ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 403 เพื่อนบ้านที่ดี
จางเถาฮวาพูดอ ้าอึ้ง “แม่กำลังคิดอยู่ว่าจะลองไปคุยกับ ครอบครัวของเขา เผื่อขอต่อสายไฟมาที่บ้านเราได้ จะได้มีไฟฟ้าใช้ ช่วงไฟดับสักสองสามวัน”
“ไฟฟ้าของพวกเขา แล้วจะยอมให้คนอื่นมาใช้ได้ยังไง? แม่อย่า ไปทำให้เขาลำบากใจเลย เลิกคิดเรื่องนี้เถอะ ไฟดับไม่ทำให้ตายสัก หน่อย เข้าบ้านกันได้แล้ว” เหยาเชินไม่เห็นด้วย
จางเถาฮวารีบคว้าแขนลูกชายไว้ “ไม่แน่หรอก เราไม่ได้ขอใช้ ฟรี ๆ สักหน่อย แม่คิดว่าจะเอาของไปแลกเพื่อซื้อไฟจากบ้านเขา ป้า เฟินข้างบ้านใจดี พูดจาสุภาพ แม่จะลองไปคุยดู ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่ลองถามเฉย ๆ”
ภรรยาเหยาเชินเห็นด้วย แต่ก็ยังลังเล
“น้องเจี่ยงข้างบ้านนิสัยดีนะ น่ารัก และดูใจดี อาจจะพอคุยกันได้ ถ้าไม่มีไฟใช้ เนื้อสัตว์ในตู้เย็นที่บ้านเราคงเน่าเสียหมด แถมยัง ทำอาหารไม่ได้ด้วย งั้นเราเอาเนื้อวัวไปให้เขาสองกิโลสำหรับค่าไฟดี ไหม ทุกคนคิดว่าไง?”
“ดี ๆ แม่ก็คิดอยู่เหมือนกัน แค่ลองถามไปก่อน แม้เขาไม่ยินยอม เราก็ไม่ได้เสียอะไรเลย” จางเถาฮวาพยักหน้ารัว ๆ
เหยาเชินนิ่งคิดอยู่นานก่อนพยักหน้า
“ลองถามดูก็ได้ เดี๋ยวผมไปถามเอง ทุกคนรออยู่นี่แหละ”
ความจริงแล้วเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เพราะยุคสมัยนี้คน ดี ๆ หายาก แม้ว่าจะยิ้มแย้มพูดคุยกันอย่างเป็นมิตร แต่ใครจะรู้ว่าใน ใจคิดอะไรอยู่
กลัวแค่ว่าคนอื่นจะแค่ทำเป็นสนิทสนม พูดคุยตามมารยาท เดี๋ยว จะหาเรื่องใส่ตัวให้ขายหน้าเปล่า ๆ
เหยาเชินอายุขนาดนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปีในโลกหลัง หายนะ ย่อมต้องมีความระแวดระวังสูงเป็นธรรมดา
ส่วนนี้คล้ายคลึงกับเซียวหมิงเยวี่ย การที่จะกังวลไม่ถือว่าแปลก อะไร
“เจ๋อหย่วน ไปเอาบันไดมาให้หน่อย”
ตอนนี้ประตูบ้านปิดตายสนิท จึงต้องพูดคุยกันผ่านกำแพง แม้จะ ห่างกันเพียงแค่กำแพงกั้น แต่คุยกับใครก็ควรให้คนอื่นเห็นหน้า ไม่เช่นนั้นจะดูไม่สุภาพ
“ได้ครับพ่อ” เหยาเจ๋อหย่วนรีบไปเอาบันไดมาให้ทันที
เหยาเชินเอาบันไดวางพาดบนกำแพง พอดีกับที่คุณพ่อเซียว กำลังขนแผงโซลาร์เซลล์อยู่ด้านล่าง
“พี่เซียวครับ ผมมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือหน่อย พอมีเวลา ไหมครับ?” เหยาเชินพูดเสียงเบา
คุณพ่อเซียววางแผงโซลาร์เซลล์ลง แล้วยกมือเช็ดเหงื่อ
“อ้าวพี่เหยา มีอะไรให้ช่วยเหรอ?”
เหยาเชินพูดด้วยรอยยิ้ม “คือว่าที่บ้านไฟดับไปแล้ว แผงโซลาร์ เซลล์ของคุณนี่สุดยอดไปเลย ถ้าที่บ้านมีไฟเหลือพอใช้ ไม่ทราบว่า จะช่วยต่อสายไฟมาที่บ้านผมได้ไหม?
