ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 74 ชายหนุ่มปลิ้นปล้อน
กู้หลงซียิ้ม “ฉันพูดจริงนะ ฉันเคยเจอหญิงสาวมากมาย แต่ ส่วนมากก็เป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ จะอธิบายเป็นยังไงดีล่ะ ฉันรู้สึกว่า เธอมีจิตวิญญาณและมีสมองมากกว่า ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่เป็นเพื่อน เล่น แต่ถ้าจะหาภรรยาก็ต้องเลือกคนแบบเธอ…”
เซียวหมิงเยวี่ยรีบห้ามไม่ให้เขาพูดจาเหลวไหลอีกต่อไป คนคน นี้พูดจาปลิ้นปล้อนไม่มีความซื่อสัตย์
เธอเปลี่ยนเรื่องและถามว่า
“นายเป็นคนสร้างเมืองใต้ดินนี้เหรอ?”
“โครงการใหญ่ขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นของใครเพียง คนเดียว คนแก่พวกนั้นฉลาดแกมโกง มีคนมากมายที่ต้องการแบ่ง เค้กก้อนนี้ ครอบครัวฉันเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น
แต่ฉันก็ยังมีอำนาจอยู่บ้าง เพราะเห็นว่าเราเป็นเพื่อนเก่ากัน ฉัน จะให้เธอผ่านประตูหลัง แล้วเธออยากทำงานตำแหน่งไหนล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินดูอาคารที่อยู่รอบ ๆ มันเจริญรุ่งเรืองมาก มี แม้กระทั่งถนนและร้านค้าหรูหราที่มีผู้คนมากมาย
คนรวยในเมืองเผิงจิงมีไม่น้อยเลยจริง ๆ
ในปัจจุบันที่ทรัพยากรอาหารและน ้ามีจำกัด กลับยังสามารถ สร้างเมืองใต้ดินแบบนี้เพื่อให้ผู้คนได้เพลิดเพลิน เพียงแค่ค่าไฟฟ้า
ในแต่ละวันคงไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย ยังไม่นับรวมโครงการกินดื่ม และความบันเทิงทั้งหลาย
ข้างนอกอาหารขาดแคลน ผู้คนแย่งชิงขนมปังบูดเพียงชิ้นเดียว แต่คนที่นี่กลับสามารถใช้ชีวิตเหมือนก่อนที่จะมีคลื่นความร้อน
ดูเหมือนว่าไม่ว่าเวลาใดก็ตาม คนรวยจะควบคุมทรัพยากรทาง สังคม 90 เปอร์เซ็นต์ของโลก โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งยุติธรรม เมื่อฝนตกหนัก ทุก อย่างที่นี่จะถูกน ้าท่วมกลายเป็นซากปรักหักพังใต้น ้า
“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อหางาน” เซียวหมิงเยวี่ยตอบ
คราวนี้กู้หลงซีประหลาดใจ “เธอไม่ได้หางาน งั้นมาที่นี่เพื่อใช้ เงินเหรอ?”
จากนั้นเซียวหมิงเยวี่ยก็ติดตามกู้หลงซีไปยังบาร์ ทั้งสองพบที่นั่ง ก่อนที่บาร์เทนเดอร์หญิงในชุดเซ็กซี่จะเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วและ ถามว่าพวกเขาต้องการสั่งเครื่องดื่มอะไร
“วิสกี้แก้วหนึ่ง แล้วก็… ว่าแต่เธอจะดื่มอะไร?” กู้หลงซีถาม
เซียวหมิงเยวี่ยตอบ “ขอค็อกเทลให้ฉันแล้วกัน ขอบคุณนะ”
“วิสกี้หนึ่งแก้ว ค็อกเทลหนึ่งแก้ว คิดเงินจากบัญชีของผม”
หลังจากที่บาร์เทนเดอร์สาวออกไปแล้ว กู้หลงซีก็ถามต่อว่า
“เธอยังไม่ได้ตอบคำถามของฉันเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยเอนกายลงบนโซฟาหนังแท้ที่นุ่มสบาย หยิบ เหรียญทองสองเหรียญออกจากกระเป๋ามาวางบนโต๊ะดังกริ๊ง
“ฉันมาเพื่อใช้จ่าย และจะสมัครสมาชิกก่อน”
กู้หลงซีตกตะลึงกับพฤติกรรมการทุ่มเงินทองของเธอ “ทองคำ เหรอ? เธอจริงจังเหรอ?”
“ทำไมล่ะ ตอนนี้ทองคำไม่สามารถใช้เป็นเงินตราได้แล้วเหรอ?”
