Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 241: เฉลยความจริง
มุมหนึ่งของทวีปบริซาเนีย หน่วยชาโดว์ฮันเตอร์ภายใต้การนำของเซกันกำลังเผชิญหน้ากับคุโรมา อิเดส
เทพปีศาจตนนี้คือเทพปีศาจตนแรกที่กำลังจะตื่นขึ้น ในประวัติศาสตร์ดั้งเดิมผู้ที่เผชิญหน้ากับมันคือกลุ่มของเซฟิลที่พวกเขาได้รับลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์มาจากจูเดสปาซึ่งขโมยมาจากพวกเรย์อีกต่อหนึ่ง
ในการต่อสู้ครั้งนั้นต้องกินเวลาถึงสามวัน เซฟิล เวิร์น เรเซอร์ โซแลนและพาดัส เพียงห้าชีวิตต่อกรกับกองทัพสาวกเทพปีศาจที่ไม่อาจระบุจำนวนที่แน่นอนได้
สาวกเทพปีศาจนั้นต่างจากกองทัพของชาโดว์ แม้ทุกตัวจะเป็นเดวัลระดับสูงที่ไม่มีอยู่ในซีน แต่พวกมันแต่ละตัวมีความเก่งกาจแตกต่างกันมาก มีตั้งแต่ปีศาจที่สามารถถูกกำจัดได้นับร้อยตัวด้วยการโจมตีของโซแลนในครั้งเดียว และพวกโหดหินที่หลุดสามัญสำนึกจนแม้พวกเซฟิลรุมก็ยากจะเอาชนะได้
หนึ่งในนั้นคืออวาตาร์ออฟเดสแพร์ สัตว์ประหลาดที่ถูกกล่าวขานว่าใกล้เคียงกับเหล่าราชาปีศาจที่สุด พวกมันตัวใหญ่กว่ามนุษย์ สวมชุดดำและถือเคียวยักษ์เหมือนยมทูต บางคนก็เชื่อว่าพวกมันคือยมทูตตัวจริงเลยด้วยซ้ำ
ในประวัติศาสตร์ดั้งเดิม เซฟิลต้องพบกับการสูญเสีย เขาเสียโซแลนไป ส่วนตัวเขาเองบาดเจ็บสาหัสเกินเยียวยาได้ ในช่วงก่อนที่ลมหายจะหมดลง โซแลนใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายของเขาผนึกคุโรมา อิเดสสำเร็จ
แต่ในศึกครั้งนี้ ผู้นำทัพในการปราบคุโรมา อิเดส มีแค่เซกันกับกองทัพชาโดว์ฮันเตอร์
ชาโดว์ฮันเตอร์ได้เปรียบเรื่องความเร็วที่เหนือกว่าศัตรู พวกมันคือชาโดว์ที่ถูกทีมวิทยาศาตร์กลุ่มอะบีสบังคับให้วิวัฒนาการจนมีรูปร่างใกล้เคียงกับมนุษย์ นอกจากนั้นพวกมันยังถูกป้อนโปรแกรมเข้าไปใหม่จนกลายเป็นเครื่องจักรสงครามโดยสมบูรณ์
แม้จะเทียบกับไพร์มไม่ได้แต่พวกมันเหนือกว่าชาโดว์ทั่วไปลิบลับ โซนาตาเสนอให้จีดัสนำเอาแนวคิดเกี่ยวกับลูกน้องของแรปโซดีมาปรับใช้ ชาโดว์ฮันเตอร์จึงเหมือนกับกองกำลังที่ถูกฝึกมาและแบ่งหน้าที่กันเป็นอย่างดีมากกว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่โจมตีอย่างบ้าคลั่ง
ด้วยการประสานงานที่ดีเยี่ยม แม้จำนวนกำลังรบฝั่งเซกันจะเสียเปรียบ แต่ชาโดว์ฮันเตอร์ทั้งหมดกลายเป็นโล่ให้กับเซกันได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างโอกาสให้เขาโจมตีด้วยท่าไม้ตายหลายต่อหลายครั้ง เพื่อรุกคืบเข้าไปให้ถึงระยะที่ลูกแก้วจะมีผล
