Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 116: กลุ่มอะบีสปะทะเควนตัส
การเดินทางของโซนาตาและเซกันไม่ได้ราบรื่นอย่างในนิยาย พวกเขาถูกดักโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ยังไม่นับว่าหากเซกันพบเห็นผู้คนที่เดือดร้อนเขาก็มักจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือซะทุกครั้ง
มีครั้งหนึ่งที่แม้แต่โซนาตาเองก็ยังอยากกุมขมับ เซกันพบกับนักล่าสมบัติที่บาดเจ็บจากการถูกกับดักในดันเจี้ยนเล่นงาน หลังจากช่วยปฐมพยาบาลแล้วนักล่าสมบัติกลุ่มนี้ยังขอร้องให้ทั้งคู่ช่วยเพื่อนที่ยังติดอยู่ในดันเจียนออกมาด้วย
โซนาตาคิดว่ามันมีโอกาสเป็นกับดักถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ เขาเตือนเซกันแต่อีกฝ่ายกลับตอบมาว่า “แต่ถ้ามีคนต้องการความช่วยอยู่จริง ๆ ล่ะครับ”
แล้วก็เป็นไปดังคาด ทั้งหมดคือกับดัก ทั้งพวกที่ช่วยเอาไว้และพวกที่รอคอยอยู่ในดันเจี้ยนคือนักล่าค่าหัว แล้วหนึ่งในนั้นก็ยังเป็นเนโครแมนเซอร์ที่มีซอมบี้อีกนับสิบในการควบคุม
“บอกแล้ว…” โซนาตาเหล่เซกันอย่างคาดโทษ อีกฝ่ายก็ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ พร้อมกับก้มหัวขอโทษ
ซอมบี้ทั้งหมดถูกโซนาตาแย่งมาควบคุมเอง จากนั้นนักล่าค่าหัวก็ถูกทุบเรียงตัวจนน่วมแทนกระสอบทราย เป็นอีกหนึ่งการต่อสู้ที่เริ่มขึ้นและจบลงเร็วเสียจนยังไม่ทันเสียเหงื่อสักหยด
เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยจนน่าตกใจ และโซนาตาแน่ใจว่ามันไม่ได้เพิ่งเป็นเช่นนี้ เซกันใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด ช่วยคนอื่นแล้วเจอกับดัก ช่วยคนอื่นแล้วถูกเนรคุณ ช่วยคนอื่นแล้วโดนใครบางคนแย่งความดีความชอบไป เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่เซกันก็ไม่เคยเข็ดหลาบ เขายืนยันว่าหากละเลยเรื่องที่ควรทำเพียงเพราะกลัวผลลัพธ์แย่ ๆ วันหนึ่งเขาอาจจะต้องเสียใจก็เป็นได้ การยุ่งเรื่องชาวบ้านของเขาจึงไม่เคยจบสิ้น
มันทำให้ระยะเวลาในการเดินทางสู่อัลกราดคลาดเคลื่อนจากที่โซนาตากะไว้เล็กน้อย แต่ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง อัลกราดที่เกือบจะกลายเป็นเมืองร้างเพราะคำสั่งอพยพของเลกันได้มาอยู่ที่เบื้องหน้าของทั้งสองแล้ว
เสียงสัญญาณดังขึ้นมาจากชุดของโซนาตา เขาอธิบายกับเซกันว่ามันคือวิธีสื่อสารแบบหนึ่งก่อนที่เขาจะรับสาย
“โซนาตา! เกิดเรื่องแล้วล่ะ” เจ้าของเสียงคือเวเนนั่นเอง เธอยังคงโวยวายเหมือนเดิม
“พวกของเควนตัสกำลังไปทางนั้น” เจเนวีฟแย่งเพื่อนพูด
