ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 77 มีคนเสียชีวิตในโรงจอดรถใต้ดิน
หัวใจของเซียวหมิงเยวี่ยเต้นแรง เธอบังคับตัวเองให้สงบสติ อารมณ์และตอบไปว่า
“คุณยายอย่าคิดมากเกินไปนะคะ หนูจะรีบกลับทันที บอกหนูที ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่หนูไม่อยู่?”
คุณยายพูดด้วยความกังวล “หลานลองดูในกลุ่มชุมชนสิ…”
เซียวหมิงเยวี่ยเปิดแชตกลุ่มชุมชนฮว๋าฮั่นอย่างรวดเร็ว โดยปกติ เธอคิดว่าการแจ้งเตือนน่ารำคาญเกินไป จึงเปิดโหมดห้ามรบกวน เสมอ เธอจึงไม่รู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นภายในกลุ่ม
มีการอัปเดตข่าวสารน้อยมาก เนื่องจากในโรงจอดรถใต้ดินมี ปลั๊กไฟไม่กี่แห่ง ทำให้ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ได้ยาก แถมยังมีการ จ่ายไฟฟ้าแค่วันละหนึ่งชั่วโมง โทรศัพท์ของคนส่วนใหญ่จึงปิดไว้
มีคนโพสต์วิดีโอในกลุ่ม ฉากในวิดีโอวุ่นวายมาก ชายสวม กางเกงขาสั้นถือดาบยาว เลือดสีแดงฉานเต็มตัว พร้อมโบกดาบยาว อย่างบ้าคลั่ง
ไม่ไกลกันนัก มีร่างนอนจมกองเลือดสองร่างอยู่บนพื้น ซึ่งเป็น คู่รักกัน เซียวหมิงเยวี่ยเคยเห็นพวกเขามาก่อนตอนที่พาคุณยาย ออกไปต่อแถวรับน ้า คนทั้งสองรักกันมาก แต่กลับต้องมาเสียชีวิต ด้วยน ้ามือของอันธพาล
จากบันทึกการสนทนาของกลุ่มชุมชน เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มเข้าใจ เรื่องทั้งหมด
หลังจากแจกอาหารและน ้า คนร้ายกินดื่มจนฟื้นคืนกำลังจึงเริ่มมี ราคะ เขาเป็นชายชรา อยู่คนเดียวตามลำพัง เมื่อเห็นหญิงงามก็ไม่ สามารถยับยั้งชั่งใจ จึงคิดทำการข่มขืนเธอ แต่แน่นอนว่าสามีของ ผู้หญิงไม่ยอม จึงเกิดการต่อสู้ขึ้น กระทั่งคนร้ายใช้ดาบยาวฟันคอ ของผู้เป็นสามี
หญิงสาวต้องการล้างแค้นแทนสามีด้วยความสิ้นหวัง แต่กลับถูก คนร้ายแทงจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งน่าสลดใจมาก
อย่างไรก็ตามหลังจากลงมือฆ่าคนแล้ว เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้า ต่อต้าน คนร้ายก็ยิ่งบ้าคลั่ง เนื่องจากเขาทุกข์ทรมานจากความหิว โหยมานาน
แท้จริงเขาเป็นเจ้าของโรงจอดรถใต้ดิน จึงอยากให้ทุกคนจัดหา อาหารและเครื่องดื่มมาให้ รวมถึงอยากได้หญิงสาวมาสนองตัณหา
เพราะเขามีดาบยาวที่น่ากลัวมาก ขณะที่คนอื่น ๆ มีเพียงมีดทำ ครัวหรือมีดปอกผลไม้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่สามารถ เอาชนะเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีใครกล้าที่จะเป็นคนออกหน้า
ในวิดีโอนั้น ยังมีร่างของแม่เซียวที่ตกใจกลัวอยู่ด้วย หลังจากดู จบแล้ว สีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยก็ดำทะมึนเหมือนน ้าหมึก
เมื่อออกจากสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว เธอเหยียบคันเร่งรีบขับรถ กลับบ้านด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ทนไม่ไหวแล้วโว้ย พวกแกคิดว่าตอนนี้ยังเป็นสังคมแบบเดิม ๆ อยู่หรือไง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว คนเก่งเท่านั้นที่อยู่รอด กฎหมายบ้า บออะไร บัญชีดำบ้าอะไร พวกมันล้วนไร้สาระ!”
