Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 93: ปะทะมังกรทั้งหก
มันเป็นการโจมตีที่เป็นระบบ มีกลุ่มที่ทำหน้าใช้โล่ใหญ่อยู่ด้านหน้า กลุ่มที่โจมตีระยะไกลด้วยธนูและเวทมนตร์ กลุ่มที่ทำหน้าที่รักษาและใช้เวทมนตร์สนับสนุน กลุ่มที่ซุ่มอยู่วงนอกและหาโอกาสใช้อาวุธลับก่อกวน เซกันรู้สึกโล่งใจที่กลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ตั้งใจเด็ดหัวเขาแทนที่จะเป็นกราเทีย
พวกเขาแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่แกร่งไปกว่าเซกันที่ใช้เวลาหลายปีในป่าที่เต็มไปด้วยเดวัลอันตราย ความเร็วของเขาเกินกว่าที่มนุษย์ส่วนใหญ่จะรับมือได้ เขามีเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดที่กดเดบรัวลงกับพื้นด้วยมือเดียว ลำพังแค่กำลังแขนของเขาก็มากกว่าคนทั่วไปห้าสิบเท่า
แต่ทั้งหมดมันเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของความแข็งแกร่ง เซกันกำลังเติบโตขึ้นด้วยอัตราก้าวกระโดด เขาซึมซับทุกเคล็ดลับวิชาจากคู่ต่อสู้และผสมผสานเปลี่ยนมันกลายเป็นของตัวเอง
เพลงดาบโรดอส เซกันใช้วิชาดาบนี้ได้เพราะเคยประลองกับกราเทียมาหลายครั้ง
เวทมนตร์จู่โจมเบื้องต้น ในสมัยเด็กเขาไม่เคยเรียนรู้การใช้เวทมนตร์ แต่ในตอนนี้เขาพบว่าตนเองสามารถใช้เวทมนตร์ขั้นพื้นฐานได้บางธาตุ
คลื่นดาบสีดำจากนักฆ่าคนหนึ่งพุ่งเฉียดหน้าเซกันไป มันคือวิชาที่ผสานแรงอัดอากาศเข้ากับเวทมนตร์ธาตุมืด เขานึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นวิชาคล้ายกับแบบนี้มาก่อน แล้วเซกันก็ลองใช้ดูบ้าง
มันก็แค่เศษเสี้ยวพลังที่เขาปล่อยออกมาจากดาบ เขาไม่คิดว่ามันจะมีอานุภาพเกินกว่าที่ตนเองจินตนาการไว้มาก หลายสิบชีวิตที่อยู่ในระยะโจมตีกลืนหายไปในคลื่นสีดำทมิฬ และไม่หลงเหลือสิ่งใดกลับมาหลังจากความมืดหายไป
ไม่ใช่แค่พวกที่รอดที่ตกใจกับการโจมตีนั้น เซกันก็ตกใจจนสติแทบหลุดไป ถึงจะเป็นการป้องกันตัวแต่นี่คือครั้งแรกที่เขาสังหารผู้อื่น แถมยังหลายคนในครั้งเดียวด้วย
“ไม่จริง” เซกันทรุดเข่าลงไปนั่งกับพื้น ดาบถูกทิ้งลงกับพื้น สายตายังอยู่กับพื้นที่ที่ถูกคว้านออกไปด้วยพลังความมืด
เซกันอยู่ในสภาพที่ไร้การป้องกัน ถ้าจะมีใครสักคนอยากจัดการเขาในตอนนี้ก็คงไม่ยาก แต่ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์นั้นต่างวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง ไม่มีใครที่อยากลองของอีก พวกเขาสำนึกแล้วว่าเลือกคู่ต่อสู้ผิดไป
เซกันไม่รู้ตัวว่ามีอีกหนึ่งพยานที่รับรู้เหตุการณ์นี้ ห่างออกมาในมุมมืดของตรอกแห่งหนึ่ง กราเทียยืนตัวสั่นอยู่ที่นั่น เธอเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเต็มสองตาและมันทำให้เธอหมดแรงจนแทบยืนไม่ไหว สิ่งที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดคือความจริง คนที่จะทำแบบนี้ได้ไม่มีทางเป็นใครอื่น มีทบอลก็คือเซกัน เขาคือเด็กต้องสาปในคำทำนาย
