Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 427: ข้อความ
โซนาตา ซีวี โคเลท และฟรองเซย์ ประสานท่าไม้ตายของพวกเขา โคเลทที่พุ่งเข้าไปฟันด้วยดาบข้างหนึ่งที่เคลือบเวทน้ำแข็งของฟรองเซย์และอีกข้างคือดาบแสงที่ได้รับพลังเพิ่มขึ้นจากการผสานกับเวทดวงอาทิตย์เทียมของซีวี
โซนาตาก็สร้างดาบแสงขึ้นเช่นกัน แต่แทนที่จะสร้างดาบในขนาดที่พอดีมือเขาใช้วิธีเดียวกันกับเรย์ โซนาตารวบรวมพลังแสงมากขึ้น มากขึ้นและขยายขนาดของดาบแสงจนใหญ่ยักษ์ เขาตั้งใจใช้มันทะลวงทีเดียวให้ทะลุไปจนถึงตัวเอเวอลินที่อยู่ภายในเทวรูป
…ทำไมต้องต่อต้านฉันขนาดนี้ คุณเกลียดฉันมากเลยเหรอ...
เสียงของเอเวอลินปรากฏขึ้นในหัวของโซนาตาโดยตรง
“ฉันไม่มีวันญาติดีกับคนที่ทำร้ายเพื่อนฉันหรอก”
…ฉันรักคุณ ฉันรักคุณ ฉันรักคุณ ฉัน…
“เงียบไปซะ! ฉันเกลียดเธอ”
“อย่าาา” โคเลทร้องห้ามโซนาตาเสียงหลง
ดาบแสงของโซนาตาแทงทะลุอกของรูปปั้นซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ร่างจริงของเอเวอลินซ่อนตัวอยู่ ดาบขนาดยักษ์ที่แค่เฉพาะความหนาของดาบก็เกือบจะใหญ่เท่ากับร่างทั้งร่างของเอเวอลินบดขยี้ร่างเกือบทั้งร่างของเธอในการโจมตีครั้งนี้
“คุณแม่!!” สองเสียงกรีดร้องออกมาจากสถานที่ต่างกัน จากโคเลทที่อยู่ในระยะที่มองเห็นทุกอย่างได้เต็มสองตา และจากจิบริลที่อยู่เบื้องล่าง
“ระวัง! มันยังไม่…” จีดัสตะโกนได้ไม่จบ
พริบตานั้นทุกอย่างถูกย้อมด้วยแสงสีทอง ออราของเอเวอลินที่ควรจะแหลกเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว ขยายใหญ่ขึ้นในชั่วพริบตา หากมองภาพนี้จากที่ห่างไกลออกไปจนสามารถมองเห็นโลกทั้งโลกได้ พวกเขาจะมองเห็นจุดแสงสีทองที่ระเบิดขึ้นจากเมืองที่เป็นแค่จุดหนึ่งและขยายออกไปจนกลืนกินย้อมทั้งโลกด้วยลำแสงนั้น
โคเลทคิดว่าเธอจะตายไปแล้ว เธอไม่รู้ว่าเธอหมดสติไปนานขนาดไหน เมื่อลืมตาขึ้นเธอก็พบว่าโลกใบนี้กำลังแตกดับในรูปแบบที่น่าประหลาดตา ตึกรามบ้านช่อง ผู้คน ต้นไม้ สัตว์ ทุกอย่างกำลังหลุดลอกออกมาเป็นชิ้น ๆ และส่วนที่หลุดออกมาก็มีสภาพหน้าตาเหมือนหน้ากระดาษในหนังสือ
หญิงสาวเดินไปในท้องทุ่งที่เกือบจะว่างเปล่าด้วยความสิ้นหวัง เธอเห็นทุกสิ่งกำลังแตกสลายกลายเป็นแค่กระดาษ น้ำหมึกและตัวอักษร ทุกอย่างถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของมัน ตอนนี้เธอไม่เหลือความสงสัยเรื่องที่รีดัสพยายามบอกมาตลอด
โลกนี้เป็นเพียงแค่โลกในหนังสือเท่านั้น…
“ลินน์” โคเลทหยุดยืนอยู่ตรงร่างที่คุ้นเคย
“โค..” ร่างที่กำลังแตกสลายเรียกชื่อเธอ โคเลทพยายามประคองร่างขึ้นมา แต่ยิ่งเธอสัมผัส มันก็ยิ่งหลุดร่อนออกมามากขึ้น สุดท้ายแล้วไอสลินน์เพื่อนรักที่สุดของเธอก็กลายเป็นแค่เศษกระดาษและแหลกสลายไปคามือ
ไม่ห่างออกไปมีเศษชุดที่เธอจำได้เช่นกัน มันคือชุดของดันเต ชุดเกราะของเอ็ดวาน ไม้เท้าของฮาจา และเศษชิ้นส่วนอีกหลายส่วนที่สลายไปจนยากที่จะวิเคราะห์ว่ามันเคยเป็นของใคร
“พี่” เสียงดังมาจากด้านหลัง โคเลทหันขวับไปในทันที
จิบริลโผเข้ากอดพี่สาว ร่างของน้องสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความกลัวเริ่มแตกสลายเช่นเดียวกับร่างของโคเลทเอง
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว”