เซกันทำสำเร็จในที่สุด เขายื่นลูกแก้วสีเหลืองไปตรงหน้า ลูกแก้วที่เดิมทีควรส่องสว่างเฉพาะกับสายเลือดเอลเลนนอสส่องประกายเหลืองนวลออกมา
…การลงทัณฑ์ของเอนน์ผู้สถิตอยู่ในโลกหลังความตาย…
…เวทมนตร์ของเมกิอาพระแม่แห่งเหล่าอสูรอัญเชิญทั้งปวง…
…โทษะของฟิโลมินาผู้มีอำนาจเหนือปรภพ ขอให้มาเป็นพลังให้ข้า…
…เอ็กโซดัส…
สิ้นสุดคำร่าย ร่างใหญ่ยักษ์ปานขุนเขากลายสภาพกลับเป็นหินดังเดิม สาวกเทพปีศาจทั้งหมดเลือนหายไปจนหมดสิ้น พร้อม ๆ กับที่ลูกแก้วอัศนีแหลกสลายไปกับการทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายของมัน
เซกันแตะไปที่อุปกรณ์สื่อสารที่ใส่ไว้ในหู “เป้าหมายที่หนึ่ง เรียบร้อยครับ”
ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นไม่นาน เหตุการณ์แบบเดียวกันเพิ่งเกิดขึ้นที่จุดอื่นของทวีป เซเลนอสได้รับหน้าที่ให้จัดการกับเทพปีศาจเนครอส
ส่วนจีดัสนำทัพด้วยตนเองจัดการกับเทพปีศาจเดสคารินกา ทั้งสามคือเทพปีศาจที่มีโอกาสตื่นก่อนตนอื่นตามคำทำนายของริเธียและการคำนวณของด็อกมา
สาวกปีศาจของเนครอสส่วนใหญ่เป็นพวกอันเดด แต่ต่างจากประวัติศาสตร์เดิมที่เนครอสมีเวลาหลังจากการตื่น ครั้งนี้มันถูกประชิดตัวและไม่อาจตั้งตัวทัน กองทัพที่นำโดยเซเลนอสจึงไม่ต้องเจอกับสิ่งนั้น
ชาโดว์ไม่ได้มีอายุขัยเหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไป พลังของเนครอสเร่งเวลาแต่ไม่อาจทำให้พวกชาโดว์แก่ชราได้ จะมีแต่เพียงเซเลนอสที่ได้รับผล แต่ไม่ถือว่าเสี่ยงอะไรมากนักกับงานนี้
เมื่อคิดถึงบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ พลังสตาร์ฟอร์ซของพาดัสใช้ได้ผลกับพวกอันเดดเป็นอย่างดี หน้าที่ในการบุกทะลวงไปให้ลึกที่สุดตกเป็นของเขาโดยมีเพื่อน ๆ คอยทำหน้าที่ช่วยเปิดทางให้ แต่ยิ่งพาดัสเข้าใกล้เนครอสอายุขัยของเขาก็ยิ่งหดสั้นลง กว่าจะถึงระยะที่สามารถใช้เอ็กโซดัสร่างกายของเขาก็ทรุดโทรมจนเกือบถึงขีดจำกัด
พอมาเป็นเซเลนอส เขาผนึกเนครอสลงได้โดยที่เสียแค่ชาโดว์ฮันเตอร์เกือบทั้งทัพไป ช่างเป็นราคาที่ถือว่าคุ้มแสนคุ้ม
เนครอสกลับเป็นหินอีกครั้ง และมันควรจะอยู่เช่นนั้นไปอีกหลายพันปี
ลูกแก้วนภาหมดหน้าที่ลง สลายตามลูกแก้วอัศนีไป
จีดัสมุ่งหน้าไปพร้อมกับกองทัพที่สามเพื่อเริ่มการปะทะอีกครั้ง
