ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 399 เปิดโปงความจริง(1)
ดอกเตอร์หวังลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“ยากที่จะบอกได้แน่ชัด ตามสรรพคุณของยาตัวนี้ มันไม่ เพียงแต่รักษาไวรัส X ได้เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าจะรักษาโรคได้ทุก ชนิด ยาแบบนี้เหมือนกับอายุวัฒนะของเซียนไท่ซ่างเหล่าจวิน*[1]”
“การจะวิจัยสูตรยาออกมาคงใช้เวลาหลายปี สามถึงห้าปีไม่น่า เป็นไปได้ อาจจะต้องสิบถึงยี่สิบปีอย่างต ่า ผมไม่สามารถรับประกัน อะไรกับคุณได้ เพราะนี่เป็นพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบ ผมทำ ได้แค่พยายามอย่างเต็มที่เท่านั้น”
เขาพูดตามความจริง ดอกเตอร์หวังมีส่วนร่วมในการวิจัยและ พัฒนายามานานหลายทศวรรษ
ยามหัศจรรย์ชนิดนี้ไม่ใช่แค่ยาแก้หวัดสำหรับเด็ก สูตรยาจะต้อง ซับซ้อนมาก เพียงแค่ส่วนผสมที่ไม่รู้จักชนิดเดียว ก็อาจทำให้ทั้ง
สถาบันวิจัยต้องทุ่มเททำงานหลายปี และไม่มีใครรู้ว่ายาเม็ดนี้มีกี่
ส่วนผสม อาจจะร้อย? หรือนับพัน?
และยังไม่แน่ใจว่าจะหาสมุนไพรที่ใช้ในยาได้หรือไม่ เนื่องจาก เป็นยาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ บางชนิดอาจสูญพันธุ์ไปแล้วก็ได้
ไม่ต้องพูดถึงเวลาสิบปีหรือยี่สิบปี แม้แต่จะวิจัยอะไรออกมาได้ บ้างหรือไม่ ก็ยังเป็นที่น่าสงสัย
เมื่อได้ยินดังนั้น คิ้วของหร่วนซิ่งไห่ขมวดแน่นจนสามารถหนีบ ช้างตัวใหญ่ตายได้
“แม้แต่ดอกเตอร์หวังยังพูดแบบนี้ คนอื่นยิ่งไม่มีทางวิจัยอะไร ออกมาได้แน่ ๆ แล้วจะทำอย่างไรดี…”
คุณหมอหวู่สีหน้าเคร่งขรึม “มีก็ยังดีกว่าไม่มีเลย เราเคยเป็น แมลงวันไร้หัวมาก่อน แต่ตอนนี้อย่างน้อยก็มียาช่วยชีวิตแล้ว และรู้ว่า โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้”
ขณะกล่าว เขาหันมองทางเซียวหมิงเยวี่ยและพูดท่าทีขึงขัง
“คุณเซียวครับ ผมขอเป็นตัวแทนของชาติ ขอบคุณในความ เสียสละอันยิ่งใหญ่ของคุณ พวกเราจะไม่ปล่อยให้ความทุ่มเทของ คุณต้องเสียเปล่า และจะศึกษายาช่วยชีวิตนี้อย่างสุดความสามารถ”
“ใช่ครับ ผมจะทุ่มเทให้กับงานวิจัยนี้จนลมหายใจสุดท้าย” ดอกเตอร์หวังพูดด้วยน ้าเสียงแน่วแน่
คุณปู่จี้ไม่รู้จะพูดอะไร เขาเพียงถอนหายใจเงียบงัน ในช่วงที่
ผ่านมา เขาตระหนักดีถึงอัตราการเสียชีวิตของไวรัส X
แม้ว่าตอนนี้จี้เหวินซีจะปลอดภัยแล้ว แต่ยังมีประชาชนในเมือง เกาปาเล่ออีกหลายล้านชีวิต และทุกชีวิตล้วนมีค่า
มียาแค่เม็ดเดียว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะแจกจ่ายให้กับคนจำนวน มาก การวิจัยเป็นทางออกเดียว แต่แล้วมันก็เต็มไปด้วยความไม่ แน่นอน
ไม่ว่ามองมุมไหนก็เหมือนหมากรุกที่ไม่มีทางชนะ ไม่มีวิธีอื่นที่
ดีกว่านี้แล้วจริง ๆ หรือ?
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้นก็ได้ยิน เสียงแหลมสูงและก้าวร้าวดังขึ้น
“นี่มันอะไรกัน หลอกพวกเราหรือไง? ก็นึกว่ามียาวิเศษอะไรเสีย อีก แต่กลับมีอยู่แค่เม็ดเดียว แถมยังไม่รู้สูตรยาด้วยเหรอ?”