“จากวันนี้เป็นต้นไป เราจะเป็นแก๊งเดียวกัน และฉันเป็นหัวหน้า แก๊ง ใครไม่พอใจก็มาท้าดวลตัวต่อตัว มาดูกันว่าใครจะยืนหยัดได้ นานกว่ากัน ถ้าใครเอาชนะฉันได้ ฉันจะยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้ แต่ถ้าแพ้ พวกแกต้องเชื่อฟังฉัน กฎเกณฑ์ทั้งหมดฉันเป็นคนกำหนด ที่นี่ฉันคุม!”
ชายคนร้ายถือดาบยาวและกล่าวคำยืดยาว
โรงจอดรถใต้ดินมีพื้นที่กว้างขวาง เสียงใด ๆ ล้วนถูกขยาย ออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เสียงของเขาดังก้องไปทั่วโรงจอดรถใต้ดิน และดังไปถึงหูของทุกคน
ทุกคนต่างหวาดกลัวดาบยาวที่เขาถืออยู่ โดยกลัวว่าตัวเองจะ ตายอย่างน่าสยดสยองเหมือนสองศพที่นอนอยู่บนพื้น แม้กระทั่งคนที่
เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ก็ต้องอดกลั้นไว้และไม่กล้าทำอะไร
ผู้คนจำนวนมากก้มศีรษะลง ปกป้องอาหารของตัวเอง และ พยายามทำตัวให้กลืนไปกับอากาศ
ผู้ชายยังดีอยู่ แต่ผู้หญิงทุกคนรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะ ผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาดี พวกเธอต่างก็หลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังฝูง ชน และไม่กล้าสบตาคนร้าย
ผู้จัดการซูตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ “เจิ้งเผิง! นี่แกจะก่อการ ร้ายหรือไง เราทุกคนล้วนเป็นเพื่อนบ้านในชุมชนเดียวกัน ส่วนแกก็ เป็นหนึ่งในลูกบ้าน แล้วมาฆ่าคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง!”
เจิ้งเผิงหัวเราะออกมาเสียงดังแล้วพูดว่า “ผู้จัดการซู แกอย่ามา พูดจาอวดดีกับฉันที่นี่ดีกว่า! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกเป็นคนยังไง แก แจกจ่ายของกินที่แม้แต่หมายังกินไม่ได้ให้พวกเรา ตัวแกล่ะเคยกิน มันเองบ้างไหม?”
“พวกข้าราชการเสแสร้งเก่งชะมัด แกเองก็ไม่กินของพวกนี้ แล้ว กล้ามาอวดดีในชุมชนของเราได้ยังไง? คิดว่าแกเป็นใครมาจากไหน! ถ้ายังพูดไร้สาระ ฉันจะฆ่าแกทิ้งไปอีกคน!”
เนื้อบนใบหน้าของผู้จัดการซูสั่นอย่างรุนแรง “แกไม่กลัวที่จะถูก ขึ้นบัญชีดำหรือไง?”