เดสคารินกาคือเทพปีศาจที่มีพลังในการขโมยความทรงจำ สิ่งมีชีวิตที่เข้าใกล้มันจะสูญเสียความสามารถในการคิด หลงลืมตนเอง เพื่อน เป้าหมาย หรือแม้แต่ลืมเรื่องพื้นฐานในการเอาชีวิตรอด
ชาโดว์ฮันเตอร์ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นก็มีข้อมูลความทรงจำ และย่อมไม่สามารถหนีพ้นพลังในการลบความทรงจำเช่นกัน
เพื่อรับมือกับพลังของเดสคารินกา ด็อกมาจึงสร้างอุปกรณ์พิเศษที่เชื่อมฐานข้อมูลของมิเนอร์วาเข้ากับสมองของชาโดว์ฮันเตอร์ เมื่อใดตรวจสอบพบว่าข้อมูลในสมองสูญหายไป อุปกรณ์นี้จะถ่ายโอนข้อมูลใหม่เข้าไปแก้ไขในทันที และเพราะอุปกรณ์ที่ว่าไม่ใช่สมองจริง ๆ มันจึงไม่สามารถถูกแทรกแซงได้จากพลังของเทพปีศาจ
แต่เดิมจีดัสคิดเผื่อไว้ เขาอยากจะเปลี่ยนสมองของชาโดว์ฮันเตอร์ให้กลายเป็นสมองกล แต่สมองเป็นส่วนหนึ่งที่เชื่อมต่อกับพลังเวทมนตร์อย่างลึกซึ้ง ถ้าต้องการเปลี่ยนสมองเป็นเครื่องกลและยังคงความสามารถเอาไว้อย่างครบถ้วนเป็นเรื่องที่ยาก ไม่สามารถทำได้ในเวลาที่จำกัดเช่นนี้
“เสร็จไปอีกหนึ่ง” จีดัสมองลูกแก้ววารีสลายไป
เดสคารินกาถูกผนึกลง
ผลการรบออกมาได้ดี ขวัญกำลังใจของทุกคนจึงเพิ่มขึ้นมาก แต่จำนวนชาโดว์ฮันเตอร์ที่เสียไปจากการฝืนผนึกเทพปีศาจถึงสามตัวในเวลาไล่เรี่ยกันกลายเป็นอีกปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข
โซนาตารับรู้ได้ว่าพวกเรย์รู้สึกร้อนใจที่ไม่ได้ช่วยเหลือในการจัดการกับเทพปีศาจ เขาเข้าใจความรู้สึกของพวกนั้น
เขาขอให้พวกเรย์อดทนอีกสักนิดในระหว่างที่ยังไม่รู้ว่าโอเปราจะลงมืออีกครั้งเมื่อไรเพราะเรย์และเพื่อนยังไม่หายดีจากการปะทะครั้งก่อน
โซนาตาเชื่อว่าความกังวลใจส่วนหนึ่งของเรย์มาจากความคลางแคลงใจในเรื่องที่มาที่ไปของกลุ่มอะบีส แม้จะรู้ว่าไม่ใช่ศัตรูแต่ก็ยังไม่ได้ไว้วางใจกันอย่างเต็มที่
…เอาเถอะ จัดการเทพปีศาจไปบ้างแล้ว ถ้าเป็นตอนนี้ก็คงจะเล่าเรื่องทั้งหมดได้แล้วล่ะมั้ง…
เรย์ ลาโตร ไกรา แอนทิสตา ซิกมาและจูเดสปา ทั้งหกถูกเชิญให้มาร่วมฉลองในความสำเร็จของศึกแรก พวกเขารู้สึกประหลาดใจที่ถูกเชิญมาทั้งที่สงครามยังไม่จบแต่ก็ตอบรับคำเชิญ
งานเลี้ยงคือเรื่องบังหน้า โซนาตาไม่อยากให้ชาอุล หรือพวกเรเซอร์อยู่ที่นี่ด้วย เขาเล่าเรื่องราวทุกอย่างของตนเองและกลุ่มอะบีสให้กับเรย์อย่างไม่ปิดบัง
“จากอนาคต...” ซิกมารู้สึกเวียนหัว ครึ่งหนึ่งจากเรื่องที่เล่า อีกครึ่งจากเหล้าอย่างดีที่กลุ่มอะบีสนำมาให้ดื่มอย่างเต็มที่
“เหลือเชื่อเกินไปหรือเปล่า” ลาโตรย่นคิ้วทบทวนเรื่องราวตาม เรื่องมากมายที่ประดังเข้ามาพร้อมกันทำให้เขาประมวลผลไม่ทัน