เมื่ออ่านถึงตรงนี้โซนาตาก็ไม่แปลกใจที่ศัตรูของเซกันจะวิ่งหนีไปอย่างลืมตัว เขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยใช้และเคยได้รับผลสะท้อนจากการใช้มัน แต่ส่วนที่ยังไม่เข้าใจก็คือเซกันสามารถทนต่อพลังนี้ได้อย่างไร มันไม่ใช่คำตอบง่าย ๆ อย่าง เซกันเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแน่นอน
โซนาตาแน่ใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงที่มาที่แท้จริงของเซกัน บางทีเขาอาจจะไม่ใช่แค่เจ้าชายองค์ที่สองเท่านั้น และมันอาจจะเกี่ยวข้องกับที่มาของดาบดำที่ไม่ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนด้วย
“แปลกจังเลยนะคะ” มินอาทัก เธอใจร้อนกว่าจึงอ่านนำโซนาตาไปหลายย่อหน้าแล้ว
“ก็บอกว่าอย่าสปอยล์ยังไง” โซนาตาถอนหายใจเบา ๆ เขาสามารถอ่านทั้งหน้าได้ในเสี้ยววินาที แต่ที่เขาค่อย ๆ อ่านไปด้วยความเร็วแบบนี้ก็เพียงเพราะอยากจะค่อย ๆ ซึมซับเนื้อเรื่องไป
“แต่มันแปลกจริง ๆ นะ” มินอาชี้ “ดูเหมือนกราเทียจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง นี่เธอยังเดินทางกับเซกันต่อเลย”
“หรือว่าเธอจะหลอกใช้เซกันคะ” เอลลีพูด แถมยังทำท่าภูมิใจด้วยที่คิดขึ้นมาได้
“ก็เป็นไปได้ หรือไม่เธอเองก็ยังอยากหลอกตัวเองอยู่” โซนาตายังไม่ได้ฟันธงไปทางใดทางหนึ่ง ถึงแม้เขาจะเอนเอียงไปทางด้านเดียวกับเอลลี
หนึ่งหนุ่มและอีกหนึ่งสาวยังคงมุ่งขึ้นเหนืออย่างไม่หยุดยั้ง มันเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางระหว่างทั้งสอง กราเทียพยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงท่าทีผิดปกติแต่เธอก็ทำไม่สำเร็จ เธอจะทิ้งระยะห่างจากเขาโดยไม่ตั้งใจ
เซกันแน่ใจว่ากราเทียเห็นภาพในคืนนั้น สุดท้ายเขาจึงเป็นฝ่ายสารภาพเองว่าตัวจริงของเขาเป็นใคร และเหตุใดเขาจึงอยากปิดบังความจริงไว้ กลาเซียรับฟังทุกคำพูดอย่างตั้งใจแต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้มีความเห็นใด ๆ กับเรื่องนี้ มันเป็นความรู้สึกกึ่งกลางระหว่างความเศร้า ความโกรธ ความผิดหวัง
กราเทียเจ็บปวดราวกับถูกทิ่มแทง ในหลายวันหลายคืนที่ใช้ไปด้วยกัน มันทำให้เธอคิดว่าเซกันคือเพื่อนคนสำคัญไปแล้ว เธอไม่อยากจินตนาการว่าหากคำทำนายเป็นจริงอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้
ใจหนึ่งบอกกับเธอว่า ต้องฆ่าเขาก่อนที่เขาจะกลายเป็นภัยกับคนทั้งโลก แต่อีกใจก็ถามตนเองว่าผู้ชายที่อ่อนโยนแบบเขานี่เหรอจะทำเรื่องต่ำทรามแบบนั้นได้ มีทบอล… ไม่สิ เซกันที่เธอรู้จักเป็นแบบนั้นจริงหรือ