ที่บ้านไม่มีของมีค่ามากนัก เลยอยากจะเอาเนื้อวัวสองกิโลนี้มา แลกเป็นค่าไฟ เพราะถ้าไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ทำอาหารไม่ได้ ของในตู้เย็น คงเน่าเสียหมด”
เหยาเชินยกเนื้อวัวในมือขึ้น “พี่เซียว คุณพอจะช่วยได้ไหม ครับ? ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องลำบากใจนะ”
สิ้นเสียง เหยาเชินก็มองคุณพ่อเซียวด้วยความคาดหวัง รอฟัง คำตอบจากเขา แน่นอนว่าเขาอยากให้คุณพ่อเซียวตอบตกลง ไม่เช่นนั้นของในตู้เย็นที่เก็บไว้คงเสียหายไปไม่น้อย
คุณพ่อเซียวยิ้มตอบ “พี่เหยาไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ ผมนึก ว่ามีเรื่องอะไรซะอีก แต่ว่าเรื่องไฟฟ้าจะเพียงพอหรือเปล่า ผมต้องไป ถามลูกสาวผมก่อน เธอน่ะคุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ รอผมแป๊บหนึ่งนะ ครับ”
ถึงแม้จะพูดแบบนั้น แต่คุณพ่อเซียวก็ยังต้องไปขอความเห็นจาก เซียวหมิงเยวี่ยก่อน เขาไม่สามารถตัดสินใจอะไรเองได้โดยพลการ
เหยาเชินถอนหายใจ แววตาแฝงไปด้วยความผิดหวัง แต่แล้วเขา ก็ทำใจได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขาไม่ได้คาดหวังอะไรไว้มากนัก
ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ การปฏิเสธของผู้ใหญ่ มักจะเต็มไป ด้วยความสุภาพ เพราะทำไมเจ้าบ้านถึงตัดสินใจอะไรเองไม่ได้ ทำไม ต้องไปปรึกษาลูกสาวก่อนด้วย?
เขาไม่รู้ว่านี่คือกฎของครอบครัวเซียว ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ครอบครัวเซียวก็ต้องปรึกษาเซียวหมิงเยวี่ยก่อน นี่กลายเป็นธรรม เนียมปฏิบัติระหว่างสมาชิกครอบครัวเซียวและครอบครัวเจี่ยงไปแล้ว
คุณพ่อเซียวเดินไปหาเซียวหมิงเยวี่ยและคุณตา เล่าเรื่องของ เพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกให้ฟัง
“หมิงเยวี่ย ลูกคิดว่ายังไง เราจะช่วยเขาต่อสายไฟได้ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่นาน “แผงโซลาร์เซลล์ของเราเหลือเฟือ ผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอ และแบตเตอรี่ก็เต็ม หนูคิดว่าเราต่อสายไฟให้ เขาได้ โดยไม่กระทบการใช้ไฟของเราค่ะ”
ในช่วงสองสามวันนี้ เธอแอบสังเกตเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกอยู่ เหมือนกัน
ดูแล้วก็น่าจะโอเค คงจะอยู่ร่วมชุมชนกันไปอีกหลายสิบปี เพื่อน บ้านใกล้เคียงดีกว่าญาติที่อยู่ไกล ผูกมิตรไว้ย่อมดีกว่า
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อนบ้านต้องเป็นคนดีด้วยนะ
ครอบครัวทางตะวันออกเสนอจะแลกเนื้อวัวกับไฟฟ้า ไม่ได้มาขอ ใช้ฟรี แสดงว่าครอบครัวนี้มีมารยาท น่าคบค้าสมาคม เพราะเนื้อวัว ในยุคนี้มีค่ามาก หาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด
พวกเขามีความจริงใจอย่างมาก
“ได้ เอาตามที่หมิงเยวี่ยว่า” คุณพ่อเซียวหันหลังกลับเพื่อไปบอก เหยาเชิน
คุณพ่อเซียวมองไปที่กำแพง แต่ไม่เห็นอีกฝ่ายแล้ว “พี่เหยาครับ ยังอยู่หรือเปล่า?”
ทันทีที่เหยาเชินลงจากบันได เขาก็ได้ยินเสียงเรียกของคุณพ่อ เซียว จึงรีบปีนกลับขึ้นไปอีกครั้ง
“ครับ ๆ อยู่ตรงนี้”
คุณพ่อเซียวหัวเราะ “ลูกสาวผมบอกว่าได้ เดี๋ยวจะต่อสายไฟให้ พวกคุณนะ บ้านคุณมีปลั๊กไฟยาว ๆ ไหม?”
เหยาเชินแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขาพูดด้วยความดีใจ
“มีครับ มี ๆ บ้านผมมีปลั๊กสายยาว”
เหยาเชินคุ้นเคยกับความเย็นชาและความชั่วร้ายของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังจากเกิดภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ การปฏิเสธและความคิดร้ายกลายเป็นเรื่องปกติ
เขาไม่คิดว่าจะมีคนกล้าช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ในยุคนี้ จึงทั้งรู้สึกประหลาดใจและดีใจมาก ความระแวงในใจของเขา ค่อย ๆ ลดลง
เขาเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับครอบครัวเซียว เพื่อนบ้านใหม่ของเขา มากขึ้น
“เจ๋อหย่วน ไปหาสายไฟยาว ๆ ของบ้านเราออกมาหน่อย!” เหยาเชินตะโกนบอกลูกชายตนที่อยู่ด้านล่าง
“ผมจะไปเดี๋ยวนี้!”