“ท่านตา… เควนตัสกำลังมาที่นี่” เซกันอ้าปากค้าง
“ค่อย ๆ เล่านะ เกิดอะไรขึ้น”
“พวกเราสืบจนพบว่าเควนตัสกับคนสนิทอีกหลายคนยังมีชีวิตอยู่ และเขาก็กำลังวางแผนแก้แค้นทั้งเลกันและเซกัน ล่าสุดอัลโตที่สังเกตการณ์อยู่แถวนั้นก็เพิ่งพบร่องรอยของคนหลายร้อยคนใกล้กับป่าทางตะวันออกของอัลกราด”
“นั่นมันเขตของเรวาเรนท์ไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ ตอนแรกอัลโตก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นพวกไหน เขาก็เลยลองสืบต่อจนตอนนี้แน่ใจแล้วว่านั่นคือพวกเควนตัส ขุนพลเฒ่าหลังจากพ่ายแพ้ก็หันไปเข้ากับพวกเรวาเรนท์ แล้วนี่ก็กำลังจะนำทัพกลับมาเล่นงานอัลกราด อัลกราดยุคนี้ดูเหมือนจะยังไม่มีสตรีศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มกัน แถมเมืองก็เพิ่งแตกไป ถ้าถูกโจมตีตอนนี้มีหวังถูกยึดอีกทีแน่” เจเนวีฟอธิบายอย่างรวดเร็วชนิดที่แทบไม่พักหายใจ
“นี่มันใช่เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์หรือเปล่า” เวเนตั้งข้อสงสัย
“ประวัติศาสตร์” เซกันขมวดคิ้ว
“แจ้งเรื่องนี้กับอลินาหรือยัง”
“พวกเราติดต่อนายมาก่อน แต่อัลโตน่าจะบอกแล้วล่ะ”
แล้วสัญญาณของอลินาก็ดังขึ้นมาพอดี โซนาตาจึงรวมการสื่อสารของทุกคนเข้าด้วยกันรวมไปถึงสัญญาณของด็อกมาที่รออยู่ที่มิเนอร์วา
“ทุกคนรู้สถานการณ์ในตอนนี้แล้วสินะ เควนตัส บอร์มาร์กำลังนำกำลังมาบุกอัลกราดพร้อมกับเรวาเรนท์”
“ทุกคนรู้แล้วล่ะ” อลินาช่วยยืนยัน “แผนคือ..”
“มีความเป็นไปได้ว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ตามประวัติศาสตร์…”
“ช่วยเล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ ว่านี่เรากำลังคุยอะไรกัน” เซกันแทรก
“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดหรอก แต่อธิบายนายตอนนี้มันจะยิ่งยุ่งเหยิงกว่าเดิม ถ้านายเชื่อใจ ขอให้ฉันจัดการเรื่องนี้เองเถอะ หน้าที่ของนายมีแค่สะสางกับเลกันที่ตอนนี้น่าจะรออยู่ในเมืองแล้ว”
เซกันพยักหน้า เขาห่วงเรื่องของเควนตัส แต่ก็แน่ใจว่าหากโซนาตาบอกให้เขาออกห่างจากเรื่องนี้ มันก็หมายความว่าเขาจะจัดการทุกอย่างเองได้ ตนก็ควรจะไว้ใจเขา
เซกันถอยออกไปยืนคอยอยู่ห่าง ๆ และปล่อยให้โซนาตาประชุมกับพรรคพวกต่อไป ทุกคนเชื่อไปในทางเดียวกันว่าเรื่องที่กำลังจะเกิดเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเพราะไม่ว่าจะหนังสือเล่มไหนก็ไม่เคยว่าเอาไว้