ทุกหมู่บ้าน ทุกเมือง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ กลุ่มของทั้งคู่ต้องปะทะกับพวกเฟทอยู่ร่ำไป คนพวกนี้ไม่เคยย่อท้อในการตามล่า และในเมืองสุดท้ายก่อนที่จะถึงเอเทเซีย ทั้งคู่ก็ได้เจอกับ “ของแข็ง” ของจริง
กลุ่มเฟทในเมืองนี้แฝงตัวอยู่ในกลุ่มลักลอบซื้อขายสัตว์ต้องห้าม และเมื่อพวกเขาได้ข่าวว่ามีตัวอันตรายกำลังเดินทางขึ้นเหนือ พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะนำเดวัลหายากมาใช้
เพิร์ลดรากอน โครนิเคิลดรากอน และมังกรป่าอีกสี่ตัว แม้แต่เซกันที่แข็งแกร่งจนราวกับเผ่าปีศาจยังต้องผงะ ใครจะไปคาดคิดได้ว่าลัทธินอกรีตอย่างเฟทจะมีขุมพลังระดับนี้ซ่อนอยู่
แค่มังกรป่าตัวเดียวก็มีกำลังรบไม่ต่างจากคนเป็นพันแล้ว นี่มีถึงสี่ตัว แถมยังมีทั้งเพิร์ลดรากอน และโครนิเคิลที่เป็นสายพันธุ์หายากยิ่งกว่านั้นด้วย
แต่เซกันกลับไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขาแน่ใจว่าแม้แต่พวกเฟทเองเมื่อปล่อยพวกมันออกมาแล้วพวกเขาก็จับมันอีกครั้งไม่ได้ เจ้ามังกรพวกนี้จะอาละวาดและทำให้ผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วนต้องเดือดร้อน
กราเทียลังเลในระหว่างที่เธอมองแผ่นหลังของเซกัน เขากำลังสู้อย่างเต็มที่กับศัตรูที่ร้ายกาจยิ่งกว่ากองทัพนับหมื่น แต่ด้านหลังของเขากลับเปิดโล่ง ราวกับว่าเขาไว้ใจเพราะมีเธออยู่ตรงนั้น
…ถ้าข้าแทงเข้าไปตอนนี้ เขาต้องหลบไม่ได้แน่…
กลาเซียสั่งให้ตัวเธอลงมือ แต่ดาบกลับหนักอึ้งอย่างไร้สาเหตุ จิตใจของเธอกำลังต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงไม่แพ้การต่อสู้ของเซกันและมังกรทั้งหก ภาพเก่า ๆ ลอยเข้ามาในหัว เป็นภาพตอนที่เซกันส่งยิ้มให้พร้อมกับผลไม้ ตอนที่ทั้งคู่ตกปลาด้วยกันและเธอเกือบทำปลาหลุดมือ ทั้งที่ช่วงเวลาที่อยู่กับเขามันไม่ได้นานเลย แต่เธอกลับมีแต่ความทรงจำแบบนี้เต็มไปหมด
“ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็หนีได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงผม” เซกันตะโกนบอก เห็นได้ชัดว่าเขากำลังจะเข้าตาจน
…ทำไมกัน เวลาแบบนี้นายยังห่วงคนอื่นอีกมากกว่าตัวเองอีกเหรอ…
…ช่วยบอกฉันทีได้ไหม นายคือปีศาจร้ายจริงหรือเปล่า…
ความลับของความแข็งแกร่งที่เซกันไม่เคยแสดงออกมาให้กราเทียเห็นคือพลังฟื้นตัว สมัยเด็กเขาเคยถูกจับต้มทั้งเป็น ถูกทุบตีจนกระอักเลือด ถูกเดวัลกัดจนท้องเหวอะหวะ แต่ทุกครั้งเขาก็จะรอดมาได้และยังกลับมาเป็นปกติภายในระยะเวลาสั้น ๆ
เพราะความแข็งแกร่งในตอนนี้เขาจึงแทบไม่ได้รับบาดเจ็บอีกเลย มันจึงเป็นสาเหตุที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าพลังฟื้นตัวของเขาเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหลายสิบหลายร้อยเท่า แผลเล็กน้อยจะหายไปภายในพริบตา และแผลใหญ่ก็จะหายภายในไม่กี่อึดใจ เขาในตอนนี้ใกล้เคียงกับคำว่าเป็นอมตะไปแล้ว
