะโกหก แล้วโยนความผิดให้กับหนังสือ ประวัติศาสตร์ ด้วยวิธีนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับเธอ”
“เธอเอาแต่พูดซ ้า ๆ ว่ามียารักษา โบกมือโยนความรับผิดชอบ ทั้งหมดทิ้งไป แต่เธอเคยคิดบ้างไหมว่า ถ้าคนในยุคนี้วิจัยยาที่มี
ประสิทธิภาพไม่ได้ ประชาชนในเมืองเกาปาเล่อจะเป็นอย่างไร? หลายสิบล้านชีวิตในประเทศจีนจะเป็นอย่างไร!”
กล้ามเนื้อทั้งตัวของหวงหลีสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เธอจ้อง มองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความหวาดกลัว เพราะทุกอย่างที่หล่อนพูด นั้นถูกต้องทั้งหมด!
หล่อนรู้ได้อย่างไร?!
ดวงตาของคุณปู่จี้มืดหม่นลง ก่อนจะสว่างขึ้นอีกครั้ง เขารู้สึก ตั้งแต่แรกแล้วว่าโรคติดต่อที่จี้เหวินซีติดมานั้นแปลกประหลาด แต่ก็ หาสาเหตุไม่ได้ กระทั่งเซียวหมิงเยวี่ยพูดออกมา ชายชราจึงเข้าใจได้ ทันทีว่ามันเป็นแบบนี้นี่เอง
จี้ซานซานโกรธจนลุกพรวดขึ้น “หน็อย กล้าดียังไงถึงมาทำกับ พี่ชายฉัน แกไม่เคยส่องกระจกดูหนังหน้าตัวเองบ้างเหรอ ว่าหน้าตา แกเป็นยังไง แกทำให้พี่ชายฉันสลบไปนานขนาดนั้น และเกือบเอา ชีวิตไม่รอด พวกเราตระกูลจี้จะไม่ปล่อยแกไปแน่!”
คำพูดของจี้ซานซาน ล้วนเป็นสิ่งที่คุณปู่จี้ต้องการจะพูดเช่นกัน
ร่องรอยความแค้นเคืองปรากฏขึ้นอยู่ชั่วครู่ ถึงแม้ว่าเขาจะแก่ตัว ลง แต่ความโหดเหี้ยมเด็ดขาดในวัยหนุ่มยังคงหลงเหลืออยู่
แต่ตระกูลจี้ไม่ใช่แป้งโดว์ให้ใครนวดได้ง่าย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ครั้ง นี้เป็นหลานชายแท้ ๆ ของตัวเองที่ถูกหลอกลวง
หร่วนซิ่งไห่มองไปทางคุณปู่จี้แล้วก็ต้องตกตะลึง แม้ว่าอาจารย์ ของเธอจะไม่ได้พูดอะไร แต่เธอสามารถบอกได้ว่า อาจารย์กำลัง โกรธ
ความโกรธของคุณปู่จี้ ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทนได้
หร่วนซิ่งไห่มองหวงหลีด้วยสายตาที่ซับซ้อน “หวงหลี เป็นแบบนี้
เองหรือ เธอมีอะไรจะอธิบายอีกไหม?”
หวงหลีกำลังอ้าปากเพื่อจะพูดแก้ตัว แต่ทันใดนั้นดอกเตอร์หวังก็ พูดแทรก
“เมื่อครู่ตอนอยู่ในห้องผู้ป่วย คุณจี้พูดว่าเขาถูกวางยาพิษ และ ยังคาดเดาว่า คนที่วางยาพิษอาจจะเป็นคุณหวงหลี เขาพูดเพิ่มเติม ว่าวันนั้นไม่มีอะไรผิดปกติ เพียงแต่ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียว”
“คุณหวงหลีทำน ้าหกใส่ และนำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นให้คุณจี้ใช้ ตอนแรกผมก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ เลยไม่ได้พูดอะไร แต่หลังจากที่คุณ เซียวพูด ทุกอย่างก็กระจ่างชัดแล้ว”
คำพูดของดอกเตอร์หวังเปรียบเสมือนตะปูเหล็กที่ตรึงหวงหลีไว้ กับพื้น
ร่างกายของหวงหลีอ่อนแรงราวกับใบไม้ร่วงหล่น เธอระส ่าระสาย พูดตะกุกตะกักว่า
“ไม่จริง ไม่ใช่ฉัน พวกคุณอย่าฟังคำพูดเพ้อเจ้อของหล่อนนะ มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ฉันไม่ได้พูดผิด แน่นอนว่ามันเป็นความผิดของ พวกนักเขียนประวัติศาสตร์ หรือไม่ก็ฉันอาจจะจำผิดไปก็ได้ ฉัน ไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์เสียหน่อย จะได้จำทุกอย่างแม่นยำขนาดนั้น ทำไมพวกคุณต้องมาคาดหวังกับฉันด้วย?”
