ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 75 เข้าร่วมงานประมูล
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดฝีเท้าและหันไปมองจางลี่ เธอกระตุกยิ้มมุม ปากแล้วพูดว่า
“บังเอิญจังนะ”
ใบหน้าจางลี่หมองหม่นลงทันที เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือเซียวหมิง เยวี่ยจริง ๆ เป็นเธอจริงด้วย
เมื่อเห็นเซียวหมิงเยวี่ย จางลี่หวนนึกถึงห้องชุดในตึกสูงใจกลาง เมือง พวกเขาพยายามขายมาหลายเดือนแล้ว แม้แต่ราคา 190,000 หยวนก็ยังขายไม่ได้ และเพราะห้องชุดหลังนั้นที่ต้องทำให้ครอบครัว ของเซียวอวี่หมดตัว
ตอนนี้ครอบครัวเซียวอวี่สิ้นเนื้อประดาตัว ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ ต้องละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดและใช้เรือนร่างรับใช้ชายอื่น ต่อสู้กับผู้หญิง กลุ่มหนึ่งเพื่อความโปรดปราน และต้องทำแท้งเด็กในท้อง
ผู้ร้ายของเรื่องทั้งหมดนี้คือเซียวหมิงเยวี่ย
“โอ้ ช่างบังเอิญจริง ๆ เธอมาที่นี่ได้ยังไง ทำงานที่นี่เหรอ? ด้วย เงินค่าบ้าน 3.2 ล้านหยวน ทำไมยังต้องออกมาทำงานอีก?” จางลี่พูด ด้วยน ้าเสียงเยาะเย้ย
เซียวหมิงเยวี่ยอยากจะกลอกตาใส่อีกฝ่าย คนที่มาทำงานอยู่ เมืองใต้ดินล้วนชอบดูถูกคนอื่นหรือไง พวกเขามักตัดสินคนจาก
รูปลักษณ์ภายนอกอยู่ตลอด ดูเหมือนว่าสำนวนไก่งามเพราะขน คน งามเพราะแต่งจะเป็นความจริง ครั้งต่อไปเธออาจต้องสวมเสื้อคลุม มังกรเสียแล้ว
และจางลี่ไม่ได้จ่ายเงิน 3.2 ล้านหยวนเหล่านั้น ทำไมต้องเป็น เดือดเป็นร้อนด้วย
จางลี่มองเซียวหมิงเยวี่ยแล้วสั่งว่า
“พนักงานเสิร์ฟ มารินไวน์ให้ฉันสักแก้วสิ หูหนวกหรือไง ฉัน บอกให้มารินไวน์ให้ฉัน”
เซียวหมิงเยวี่ยชำเลืองมองคนที่อยู่รอบตัวจางลี่ พี่พานกำลัง เกี้ยวพาราสีอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ส่วนผู้หญิงอีกคนหนึ่งไม่ได้พูด อะไร เธอเพียงเลิกคิ้ว และมองจางลี่ด้วยสายตาดูถูกเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าผู้หญิงที่อยู่รอบตัวพี่พานจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่
เซียวหมิงเยวี่ยแสร้งทำเป็นประหลาดใจ “พี่สะใภ้ มาที่นี่ได้ยังไง พี่ชายฉันเฝ้าคิดถึงคุณทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขากลายเป็นคนพิการ แล้ว และพี่ควรจะไปดูแลเขานะ ว่าแต่ แล้วลูกในท้องของพี่ล่ะ?”