ฉึกกก
เขาควรจะหลบได้ แต่เซกันก็ตกใจจนไม่ได้คิดจะหลบ ดาบถูกแทงมาจากแผ่นหลัง ผ่านหัวใจและทะลุออกอกของเขา เขาจำดาบเล่มนี้ได้และก็จำการเคลื่อนไหวของเจ้าของดาบได้อย่างแม่นยำ
“คุณ…” เขาหันไปมองเธอ
หญิงสาวกำลังร่ำไห้ตัวสั่นเทิ้ม เธอก้มหน้าลงและร้องไห้เหมือนกับเด็ก ๆ ราวกับว่าเธอกำลังเจ็บปวดยิ่งกว่าเขาเสียอีก
“ขอโทษ ข้าขอโทษ” กราเทียพร่ำเพ้อแต่คำพูดนี้
สติของเซกันกำลังจะหลุดลอยไป เขาไม่กลัวหากว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของตน สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังฝืนยืนอยู่ทั้งที่หัวใจถูกแยกเป็นสองส่วนก็คือพวกมังกรยังอยู่ตรงนั้น หากเขาล้มลงกราเทียคงไม่รอด
“หนีไป…” เซกันพยายามผลักกราเทียให้พ้นระยะการโจมตีและมันกลายเป็นว่าเขาเองที่ถูกมังกรตบจนปลิว
กรงเล็บของมังกรสร้างแผลลึกไว้บนใบหน้าของเขา แต่ว่ามันกลับช่วยให้เขารอดตายด้วยเช่นกัน ดาบที่ปักทะลุหัวใจหลุดออกตอนที่เขาถูกตะปบจนลอย และทันทีที่ไม่มีอะไรมาขวางหัวใจที่ถูกทำลายไปแล้วก็ฟื้นกลับมาพร้อมกับแผลที่ใบหน้า
ทันที่ตั้งหลักได้ เซกันก็กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมรบในทันที เขาตกใจที่ถูกกราเทียลอบโจมตีแต่ในหัวมีสิ่งสำคัญกว่านี้ที่ต้องคิด เขาต้องเอาชนะมังกรพวกนี้ให้ได้ก่อน
มันเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อ ชายหนุ่มในชุดโทรม ๆ กับดาบสีดำสนิทและมังกรถึงหกตัว ถึงจะน่าสงสารแต่เซกันก็รู้ว่าเขาจะยั้งมือไม่ได้ เพราะถ้าเขาไม่ฆ่าก็ไม่สามารถหยุดมังกรที่คลุ้มคลั่งเหล่านี้
แทนที่จะใช้พลังของดาบอย่างมั่วซั่ว เซกันเรียนรู้การดึงพลังแค่ระดับที่เขาควบคุมได้ออกมา สิ่งที่เขาไม่คาดฝันคือการทำแบบนี้ดึงเอาความเจ็บปวดมาสู่เขาด้วย แตกต่างจากคนอื่นที่ขาดคุณสมบัติเซกันไม่ได้บาดเจ็บทางกายภาพ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นล้วนมาจากความเกลียดชังที่หลอกหลอนเขา
เซกันได้ยินอย่างชัดเจน มันคือเสียงก่นด่าสาปแช่งของผู้คนที่ชิงชังเขา
…ถ้าไม่มีไอ้เด็กนั่นสักคน ก็จะไม่มีพวกเฟท…
…ถ้าฉันถูกสาปแบบมันก็คงจะรีบตายไปนานแล้ว ไม่หน้าด้านอยู่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นหรอก…
…ไอ้ขยะนี่ไม่น่าเกิดมาเลย…
…พระเจ้าโปรดให้อภัยลูกด้วย แต่ได้โปรดทำให้เขาหายไปซะ…
…ไม่มีใครต้องการแท้ ๆ ไม่รู้จะทนมีชีวิตไปทำไม…
เพียงแค่เศษเสี้ยวความเกลียดชัง แต่เมื่อเกิดจากผู้คนหลายหมื่นหลายแสน เซกันก็รู้สึกราวกับจิตใจของเขากำลังถูกบดขยี้ เขาถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าการที่เขายังมีชีวิตเป็นเรื่องที่ถูกต้องงั้นหรือ