“ฉะ… ฉันช่วยพวกคุณสร้างเขตที่พักอาศัยนะ ทำงานหนักมาตั้ง เยอะ พวกคุณกลับไปเชื่อคำพูดของนางหญิงชั่วคนนี้ แต่ไม่เชื่อฉันนี่
นะ? ไอ้พวกคนเนรคุณ!”
หวงหลีแผดเสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้น
เมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว และได้เห็นท่าทีมีพิรุธของเธอ ใคร บ้างจะมองไม่ออก
หร่วนซิ่งไห่ตบโต๊ะด้วยความโกรธจัด “หวงหลี! เธอเป็นคนทำให้ ไวรัส X แพร่ระบาด แล้วยังกล้าพูดจ้อโกหกหลอกลวงพวกเราอีก!”
“นักเดินทางข้ามกาลเวลา คุณรู้ตัวหรือไม่ว่าการกระทำของคุณ ส่งผลร้ายแรงแค่ไหน? คุณต้องฆ่าอีกกี่ชีวิตถึงจะยอมพูดความจริง ออกมา!” สายตาของคุณหมอหวู่แหลมคมราวกับใบมีด
“ฉันไม่เกี่ยวนะ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำ ร้ายใคร…”
หวงหลียังคงพยายามโต้เถียง แต่ไม่มีใครเชื่อเธออีกแล้ว เหตุการณ์ร้ายแรงขนาดนี้ เธอคงไม่มีทางยอมรับง่าย ๆ
หร่วนซิ่งไห่ชี้นิ้วไปที่อีกฝ่ายด้วยมือที่สั่นเทา เห็นได้ชัดว่าเธอ กำลังโกรธมาก
“เธอเป็นคนบาปชั่วกัปชั่วกัลป์ ชีวิตคนนับล้านในเมืองเกาปา เล่อ จะต้องถูกทำลายด้วยน ้ามือของเธองั้นเหรอ? เธอมันเห็นแก่ตัว เพิกเฉยต่อชีวิตผู้อื่น แบบนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าเทพธิดาอีกได้ยังไง? ก่อเรื่องใหญ่แล้วไม่ยอมรับ ปากแข็งนักใช่ไหม? ฉันมีวิธีงัดปากให้ ยอมพูดออกมาแน่นอน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หวงหลีก็เบิกตากว้างและแผดเสียงตะโกน
“คุณจะทำอะไรฉัน? ฉันคือเทพธิดานะ ฉันมีคุณความดี ฉัน สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ ฉันสามารถนำพาประเทศชาติ ไปสู่จุดสูงสุดของโลกได้ พวกคุณกล้าเหรอ!”
เซียวหมิงเยวี่ยมองด้วยสายตาเย็นชา “ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือต้องหาวิธีรักษาไวรัส X ส่วนเรื่องของเธอ ค่อยมาจัดการภายหลัง ก็ยังไม่สาย”
หร่วนซิ่งไห่โกรธจนแทบสติแตก แต่เธอก็รีบตั้งสติอย่าวรวดเร็ว
“คุณเซียวคะ ฟังจากคำพูดของคุณแล้ว คุณมีวิธีรักษาไวรัส X ใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองหวงหลีด้วยสายตาแฝงความนัย แล้ว พูดว่า
“ในเมื่อหวงหลีเดินทางมาจากอนาคต เช่นนั้นเธอจะต้องมี แอนติบอดีต่อไวรัส X ในร่างกาย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนในห้องประชุมต่างหันไปมองหวงหลี
หวงหลีรู้สึกขนหัวลุกซู่เมื่อถูกสายตาเย็นชาจากทุกคนจ้องมอง ตรงมา
“พะ… พวกคุณต้องการอะไร? ทำไมถึงมองฉันแบบนั้น?”