หวงหลีหัวเราะคิกคักแล้วพูดต่อว่า
“ถ้าไม่รู้สูตรยาแล้วจะมาทำไม? มันจะไปมีประโยชน์อะไร? ถ้า ต้องรอจนกว่าจะวิจัยเสร็จ ทุกคนในเมืองเกาปาเล่อคงตายไป หมดแล้ว”
จี้ซานซานทนไม่ได้ที่หวงหลีชอบหาเรื่องเซียวหมิงเยวี่ย จึง พูดจาดักคอทันทีว่า
“แล้วเธอมีประโยชน์อะไร? งั้นก็เอายาวิเศษของเธอออกมาสิ อย่างน้อยพี่หมิงเยวี่ยก็ยังมียาช่วยชีวิต เธอน่ะเอาแต่เรียกตัวเองว่า เทพธิดา แต่ไม่เห็นทำคุณประโยชน์อะไรเลย เทพธิดาประสาอะไร หลอกลวงต้มตุ๋นชาวบ้านชัด ๆ”
“นี่!” หวงหลีหน้าแดงก ่าด้วยความโกรธ
[นางเด็กชั่ว ฉันน่าจะเอาผ้าเช็ดหน้ายัดใส่ปากแก แล้วส่งแกลง หลุมไปซะ!] เธอสาปแช่งอยู่ในใจ
ใบหน้าเซียวหมิงเยวี่ยเย็นชา ปรากฏร่องรอยความโกรธวาด ผ่านดวงตา เธอระงับอารมณ์ขุ่นมัวและถามว่า
“คุณหวงหลีใช่ไหมคะ? ได้ยินมาว่าคุณเป็นนักเดินทางข้าม กาลเวลาจากอนาคต ในเมื่อมาจากอนาคต พอจะเล่าเรื่องราว เกี่ยวกับไวรัส X ในประวัติศาสตร์ให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ?”
หวงหลีพูดอย่างเย่อหยิ่ง “ก็ใช่น่ะสิ ฉันมาจากอนาคต 60 ปี ข้างหน้า ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า ไวรัส X จะทำให้ผู้ติด เชื้อเป็นหวัดและมีไข้ แต่ฉันคิดว่ามันน่าจะมีการเขียนผิด”
“แล้วไวรัส X นี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่? สุดท้ายแล้วมันจะจบลง อย่างไร? มนุษย์จะเอาชนะภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างไร?” เซียวหมิง เยวี่ยถามอีกครั้ง
น ้าเสียงของหวงหลีฟังดูเฉยเมย “ฉันไม่ทราบ เพราะฉันไม่ได้ เรียนประวัติศาสตร์มา แต่รู้ว่าสุดท้ายมันก็ถูกจัดการ คุณจะมาถาม อะไรเยอะแยะ ยังไงก็ไม่มีทางรักษาได้อยู่แล้วนี่”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้ว ความจริงเธอรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่เธอ จำเป็นต้องถามต่อหน้าทุกคน
หร่วนซิ่งไห่และคุณหมอหวู่สบตากัน คำถามเหล่านี้พวกเขาเคย ถามมาแล้ว ไม่เข้าใจว่าคุณเซียวมีจุดประสงค์อะไรถึงได้ถามสิ่ง เหล่านี้
ขณะที่ทุกคนกำลังงุนงง เซียวหมิงเยวี่ยก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน และ เดินไปหาหวงหลี
เธอเป็นต้นเหตุของโรคระบาดครั้งนี้ แต่กลับไม่มีความรู้สึกผิด ชอบชั่วดีแม้แต่น้อย แล้วยังมากล่าวหาคนอื่นหน้าด้าน ๆ
คนแบบนี้ สมควรตายเพื่อชดใช้
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปหาหวงหลี ความขุ่นเคืองในดวงตายิ่ง ทวีคูณความรุนแรง
หวงหลีมองเซียวหมิงเยวี่ยที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เธอพูดด้วย ความหงุดหงิดว่า
“คิดจะทำอะไร? มองแบบนั้นทำไม ฉันพูดอะไรผิดตรงไหน? ก็ เธอไม่รู้สูตรยาด้วยซ ้า แล้วใครสั่งใครสอนให้มาเสนอหน้าอยู่ที่นี่ ทำ เป็นเหมือนมีปัญญา”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่พูดพร ่าทำเพลงกับเธออีกต่อไป ฟาดฝ่ามือลง บนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น
เพียะ!
หวงหลีไม่คิดฝันเลยว่าจะโดนตบหน้าเต็มแรง หน้ากากพลาสติก บนใบหน้าหลุดออก ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ขณะที่ตัวเธอล้มลงบน พื้นด้วยความอับอาย
แม้ว่าจะมีอุปกรณ์กั้นถึงสามชั้น แต่ใบหน้าของหวงหลีก็บวมแดง ขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าเซียวหมิงเยวี่ยตบเธออย่างแรง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ทุกคนในห้องประชุม ตกตะลึง
คุณหมอหวู่ลุกขึ้นยืน “คุณเซียว คุณทำอะ…”
“กรี๊ด! อีบ้าอีสารเลว แกกล้าดียังไงมาตบฉัน?”
หวงหลีกรีดร้องจนเสียงแหบแห้ง ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยว มองไป ที่เซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาดุร้ายราวกับงูพิษ
“ฉันจะฆ่าแก!”
หวงหลีลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว ท่าทางพร้อมจะเข้าไป ตะลุมบอนกับเซียวหมิงเยวี่ย ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยมองเธอด้วย สายตาที่เย็นชา ดั่งก้อนน ้าแข็งอันหนาวเหน็บ
หญิงสาวเงื้อมือตบอีกครั้ง จนทำให้หวงหลีล้มลงไปนอนกองกับ พื้น
ครั้งนี้ มีเลือดสีแดงปรากฏที่มุมปากหวงหลี ผมเผ้ารุงรัง ใบหน้า ด้านขวาบวมเป่งเหมือนหัวหมูและกลายเป็นสีแดงช ้า
“ทำไมจะตบเธอไม่ได้? แค่ตบมันยังน้อยไปด้วยซ ้า เหตุการณ์ โรคระบาดครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเธอ เมืองเกาปาเล่อทั้งเมืองที่มี ประชากรหลายล้านคนเกือบถูกทำลายลงด้วยน ้ามือของเธอ! เธอไม่ เพียงแต่ไม่มีความรู้สึกผิดใด ๆ เลย แต่ยังมาตะโกนใส่ฉันที่นี่ กล้าดี ยังไงถึงเรียกตัวเองว่าเทพธิดา? ถ้าปล่อยให้คนแบบเธออาละวาด ต่อไป จะต้องมีประชากรจีนอีกกี่ล้านคนที่ต้องเดือดร้อนและสูญเสีย ชีวิต?”
เสียงของเซียวหมิงเยวี่ยดังก้องและชัดเจน ทุกคนที่ได้ยินต่างตก ตะลึงและเต็มไปด้วยความสงสัย
“คุณเซียว คุณหมายความว่าอย่างไรคะ ที่บอกว่าการแพร่ ระบาดของไวรัส X เป็นเพราะเธอ? กรุณาอธิบายให้ชัดเจนหน่อยได้ ไหมคะ” หร่วนซิ่งไห่รีบพูดขึ้น
หลังได้ยินคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย สีหน้าของหวงหลีที่นอนอยู่ บนพื้นก็เปลี่ยนจากโกรธเคืองเป็นหวาดกลัว
“แกพูดจาซี้ซั้ว! มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย ในประวัติศาสตร์มีโรค ระบาดแบบนี้มากมาย! แกไม่มีปัญญารักษาเอง ยังมีหน้ามาโทษฉัน อีกเหรอ?” หวงหลีตะโกนโวยวายพร้อมกับยกมือกุมใบหน้า
ยิ่งเธอตะโกนเสียงดังเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเธอกำลัง หวาดกลัวมากเท่านั้น
ในเวลานี้สายตาของจี้ซานซานเปล่งประกาย เธอมีความสุขมาก เมื่อเห็นหวงหลีถูกตบ ราวกับว่าเป็นเธอที่ลงมือตบเอง และเธอก็รู้สึก สบายใจไปทั้งตัว!
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปรอบ ๆ และอธิบายว่า
“ไม่ใช่แค่เธอที่เดินทางข้ามกาลเวลา แต่ไวรัส X ก็เช่นกัน หวง หลีมาจากอนาคตและนำไวรัส X ติดตัวมาด้วย โดยไม่รู้ว่าไวรัส X ที่
มีอาการคล้าย ๆ กับไข้หวัดในอีก 60 ปีข้างหน้า กลับเป็นไวรัสที่มี อันตรายร้ายแรงมากในยุคปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของเธอ เอง”
“ฉันเดาว่า ไวรัส X มีความแตกต่างกันมากในช่วงเวลา 60 ปีอัน แสนสั้นนี้ อาจเป็นเพราะคนรุ่นหลังมีภูมิคุ้มกันแล้ว เช่น ได้รับการฉีด วัคซีน”
“สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ว่าคำพูดของเธอเต็มไปด้วยช่องโหว่ หนังสือประวัติศาสตร์จะเขียนผิดได้อย่างไร คำพูดของเธอก็ไม่ผิด เพียงแต่เธอพูดถึง X ไวรัสในอีก 60 ปีข้างหน้า!”
คำพูดของเซียวหมิงเยวี่ยสร้างแรงกระแทกต่อสมองของทุกคน พวกเขาเข้าใจได้อย่างชัดเจนทันที เมื่ออธิบายแบบนี้ ทุกอย่างก็ฟังดู สมเหตุสมผลที่สุด
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตรของหร่วนซิ่งไห่และคนอื่น ๆ ใบหน้าของหวงหลีก็ซีดเผือดเหมือนกระดาษ เธอปฏิเสธเสียงแข็ง
“แกอิจฉาฉันล่ะสิ ถึงได้มาพูดจามั่ว ๆ แบบนี้! ทำไมฉันถึงต้อง แพร่กระจายไวรัส X ออกไปด้วย?”
[1] เซียนไท่ซ่างเหล่าจวิน เป็นเทพที่มาจากความเชื่อลัทธิเต๋า