…ช่างมันปะไร เราจะควรมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือหยุดพวกมังกร…
เซกันเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม ดาบของเขาฟันผ่านเกล็ดมังกรที่ว่ากันว่าแข็งยิ่งกว่าเหล็กกล้า แม้จะถูกรุมจากทุกทิศแต่เขาก็ไม่ได้เสียเปรียบ ตรงกันข้ามเซกันกลับเป็นฝ่ายกดดันมังกรพวกนั้น
ยิ่งปะทะก็ยิ่งดุเดือด เซกันฝากรอยแผลให้กับมังกรป่าได้ทุกตัว แต่มันยากยิ่งขึ้นกับเพิร์ลดรากอนที่มีผิวสีเหมือนไข่มุก มังกรหายากชนิดนี้ไม่เพียงแค่ทนทานและเร็วกว่ามังกรป่า มันยังมีลมหายใจที่มีพลังทำลายของธาตุแสงด้วย
และโครนิเคิลเองก็เหมือนร่างที่ยกระดับของเพิร์ลดรากอนไปอีกขั้น ไม่ต้องพูดถึงร่างกายที่มีพลังเหนือกว่า เพียงแค่พลังพิเศษที่แทรกแซงเวลาได้ก็เป็นปัญหาที่เซกันยากที่จะรับมือแล้ว
แค่มังกรตัวใดตัวหนึ่ง มันก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะเอาชนะ ที่เขายังไม่ตายไม่ใช่เพราะทักษะดาบที่เหนือกว่า แต่มันเป็นเพราะแม้จะบาดเจ็บหนักแค่ไหน เซกันก็จะไม่ตาย
…ยกเว้นเพียงศีรษะหลุดออกจากร่าง ซึ่งพวกมังกรก็เฉียดที่จะทำสำเร็จอยู่หลายครั้ง…
เหนื่อยจนแทบสิ้นลม หายใจจนปอดแทบระเบิด หัวใจสูบฉีดเลือดทั้งที่เลือดใกล้หมดตัว แต่เขาก็ไม่ล้ม และตรงกันข้ามเซกันรู้สึกว่าเขากำลังเข้มแข็งขึ้นด้วยซ้ำ ความเกลียดชังกลายมาเป็นเลือดและเนื้อของเขา
นี่ไม่ใช่แค่อุปมาอุปไมย แต่เป็นแบบนั้นในทุกตัวอักษร เป็นครั้งแรกที่เขาพบว่าความเกลียดชังจากผู้คนได้หลอมรวมเข้ากับร่างของตนอย่างแนบแน่น
กลาเซียยิ่งมองเธอก็ยิ่งหวาดกลัว สัญชาตญาณบอกว่านี่คือการต่อสู้ของอสูรปีศาจไม่ใช่ของมนุษย์ เธอมั่นใจว่าท้ายที่สุดเซกันจะเอาชนะศึกนี้ได้ แต่ตอนนั้นเขาก็จะยิ่งห่างไกลออกไป
ราวครึ่งวันกับการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง หลังจากสร้างบาดแผลนับไม่ถ้วนให้กับมังกรป่าแต่ละตัว ในที่สุดเขาก็สามารถล้มพวกมันทั้งสี่ได้ มันเป็นความสำเร็จที่เขาเองก็ไม่ได้คาดหวังขนาดนี้ แต่ปัญหาที่หนักกว่ายังรออยู่ เพิร์ลดรากอนและโครนิเคิลดรากอนนั้นเหนือกว่ามังกรป่าทั้งหมดรวมกันมาก
จากการต่อสู้ที่ไม่มีใครเห็น ความวินาศสันตะโรได้ดึงดูดหลายสิ่งหลายอย่างมา ผู้คนที่สอดรู้สอดเห็นที่คอยแอบดูจากระยะไกล เหล่าทหารจำนวนมากที่เข้ามาร่วมต่อสู้และถูกฉีกเป็นเศษเนื้อในชั่วพริบตา
กราเทียพยายามห้ามขุนศึกรายหนึ่งไม่ให้เข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ของสัตว์ประหลาด แต่เธอก็ห้ามไว้ไม่สำเร็จ เขากระโจนเข้าไปพร้อมกับเวทมนตร์สนับสนุนระดับสูงที่มั่นใจว่าอย่างน้อยก็คงต้านทานการโจมตีไว้ได้สักสามถึงสี่ครั้ง