ใบหน้าที่ภาคภูมิใจของจางลี่แข็งทื่อในทันที เธอพูดว่า “หุบปาก ซะ! ใครเป็นพี่สะใภ้แกกันยะ”
ผู้หญิงที่อยู่ถัดจากจางลี่พูดด้วยน ้าเสียงเยาะเย้ย
“คุณพี่ลี่ลี่ อดีตสามีของพี่พิการเหรอ? ถ้าอย่างนั้นพี่ใจร้ายไป หน่อยหรือเปล่า อีกอย่าง พวกเราคงจะเทียบกับหญิงชราที่ผ่านการ ทำแท้งอย่างพี่มาแล้วไม่ได้หรอก”
จางลี่โกรธจนใบหน้าของเธอบิดเบี้ยว จริงอยู่ที่ไม่มีใครอายุ 18 ตลอดไป แต่เธอจะต้องทำตัวเป็นผู้หญิงอายุ 18 เสมอ
เธออายุมากที่สุดในบรรดาผู้หญิงรอบตัวพี่พาน คนอื่นล้วนเป็น เด็กสาวอายุ 20 ต้น ๆ และเด็กสาวเหล่านี้มักใช้อายุของตัวเองมา เยาะเย้ยเธอเสมอ
นอกจากนี้พี่พานเป็นคนเบื่อง่ายหน่ายเร็ว เมื่อเบื่อผู้หญิงคน ไหน เขาจะเปลี่ยนคนในทันที จางลี่พยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษา ความสัมพันธ์กับเขาไว้ เธอไม่อยากกลับไปอยู่ในสลัมอีก
จางลี่ตบโต๊ะอย่างแรง “ฉันจะร้องเรียนแก!”
“มีเรื่องอะไรกัน?” พี่พานหันมามองด้วยความไม่พอใจ
จางลี่หน้าเสียทันที “พี่พานขา พนักงานเสิร์ฟคนนั้นรังแกฉัน ฉันจะฟ้องร้องเธอ”
“ใครบอกว่าฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟ?” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียง เรียบ
เธอหยิบบัตรทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อและเขย่าเบา ๆ จากนั้น ชูนิ้วกลางให้อีกฝ่าย ก่อนจะหันหลังเดินออกไปโดยไม่สนใจสีหน้า ของลี่ลี่
เธอมาที่นี่เพื่อทำธุระสำคัญ และไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับคนโง่ แบบนี้
ใบหน้าของจางลี่แปรเปลี่ยนเป็นสีซีดขาว ราวกับโดนตบหน้า อย่างแรงต่อหน้าสาธารณชน เธอเสียหน้าอย่างมาก
นางเซียวหมิงเยวี่ยมีบัตรทองจริง ๆ!
มีเสียงหัวเราะคิกคักอยู่รอบ ๆ ซึ่งทำให้จางลี่รู้สึกอับอายมาก ยิ่งขึ้น
“พี่ลี่ลี่คะ สายตาไม่ดีหรือเปล่าเนี่ย ถึงได้เข้าใจผิดว่าสมาชิกบัตร ทองเป็นพนักงานเสิร์ฟ? เธอไม่ได้สวมชุดทำงานของพนักงานเสิร์ฟ สักหน่อย หรือเพราะพี่แก่เกินไปจนสายตาพร่ามัวแล้วคะ?”
เด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ ถือโอกาสเยาะเย้ย
“แก!” จางลี่เดือดดาลหนัก
ผู้หญิงคนนั้นซุกอยู่ในอ้อมแขนของพี่พานและทำท่ายั่วยวน “เป็นบ้าอะไรเนี่ย พี่พานขา~ ดูความก้าวร้าวของผู้หญิงคนนี้สิ หนู กลัวจัง”
พี่พานมองไปทางเซียวหมิงเยวี่ยและพึมพำ
“เธอดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ฉันเองก็ชอบของแปลกด้วยสิ”
…
มีสถานที่หลายแห่งถูกทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่ แต่เซียวหมิง เยวี่ยสนใจเพียงแค่งานประมูลเท่านั้น เธอเดินตามป้ายถนนไปยัง ทิศทางของงานประมูลตามที่เห็นในแผนที่
อยากเข้าไปดูสักหน่อยว่ามีสิ่งที่เธอต้องการบ้างหรือเปล่า
