ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 78 ฆ่าเขา
แม่เซียวตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
“ถ้าคิดว่าทำได้ก็เข้ามา!”
เสียงตะคอกของเธอเต็มไปด้วยพลังอำนาจ
แม้ภายนอกแม่เซียวจะดูไม่เกรงกลัว แต่แท้จริงเธอกำลังตัวสั่น เทาไปทั้งร่าง เธอกำเครื่องชอร์ตไฟฟ้าไว้ในมืออย่างแน่นหนา เครื่อง ชอร์ตไฟฟ้านี้มีขนาดไม่ใหญ่ แต่กระแสไฟฟ้าแรงมาก
เจิ้งเผิงถึงกับอึ้ง เขาไม่คิดว่าจะมีใครกล้าพูดกับตนอย่างไม่เกรง กลัวในเวลานี้ ขณะที่เขายังคงนิ่งเงียบ แม่เซียวก็พูดอีกครั้งว่า
“พวกคุณมีกันตั้งหลายคน แต่กลับปล่อยให้คนพาลคนหนึ่ง ควบคุมคนนับพัน พูดออกไปก็น่าขำ กล้าเรียกตัวเองว่าผู้ชายด้วย เหรอ? พวกคุณเองก็เป็นลูกชายหรือพ่อของใครบางคน แต่กลับ ปล่อยให้เขาตั้งตัวเป็นราชาที่นี่ ปล่อยให้เขาปฏิบัติกับพวกคุณ เหมือนหมูเหมือนหมา ปล่อยให้เขารังแกลูกสาวของพวกคุณ!”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้คนด้านล่างก็เริ่มตะโกนขึ้นทันที มี ผู้ชายเลือดร้อนหลายคนในหมู่พวกเขา ใช่แล้ว พวกเขามีคน มากมายขนาดนี้ แล้วจะกลัวชายคนเดียวได้อย่างไร?
พวกที่ตั้งใจจะยอมจำนนต่อเจิ้งเผิงต่างก็ถอยกลับทันที และรอดู สถานการณ์ก่อน
เจิ้งเผิงมองไปรอบ ๆ และเริ่มรู้สึกตื่นตระหนก เขาพูดด้วยน ้าเสียง ที่แข็งกร้าว แต่แสดงถึงความหวาดกลัว
“ให้ฉันดูหน่อยว่าใครหน้าไหนจะกล้า! มีดเล่มนี้ฆ่าคนตาย มาแล้ว มีใครกล้าเป็นหัวหอกไหมล่ะ ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็ต้องพา พวกแกไปลงนรกด้วยกัน!”
เมื่อเขาพูดจบ คนที่คิดจะเคลื่อนไหวก็หยุดทันที นอกจากนี้ยังมี ผู้ชายคนหนึ่งที่ถือมีดอยู่ในมือและพยายามจะวิ่งออกมา แต่แม่ของ เขาดึงรั้งไว้แน่น
ไม่ว่าใครก็อยากมีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเป็นคน แรกที่ต้องเสียสละ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนหมู่มาก แต่ก็ไม่มีใคร อยากเป็นบันไดให้คนอื่นก้าวขึ้นไป ไม่มีใครที่อยากตาย
“ทำไมพวกคุณถึง…”
แม่เซียวรู้สึกร้อนรน เธอไม่อยากจะเชื่อเลย มีคนนับพันคนแท้ ๆ กลับปล่อยให้ถูกคนร้ายคนหนึ่งควบคุมไว้ และไม่มีใครกล้าต่อต้าน เลย
ในเวลานี้ มีบางคนพึมพำว่า “แล้วทำไมคุณไม่ออกไปล่ะ?”
เห็นดังนั้น เจิ้งเผิงหัวเราะด้วยความสะใจ “ฉันคงต้องใช้แกมา เป็นตัวอย่าง จะฆ่าแกยังไงถึงจะหายแค้นดีนะ”
“ไอ้ชั่วช้านรกส่งมาเกิด”
แม่เซียวกัดฟันแน่นและอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งออกมา
เธอลดเสียงลงและพูดว่า “ฉันมีเครื่องชอร์ตไฟฟ้า ฉันจะหา โอกาสดึงความสนใจของเขามา ผู้จัดการซูคะ ฉันหวังว่าคุณจะฆ่า เขาได้ ฝากด้วยนะคะ”
ผู้จัดการซูมองแม่เซียวด้วยความตกใจ “คุณ…”
เขาอยากจะถามเธอว่าไม่กลัวบ้างเหรอ? ในเวลานี้ผู้จัดการซู มองดูหญิงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความชื่นชม
ผู้จัดการซูใช้วิธีโน้มน้าวให้ยอมจำนน “เจิ้งเผิง วางดาบลงเถอะ ตอนนี้นายยังมีโอกาส หากเกิดอะไรขึ้นที่นี่ นายคิดว่ารัฐบาลจะไม่รู้ เรื่องนี้เหรอ? ถ้าถึงตอนนั้นนายจะหนีไม่พ้นจากความตาย!”