เจิ้งเผิงทำสีหน้าราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต “แกเป็น คนกำหนดกฎของบัญชีดำ แต่พื้นที่แห่งนี้เป็นของฉัน และต้องทำ ตามกฎของฉันเท่านั้น”
ผู้จัดการซูโกรธจัด เขาอ้าปากกำลังจะพูดต่อ แต่ถูกแม่เซียวรั้ง ไว้ก่อน
“ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ เขาไม่คิดจะฟังอยู่แล้ว”
เนื่องด้วยพายุทราย สถานที่แจกจ่ายอาหารจึงถูกย้ายมายังที่
จอดรถใต้ดินเป็นการชั่วคราว จุดที่พวกเขาอยู่นั้นห่างไกลจาก ทางออกค่อนข้างมาก นอกจากนี้ทั้งสองด้านของพวกเขายังมีผู้คน อยู่จำนวนมาก จึงไม่สามารถวิ่งหนีไปได้
แม้ว่าจะมีทางออกอยู่หลายจุด แต่ก็ไม่มีทางหนีจากเจ้าของ สถานที่ไปได้เลย โรงจอดรถใต้ดินเป็นที่หลบภัย หากวิ่งออกไปเจอ กับพายุทรายที่กลับมาพัดรุนแรง ก็จะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่
เมื่อเห็นว่าผู้จัดการซูไม่พูดอะไรอีก เจิ้งเผิงก็หัวเราะเยาะและพูด ต่อว่า
“ทุกคนฟังให้ดี ใครที่เข้าร่วมแก๊งของฉัน ฉันจะพาพวกคุณใช้ ชีวิตที่ดี กินของดี ๆ ดื่มของดี ๆ พวกคุณจะเป็นสมาชิกระดับตำนาน ของแก๊งนี้ ส่วนคนที่ไม่ยอมเข้าร่วมจะมีเพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นก็ คือตาย พวกคุณมีเวลาสามนาทีในการตัดสินใจ”
ไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศเงียบสงัดมาก
บางคนกลัว บางคนดิ้นรน บางคนดวงตาเป็นประกาย ทุกคน แสดงอารมณ์ที่แตกต่างกัน
การตั้งแก๊งเท่ากับการต่อต้านรัฐบาลเพื่อแย่งชิงอาหารและ เครื่องดื่ม แม้ว่าจะเสี่ยง แต่ก็ดีกว่ารอความตาย ทุกคนต่างก็อยากมี
ชีวิตที่ดี ใครจะไม่อยากเห็นแก่ตัว ต่อให้ต้องฆ่าคนก็ช่างมัน อย่าง น้อยก็ยังดีกว่ารอความตาย
“พี่ใหญ่ ฉันขอเข้าร่วม”
“ฉันขอเข้าร่วมเหมือนกัน”
“อย่าฆ่าฉันนะ ฉันจะเข้าร่วมด้วย”
“…”
ผู้คนที่เห็นด้วยกับคำพูดของเจิ้งเผิงและประจบสอพลอเขา ส่วน ใหญ่ล้วนเป็นผู้ชาย
“ดี! ในอดีตมีเฉินเช็งและวูกวาง*[1] ก่อกบฏ ตอนนี้ฉันเจิ้งเผิงจะ ก่อตั้งแก๊งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา”
เจิ้งเผิงรู้สึกพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความภาคภูมิใจ ในตนเองได้รับการตอบสนองอย่างมาก เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ยัง โสด แต่ยังคงสามารถมีช่วงเวลาที่โดดเด่นเช่นนี้ แวบหนึ่งถึงกับรู้สึก เสียใจที่ไม่ได้ตั้งแก๊งเร็วกว่านี้
“แก๊งของเรามีชื่อว่าแก๊งต้าเผิง ฉันจะให้สาว ๆ กับสมาชิกชาย คนละสามคน พวกนายทุกคนต้องช่วยฉันดูว่ามีผู้หญิงหน้าตาดีอยู่ ที่นี่บ้างไหม แล้วฉันจะสนุกกับพวกเธอก่อนถึงตาพวกนาย…”
เจิ้งเผิงพูดพลางสอดส่ายสายตาค้นหาหญิงสาวในกลุ่มคน เด็ก สาววัยรุ่นสั่นไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว และพยายามกลั้นเสียง ร้องไห้เอาไว้
แม่เซียวมองภาพฉากที่เกิดขึ้นตรงหน้าเธอด้วยความกลัว
เจิ้งเผิงคว้าแขนเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นมา “หน้าตาดีไม่เบา แต่ตัว เหม็นหึ่ง ไม่ได้อาบน ้ามานานแค่ไหนแล้ว ไม่ผ่าน”
เด็กสาวที่หวาดกลัวถูกโยนลงไปที่พื้น
“นี่ก็ผอมเกินไป คงโดนกระดูกทิ่มเต็มตัวระหว่างเล่นสนุก ไม่ เหมือนกับผู้หญิงคนเมื่อกี้ น่าเสียดายที่ฆ่าไปเสียแล้ว”
เขาเลือกหญิงสาวหลายคน แต่บ้างก็สกปรกเกินไป บ้างก็ผอม แห้งเกินไป
“คนนี้ใช้ได้ มานี่” ในที่สุดเจิ้งเผิงก็เห็นคนที่ทำให้เขาพึงพอใจ
เด็กสาวที่ถูกดึงขึ้นตกใจจนกรีดร้องเสียงดังพร้อมตะโกนขอให้ แม่ของเธอช่วย
ผู้เป็นแม่กอดเด็กสาวไว้แน่น “ไม่นะ! คุณเอาฉันไปแทนสิ ตกลง ไหม ลูกสาวฉันอายุแค่ 14 ปี เธอยังเด็กเกินไป!”
ดวงตาของเจิ้งเผิงเต็มไปด้วยความปรารถนา “หลังนอนกับฉัน เดี๋ยวเธอก็เปลี่ยนจากเด็กเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้ว”
แม่ของเด็กสาวหัวใจแตกสลาย “ไม่! หยุดนะ! ฉันจะฆ่าแก!”
ขณะที่เจิ้งเผิงกำลังยกดาบยาวขึ้นเพื่อแทงแม่ของเด็กสาว เขาก็ ได้ยินเพียงเสียงตะคอก
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
แม่เซียวโพล่งออกมา ความเดือดดาลเกือบจะทำให้เธอเสียสติ เธอเป็นแม่และมีลูกสาวเช่นกัน แล้วจะให้นิ่งเฉยได้อย่างไรเมื่อเห็น ฉากนี้?
หลังจากตะโกน แม่เซียวก็พูดต่อว่า
“เจิ้งเผิง แกก็แค่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง แล้วจะยังก่อกบฏอีก เหรอ? แกมันก็แค่ฆาตกรชั่วร้าย แล้วยังกล้าเทียบกับเฉินเช็งและวู กวาง คิดว่าแกคู่ควรเหรอ?
แกฆ่าคน และทำเหมือนคนอื่นไม่ใช่มนุษย์ แกมันก็แค่โจรชั่วช้า คิดว่าตัวเองกำลังแสดงละครของกิมย้ง*[2] อยู่หรือไง? และต่อให้อยู่ ในนิยายของกิมย้ง แกมันก็เป็นได้แค่คนเลวที่ตายด้วยน ้ามือของ พระเอก กินดีอยู่ดี ฆ่าคนอย่างสบายใจ พวกแกยังเชื่อคำพูดของเขา อีกเหรอ? โง่จริง ๆ!”
แม่เซียวหัวเราะเยาะ “แล้วยังบอกว่าจะแบ่งปันผู้หญิงให้คนละ สามคน ทำไมไม่เอาแม่ตัวเองเข้าไปร่วมด้วยล่ะ? คนอย่างแกกล้าตั้ง ตัวเป็นหัวหน้า น่าขำ”
ใบหน้าของเจิ้งเผิงบิดเบี้ยว “นางแพศยา ฉันจะฆ่าแก!”
[1]เฉินเช็งและวูกวาง เป็นนายทหารที่นำทหารประจำชายแดน ๙๐๐ คนก่อการลุกขึ้นเพื่อต่อต้านการปกครองทรราชย์ของราชวงศ์ ฉินที่อำเภอฉีเซี่ยน เมื่อ ๒๐๙ ปีก่อนคริสต์ศักราช
[2]กิมย้ง เป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในที่ได้รับความนิยมมาก มักเขียนนิยายโดยแฝงเนื้อหาทางการเมืองบางอย่างไว้