พนักงานต้อนรับที่หน้าประตูห้องประมูลมีมารยาทที่ดีกว่าอย่าง ชัดเจน “คุณผู้หญิงครับ การประมูลรอบต่อไปกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว คุณจำเป็นต้องแสดงบัตรสมาชิกของคุณให้เราดูด้วยครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยใช้นิ้วสองนิ้วหนีบบัตรแล้วยื่นให้เขา
ท่าทีของเขาดีขึ้นเล็กน้อย “คุณเซียวหมิงเยวี่ยที่เคารพ คุณเป็น สมาชิกระดับทอง สามารถไปที่โซนระดับทองเพื่อนั่งลงได้เลยครับ”
ทันใดนั้น พนักงานหญิงคนหนึ่งเดินมาจากข้าง ๆ แล้วพูดอย่าง สุภาพว่า
“คุณผู้หญิงคะ โปรดตามฉันมาค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินตามเธอไป ดูเหมือนว่าบริการที่สมาชิกแต่ละ ระดับจะได้รับนั้นแตกต่างกันออกไป
เมื่อเข้าไปในงานประมูล เซียวหมิงเยวี่ยจึงตระหนักได้ว่าที่นี่ใหญ่ เพียงใด และยังมีระบบลำดับชั้นที่ชัดเจน ความแตกต่างของสถานะ และตำแหน่งของผู้คนสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่แรกเห็น
แถวหน้าคือโซนดำระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นที่นั่งของสมาชิกระดับ ดำ เก้าอี้หนังของสมาชิกระดับดำนั้นหรูหรามาก แม้แต่ด้านข้างเก้าอี้
แต่ละตัวก็ยังมีโต๊ะกาแฟอยู่ด้วย
โต๊ะกาแฟมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มฟรี มีถาดผลไม้ที่
สวยงามวางอยู่ด้วย ซึ่งแต่ละถาดมีผลไม้หลากหลายชนิดวางอยู่
ในปัจจุบัน สิ่งเดียวที่หรูหรายิ่งกว่าผักก็คือผลไม้
สำหรับคนข้างนอก นับประสาอะไรกับผลไม้ แม้แต่เปลือกผลไม้ ก็ไม่มีให้เห็น ในอดีต พวกเขายังสามารถซื้อผักและอาหารได้ด้วย เงิน และหากมีเส้นสาย คุณสามารถซื้อผลไม้คุณภาพดีกว่าที่
วางขายภายนอก แต่ตอนนี้ไม่มีขายอีกแล้ว
ในซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มีขายแม้แต่ข้าว แล้วนับประสาอะไรกับผัก ผลไม้ ผู้คนกินขนมเปี๊ยะยุงกับชิ้นกระบองเพชรทุกวัน และมีชีวิตที่น่า เวทนามาก
แต่สมาชิกระดับดำกลับสามารถเพลิดเพลินกับผลไม้ได้ที่นี่ บาง คนถึงกับบ่นว่ารสชาติไม่ดีด้วยซ ้า
ผลไม้จานเก่าที่ลูกค้าก่อนหน้าไม่ได้แตะแม้แต่คำเดียวจะถูกเท ลงถังขยะ พนักงานเสิร์ฟรีบเปลี่ยนใหม่ทันที เพื่อเตรียมไว้สำหรับ ลูกค้าคนต่อไป
ความต่างระหว่างคนรวยและคนจนในโลกนี้น่ากลัวจริง ๆ
ที่นั่งสมาชิกบัตรทองถึงแม้จะไม่โอ่อ่ามากนัก แต่ก็ถือว่าดี พอสมควร แต่ละเก้าอี้มีขวดน ้าสองขวด เป็นน ้าผลไม้หนึ่งขวด น ้าแร่ หนึ่งขวด และผลไม้จานเล็ก ๆ อยู่ด้านข้าง ผลไม้จานนี้เล็กกว่าของ สมาชิกบัตรดำเล็กน้อย และมีผลไม้ให้เลือกน้อยกว่า
ส่วนที่นั่งสมาชิกบัตรเงินอยู่ด้านนอกสุด มีเพียงขวดน ้าแร่วางอยู่ ข้างเก้าอี้
ตามคำแนะนำของพนักงานเสิร์ฟ เซียวหมิงเยวี่ยนั่งลงบนที่นั่ง ของสมาชิกบัตรทอง เธอใช้ส้อมสีเงินตักแตงโมชิ้นหนึ่งเข้าปาก น ้า ผลไม้ไหลทะลักออกมา มันรสชาติดีและสดมาก