“กล้าดียังไงมาข่มขู่ ฉันจะฆ่าแกด้วยอีกคน”
เจิ้งเผิงมีสีหน้าดุร้าย ถือดาบยาววิ่งไปมา ท่าทางเต็มไปด้วย ความอาฆาตพยาบาท ทำให้คนรอบข้างถอยหนีและไม่กล้าพูด
หัวใจแม่เซียวบีบรัดและขึ้นมาถึงลำคอ ฝ่ามือของเธอมีเหงื่อไหล เต็ม
ในช่วงเวลาวิกฤต รถคันหนึ่งเร่งความเร็วเต็มที่พุ่งตรงเข้ามา พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังสนั่น
เจิ้งเผิงหยุดเดินและหันกลับมาด้วยความสับสน จู่ ๆ รถคันนั้นก็ เบรก เสียงล้อเสียดสีกับพื้นดังรุนแรงเป็นพิเศษ ทำให้หลายคนกรีด ร้องด้วยความตกใจ
โครม!
เจิ้งเผิงถูกกระแทกจนล้มลงกับพื้น และดาบยาวในมือของเขาก็ กระเด็นออกไป
เซียวหมิงเยวี่ยต้องการชนชายคนนั้นให้ตายคาที่ แต่รถวิ่งเร็ว เกินไป และการเบรกต้องใช้เวลา หากขับต่อไปก็อาจไปชนแม่เซียวที่
อยู่ด้านหน้า จึงทำได้เพียงอาศัยแรงเฉื่อยจากการเบรกทำให้ชายคน นั้นล้มลง
หลังจากที่รถหยุดแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็เปิดประตูแล้วเดินออก จากรถ
“หมิงเยวี่ย?” แม่เซียวประหลาดใจ
เซียวหมิงเยวี่ยส่งสายตาปลอบโยนให้กับแม่เซียว จากนั้นจึงตรง ดิ่งไปยังเจิ้งเผิงที่นอนอยู่บนพื้น
“ใครวะ ใครที่มันกล้าขับรถชนฉัน แกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ ไหม?”
เจิ้งเผิงพยายามดิ้นรนที่จะลุกขึ้นยืน และเมื่อเขาเห็นหญิงสาว สวยตรงหน้า ประกายแห่งตัณหาพลันแล่นผ่านดวงตาเขาทันที
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พูดพร ่าทำเพลง ขณะที่เจิ้งเผิงวิ่งตรงเข้ามา หาเธอ เธอฉวยโอกาสทำให้คอของเขาหักในทันที ด้วยการโจมตี อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ด้วยเสียงดังกร๊อบ คอของเจิ้งเผิงบิดหมุนผิดรูปพร้อมกับร่างของ เขาที่ค่อย ๆ ล้มลงต่อหน้าเซียวหมิงเยวี่ย
“กรี๊ด เขาตายแล้ว!”
มีเสียงกรีดร้องดังไปทั่ว และฉากนั้นวุ่นวายมาก
ทุกคนตกตะลึงอย่างยิ่ง เจิ้งเผิงตายแล้ว ปีศาจร้ายที่ต้องการตั้ง แก๊งเมื่อครู่ถูกผู้หญิงคนนี้บิดคอจนเสียชีวิต
แม่เซียวตกใจมากเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นลูกสาวฆ่าใคร สักคน และยังสามารถหักคอคนคนหนึ่งได้ด้วยท่าทีสงบ ดูสงบยิ่งกว่า การฆ่าไก่เสียด้วยซ ้า
“หมิงเยวี่ย เป็นอะไรไหม ลูกได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
“แม่ แม่เป็นอะไรไหมคะ?”