“พวกคุณเสี่ยงชีวิตช่วย ทั้งที่ต่อให้โลกนี้พังไปมันก็ไม่ได้กระทบกับพวกคุณเหรอคะ” แอนทิสตาเอ่ยปากถาม
“มันไม่ใช่การกระทำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาอะไรแบบนั้นหรอก” อลินาตอบแบบไม่อ้อมค้อม “พวกเราได้ประโยชน์จากข้อมูลในการต่อสู้ และถ้าเป็นไปได้ พวกเราอยากได้คนจากยุคนี้มาร่วมเดินทางกับพวกเราด้วย”
“แน่นอนว่าไม่ใช่การบังคับหรอกค่ะ” ซีวีตอบพร้อมรอยยิ้ม
“เดี๋ยวก่อนสิ” ลาโตรเพิ่งนึกได้ “งั้นซีวี จีดัส เซเลนอส… พวกเธอไม่ใช่แค่คนชื่อเหมือนสิเนี่ย หวาาาาา”
“เจ้านี่! จะโวยวายทำไมเล่า นี่คุยกันมาตั้งนานเพิ่งนึกออกเหรอ” ซิกมาถือโอกาสเคาะหัวลาโตรไปหนึ่งโป๊กใหญ่
“มิน่าล่ะ ถึงได้เต็มไปด้วยคนเก่งเหนือมนุษย์… ก็เล่นเอาคนเก่ง ๆ จากทุกยุคทุกสมัยมารวมกันนี่เอง” เรย์เริ่มมองภาพรวมออกมากขึ้น
“โอเปรานั่นก็เป็นพวกข้ามเวลาเหมือนกัน ที่โลกเราเละเทะแบบนี้ก็เป็นความรับผิดชอบของพวกเจ้าด้วยไม่ใช่เหรอ” จูเดสปาพูดกระแทกเสียง
“ใช่แล้ว” โซนาตาก้มหน้ายอมรับ “เป็นความผิดพลาดของฉันเอง”
“ไม่ใช่ความผิดคุณสักหน่อย” โซลิเนเถียงขึ้นแทน “ฉันอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้น ตัวการคือ…”
โซนาตายกมือขึ้นห้าม “การแทรกแซงเวลามันมีค่าตอบแทน ฉันจะไม่โทษคนอื่นหรอก รวมทั้งไม่สามารถรับปากได้ด้วยว่าการแก้ไขจะไม่ทำให้มันยุ่งไปกว่าเดิม”
“แต่ถึงแบบนั้นคุณก็ยังจะพยายามแทรกแซงมันต่อไป” เรย์ถาม
“ใช่” โซนาตาตอบ
บรรยากาศอึ้มครึมเกิดขึ้นระหว่างคนสองกลุ่ม และก่อนที่พวกเรย์จะได้ตัดสินใจต่อว่าควรจะรับการช่วยเหลือของกลุ่มอะบีสต่อไปหรือไม่ โซนาตาก็ยื่นหนังสือเล่มหนึ่งมาให้
“มันคือประวัติศาสตร์ของยุคนี้ จะอ่านหรือไม่ก็ตัดสินใจเอาเองเถอะ”
เรย์รับมาอย่างชั่งใจ เขาเปิดพลิกดูในหน้าแรก ๆ แล้วก็รู้สึกเขินเพราะมันเป็นเรื่องราวของตัวเอง
“ประวัติศาสตร์มันเปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่เหรอ ให้ดูนี่มีความหมายอะไร”
“ไม่มีความหมายหรอก” โซนาตาหัวเราะ “ก็แค่อยากให้เห็นว่านี่คืออีกหนึ่งของจุดจบ และสิ่งที่พวกเราอยากทำคือความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงมัน”
“คิดให้ดีนะ” ซิกมาจับหนังสือไว้พร้อมกับจ้องตาเรย์ เขาสังหรณ์ว่าในหนังสือจะมีข้อมูลที่เรย์เองก็ไม่อยากรู้
“ไกราก็อยากอ่านนะ แต่ไกราอ่านหนังสือไม่ออกแหละ” ไกรายืดอกเหมือนภาคภูมิใจ