ลูกค้าจำนวนมากเดินเข้ามาเรื่อย ๆ จนเกือบจะเต็มห้องประมูล แล้ว แต่ที่นั่งของสมาชิกบัตรดำในแถวหน้ามีเพียง 4 คนเท่านั้น
“สวัสดีครับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่งาน ประมูลเมืองใต้ดิน ผมคือผู้ดำเนินรายการของงานประมูลครั้งนี้ และ เป็นเจ้าภาพการประมูลด้วยเช่นกัน…”
ผู้ดำเนินรายการเป็นชายวัยกลางคนที่ดูมีประสบการณ์มาก ทีเดียว เขาเริ่มต้นด้วยการแนะนำกฎเกณฑ์ จากนั้นจึงเริ่มการประมูล อย่างเป็นทางการ
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งไขว่ห้าง เธอกินผลไม้พลางฟังผู้ดำเนินรายการ แนะนำสินค้าไปด้วย สินค้าที่ขายในห้องประมูลเมืองใต้ดินนั้นมี เอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก
ล็อตแรกจัดหนักด้วยรถบ้านสุดหรูระดับการบิน มีฟังก์ชันการ ขับขี่แบบออฟโรด ตัวถังรถทั้งหมดเสริมความหนา และทั้งคันมีความ ยาวราว 20 เมตร
รถบ้านสุดหรูคันนี้เรียกได้ว่าเป็นเหมือนอะพาร์ตเมนต์เคลื่อนที่ที่
มีสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น บนหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังผู้ ดำเนินรายการปรากฏการตกแต่งภายในของรถบ้าน กลิ่นอายของ เงินทองลอยอวลไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกใจเต้นเล็กน้อย แต่รถบ้านคันนี้หรูหราเกินไป จริง ๆ ขนาดของมันใหญ่โตมาก สามารถรองรับได้มากกว่ายี่สิบคน รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นสะดุดตา จึงไม่เหมาะกับเธอเท่าไหร่
เธออยากรอดูรายการอื่นก่อน
จุดประสงค์ที่แท้จริงของเซียวหมิงเยวี่ยในการมางานประมูลคือ การลองเสี่ยงโชค และดูว่าเธอจะหาสองสิ่งที่ต้องการได้หรือไม่
อันหนึ่งเป็นเรือฉลาม และอีกอันเป็นเรือสำราญส่วนตัว อย่างน้อยได้ สักหนึ่งในนั้นก็พอ
ท้ายที่สุดน ้าท่วมในปีหน้านั้นน่ากลัวมาก แม้ว่าทางตอนใต้ของ เมืองจะไม่ถูกน ้าท่วม แต่หากมีเรือฉลามหรือเรือสำราญ มันคงทำให้ เธอรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
บนที่นั่งสมาชิกบัตรดำแถวหน้า
จี้ซานซานกระซิบว่า “พี่คะ หนูชอบรถบ้านคันนี้”
“ถ้าอยากได้ก็ประมูลเอาสิ” ชายที่อยู่ด้านข้างตอบอย่างใจเย็น
การประมูลเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เริ่มต้นที่ราคา 12 ล้านหยวน หลังจากการประมูลหลายรอบ จี้ซานซานก็ชนะการประมูลด้วยราคา 20 ล้านหยวน
ผู้ดำเนินรายการเคาะค้อนไม้และพูดว่า “ขอแสดงความยินดีกับ สมาชิกบัตรดำหมายเลข 02 ที่เคารพ รถบ้านคันนี้เป็นของคุณแล้ว ครับ”
จี้ซานซานหันไปยิ้มให้พี่ชายอย่างมีความสุข
เซียวหมิงเยวี่ยมีสายตาแหลมคม เธอสังเกตเห็นหญิงสาวคนนั้น และรู้สึกคุ้นเคยไม่น้อย
จี้ซานซาน?