Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 94: เจ้าชายอีกพระองค์
“แบล็กเฟนเซอร์” เวเนทวนคำ “เท่าที่ข้ารู้จะว่าเป็นฉายาก็ไม่เชิง มันเป็นเหมือนชื่ออาชีพมากกว่านะ”
“คือแบบนี้นะคะ แบล็กเฟนเซอร์แต่เดิมคือชื่อที่นักดาบต้องสาปใช้เรียกตัวเองค่ะ แต่ดูเหมือนว่าในยุคของเซกันจะหาคนที่สามารถควบคุมอาวุธต้องสาปไม่ได้ คำ ๆ นี้ก็เลยเหมือนเป็นทั้งฉายาและคำเหยียดไปด้วยในตัวค่ะ” เจเนวีฟอธิบายแทนอย่างคล่องแคล่ว แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เธอเพิ่งอ่านจากห้องสมุดของอัลกราดเมื่อไม่นานนี้
“แบบนี้นี่เอง” เอลลีส่งเสียงพึมพำมาจากด้านหลัง
“นั่นเอลลี ซอร์เยอร์กับพัค มินอาเหรอคะ คุณไม่ได้กำลังคุยอยู่ในห้องส่วนตัวเหรอ” เจเนวีฟรู้สึกคาใจ
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ว่าแต่เวเน… เธอเล่าเรื่องของดานิกาให้ฟังหน่อยได้ไหม” โซนาตาเปลี่ยนเรื่องอย่างไม่แยแส
“ท่านดานิกาเหรอ ข้าก็ไม่รู้มากหรอก รู้แค่ว่าท่านเป็นหนึ่งในพยากรณ์ที่เก่งที่สุด คำทำนายของเฮอร์มิตเกี่ยวกับการมาของพวกเจ้าก็เป็นคำทำนายของท่านนี่แหละ”
“งั้นก็แม่นยำมากเลยสินะ”
“เท่าที่ข้ารู้ ก็ไม่เคยผิดพลาดนะ”
“แปลว่าเรื่องของเซกัน… เขาอาจจะเป็นชายต้องสาปจริง ๆ น่ะสิ” เอลลีหันไปพูดกับมินอา
“นั่นห้องนอนของคุณจริง ๆ ด้วยสินะ ตกลงว่าสองคนนั้นไปทำอะไรในห้องคุณคะ” เจเนวีฟเสียงดุขึ้น เธอเพิ่งเห็นทั้งสองที่เดินไปมาอยู่ข้างหลังโซนาตา
“พวกเรามาอยู่เป็นเพื่อนคุณโซนาตา แล้วก็มาฝึกงานด้วย” มินอาตอบด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกำลังเยาะเย้ย
“ฝึกงาน” เจเนวีฟคิ้วกระตุก ลางสังหรณ์ของเธอบอกว่านี่เป็นแผนร้ายของมินอาอย่างแน่นอน
“ฝึกเป็น… ยังไงล่ะ” เสียงของมินอาขาดไป แต่เจเนวีฟอ่านปากแล้วรู้ว่าคำอะไรที่เธอตั้งใจไม่แปล่งเสียงออกมา มันทำให้เจเนวีฟโมโหจนควันแทบออกหู
โซนาตาขี้เกียจฟังสาว ๆ แหย่กันจึงกำลังจะตัดสาย แต่เจเนวีฟไม่ยอมให้เขาวางง่าย ๆ เธอเรียกสัญญาณกลับในทันที
“เดี๋ยวก่อนสิคะ นี่มันหมายความว่ายังไง คุณ… กับสองคนนี้เหรอ”
“หึ” มินอาแอบยิ้มและยังหัวเราะเบา ๆ ส่วนเอลลีที่โผล่เห็นแว๊บ ๆ จากข้างหลังก็แต่งชุดสีดำวาบหวาม มันยิ่งทำให้เจเนวีฟแทบคลั่ง
“เรามีเรื่องต้องคุยกันนะคะ” เจเนวีฟหันไปส่งสายตาน่ากลัวให้โซนาตา
“เดี๋ยวเจเนวีฟ! เธอไม่ควรจะไปทำแบบนั้นนะ” เวเนที่ปกติจะโดนเตือนแบบเดียวกัน กำลังย้อนประโยคคืนโดยไม่ตั้งใจ
“ข้ามาก่อนแท้ ๆ ถ้ามีใครควรได้ เอ่อ… ฝึกงานมันก็ควรจะเป็นข้าสิ”
“ไม่ได้หรอก” โซนาตาส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม “ฉันรักเธอเหมือนน้องสาวแท้ ๆ เลยนะ”
เจเนวีฟรู้สึกจุกที่อก บอกไม่ถูกว่าควรจะดีใจที่เธอมีสถานะพิเศษที่แม้แต่มินอาหรือเอลลีก็ไม่ได้รับ หรือว่าจะหดหู่ที่เขาไม่มีทางที่จะมองเธอแบบอื่นได้