“เราเชื่อหนังสือไม่ได้ทั้งหมด แต่ฉันรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้มันประหลาด ถ้าเซกันและเลกันต้องสู้กับเควนตัสการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของพวกเขาอาจจะไม่เกิดขึ้น” อลินาช่วยยืนยัน
“ข้ายังไม่เข้าใจ มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง พวกเราระมัดระวังไม่ไปแทรกแซงยุคนี้จนเกินไปแล้วนะ ก่อนหน้านี้พวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากสำรวจป่า” เวเนตั้งข้อสงสัย
“ทฤษฏีผีเสื้อขยับปีก บางทีผลกระทบเล็ก ๆ ที่พวกเราทำก็ส่งผลกระทบไปเป็นวงกว้างเกินกว่าที่จะคาดได้”
“มันจะเกิดจากพวกเราจริงหรือไม่ก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้ถ้ากองทัพเควนตัสและพวกเรวาเรนท์เข้ามาป่วน ผลลัพธ์ที่พวกเรารออยู่อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้” อลินาสรุป
“ฉันจะจัดการเรื่องของเลกันเอง พวกนายทุกคนจัดการกับเรื่องเควนตัสได้ไหม”
“ไม่มีปัญหา” ดีวาน อลินา อัลโตและเคสเทรลตอบพร้อมกัน
“ข้าจะพยายามให้เต็มที่” เจเนวีฟแบ่งรับแบ่งสู้
“คำสั่งหัวหน้านี่นา ปฏิเสธได้ที่ไหน” เวเนหัวเราะแห้ง ๆ
“เอาเถอะ ทางนี้ให้ท่านกาเรนผู้นี้จัดการเอง เชิญนายไปเล่นสนุกให้เต็มที่เถอะ” น้ำเสียงของกาเรนมีความประชดประชันอยู่ด้วย ดูเหมือนว่าเขากำลังงอนโซนาตาอยู่ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องการปะทะกับเควนตัส สาเหตุที่งอนเพราะโซนาตากำลังมีเพื่อนใหม่ที่จะพามาเข้ากลุ่มอีกคน และไอ้คนนั้นดันเป็นผู้ชาย
เพื่อไม่ให้ผู้คนต้องแตกตื่น คนของโซนาตาจึงตัดสินใจทิ้งมิเนอร์วาไว้ที่เดิมและหันไปใช้ยานพาหนะขนาดเล็กลงในการพาพรรคพวกที่กระจัดกระจายกันอยู่มารวมกันที่อัลกราด
หน้าที่การขนส่งผู้โดยสารตกเป็นของสปีด วีลเลอร์นักขับอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มอะบีส สปีดใช้หุ่นประจำตัวของเขาที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์พรางตัวตระเวนไปทั่วทวีปและรวบรวมสมาชิกกลับมาจนครบอย่างรวดเร็ว
ที่หน้าเมืองอัลกราด กลุ่มอะบีสที่มีระดับขุนพลเจ็ดคน ทหารอีกยี่สิบชีวิตกับหุ่นยนต์ยักษ์หนึ่งตัว ได้พร้อมแล้วสำหรับสงครามกับเควนตัสและเรวาเรนท์
ในเวลาเดียวกัน โซนาตาและเซกันก็กำลังก้าวเท้าเข้าไปในเมือง เลกัน กราเทีย ทอลโด อรันโด กับนักฆ่าอีกห้าร้อยชีวิตกำลังรอพวกเขาอยู่
แล้วเสียงฮือฮาก็ดังขึ้น คันธนูและหน้าไม้ถูกหันไปทางทิศทางเดียวกัน แต่ไม่มีใครในนั้นที่ได้ยิงออกไป ทุกคนกำลังอึ้งกับภาพที่เห็น
“เดี๋ยวสิ มันมีพวกมาด้วย”
“เฮ้ย ดาบดำ เจ้านั่นก็มีดาบดำด้วย”
“บ้าไปแล้ว แบล็กเฟนเซอร์อีกคน”