กู้หลงซีพยักหน้าอย่างเหม่อลอย “เปล่า ฉันแค่ไม่เคยเห็นใครเอา ทองคำออกมาใช้แทนเงินเลย”
ไม่ว่าเมื่อไหร่ทองคำก็สามารถใช้เป็นเงินตราได้เสมอ โดยเฉพาะ ในยุคสงครามหรือยุคภัยพิบัติ ราคาทองคำมีแต่จะเพิ่มขึ้น และไม่เคย ลดลง
ตอนนี้ราคาทองคำอยู่ที่ 720 หยวนต่อกรัม เหรียญทองสอง เหรียญมีน ้าหนักรวม 400 กรัม เท่ากับ 576,000 หยวน สองเหรียญ นี้ยังไม่พอ…
พูดจบเซียวหมิงเยวี่ยก็หยิบเหรียญทองอีกสองเหรียญออกมา จากกระเป๋าของเธอและยิ้มเล็กน้อย
“เพิ่มอีกสองเหรียญนี้ น่าจะซื้อบัตรสมาชิกระดับทองได้ เงินที่
เหลือก็ฝากไว้ในบัตรนั่นแหละ”
กู้หลงซีตกใจจนกรามแทบหลุด เขาหยิบเหรียญทองขึ้นมาดู พลิกทั้งหน้าและหลัง ก่อนพึมพำว่า
“นี่มันไม่ใช่ช็อกโกแลตใช่ไหม? หรือเธอปล้นธนาคารมา? ฉัน จำได้ว่าสมัยเรียนมัธยมครอบครัวเธอค่อนข้างจนนี่นา”
เซียวหมิงเยวี่ย “…”
“พี่สาวแค่ไม่ชอบอวดรวยน่ะ”
นอกจากนี้ครอบครัวของเธอไม่ได้ยากจนขนาดนั้น! ร้าน อุปกรณ์ตกปลาของพ่อเซียวทำกำไรพอสมควร และแม่เซียวก็บริหาร เงินเก่งมาก แม้ว่าครอบครัวของเธอจะไม่รวยระดับมหาเศรษฐี แต่ก็ ยังคงเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะดี
แต่ถ้าเทียบกับลูกคนรวยอย่างกู้หลงซี ก็ถือว่าครอบครัวของเธอ จนกว่าจริง ๆ
กู้หลงซีตรวจสอบอย่างละเอียดหลายครั้ง และไม่รู้สึกว่าเหรียญ พวกนี้เป็นของปลอม เขาจึงขยับเข้าไปใกล้เซียวหมิงเยวี่ยเพื่อจะเปิด กระเป๋าของเธอดูว่ามีเหรียญทองอีกหรือไม่ เพราะเขาเห็นเธอโยน เหรียญทองทิ้งลงบนโต๊ะเหมือนโยนพวงกุญแจ และคงทำแบบนี้บ่อย ๆ กู้หลงซีจึงสงสัยว่ากระเป๋าของเธอน่าจะเต็มไปด้วยเหรียญทอง
เซียวหมิงเยวี่ยปิดกั้นมือของเขา “ฉันรีบออกมา เลยเอามาแค่สี่
เหรียญ”
“รีบ?…” กู้หลงซีแทบสำลัก
รีบเหรอ? พูดเป็นเล่น?
เซียวหมิงเยวี่ยขยิบตาให้เขา “ใช่”
เธอยังมีเหรียญทองเก็บไว้ในมิติอีกเยอะ ถ้าไม่เอามาใช้ก็คงเสีย เปล่า
ในเวลานี้ เลขาสาวจัดการกับเรื่องเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยเสร็จและเดินกลับมาแล้ว กู้หลงซีจึงใช้นิ้วเคาะโต๊ะเรียกเธอ มา
“ให้ใครสักคนตรวจสอบเหรียญทองทั้งสี่นี้หน่อย ถ้าไม่มีปัญหาก็ แลกเป็นเงินแล้วซื้อบัตรสมาชิกให้เธอ ส่วนที่เกินก็ฝากไว้ในบัตร”
เลขาสาวยิ้มรับ “ได้ค่ะพี่หลง คุณเซียวคะ ขอบัตรประชาชนของ คุณหน่อยได้ไหม ฉันต้องใช้มันในการทำบัตรสมาชิกค่ะ”
“ได้ค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยยื่นบัตรประจำตัวให้เธอ
กู้หลงซีจิบเครื่องดื่มแล้วพูดอย่างลึกลับว่า “ฉันจะบอกความลับ ให้เธอฟัง อันที่จริงฉันคิดถึงเธอมาตลอด เธอรู้ไหมว่าทำไม?”
“ทำไมเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยไม่รู้ว่าเขากำลังทำบ้า ๆ อะไรอีก
“เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ปฏิเสธฉัน ตอนนี้ฉันคิดว่าเราสองคน เข้ากันได้ดีนะ เราเหมาะสมกันมาก เธอยากเอากลับไปลองคิดอีกที ไหม…”
เซียวหมิงเยวี่ยขัดจังหวะ “หยุดเถอะ! ขอปฏิเสธ”
กู้หลงซีทำหน้าเสียใจ “เธอปฏิเสธฉันอีกแล้วนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มมุมปาก “ฉันเป็นพวกชอบครองโสดน่ะ และไม่ มีแผนจะมีแฟน”
เธอแค่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พาครอบครัวให้รอดพ้นวัน สิ้นโลกไปอย่างปลอดภัย เธอไม่มีอารมณ์ไปคิดถึงเรื่องพวกรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบนั้น และคิดว่าความรักเป็นเรื่องน่าเบื่อที่สุดแล้ว
ให้เธอไปเลี้ยงหมูยังดีกว่าคบหาใครสักคน อย่างน้อยหมูก็ ออกลูกได้ แล้วผู้ชายทำอะไรได้บ้าง?
กู้หลงซีกางมืออย่างจนปัญญา “เอาละ เป็นผู้หญิงที่ไม่อยาก แต่งงานนี่เอง ที่จริงฉันเองก็ไม่ได้อยากแต่งงานเหมือนกัน”
ชายหญิงกลุ่มหนึ่งสังเกตเห็นกู้หลงซี จึงมาเชิญเขาไปดื่มด้วย ท่าทีกระตือรือร้น
เซียวหมิงเยวี่ยหมดความสนใจแล้ว “ฉันไม่รบกวนนายแล้วละ นายดูยุ่งมาก ฉันจะลองไปเที่ยวชมดูว่าเมืองใต้ดินมีอะไรบ้าง”
นี่คือจุดประสงค์หลักของการมาเมืองใต้ดินวันนี้ ช่วงต ่าสุดของ พายุทรายมีเพียงไม่กี่ชั่วโมง เธอต้องรีบกลับบ้านก่อนที่พายุจะ กลับมารุนแรงอีกครั้ง
“ฉันจะส่งแผนที่ให้เธอทางโทรศัพท์แล้วกัน”
หลังจากกู้หลงซีจากไป เซียวหมิงเยวี่ยก็ออกไปเดินเล่นคนเดียว อยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานเลขาสาวก็นำบัตรสมาชิกและบัตรประชาชนมาส่ง ให้เธอ
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเดินออกจากบาร์ เธอก็สังเกตเห็นร่างที่คุ้นเคย
จางลี่?
ภรรยาของเซียวอวี่ไม่ได้อยู่บ้านเพื่อดูแลสามีหรอกเหรอ ทำไม เธอถึงมาอยู่ที่นี่?
เซียวหมิงเยวี่ยเดินออกไปด้วยความสงสัย เธอเห็นพี่สะใภ้และ ผู้หญิงอีกสองคนรวมตัวกันรอบ ๆ ชายคนหนึ่งเพื่อประจบประแจง เธอรู้จักผู้ชายคนนั้น เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่นั่นมันพี่พานที่แย่งร้านขาย อุปกรณ์ตกปลาของพ่อเซียวไปไม่ใช่เหรอ?
ดูเหมือนว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในบ้านลุงใหญ่โดยที่
เธอไม่รู้ จางลี่และพี่พานรู้จักกันได้อย่างไร?
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูสภาพแวดล้อมของบาร์ เดิมทีเธอต้องการ โยนขี้หมูใส่พี่พานอีกครั้ง แต่นี่คือสถานที่ของกู้หลงซี และเขาก็ใจดี พอที่จะพาเธอมาที่นี่ ดังนั้นเธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาให้ผู้อื่น
หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว ลืมมันไปเสียดีกว่า เธอจะปล่อยเขาไปใน ครั้งนี้ ส่วนลี่ลี่จะอยู่กับใครก็ไม่ใช่ธุระอะไรของเธอ
ไม่ว่าเธอจะนอกใจหรือทอดทิ้งเซียวอวี่ อย่างไรเซียวอวี่ก็เป็นคน เดียวที่รู้สึกไม่สบายใจ หากเป็นแบบนั้นจริง เซียวหมิงเยวี่ยย่อมมี ความสุข
เธอกำลังจะหันหลังกลับเพื่อจากไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียง เรียก
“เซียวหมิงเยวี่ย นั่นเธอเหรอ?” จางลี่ตะโกนเรียก