“ยะ… ยังไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอกนะคะ” เจเนวีฟพูดงึมงำก่อนที่เธอจะตัดสายไปเอง
เรื่องราวของเซกันดำเนินไปอย่างรวดเร็ว หลังจากการต่อสู้กับมังกรชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังขึ้นทั้งด้านดีและแย่ แทบไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าอดีตเจ้าชายองค์รองของเอเทเซียกลับมาแล้ว
เซกันถูกจับกุมตัวในสภาพที่หมดสติ กราเทียถึงจะคิดไว้แล้วว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นหลังการต่อสู้จบลงแต่เธอก็ยังตกใจ แม้แต่ตัวเธอก็เกือบจะถูกพาไปคุมขังฐานผู้สมรู้ร่วมคิด
เคราะห์ดีที่มีทหารจำได้ว่ากราเทียคือเจ้าหญิงของเรฟลินตัน แทนที่จะไปจบที่ห้องขังเธอถูกพาตัวไปที่วังแทน และไม่นานเกินรอ กราเทียก็ได้พบกับคนที่เธอต้องการพบที่สุด
“ท่านลุง” กราเทียกำลังจะคุกเข่าลง แต่กษัตริย์ผู้เป็นสหายสนิทกับท่านพ่อดึงตัวเอาไว้ก่อนถึงพื้น
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก” กษัตริย์เฒ่ายิ้มอย่างอ่อนโยน ข้างกายของเขาคือราชินีเควนดาริน ทั้งคู่โผเข้ามากอดและลูบหัวเธออย่างเอ็นดู
“โถ.. หลานป้า เจ้าคงลำบากมากเลยสินะกว่าจะมาถึงนี่ได้” ราชินีเช็ดหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของหญิงสาวที่เธอมองเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง
“เจ้าโตขึ้นมากจนข้าเกือบจำไม่ได้ เผลอแค่ครู่เดียวจากเด็กน้อยก็กลายเป็นสาวงามไปซะแล้ว”
“ท่านลุงล่ะก็” กราเทียเขินพร้อมถูกหยอกโดยไม่ตั้งตัว เธอไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ มีหลายครั้งที่เธอตัดใจเรื่องที่จะมาถึงเอเทเซียด้วยซ้ำ
“ท่านทั้งสองรู้เรื่องเรฟลินตันแล้วใช่ไหมคะ”
“ฟอลโลเวอร์ออฟเดอะทรูเฟท” ราชาบาริกันถอนหายใจ “ตอนนี้ไม่ว่าจะที่ไหนก็มีแต่เจ้าพวกนอกรีตอย่างพวกนี้”
“เรฟลินตันกำลังถูกพวกมันโจมตีค่ะ ข้ากลัวว่าถ้าไม่มีกำลังหนุน อีกไม่นานทั้งเมืองก็อาจจะ…”
บาริกันหันไปสบตากับราชินีของเขา สีหน้าของทั้งคู่ดูลำบากใจ กราเทียรู้สึกไม่ดีกับสัญญาณแบบนี้
“เรื่องนั้น เอาไว้ค่อยคุยกันอีกที เจ้าเพิ่งมาถึงเหนื่อย ๆ ควรจะพักผ่อนก่อน”
“แต่ว่า…” กราเทียยังไม่เลิกล้มความพยายาม
“เอาไว้ค่อยว่ากันนะจ๊ะหลานรัก ไม่สิ… อีกไม่นานก็เรียกหลานไม่ได้แล้ว”
“จริงสิ ตอนนี้เขาก็อยู่นะ เจ้าน่าจะไปทักเขาด้วย” บาริกันได้โอกาสก็เบนความสนใจไปเรื่องอื่น
กราเทียหน้าแดงขึ้นทันทีเมื่อนึกถึง “ท่านผู้นั้น” เขาคือสาเหตุสำคัญอีกอย่างที่ทำให้เธออยากมาที่นี่ บางทีถ้าเป็นเขาที่ไม่เคยขัดใจเธอมาก่อน คำขอร้องของเธออาจจะได้รับการตอบรับ
ก่อนจะไปพบคนที่เธอรอคอย กราเทียขอให้ทหารที่เธอรู้จักดีช่วยสืบข่าวเรื่องของเซกัน
เธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องทำแบบนั้น เธอเคยคิดจะฆ่าเขาเพื่อจำกัดภัยของมวลมนุษย์ และรู้สึกโล่งใจตอนที่เขาถูกทหารเอเทเซียควบคุมตัว แต่อีกด้านหนึ่งกราเทียก็ยังหวังว่าเขาจะปลอดภัย มันเป็นความรู้สึกขัดแย้งที่เธอเองก็ไม่สามารถอธิบายได้
…ถ้าไม่มีเซกัน ก็จะไม่มีพวกลัทธินอกรีต ถ้าไม่มีพวกเฟทก็จะไม่เกิดสงคราม ถ้าไม่เกิดสงครามแม่ของเธอก็อาจจะยังอยู่… กราเทียพยายามหาเหตุผลเพื่อเพิ่มความชอบธรรมให้กับตนเอง
…แต่เขารู้ทั้งรู้ว่าอาจจะเดือดร้อน แต่ก็ยังคุ้มครองเรามาจนถึงที่นี่…
…คำทำนายไม่เคยผิดพลาด เขาคือคนเลว และกับคนเลวเราจะใช้วิธีอะไรก็ได้…
ความคิดตีกันในสมองจนวุ่นวาย กราเทียไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่านางกำนัลได้พาเธอมาจนถึงห้องทรงอักษรของท่านผู้นั้น
ประตูเปิดออก ชายที่เธอรอคอยอยู่ที่นั่น เธอแทบจะโผเข้าหาเขาพร้อมกับร้องไห้
“ทำไมถึงทำเรื่องเสี่ยงขนาดนี้ ไม่รู้เหรอไงว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง” เขาทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มันทำให้กราเทียที่กำลังเดินเข้าไปหาถึงกับต้องหยุดกึก
“เพราะรู้ข้าถึงได้มาขอความช่วยเหลือยังไงล่ะคะ” เธอเสียงอ่อนลง ไม่กล้าสบสายตากับคนตรงหน้า ตั้งแต่ยังเล็กมันก็เป็นแบบนี้มาเสมอ เขาคือคนที่เธอไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วย
“หยุดยอกย้อนสักที เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ชอบคนที่ต่อปากต่อคำ”
“ข้าก็แค่…”
ชายหนุ่มตรงหน้าแค่ชายตามอง กราเทียมองสายตาเยือกเย็นคู่นั้นและต้องกลืนคำพูดทั้งหมดกลับไป นี่คงเป็นสิ่งที่เขาเรียกกันว่าแพ้ทาง
ตอนนั้นมีบางสิ่งที่เธอเพิ่งนึกออก กราเทียเคยเห็นดวงตาแบบเดียวกันมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา แต่เธอจำมันไม่ได้เพราะดวงตาอีกคู่จะจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนเท่านั้น
…นั่นสิ ทำไมถึงจำไม่ได้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ พวกเขาทั้งสองคือพี่น้องคลานตามกันมานี่ แค่ดวงตานี้มันก็น่าจะทำให้รู้ว่าชายร่วมเดินทางด้วยกันมาคือเซกัน น้องชายร่วมสายเลือดของเลกันผู้นี้…
เขาคือเจ้าชายเลกัน เอเทเซีย เจ้าชายพระองค์แรกและองค์รัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวแห่งเอเทเซีย นอกจากนั้นเขายังเป็นคู่หมั้นของกราเทียอีกด้วย
“ท่านพ่อไม่ได้บอกสินะว่าเราคงส่งกองทัพไปช่วยไม่ได้” เลกันพูดออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม เขารู้ว่ามันคือเป้าหมายที่ทำให้กราเทียเสี่ยงชีวิตมาจนถึงที่นี่
“ถ้าไม่มีกองหนุน…”