“หนู.. พวกเรา แพ้แล้วสินะคะ”
พี่สาวกอดน้องสาวแน่นขึ้น โคเลทเช็ดน้ำตาของจิบริลและจูบที่หน้าผากอีกครั้งเพื่อสั่งลา โคเลทนึกขำเรื่องที่ว่านานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่มีโอกาสได้กอดจิบริลแบบนี้
“อยากกอดจิบริลแบบนี้มานานแล้ว หลัง ๆ เราไม่เคยคุยกันดี ๆ เลยเนอะ” โคเลทพยายามจะลูบหัวน้องอีกสักครั้งแต่มือข้างนั้นได้หลุดร่อนออกไปแล้ว
“ขอโทษนะคะ จริง ๆ แล้วหนูรักพี่นะคะ”
“พี่รู้จ๊ะ”
สองพี่น้องเริ่มยืนไม่อยู่แล้ว ทั้งคู่ทรุดลงไปพร้อมกับขาที่เริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นม้วนกระดาษ
“อย่าเพิ่งถอดใจสิ” เสียงเบา ๆ ลอยมาจากที่ไม่ห่างออกไปนัก
จิบริลแน่นิ่งไปแล้ว แต่โคเลทยังพอเหลือสติอยู่ เธอเห็นจีดัสที่เหลือแค่ครึ่งตัวกำลังขยับริมฝีปาก (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ถ้าแม่กลายเป็นเทพเจ้าไปแล้ว ลูกของเธอจะกลายเป็นเทพเจ้าไปด้วยรึไม่”
…มาถามอะไรเอาตอนนี้นะคุณจีดัส มันสายไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ…
…ไม่สิ บางทีอาจจะยังมีเรื่องสุดท้าย…
เอเวอลินลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับสัมผัสที่เปลี่ยนไป เธอกลับมาอยู่ในร่างก่อนที่เธอจะกลายเป็นเทพเจ้า
…ที่นี่มันที่ไหนกัน…
สิ่งแรกที่เอเวอลินนึกออกคือห้องสมุด สถานที่แห่งนี้มีหนังสือเรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือมากมายนับไม่ถ้วน ที่น่ากังวลคือหนังสือทุกเล่มต่างส่งพลังบางอย่างออกมา พวกมันทุกเล่มไม่ใช่หนังสือธรรมดา
ข้าง ๆ ร่างของเอเวอลินมีชายหนุ่มผู้มีผมยาวสีเงินนอนฟุบคว่ำหน้าอยู่ รูปร่างแบบนั้นเอเวอลินแน่ใจว่าไม่มีทางเป็นใครอื่นนอกจากจีดัส คอร์นีลัส
ในมือของจีดัสไม่ได้ว่างเปล่า มันมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่เหลือเพียงแค่ปกเท่านั้น กระดาษที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของมันถูกฉีกจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและกระจายอยู่รอบ ๆ ตรงนั้นเอง เอเวอลินแกะหนังสือที่จีดัสกำอยู่ออกมาสำรวจทำให้เธอได้เห็นชื่อของหนังสือเล่มนั้น
“Аbуss оf Тimе Х: Fаlsе Соdех”
ตอนนั้นเองเธอจึงเริ่มปะติดปะต่อได้ ถึงจะยังไม่รู้ว่าห้องสมุดแห่งนี้คือที่ใดแต่เธอมั่นใจว่าที่นี่คือสถานที่เกิดเหตุ หลังจากจีดัสพลัดหลงไปในกระแสเวลา เขาก็มาจนถึงที่นี่และถูกหนังสือเล่มนี้ดึงเข้าไป นี่จึงเป็นทั้งเรื่องราวของเขาและเรื่องราวในโลกของเธอด้วยเช่นกัน
เรื่องน่าประหลาดใจยังไม่จบสิ้น เอเวอลินพบว่าที่มือข้างหนึ่งของเธอได้กำหน้ากระดาษเอาไว้โดยไม่รู้ตัว
“ฝีมือโคเลทไม่ก็จิบริลสินะ ถึงกับแก้ไขความจริงในโลกข้างนอกได้เลยรึเนี่ย แต่ก็คงใช้พลังเฮือกสุดท้ายจนหมดเลยสินะ”
เอเวอลินไม่ได้หวาดกลัวหน้ากระดาษเหล่านั้น ไม่ว่าโคเลทหรือจิบริลจะทำอะไรมันก็สายไปแล้ว โลกในหนังสือถูกทำลายลง ส่วนเอเวอลินก็ทำความปรารถนาได้สำเร็จ เธอมีตัวตนอยู่ในโลกเดียวกับโซนาตาแล้ว
เอเวอลินกำลังจะโยนกระดาษที่ลูกสาวส่งมาทิ้งแต่ก็ต้องหยุดมือไว้ นิสัยของนักเขียนมันทำให้เอเวอลินห้ามความอยากรู้ไว้ไม่ได้ เธออยากรู้ว่าลูกของเธอมีไม้ตายอะไรซ่อนอยู่อีก ทั้งที่มั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นอะไร ชัยชนะนี้ก็เป็นของเธอแล้ว