แม่เซียวไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป เธอสวมกอดเซียวหมิง เยวี่ยพร้อมร ่าไห้ “ไม่เป็นไร แม่ไม่เป็นไร”
เธอแอบตัดสินใจว่าในอนาคตจะต้องเด็ดขาดเหมือนลูกสาว ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าไม่เป็นผู้ฆ่า ก็ต้องถูกคนอื่นฆ่า
เซียวหมิงเยวี่ยตบไหล่ของแม่เซียวเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร แล้วค่ะ พายุทรายกำลังจะกลับมาแล้ว เราควรรีบกลับบ้านกัน”
“ผู้จัดการซู คุณเองก็ควรรีบกลับนะคะ เดี๋ยวมันจะสายไป”
เซียวหมิงเยวี่ยทักทายผู้จัดการซูแล้วกำลังจะพาแม่เซียวไป
ผู้จัดการซูหยุดเธอไว้ก่อน “เดี๋ยวก่อนครับ ผมอยากจะขอบคุณ ในนามของลูกบ้านทุกคน ขอบคุณคุณมากครับ… สำหรับสิ่งที่คุณ ทำเมื่อกี้ คุณกล้าหาญและตัดสินใจอย่างรวดเร็วมาก โชคดีที่มาถึง ทันเวลา ไม่งั้นพวกเราคงตายไปแล้วแน่ ๆ ผมจะรายงานเรื่องวันนี้
ตามความเป็นจริง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ได้จิตใจกล้าหาญขนาดนั้น แค่ไม่อยากให้ แม่ของฉันตกอยู่ในอันตราย”
ผู้จัดการซูไม่ถือสากับความตรงไปตรงมาของเซียวหมิงเยวี่ย เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
“ถึงอย่างนั้น ผมก็อยากขอบคุณคุณอยู่ดี”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่สนใจการพูดคุยอีกต่อไป เธอบอกให้แม่เซียว ขึ้นรถก่อน
“พี่สาว ขอบคุณนะคะ คุณเท่มากเลย!” เด็กผู้หญิงคนนั้นตะโกน ออกมา
แม่ของเด็กผู้หญิงคุกเข่าลงกับพื้นและขอบคุณเธอหลายครั้ง
เจิ้งเผิงเสียชีวิตแล้ว หลายคนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก และมองเซียวหมิงเยวี่ยราวกับว่าพวกเขากำลังมองดูผู้กอบกู้
“พี่สาวสุดแกร่ง มีหลายคนร่วมมือกับเจิ้งเผิงเมื่อกี้ คุณต้อง ตัดสินใจแทนเรานะ” ชายคนหนึ่งตะโกน
เมื่อได้ยินอย่างนั้น คนที่ไปร่วมมือกับเจิ้งเผิงต่างตกใจมาก พวก เขาก้มหน้าหลบไปข้างหลัง เพราะกลัวว่าจะถูกบิดคอเช่นกัน
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดเดิน “ฉันจะช่วยอะไรได้คะ ที่นี่มีคนตั้ง มากมาย แต่กลับสู้กับหมาบ้าตัวเดียวไม่ได้ โลกนี้ไม่ได้มีฮีโร่หรอกนะ คะ ต้องสู้ด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ร้องขอความช่วยเหลือจากคน อื่น”
ชายคนนั้นได้ยินคำพูดของเธอที่เต็มไปด้วยการเสียดสี เขารู้สึก อับอายจนก้มหน้าลง เสียงของเซียวหมิงเยวี่ยไม่ดังมากนัก แต่หลาย คนก็ได้ยินมันชัดเจน จากนั้นการแสดงออกของผู้คนก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะผู้ชาย
“เขาถือดาบยาวอยู่ และข่มขู่ว่าจะฆ่าทุกคน แล้วใครจะกล้าเข้า ใกล้ แต่คุณขับรถมาก็พูดแบบนั้นได้สิ อีกอย่างใครจะอยากเป็นคน แรกที่พุ่งเข้าไปล่ะ?” หญิงชราปกป้องลูกชายของเธอ
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้ว “คุณพูดถูกค่ะ ไม่มีใครอยากเป็นผีคน แรก ใคร ๆ ก็อยากหลบอยู่ข้างหลังเพื่อรับผลประโยชน์ แต่เรื่องแบบ
นี้เมื่อเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว ก็จะมีครั้งที่สอง ต่อไปจะยิ่งวุ่นวายมากขึ้น คุณหลบในวันแรกได้ แต่จะหลบได้ถึงวันที่ 15 ไหม?”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น หญิงชราก็อึ้งไปชั่วครู่และหาคำโต้แย้งไม่ได้
ใบหน้าของคนอื่น ๆ ก็เต็มไปด้วยความกังวลเช่นกัน ใช่แล้ว ต่อไปจะต้องมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก แล้วคราวหน้าพวกเขาจะ โชคดีแบบนี้อีกหรือเปล่า
ศพของคู่สามีภรรยายังคงนอนอยู่ตรงนั้นพร้อมเลือดไหลนอง เต็มพื้น แล้วคราวหน้าจะเป็นตาของใครกัน?
ลูกชายของเธอยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง “แม่พูดอะไรบ้า ๆ เนี่ย ผู้หญิงคนนี้ช่วยพวกเราไว้นะ ขอโทษแทนแม่ด้วยนะครับ แม่ของผม ช่างไม่รู้เรื่องอะไรเสียเลย”
บางคนจำเซียวหมิงเยวี่ยได้
“พวกเราต่างก็เป็นเพื่อนบ้านกัน คุณเก่งขนาดนี้ คราวหน้าถ้า เกิดอะไรขึ้นอีก เราจะยังขอความช่วยเหลือจากคุณได้ไหม?”