แต่ก็เช่นเดียวกับทหารก่อนหน้านี้ เกราะชั้นดี เวทมนตร์ระดับสูง หรือประสบการณ์ที่เคี่ยวกรำมาหลายสิบปีไม่ได้ทำให้ความแตกต่างของพลังหายไป เพียงการโจมตีครั้งเดียวของโครนิเคิล ขุนศึกชื่อดังรายนั้นก็สิ้นชื่อ
ยิ่งเซกันชินกับพลังของดาบ เขาก็ยิ่งเหมือนปีศาจร้ายในสายตาของผู้คน คลื่นพลังสีดำห่อหุ้มกายเขา การเคลื่อนไหวดุดันและป่าเถื่อนเหมือนเดวัล เหล่าคนดูที่พยายามรักษาระยะห่างยิ่งดูก็ยิ่งไม่สามารถแยกได้ว่าฝ่ายใดกันแน่ที่เป็นตัวอันตรายที่ต้องกำจัดก่อน
อีกเกือบหนึ่งวันเต็ม ๆ กับการเผชิญหน้ากับสองมังกรระดับสูง แต่ในที่สุดเซกันก็ทำได้สำเร็จ การโจมตีของเขาครั้งนี้สามารถตัดคอของเพิร์ลดรากอนได้
การมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เหนือกว่าคนทั่วไปหลายเท่า ไม่ได้ช่วยอะไรมากในการปะทะกับโครนิเคิล เจ้าตัวนี้ย้อนเวลากลับไปมา ทำให้เซกันเสียจังหวะ แขนขวาถูกกัดจนเหวอะหวะหนึ่งครั้ง แขนซ้ายทั้งหักและขาดจากการโดนตะปบ ขาทั้งคู่ขาดกระเด็นอีกหลายหน จำนวนนี้คือจำนวนแค่ที่คนดูนับไว้ได้ไม่ได้รวมตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ด้วยซ้ำ
นอกจากความเคยชินในการใช้ดาบ เซกันได้ซึมซับทักษะพิเศษอีกอย่างมาในระหว่างต่อสู้ ในบรรดานักดาบที่เข้ามาร่วมปะทะด้วยมีหลายคนที่ใช้ “เพลงดาบเอเทเซีย” เป็นเพลงดาบหลัก และเขาก็เห็นรูปแบบของเพลงดาบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สมัยที่ท่านพ่อของเขาบังคับให้เขาล้มอัศวินเพื่อทดสอบเขา เซกันเคยเห็นเพลงดาบนี้มาแล้ว แต่ตอนนั้นเขาลอกเลียนมันมาได้เพียงส่วนเดียว เซกันไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเพลงดาบชุดนี้คือเพลงดาบสุดยอดในยุคอดีต แต่ในปัจจุบันมันทั้งสูญหายและถูกดัดแปลงจนแตกแขนงออกไปมากมาย
ถ้าจะให้อธิบายให้ง่ายก็คือในยุคนี้ไม่มีตระกูลหรือกลุ่มใดที่ครอบครองเพลงดาบเอเทเซียที่สมบูรณ์ จนกระทั่งวันนี้ เมื่อเซกันได้เห็นเพลงดาบเหล่านั้นอีกครั้ง เขาเริ่มมองเห็นภาพร่างแท้จริงที่ซ่อนอยู่
ไม่ใช่เพราะเขามีสติปัญหาเลอเลิศจากการต้องเอาตัวรอดเพียงลำพังมาตลอด ไม่ใช่เพราะเขาครอบครองพลังจากดาบต้องสาป มันเกิดขึ้นได้เพราะความเป็นอัจฉริยะในเชิงดาบที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา
เพลงดาบของเซกันเปลี่ยนไป ความรวดเร็วเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จากที่เป็นฝ่ายตกเป็นรอง เขากลับกลายเป็นฝ่ายรุก ร่างสีขาวของมังกรที่มีพลังบิดเบือนเวลาถูกชโลมด้วยสีแดงของโลหิต
ฉัวะะะ
เมื่อสิ้นเสียงของดาบสุดท้าย มังกรตัวใหญ่ก็ล้มลง
เซกันรอดมาได้แต่เขาก็หมดสติไป ตอนนั้นเขาคงไม่รู้ตัวว่าตนเองจะถูกเรียกขานด้วยฉายาใหม่
ฉายาที่จะมอบให้กับสุดยอดนักดาบผู้ที่สามารถสยบได้แม้แต่อาวุธต้องสาป
…แบล็กเฟนเซอร์…