กระดาษไม่ใช่ข้อความอาฆาตมาดร้าย หรือกับดักอย่างที่เธอเข้าใจ มันเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่สิมันคือเรื่องราวของสามแม่ลูก
กระดาษแผ่นที่หนึ่งเป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงที่หวาดกลัวการไปโรงเรียนอนุบาลเป็นครั้งแรก เธอเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดโดยที่พวกคุณครูไม่สามารถทำอะไรได้เลย คุณแม่ของเธอแอบดูอยู่ห่าง ๆ เธอลังเลอยู่นานว่าจะรับมือกับมันอย่างไร ความจริงแล้วเธอตั้งใจว่าจะแอบดูอยู่เงียบ ๆ และปล่อยให้คุณครูจัดการทุกอย่างให้แทน เธอคิดว่าการทำแบบนั้นจะทำให้ลูกสาวตัวน้อยเข้มแข็งขึ้น
แต่สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถห้ามใจได้ คุณแม่ยังสาวปรากฏตัวขึ้นเพื่อที่จะบอกลูกสาวว่า ‘แม่ของเธอไม่ได้ทิ้งเธอไปไหน ไม่ว่าจะเห็นหรือไม่ก็ขอให้รู้ไว้เสมอในเรื่องนี้’
กระดาษอีกแผ่นเป็นเรื่องราวของเด็กคนน้อง เธอฉลาด เข้มแข็ง และเอาตัวรอดได้เก่งกว่าคนพี่ แต่นั่นเป็นแค่ภาพลวงที่เธอพยายามทำให้คนอื่นเข้าใจแบบนั้น เด็กคนน้องอ่อนแอกว่าที่ใครคิด และแม่ของเธอรู้เรื่องนั้นดีที่สุด
มีเรื่องราวมากมายที่กระดาษไม่กี่แผ่นไม่สามารถบรรยายความรักระหว่างแม่ลูกได้ แต่ความทรงจำทุกอย่างของเอเวอลินยังแจ่มชัด เธอยังจำวันที่จิบริลเรียกแม่ครั้งแรกได้ เธอจำได้ว่าเคยร้องไห้ดีใจแค่ไหน เธอจำได้ว่าเคยเล่านิทานกล่อมให้ทั้งสองนอนหลับในทุกวัน
แม้ว่าความทรงจำเหล่านั้นบางส่วนจะไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ตาม โคเลทและจิบริลถูกสร้างขึ้นและมีตัวตนขึ้นมาโดยถูกข้ามวัยเด็กไป แต่เรื่องราวทั้งหลายที่เอเวอลินจงใจถักทอขึ้นมาเพื่อให้เป็นรากฐานความทรงจำของเด็กทั้งสอง มันคือหลักฐานว่าเธอเองก็ต้องการความรักแบบนั้นเช่นกัน
…ลูกแม่…
น้ำตาของเอเวอลินไหลรินอย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่สงสัยตนเองว่าอะไรคือสิ่งที่บังตามานานขนาดนี้ เพราะความจงรักภักดีที่เธอมอบให้กับโซนาตา หรือเพราะความหวาดกลัวว่าจะไม่มีใครรักตนเองอย่างแท้จริง เธอจึงแกล้งเบือนหน้าหนีจากความรักของเด็กทั้งสอง
จีดัสเริ่มขยับได้หลังจากนั้น สิ่งแรกที่ได้เห็นคือเอเวอลินที่ร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ เธอกำลังถูกความทรงจำมากมายที่ตนเองสร้างขึ้นจู่โจมระลอกแล้วระลอกเล่า
หนุ่มผมเงินเข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ความทรงจำของเขาตอนที่อยู่ในโลกหนังสือผสมเข้ากับความทรงจำของจีดัสในศึกสุดท้ายกับเอเวอลิน เขารู้สึกเห็นใจเธอมากกว่าที่จะนึกโกรธที่เธอเลือกเดินทางผิด
“ฉันเชื่อว่าวันที่โซนาตาตัวจริงจะมาอยู่ตรงนี้ต้องมาถึงสักวัน”
“คุณจีดัส” เอเวอลินยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ถ้าอยากให้เขายอมรับ ถ้าอยากจะเป็นแม่ที่ดีขึ้น เธอรู้ใช่ไหมว่าจะต้องทำยังไง”
เอเวอลินเช็ดน้ำตาออก เธอพยักหน้ารับคำ แต่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโซนาตาอีกแล้ว เธอได้รับรู้แล้วว่าสิ่งที่แสวงหามาตลอดมันอยู่ข้างตัวเธอมาเสมอ และเธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันกลับคืนมา