ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 402 ไฟดับ แต่มีแผงโซลาร์เซลล์นี่นา
หลังจากกล่าวลาหร่วนซิ่งไห่ จี้ซานซาน และคนอื่น ๆ เซียวหมิง เยวี่ยก็กลับไปที่บ้าน
สิ่งแรกที่เธอทำเมื่อกลับถึงบ้านคือการฆ่าเชื้อ
ชุมชนที่ครอบครัวเซียวอยู่เป็นชุมชนหรู ภายในชุมชนมีการ แจกแอลกอฮอล์และน ้ายาฆ่าเชื้อฟรี คุณพ่อเซียวช่วยฉีดพ่น แอลกอฮอล์ให้เซียวหมิงเยวี่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า
หลังจากฆ่าเชื้อเสร็จแล้ว เธอถึงจะเข้าบ้านได้
“หมิงเยวี่ย คุณจี้ฟื้นแล้วเหรอ ลูกไปเจอเขามา ตอนนี้ร่างกาย เขาเป็นอย่างไรบ้าง?” คุณแม่เซียวถาม
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะบอกเรื่องที่จี้เหวินซีฟื้นแล้ว แต่ยังไม่ทัน ได้พูดอะไร กลับกลายเป็นว่าคนในบ้านรู้เรื่องนี้แล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยถอดชุดป้องกันตัวไปด้วยและถามไปด้วยว่า
“รู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ?”
สามีและภรรยาเซียวสบตากัน ก่อนพูดด้วยน ้าเสียงอบอุ่นว่า
“เมื่อกี้คุณจี้โทรมาถามว่า พวกเราอยู่กินที่นี่สบายดีไหม ติดเชื้อ ไวรัส X หรือเปล่า และยังแสดงความยินดีกับพวกเราที่ลูกยังมีชีวิตอยู่ พูดนู่นนี่นั่นอีกมากมายเลย”
คุณตาช่วยเซียวหมิงเยวี่ยถอดชุดป้องกันออก แล้วโยนทิ้งไว้ที่
มุมห้อง
“เด็กหนุ่มตระกูลจี้ช่างเอาใจใส่จริง ๆ เพิ่งจะฟื้นจากอาการโคม่า ก็โทรมาถามไถ่พวกเรา ดูเหมือนว่าเขาจะจริงใจกับหลานนะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ใส่ใจเรื่องของบ้านเราขนาดนี้”
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยเป็นประกาย แฝงไปด้วยอารมณ์ที่ยาก จะอธิบาย
“เขาเป็นคนดีมากค่ะ” เธอพูดด้วยน ้าเสียงใสแจ๋ว
“อ้อ หนูมีข่าวดีมาบอกทุกคนด้วย หนูกำลังจะมีงานทำแล้วนะ แถมเป็นงานที่มีการบรรจุเป็นข้าราชการประจำด้วย”
สามีภรรยาเซียวและคุณตาต่างก็ตกใจ ร้องถามออกมาพร้อม กันว่า
“งานเหรอ?”
“ได้บรรจุ?”
“พูดจริงหรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า เธอบอกครอบครัวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นในวันนี้ โดยเน้นที่ประเด็นสำคัญ
คุณพ่อเซียวอุทาน “สุดยอด! เรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ แปลว่าคำร ่าลือเกี่ยวกับเทพธิดาเป็นความจริง เธอมาจากอนาคตจริง ๆ เหรอ?”