พวกเขาทั้งหมดต่างก็ได้ยิน จางเถาฮวาและภรรยาเหยาเชินรู้สึก ดีใจแบบสุด ๆ
เหยาเชินแสดงท่าทีขอบคุณ “พี่เซียว ขอบคุณมากเลยครับ ผม ไม่รู้จะพูดอะไรดี ช่วยรับเนื้อวัวนี้ไว้เถอะครับ ถือเป็นของขวัญ เล็กน้อย ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของพวกคุณ”
“ไม่ต้องหรอก เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและ กันสิ แค่เรื่องสายไฟนิดหน่อยเอง!”
คุณพ่อเซียวไม่ต้องการรับเนื้อไว้ ไม่อยากให้พวกเขาคิดว่าที่
ช่วยเพราะอยากได้เนื้อ
“ไม่ได้ครับ ไม่ได้ คุณต้องรับไว้ ไม่งั้นผมคงรู้สึกผิดที่ต้องใช้ ไฟฟ้าบ้านคุณฟรี ๆ รับไว้เถอะครับ เข้ามารับเร็ว”
เหยาเชินมีท่าทีเด็ดขาด เขาต้องการให้พ่อเซียวรับเนื้อวัวนี้ไว้
คุณพ่อเซียวไม่ต้องการเถียงเรื่องเนื้อวัวกับเขาอีก ถ้าเขาอยาก ให้จริง ๆ ก็คงต้องรับไว้
“ได้ครับ ขอบคุณพี่เหยามาก เนื้อวัวนี่สดน่าดู!”
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ”
ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสุภาพอีกสักพัก
ในเวลานี้เซียวหมิงเยวี่ยปีนขึ้นไปบนหลังคาและกำลังติดตั้งแผง โซลาร์เซลล์แผ่นสุดท้าย เธอสามารถเห็นทุกอย่างรอบ ๆ บ้านชัดเจน และแน่นอนว่าเธอเห็นท่าทางของสมาชิกครอบครัวในบ้านนั้น ทุกคน ดูมีความสุขมาก
สมาชิกครอบครัวในบ้านนั้นก็เห็นเธอเช่นกัน ต่างก็โบกมือยิ้ม ทักทายเธอ
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มตอบอย่างสุภาพ ดูเหมือนว่าโชคดีของเธอครั้ง นี้ เธอเจอเพื่อนบ้านที่ปกติ ไม่เหมือนตอนที่อาศัยอยู่ในเมืองบันเทิง ข้างห้องเธอชอบสร้างปัญหาอยู่เรื่อย
สายตาของเซียวหมิงเยวี่ยเหลือบไปทางอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอ เห็นคนรับใช้ของบ้านข้าง ๆ ฝั่งตะวันตกยืนอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง ซึ่ง กำลังมองมาทางนี้
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พลาดท่าทางหยิ่งยโสและขี้ประชดประชัน ของอีกฝ่าย เธอหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้
โอ้โห ดูเหมือนว่าจะดีใจเร็วเกินไปซะแล้ว
เธอจำเป็นต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เหล่านี้บนหลังคา ซึ่งมันดู โดดเด่นมาก ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ถ้าเพื่อนบ้านดี ก็ย่อมต้องการคบหาสมาคม แต่ถ้าไม่ดี เธอก็ไม่ จำเป็นต้องฝืน ช่างมันสิ
คนรับใช้แอบมองอยู่นาน ในที่สุดก็อดทนไม่ไหว
เธอเปิดหน้าต่างและตะโกนว่า
“นี่ คนข้างบ้าน บ้านพวกคุณมีไฟฟ้าใช่ไหม ต่อสายไฟมาให้ บ้านเราหน่อยสิ!”
น ้าเสียงของคนรับใช้ไม่ดีนัก แทบจะเป็นการออกคำสั่ง และเธอก็ ตะโกนดังมาก จนบ้านฝั่งตรงข้ามได้ยิน
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างสุภาพเพื่อปฏิเสธ
“ไม่ได้ค่ะ”
สีหน้าของคนรับใช้เปลี่ยนไปทันที เธอจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ย ด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นปิดหน้าต่างอย่างแรง หันหลังแล้วเดินจาก ไป ไม่รู้ว่าจะไปฟ้องใคร
เซียวหมิงเยวี่ยฮัมเพลงเบา ๆ ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บ้านฝั่งตรงข้ามได้ยิน และเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงพากันยิ้ม โดยไม่ต้องอธิบายอะไร