ไม่ใช่แค่พวกนักฆ่า พวกกราเทียเองก็อึ้งไปเช่นกัน พวกเธอสงสัยเหมือนกับที่เซกันเคยสงสัยมาก่อน ชายลึกลับที่โผล่มาพร้อมกับเซกัน เขาถือดาบที่ทำเลียนแบบหรือไม่
และวินาทีต่อมาทุกคนก็ได้คำตอบอย่างชันเจน มันคือดาบจริง! เซกันและโซนาตาวิ่งออกไปคนละด้านต่างคนต่างก็ใช้พลังของดาบเล่นงานพวกนักฆ่าจนกระเจิดกระเจิง
โซนาตาไม่ได้ใจดีอย่างเซกัน แค่เริ่มการต่อสู้เขาก็ฆ่าไปแล้วร่วมสิบชีวิต ก่อนหน้านี้เขาตกลงกับเซกันแล้วว่ากับพวกนักฆ่าพวกนี้เขาจะยั้งมือไม่ได้ เซกันไม่มีทางเลือกจึงขอว่าอย่างน้อยก็อย่าทำร้ายพวกที่ถูกตนล้มลงไปแล้ว
โซนาตาเล็งเล่นงานพวกผู้ใช้คำสาปและผู้ใช้พิษก่อนใครอื่น เขาจำได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเซกันหากปล่อยให้พวกนี้มีโอกาสได้ลงมือ ผู้ใช้คำสาปคนแรกถูกเลียนแบบและย้อนคำสาปคืนจนเสียสติ คนที่สองเป็นเหยื่อดาบจนขาดเป็นสองท่อน และคนที่สามก็ถูกระเบิดไปพร้อมกับอีกสิบคนด้วยปืนพลังปฏิสสาร
วิชาที่เลียนแบบคู่ต่อสู้ ดาบดำ และอาวุธล้ำยุค ทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในความสับสน พวกเขาพุ่งความสนใจมาที่โซนาตากันหมด โดยลืมไปแล้วว่าศัตรูที่ควรจะระวังเป็นอันดับแรกคือเซกัน
“แบบนี้แย่แน่” กราเทียปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า
“แบล็กเฟนเซอร์อีกคน… เจ้านั่นคือพวกเฟทหรือเปล่า” อรันโดตั้งคำถาม
“จะเป็นใครก็ช่างเถอะ แต่หมอนั่นแกร่งมาก พวกเราเองก็ยืนดูเฉย ๆ ไม่ได้แล้ว”
จากนั้นสามสหายก็พยักหน้าให้กัน พวกเขาปราดเข้าไปล้อมเซกันร่วมกับพวกนักฆ่าในทันที
เหตุการณ์นี้ต่างจากนิยาย โซนาตาแน่ใจว่าที่อ่านมาพวกกราเทียรอจนเซกันจัดการกับนักฆ่าทั้งหมดได้ก่อนจึงค่อยลงมือ แต่มันก็มีเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ต่างไปเช่นกัน เซกันในตอนนี้ยังไม่ถูกพิษหรือคำสาปใด ๆ เลย
นักฆ่าหลายคนมีวิชาและเวทมนตร์ที่มีความสามารถซับซ้อน มีรายหนึ่งที่ทำเอาโซนาตาตกใจได้เพราะเขามีเวทมนตร์ที่ใช้สลับวิญญาณ โชคดีที่ศัตรูรายนี้ช้าเกินไปและเดิมทีเวทมนตร์แบบนี้ก็ใช้กับไซเลนเซอร์ไม่ได้ผล
“ใช้ไฟนอลแคแทคลิซึมกับพวกนี้เลยไม่ได้เหรอ”
“ห๊ะ!! ทำไมคุณรู้จักท่านั้นล่ะครับ”
“เรื่องมันใกล้จะจบแล้ว เดี๋ยวนายก็จะได้รู้”
เซกันรับมือกราเทีย ทอลโดและอรันโดอย่างตึงมือ ทั้งสามแข็งแกร่งขึ้นจากครั้งสุดท้ายที่พบกันราวกับเป็นคนละคน พวกเขาขัดเกลาจุดเด่นของตัวเองให้ร้ายกาจขึ้น ทอลโดยังคงเคลื่อนไหวได้ราวกับสัตว์ร้าย ทั้งดุดันและรวดเร็ว อรันโดใช้ดาบสองมือและวิชาดาบสองชนิดพร้อมกัน แม้แต่กราเทียก็ฝึกมาอย่างดีเพื่อให้ประสานดาบได้กับทั้งสองคน