หลังจากผ่านเรื่องราวมากมาย พวกเขาก็เริ่มเชื่อกับสิ่งลี้ลับ เหล่านี้แล้ว
“แล้วลูกเปิดโปงความจริงแบบนั้น เธอจะไม่โกรธลูกเอาเหรอ?” คุณแม่เซียวกังวล
“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่ เธอคงไม่ได้ออกมาง่าย ๆ” เซียวหมิงเยวี่ยปล อบโยน
คุณตาคิดอย่างลึกซึ้งแล้วพูดว่า “หลานเอ๊ย ตัดสินใจถูกแล้วล่ะ แลกยาช่วยชีวิตกับงานที่มีหน้ามีตา มองในระยะยาว ถือว่าคุ้มค่า”
ด้วยสายตาที่เฉียบแหลมของเขา คุณตาย่อมมองออกว่างานนี้มี มูลค่าเพิ่มมากมายสำหรับอนาคตของเซียวหมิงเยวี่ย มันเป็น มากกว่างาน
งานของเซียวหมิงเยวี่ย เมื่อเทียบกับงานเจ้าหน้าที่จัดสรรที่พัก ในชุมชนของแม่เซียวสมัยก่อน มันถือว่าดีกว่ามาก และงานจัดสรรที่
พักในชุมชนเป็นงานระดับล่าง ซึ่งด้อยกว่างานของเซียวหมิงเยวี่
ยมาก เรียกว่าไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย
คุณแม่เซียวจัดผมหน้าม้าของลูกสาวด้วยความรักและทะนุ ถนอม เธอพูดด้วยน ้าเสียงภาคภูมิใจว่า
“ลูกสาวของแม่เก่งที่สุดเลย คนอื่นมองไม่ออก แต่ลูกกลับ มองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ตอนนี้มีงานทำแล้ว หัวหน้าจะต้องรัก และเอ็นดูหนูมากแน่ ๆ ลูกสาวแม่คือลูกนกหงส์ไฟสีทอง อนาคตต้อง สดใสแน่นอน”
เซียวหมิงเยวี่ยว่รู้สึกขบขันกับคำพูดของแม่เซียว
“แม่เลิกชมหนูแบบเว่อร์วังได้แล้ว อีกอย่างอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับ ใครนะคะ เก็บไว้เป็นความลับในครอบครัวเราก็พอแล้ว เพราะเรื่องนี้
เป็นความลับ”
คุณพ่อเซียวเห็นด้วย
“แน่นอนอยู่แล้วจ้ะ พวกเราก็หวังว่าจะพัฒนาวัคซีนแอนติบอดี ให้เสร็จเร็ว ๆ จำนวนผู้เสียชีวิตแต่ละวันมันน่ากลัวมาก จนไม่มีใคร กล้าออกจากบ้านเลย”
คุณแม่เซียวกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่แล้วก็เห็นคุณยายรีบวิ่ง ออกมา
“แย่แล้ว แย่แล้ว พวกเธออย่ามัวแต่นั่งคุยกันอยู่แบบนั้น บ้านเรา ไฟเปิดไม่ติด น ้าก็ไม่ไหลแล้วด้วย!”
คุณแม่เซียวรีบเข้าไปในบ้าน “ทำไมไฟถึงดับลงไปเฉย ๆ แบบนี้
ล่ะ ไฟดับบ้านเราหลังเดียวหรือดับกันทั้งหมู่บ้าน? ทำไมไม่มีประกาศ แจ้งเตือนจากทางชุมชนเลย”
คุณยายเดินไปที่กำแพงด้านตะวันออกของสนาม แล้วตะโกน ถามว่า
“น้องเถาฮวาเอ๊ย ที่บ้านพวกเธอไฟดับไหม?”
เพื่อนบ้านรีบตะโกนตอบกลับมาว่า
“พี่เฟิน บ้านเราไฟดับหมดเลย บ้านพวกพี่ก็ไฟดับด้วยเหรอ?”
“ใช่แล้ว ไฟดับ ดูเหมือนว่าไฟจะดับทั้งชุมชนเลย ไม่มีไฟ ไม่มี น ้า แล้วจะทำกับข้าวกันยังไงเนี่ย!” คุณยายพูด
บ้านข้าง ๆ ก็เป็นครอบครัวใหญ่เช่นกัน เจ้าของบ้านแซ่เหยา
แม่สามีของพวกเขาชื่อว่าจางเถาฮวา อายุน้อยกว่าคุณยาย เล็กน้อย สามีเสียชีวิตไปแล้ว เธอเลี้ยงดูลูก ๆ หลายคนด้วยตัวเอง ลูกชายคนโตมีหน้าที่การงานดี ปัจจุบันจางเถาฮวาอาศัยอยู่กับลูก ชายคนโต
คุณยายเรียกเธอว่าน้องเถาฮวา พวกเธอสนิทกันพอสมควร เนื่องจากอายุไล่เลี่ยกัน และมีหลานหลายคน จึงมีเรื่องคุยกันเยอะ
แม้ว่าครอบครัวเซียวจะย้ายมาอยู่ได้ไม่กี่วัน แต่ก็ต้องทำทำ ความคุ้นเคยกับคนบ้านใกล้เรือนเคียง ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะเป็น เพื่อนบ้านกันต่อจากนี้ไป
ตอนที่คุณแม่เซียวมาเพิ่งมาถึง เธอเคยเอาของกินไปให้ที่บ้าน นั้น คนที่เปิดประตูคือลูกสะใภ้ของจางเถาฮวา ซึ่งดูเข้ากับคนง่าย
ส่วนเพื่อนบ้านทางทิศตะวันตกของครอบครัวเซียวนั้นดูจะเย็น ชาและเก็บตัวมากกว่า ปกติแล้วจะเป็นแม่บ้านที่ออกไปทำธุระ ไม่ ค่อยสุงสิงกับใคร แม้จะเจอกันก็ทำเป็นมองไม่เห็น และไม่เคยทักทาย
พวกเขาเป็นคนท้องถิ่น ดูถูกคนที่ย้ายมาจากต่างถิ่น จึงไม่ค่อย อยากจะยุ่งกับใคร
ครอบครัวเซียวเองก็ไม่ได้อยากไปเสนอหน้า จึงเลือกที่จะมี ความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออกเพียงฝั่งเดียว
เซียวหมิงเยวี่ยคาดเดาว่า การที่ไฟฟ้าดับน่าจะเกี่ยวข้องกับไวรัส X ซึ่งสร้างความวุ่นวายให้กับผู้คนในเมืองจนไม่มีเวลามาจัดการเรื่อง ไฟฟ้า
คุณแม่เซียวเปิดโทรศัพท์ดู “อ๊ะ มีการแจ้งเตือนมาในกลุ่มชุมชน แล้วว่า น ้าประปาจะไหลในตอนกลางคืน แต่ไฟฟ้าจะดับเป็นเวลาหนึ่ง สัปดาห์ แล้วจะทำยังไงดี?”
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้าขึ้นมองหลังคาบ้าน ทันใดนั้นก็นึกถึงแผง โซลาร์เซลล์ที่อยู่ในมิติ
เธอเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีแผงโซลาร์เซลล์อยู่ในมิติ ตอนที่
ครอบครัวเซียวถอดแผงโซลาร์เซลล์ออก เธอเก็บมันไว้ในมิติทั้งหมด ตอนนี้ถึงเวลาเอาออกมาใช้อีกครั้งแล้ว
สำหรับเรื่องน ้า นั่นยิ่งไม่ใช่ปัญหา เธอมีน ้าเหลือเฟืออยู่ในมิติ
เซียวหมิงเยวี่ยดึงเสื้อคุณตากับคุณพ่อเซียว
“ที่บ้านเรามีบันไดขึ้นไปบนหลังคาไหมคะ? หนูยังเก็บแผงโซลาร์ เซลล์จากบ้านเก่าไว้ทั้งหมด”
คุณพ่อเซียวและคุณตาเพิ่งนึกออก “จริงด้วย บ้านเรามีแผง โซลาร์เซลล์นี่นา!”
“แล้วจะบอกคุณยายว่ายังไงดี?” เซียวหมิงเยวี่ยกระซิบ
คุณตาโบกมือพูดอย่างมั่นใจ “ยายเขาไม่คิดซับซ้อน พูดอะไรก็ เชื่อหมดแหละ เดี๋ยวตาจัดการเอง”
จากนั้น คุณตาเดินเข้าไปหาคุณยาย “ยายเฒ่าเอ๊ย…”
คุณตากระซิบบอกคุณยายสองสามคำ ใบหน้าของคุณยายค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีสันแห่งความประหลาดใจ เธอกำลังจะพูดอะไร บางอย่าง แต่คุณตาห้ามไม่ให้พูด คุณยายจึงพยักหน้าซ ้าแล้วซ ้าเล่า
“งั้นก็ดีเลยสิ รีบไปเอาแผงโซลาร์เซลล์ออกมาจากห้องเก็บของ ได้แล้ว ฉันรอทำกับข้าวอยู่”
คุณตาขยิบตาให้คุณพ่อเซียวและเซียวหมิงเยวี่ย แล้วพูดด้วย รอยยิ้ม
“ไป ไปขนของที่ห้องเก็บของหลังบ้านกัน”
เซียวหมิงเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ คุณยายช่างอ่อนหวานและใส ซื่อ เชื่อทุกอย่างที่คุณตาพูด และเธอก็เป็นแบบนี้มาตลอดชีวิต
เมื่อมาถึงห้องเก็บของ เซียวหมิงเยวี่ยก็นำแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์อื่น ๆ ออกมาจากมิติ จากนั้นสมาชิกใน ครอบครัวเริ่มยุ่งกับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
เนื่องจากพวกเขาเคยติดตั้งที่ชุมชนหวาฮั่นมาก่อน เลยค่อนข้าง คล่องแคล่ว ทั้งคุณพ่อและคุณตาต่างก็ทักษะดี ดังนั้นการติดตั้งจึง ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแต่แผงโซลาร์เซลล์มีจำนวนมาก และสายไฟ ที่เชื่อมต่อก็ซับซ้อน จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร
คุณพ่อเซียว คุณตา และเซียวหมิงเยวี่ยกำลังขนแผงโซลาร์ เซลล์ขึ้นไปบนหลังคา คุณแม่เซียวก็เข้ามาช่วยเช่นกัน มันจึงเป็น เรื่องยากที่จะไม่ดึงดูดความสนใจ
ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชายสองคนของครอบครัวจางทาง ทิศตะวันออกต่างออกมายืนดู
“พวกเธอกำลังทำอะไรกันเหรอ?” จางเถาฮวาถามด้วยความ อยากรู้อยากเห็น
เหยาเชินลูกชายของจางเถาฮวาดึงเสื้อคุณแม่ของเขาไว้ “อย่า ตะโกนสิแม่ นั่นคือแผงโซลาร์เซลล์ พวกเขากำลังติดตั้งแผงโซลาร์ เซลล์กันอยู่”
เหยาเชินเป็นชายวัยกลางคนอายุใกล้ 50 ปี ท่าทางดูมีภูมิฐาน ดูแล้วน่าจะคุ้นเคยกับการทำงานในวงการธุรกิจ และน่าจะเป็น ผู้บริหารที่มีอำนาจ
พวกเขาก็เป็นผู้ลี้ภัยจากที่อื่นเช่นกัน มาถึงที่นี่ก่อนครอบครัว เซียวหนึ่งเดือน ตระกูลเหยายังเป็นหนึ่งในนักธุรกิจผู้มั่งคั่งชั้นนำ และ ครั้งหนึ่งเคยเป็นตระกูลที่ร ่ารวยที่สุดในบ้านเกิดของพวกเขา
น่าเสียดายที่บ้านเกิดของพวกเขา เกิดปรากฏการณ์ท้องฟ้าแดง ฉานเช่นเดียวกับเมืองเผิงจิง พวกเขาจึงต้องอพยพมาอยู่ในสถานที่
ไกลโพ้น และด้วยโชคชะตา จึงได้มาเป็นเพื่อนบ้านกับครอบครัว เซียว
“แผงโซลาร์เซลล์เหรอ? จำได้ว่าที่บ้านเราก็เคยมีนี่ หนีมาตอน นั้นเอาติดตัวมาด้วยหรือเปล่า?”
จางเถาฮวาเพิ่งจำได้ว่าที่บ้านของพวกเขาก็เคยมีแผงโซลาร์ เซลล์เหมือนกัน
“คุณย่าครับ พวกเราหนีมาแบบรีบร้อน เลยไม่ได้เอาแผงโซลาร์ เซลล์มาด้วย” เหยาเจ๋อหย่วนลูกชายคนโตของเหยาเชินพูด
เหยาเจ๋อหย่วนอายุ 26 ปี เป็นชายหนุ่มไฟแรง รูปร่างหน้าตาดี พูดจาฉะฉาน
จางเถาฉวาอุทาน ก่อนพูดด้วยความอิจฉาอย่างสุดซึ้ง
“ดีจัง เมืองเกาปาเล่อแดดแรงดีด้วย บ้านพวกเขาคงไม่ขาดไฟ ใช้แน่ ๆ~ ทำไมพวกเราไม่เอาแผงโซลาร์เซลล์มาด้วยนะ”
เหยาเชินยืนโดยเอามือไพล่หลัง พูดเสียงเรียบเฉย
“แผงโซลาร์เซลล์ที่บ้านเราใช้ตั้งแต่ตอนอากาศร้อน พอใช้มา นานหลายปีแล้ว เลยชำรุดไปกว่าครึ่ง ต่อมาก็มีฝนตกหนัก แผงที่
เหลือในโกดังขึ้นราจนหมด ปีที่แล้วแบตเตอรี่ก็แข็ง ถึงเอามาด้วยก็ ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้”
เขาหันหลังกลับเดินเข้าบ้าน “เอาล่ะ อย่ามัวมายืนดูอยู่เลย เดี๋ยว เขาจะหาว่าเราไม่เคยเห็นของดี”