เธอรู้สึกถึงลางร้ายบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา
คุณหมอหวู่พูดด้วยน ้าเสียงที่ไร้อารมณ์ “หวงหลี บุญก็ส่วนบุญ บาปก็ส่วนบาป สองสิ่งนี้เป็นคนละเรื่องกัน เราจะจดจำความดี ความชอบของคุณไว้ แต่ความผิดของคุณ เราก็ไม่อาจละเว้น ตอนนี้
โรคติดต่อไวรัส X กำลังแพร่ระบาด ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นเพราะคุณ คุณต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้”
หร่วนซิ่งไห่พยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ ภัยพิบัติที่ไม่คาดฝันนี้ล้วน เกิดขึ้นเพราะเธอ เธอหนีไม่พ้นความรับผิดชอบ และต้องรับผลที่
ตามมาให้ได้”
“พวกคุณหมายความว่ายังไง!” หวงหลีตะโกนเสียงดังด้วยความ กลัว
คุณหมอหวู่หันไปหาดอกเตอร์หวัง “ดอกเตอร์หวัง เรื่องนี้คงต้อง รบกวนพวกคุณแล้ว”
ดอกเตอร์หวังพยักหน้า “มีตัวอย่างเลือดก็สะดวกดี เราจะรีบ พัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด”
จากนั้น ดอกเตอร์หวังหันไปพูดอะไรบางอย่างกับคนข้าง ๆ ชาย คนนั้นออกไปโทรศัพท์ และเรียกผู้ชายหนุ่มกำยำสองคนมา
หวงหลีถอยหนีด้วยความหวาดกลัว เธอถามด้วยความไม่เชื่อ
“พวกแกจะเอาฉันไปทดลองเหรอ? พวกแกมันบ้าไปแล้ว! ฉันมา จากอนาคตนะ รู้อะไรเยอะแยะ ฉันมีคุณค่าต่อประเทศชาติมากมาย! แล้วพวกแกกล้าดียังไงถึงจะเอาฉันไปทดลอง? ฉันทุ่มเทให้พวกแก ตั้งเยอะ พวกแกมันเนรคุณ พวกแกยังเป็นคนอยู่ไหม! พวกแกไม่ อยากรู้เหรอว่าอนาคตจะเป็นยังไง? ทำฉันโกรธขึ้นมา ต่อให้ตายฉัน ก็จะไม่บอกอะไรพวกแกอีก!”
ชายร่างกำยำสองคนจับหวงหลีไว้แน่น ขณะที่เธอพยายามดิ้น รนสุดแรงเกิด
“ปล่อยฉันนะ! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! ฉันไม่อยากถูกทดลอง อย่าฆ่าฉันเลย ฉันผิดไปแล้วได้ยินไหม? ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่คิด ว่า…”
ไม่ว่าหวงหลีจะแหกปากคร ่าครวญอย่างไร ชายสองคนก็ยังคง จับแขนเธอไว้แน่น ด้วยความกลัวที่เข้ามาเกาะกุมหัวใจ ในที่สุดเธอก็ ทนไม่ไหวและร้องไห้สะอึกสะอื้น
หวงหลีตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ
เซียวหมิงเยวี่ยมองหญิงสาวร้องไห้ด้วยสายตาเย็นชา ที่แท้หล่อน ก็รู้จักกลัวเหมือนกันนี่
แต่ผู้คนที่ติดเชื้อไวรัส X เหล่านั้น เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ความหวาดกลัวของพวกเขาจะต้องหนักหนาสาหัสขนาดไหน
[1] เก๋งจีนที่ใกล้น ้ามักได้จันทร์ก่อน หมายถึง การที่เราไปอยู่ใน สถานการณ์ที่เอื้ออำนวย เราจะได้ประโยชน์ก่อนคนอื่น ๆ