พวกนักฆ่าเหลือเพียงแค่หนึ่งในสิบ หลังจากเวลาเพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่นาที แต่ก็ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่คนเดียว พวกเขารู้ว่าถ้าหากถอยตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตนในภายหลัง นี่คือเกมต่อสู้ที่หากไม่ฆ่าก็จะกลายเป็นฝ่ายถูกฆ่า
เลกันเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความกังวล ถ้าพวกกราเทียและนักฆ่าตกใจกับโซนาตาแล้ว เขายิ่งตกใจยิ่งกว่านั้นเป็นสิบเท่า ในหัวกำลังคิดวนเวียนว่าเหตุใดดาบดำเล่มที่สองถึงปรากฏขึ้นมาได้
…เทพปีศาจมีแปดตน และดาบจันทราก็มีถึงแปดเล่ม แต่ในเอเทเซียน่าจะมีดาบอยู่แค่เล่มเดียวเท่านั้น…
…หรือว่าเจ้าคนแปลกหน้านี้จะมาจากทวีปอื่น…
เลกันยิ่งคิดก็ยังสับสน ต่อให้บอกว่ามาจากทวีปอื่นมันก็ยังอธิบายไม่ได้ว่าทำไมดาบถึงเหมือนกัน เลกันเคยได้ยินมาว่าลูนาร์สร้างดาบจันทราแต่ละเล่มให้แตกต่างกัน ดังนั้นต่อให้มันเป็นดาบที่มีวิญญาณเทพปีศาจตนอื่นผนึกอยู่มันก็ไม่ควรจะมีรูปลักษณ์เหมือนกันสิ
ห่างออกไป ในบริเวณใกล้กับประตูเมืองอัลกราด เลกันไม่รู้ว่าสงครามอีกสงครามเริ่มขึ้นไปแล้ว เควนตัสตั้งใจล้างบางทั้งสองพี่สองเลกันและเซกันไปด้วยกัน
นอกจากพาลาดินที่เป็นข้ารับใช้เก่า เควนตัสก็ยังได้ทั้งมือดีของเรวาเรนท์และกองทัพบอร์แมนมาช่วย หนึ่งในนั้นพวกอลินาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี มันคือตัวตลกปีศาจ “ดาร์คเจสเตอร์”
“นี่… ถามอะไรหน่อยสิ ทำไมพอมีเรื่องกับราชาคนใหม่แล้วต้องหนีไปอยู่กับเรวาเรนท์” กาเรนพูดขึ้นลอย ๆ แบบไม่ได้เจาะจงว่าจะถามใคร
“ก็ทวีปนี้มันมีแค่นี้ไม่ใช่เหรอ ไม่หันไปหาพวกนี้แล้วจะให้ดำน้ำลงไปขอความช่วยเหลือจากปลาเหรอ” อลินาพูดจบก็สลับที่ตัวเองกับหินที่อยู่ห่างออกไปเพราะกระสุนจากเครื่องยิงกำลังตกลงใส่เธอ
“แต่ว่าในทะเลไม่ได้มีแค่ปลานะ เล่าลือว่าเคยมีเผ่าพันธุ์ครึ่งมนุษย์ครึ่ง… กรี้ดดด” เวเนกลิ้งหลบเวทมนตร์และลูกธนูเช่นกัน
“เดี๋ยวนะ นี่พวกเราไม่มีอะไรจะคุยกันแล้วเหรอ” อัลโตปล่อยให้หอกยักษ์พุ่งทะลุผ่านร่างของเขาไป
“น่ารำคาญ” เคสเทรลเลิกเกาะกลุ่มและออกวิ่งไปตามลำพัง
“ระ รอด้วยค่ะ” เจเนวีฟก็ออกวิ่งตามเคสเทรลไปโดยมีดีวานและทหารทั้งกลุ่มวิ่งตามเธอมาติด ๆ
สปีดพยายามยิงสะกัดศัตรูจากบนฟ้า “เออีจี-เอ็กซ์ ซีโรซีโรวัน ฮาร์บินเจอร์” คือชื่อของอีเธอร์เกียร์ตัวแรกของกลุ่มอะบีส มันคือหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโยลีล่าสุดของจักรวรรดิและเซอร์เรียน แม้จะเป็นรุ่นโปรโตไทป์แต่สปีดก็มั่นใจว่าความแข็งแกร่งของมันคือของจริง