“อาจจะถึงขั้นเสียเมืองเลยก็ได้” เลกันช่วยต่อให้จบประโยค “แต่ทางนี้เองก็ลำบากเช่นกัน นอกจากพวกลัทธินอกรีตพวกเรายังต้องรับมือกับพวกเคออสด้วย เอเทเซียไม่เหลือกำลังที่จะแบ่งไปช่วยใคร”
“กบฏเคออสงั้นเหรอคะ”
“เจ้าน่าจะเคยได้ยินเรื่องของพวกมันมาบ้างนะ พวกโจรร้ายที่ตั้งค่ายอยู่ที่รอยัลฮันติงฮิล หลายปีที่ผ่านมาเราสูญเสียกำลังกับการปราบปรามพวกเฟทและพวกมันก็ฉวยโอกาสนั้นสั่งสมกำลังจนยิ่งใหญ่ขึ้น ช่วงนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะที่เอเทเซียจะแบ่งกำลังออกไปรบที่อื่น”
“ไม่ต้องใช้กองทัพใหญ่ก็ได้ อย่างน้อยสักกองพันก็ยังดี ถ้าเทียบกับทหารทั้งหมดในเมืองหลวงมันเป็นแค่จำนวนน้อยนิดเท่านั้น” กราเทียข่มความกลัวที่มีต่อเขา เธอพยายามต่อสู้เพื่อประเทศตนเองจนถึงที่สุดและหวังว่าเขาจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่มี
“คิดว่าข้าจะทำเรื่องเห็นแก่ตัวแบบนั้น เพียงเพราะว่าคู่หมั้นมาขอร้องอย่างนั้นเหรอ”
“…” เจอคำว่าเห็นแก่ตัวเข้าไปกราเทียก็จุกจนพูดต่อไม่ได้ ที่เลกันพูดไม่ได้ผิดอะไรเลย เอเทเซียไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการช่วยในครั้งนี้ แค่ลำพังการกดดันจากกลุ่มเคออสก็เป็นปัญหาที่หนักหนาอยู่แล้ว
“อย่าร้องไห้นะ!” เลกันตวาดเมื่อเห็นน้ำตาของกราเทีย เขาเกลียดผู้หญิงเจ้าน้ำตาเป็นที่สุด
“ข้า.. ขอโทษ” กราเทียพยายามหยุดร้อง เธอพยายามฝืนทำเป็นเข้มแข็งมาตลอด แต่เมื่อพบกับความจริงว่าความหวังเดียวของเธอหลุดลอยไป มันยากสำหรับกราเทียที่จะฝืนทำเป็นเข้มแข็งต่อไปได้
เลกันไม่ปิดบังท่าทีว่าเขารำคาญเธอ เดิมทีเขาไม่ได้เต็มใจกับการหมั้นที่ตนเองไม่ได้เลือกอยู่แล้ว “เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ เรื่องส่งกำลังไปช่วยข้าจะปรึกษากับท่านพ่อและท่านตาอีกที”
กราเทียไม่รู้ว่ามันคือการรับปากส่ง ๆ หรือเลกันหมายความตามนั้นจริง เธอทำได้แค่เชื่อและหวังว่ามันจะมีข่าวดีในวันพรุ่งนี้
หลายวันต่อมา ณ คุกโบราณที่ใช้คุมขังเซกัน เสียงอึกทึกได้ปลุกให้ชายหนุ่มตื่นขึ้นจากสภาพที่หลับไหล เซกันที่ฝืนสู้อย่างหนักสลบไปหลายวัน เขาพบว่าตนเองนอกจากถูกปิดตาแล้วยังถูกโซ่พันธนาการไว้อย่างแน่นหนา และแน่นอนว่าดาบดำก็ไม่ได้อยู่ข้างตัว
เสียงการปะทะ เสียงกรีดร้อง เสียงตะโกนโหวกเหวกและกลิ่นคาวเลือดใกล้เข้ามาในทุกที ถึงจะมองไม่เห็นเซกันก็แน่ใจว่ากลุ่มคนมากกว่าหนึ่งกลุ่มกำลังต่อสู้กันอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง
“เขาอยู่ตรงนั้น” ชายคนหนึ่งตะโกน เซกันแน่ใจว่ารู้จักเสียงนี้แต่เขานึกไม่ออก
“ช่วยเขาออกมาเดี๋ยวนี้” อีกคนออกคำสั่ง คราวนี้เซกันมั่นใจว่ารู้จักเสียงของชายแก่คนนี้เป็นอย่างดี
สายหนังที่ปิดตาไว้ถูกปลดออก แม้ว่าแสงจ้าจะรบกวนการมองและอีกฝ่ายอยู่ในชุดคลุมที่ซ่อนใบหน้าเอาไว้ แต่เซกันก็จำเขาได้
“ท่านตา!”