ฮาร์บินเจอร์สามารถติดตั้งอุปกรณ์ได้หลากหลายชนิด เช่นเฟดดิงชิลด์ที่ทำให้ล่องหนได้ ฮีทเบลดแพคที่นอกจากจะมีดาบความร้อนสูงแล้วยังมีแบตเตอรี่พลังสูงมาพร้อมกัน แอคเซลเลอเรเตอร์แพคที่เพิ่มความเร็วในการบิน และที่เขาเลือกใช้ในคราวนี้ ฟูลบัสเตอร์แพค อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งอาวุธเต็มขั้น ไม่ว่าจะปืนเลเซอร์ ปืนยิงจรวด ปืนกล มันคือแพคสำหรับการทำลายล้างอย่างแท้จริง
กระสุนถูกสาดออกไปอย่างแม่นยำและต่อเนื่อง ด้วยทักษะพิเศษที่รับรู้ทุกอย่างได้รอบด้าน สปีดสามารถสู้ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวว่าพรรคพวกจะถูกลูกหลง
จรวดถูกยิงลงกลางวงของศัตรู ปืนกลเล็งไปที่เครื่องยิงสารพัดแบบ เพียงเวลาไม่นานศัตรูก็รู้ว่าไม่ควรปล่อยฮาร์บินเจอร์เอาไว้ พวกศัตรูขนาดใหญ่ต่างก็หมายหัวอีเธอร์เกียร์ของเขาในทันที
“เยี่ยม มีมังกรด้วย!” สปีดโห่ร้องด้วยความสะใจ ทั้งมังกรซอมบี้ มังกรโครงกระดูก เดวัลที่คล้ายไดโนเสาร์ มีเป้าให้เขาเลือกจัดการเต็มไปหมด
เควนตัสมีสีหน้าไม่ต่างจากเลกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขาอ้าปากค้างมองกำลังรบปริศนาที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป ส่วนดาร์คเจสเตอร์ที่มาด้วยก็ไม่ช่วยอะไรเพราะมันมัวแต่หัวเราะเหมือนคนเสียสติ
“เจ้าพวกนี้เป็นใคร เฟทเรอะ? หรือว่าลูกน้องใหม่ของเลกัน?”
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” ดาร์คเจสเตอร์ลงไปกลิ้งกับพื้น มือก็ยังชี้ไปที่กลุ่มอะบีสที่มีคนแค่หยิบมือแต่กลับถล่มพวกตัวเองซะเละเทะ
“หยุดหัวเราะสักทีได้ไหม ทำอะไรซักอย่างเข้าสิวะ” คนสนิทของเควนตัสกระชากดาร์คเจสเตอร์ขึ้นมาจากพื้น
ตุบบบบ
หัวของนักฆ่าคนสุดท้ายกระเด็นกระดอนไปตามพื้นถนนสีขาวของเมืองศักดิ์สิทธิ์ โซนาตาเหม่อมองสีแดงของเลือดและบ้านเมืองที่ถูกย้อมด้วยสีนั้นด้วยใจรื่นเริง
“ไม่ต้องห่วง สามคนนั้นฉันให้นาย” โซนาตาแสยะยิ้ม
“ขอบคุณครับ” เซกันรู้สึกโล่งใจ เขากลัวว่าถ้าเกิดโซนาตาตั้งใจจะฆ่าเพื่อนเก่าของตน มันคงกลายเป็นปัญหาแน่นอน
“อย่าพูดเหมือนกับชนะแล้วสิ” ทอลโดชี้ดาบไปที่เซกัน
“ต่อให้ต้องตายตรงนี้ ข้าก็จะหยุดเจ้าให้ได้” อรันโดประกาศ
กราเทียถอนหายใจ ตอนนี้เธอไม่มั่นใจแล้วด้วยซ้ำว่าแผนขโมยดาบจะได้ผลอีกหรือไม่ แต่มันก็สายไปแล้วที่จะถอยในตอนนี้
“เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ”