Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 122: ร่างแยกที่เติบโตขึ้น
“เหลือสิบสอง” เจเนวีฟนับโดยรวมเลกันเข้าไปแล้ว
“สิบเอ็ด” ดีวานฟันหนึ่งในนั้นขาดสะพายแล่ง
“สิบ” เคสเทรลก็คว้าคนนึงไว้ได้ และระเบิดหัวของรายหนึ่งเป็นฝุ่นไป
“เก้า” อัลโตเปลี่ยนมาเป็นการโจมตีโดยตรง เขาควักหัวใจของอีกตนออกมา
“แปด” กาเรนเสยผมขึ้น หนึ่งในร่างแยกจับคอของตัวเองและหักทิ้ง
การต่อสู้ยกที่สองจบลง เลกันและร่างแยกยังเหลืออยู่อีกแปด ส่วนฝ่ายเซกันและโซนาตาก็ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่สามารถกำจัดได้หมดก่อนที่พวกร่างแยกจะกลายเป็นร่างสมบูรณ์
“อย่างกับมีแปดคนจริง ๆ แน่ะ” เวเนไม่สามารถสะกดตัวจริงได้อีก เธอตัดสินใจปลดพลังออกและเตรียมพร้อมสำหรับอะไรก็ตามที่กำลังจะเกิดขึ้น
ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่มันเกือบจะกลายเป็นการจับคู่ต่อสู้
เซกันต้องเจอกับเลกันตัวจริง การเชื่อมต่อกับแหล่งพลังความเกลียดของทั้งคู่สูสีกัน ทำให้เลกันไม่สามารถร่ายเวทอย่างไม่ยั้งคิดได้เหมือนกับในนิยาย แต่เซกันเองก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกันเพราะเขาต้องระวังไม่ให้การโจมตีสร้างความเสียหายให้กับพวกเดียวกัน
ทั้งคู่ต่างก็ยังออมแรงเอาไว้เพราะรู้สึกได้ว่าเวลาแห่งการตัดสินยังไม่ใช่ตอนนี้ แต่ว่าก็ใกล้เข้ามาแล้ว
โซนาตาถูกร่างแยกตนหนึ่งกระแทกจนกระเด็นออกจากกลุ่ม ร่างแยกนี้มีร่างเดิมคือเดวัลลูกไฟดวงโตที่มีใบหน้า และแม้ว่าตอนนี้มันจะมีร่างคล้ายกับเผ่าปีศาจหรือมนุษย์ แต่หัวของมันก็ยังคงเป็นลูกไฟที่มีใบหน้าฉีกยิ้มอย่างเดิม
“ก่อนอื่นก็ต้องจัดการพวกแกให้หมดก่อน” เสียงนั้นดังมาจากเดวัล
“พูดได้ด้วยหรือเนี่ย” โซนาตาทำน้ำเสียงเหมือนล้อเลียน
“ก็ต้องพูดได้สิ ข้าไม่ใช่เดวัลหรือสัตว์นะ” มันคงตั้งใจสื่อว่ามันคือฮามังคิวลัส
“ก่อนพูดแบบนั้น ได้ส่องกระจกแล้วหรือยัง” โซนาตายั่วโมโหไม่เลิก จริง ๆ เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพวกที่รูปร่างหน้าตาแปลกไปหรอก เขาออกจะมองว่ามันดูมีเอกลักษณ์ดีด้วยซ้ำ แต่การที่เขาจะไม่พูดเหยียดคนที่คบหาเป็นเพื่อนมันไม่ได้หมายถึงเขาจะทำแบบเดียวกันนั้นกับศัตรู
เจ้าหัวลูกไฟโกรธจนหัวของมันมีขนาดใหญ่ขึ้น ราวกับระเบิดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ มันโจมตีโซนาตาด้วยเวทระเบิดระดับสูงพร้อมกับโหมโจมตีระยะประชิดไปด้วยพร้อมกัน
“ข้าจะขยี้ใบหน้าและรอยยิ้มอวดดีนั่นให้เละเลย” เจ้าหัวลูกไฟตะโกน
อัลโตถูกประกบโดยร่างแยกที่หุ้มเกราะทั้งร่าง เดิมมันคือเดวัลที่มีส่วนผสมของแมลงหลายชนิด แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือคือเกล็ดที่ถูกดัดแปลงจนมีความแข็งแทบไม่แตกต่างจากเกล็ดของมังกร เมื่อเดวัลตนนั้นถูกดูดกลืนโดยเลกันมันก็เกิดใหม่พร้อมกับเกราะหนาที่ราวกับชุดเกราะคลุมทั้งแต่หัวจรดเท้า
กระสุนที่แรงที่สุดก็ไม่สามารถทำลายเกราะของศัตรูได้ นอกจากนั้นศัตรูก็เห็นมาแล้วว่าอินฟิลเทรททำงานอย่างไร มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่อัลโตจะเข้าประชิดและควักหัวใจอีกฝ่ายออกมา
“แกฆ่าพวกเราไปหลายคนเลยนะ ทีนี้แหละข้าจะเอาคืนบ้าง หลังจากฉีกแกเป็นชิ้น ๆ แล้วพรรคพวกของแกทุกคนก็จะโดนแบบเดียวกัน”
“นายไม่รู้หรอกว่าคนที่พูดแบบนั้นตายไปแล้วเท่าไหร่แล้ว” อัลโตตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย
การจะจับเขาได้ ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาคุยโวหรอกนะ อัลโตรู้ดีว่าแม้เขาจะโจมตีพลาดไปได้ แต่การที่ศัตรูจะโจมตีเขาที่เคลื่อนที่ทะลุผ่านทุกอย่างไป มันเป็นเรื่องเหนือชั้นกว่าฝีมือของฮามังคิวลัสที่มีดีแค่เกราะแข็ง ๆ ตรงหน้า
อลินาต้องรับมือกับร่างแยกที่มีสี่แขนที่เธอก็จำไม่ได้ว่ามันกลายร่างมาจากเดวัลชนิดไหน แขนทั้งสี่ถูกเคลือบด้วยเวทธาตุทั้งสี่ชนิด ดิน ไฟ ลม และ น้ำ
ด้วยการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง กำลังมหาศาลยิ่งกว่าไซเลนเซอร์ มีธาตุที่สามารถแก้ทางเวทมนตร์ได้ถึงสี่ธาตุ หากคู่ต่อสู้ของมันเป็นสายเวท มันจะกลายเป็นนรกสำหรับอีกฝ่ายทันที ร่างแยกตนนี้เลือกคู่ต่อสู้ผิดไป แทนที่จะเลือกจอมเวทแบบเจเนวีฟหรือเวเน มันกลับเลือกอลินาที่ตัวเองไม่ได้เปรียบอะไรเลยสักนิด อลินาไม่แน่ใจว่านี่คือความมั่นใจในตนเองหรือก็แค่ความคิดอวดดี
ศัตรูของกาเรนมีร่างเดิมคือเดวัลร่างสีน้ำเงินที่สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนของร่างกายเป็นอาวุธได้สารพัดแบบ มันงอกดาบที่คล้ายดาบดำออกมาจากมือข้างหนึ่ง ปืนที่เลียนแบบรูปร่างจากที่เห็นอัลโตใช้อยู่ในมืออีกข้าง และเกราะของที่เหมือนของดีวานอยู่ในมืออีกข้างหนึ่ง
“นี่… ขอสลับตัวได้ไหม” กาเรนหันไปทางเคสเทรล
ฝ่ายนั้นกำลังรับมือกับร่างแยกที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างผิดปกติ
เดวัลที่เป็นต้นกำเนิดของเจ้าตัวนั้นคือสิ่งมีชีวิตกึ่งอันเดด ร่างคล้ายมนุษย์ผอมบางผิวซีดมาพร้อมกับพลังในการเทเลพอร์ตในระยะสั้น ๆ การดัดแปลงของเฟททำให้มันแทบจะสามารถใช้พลังพิเศษในการเคลื่อนที่ได้แทนการเดิน และเมื่อมันเกิดใหม่ในฐานะร่างแยกมันก็ยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีก
เคสเทรลพยายามจะจับคู่ต่อสู้ให้อยู่หมัดแต่อีกฝ่ายใช้วิธีหายตัวไปมาเกือบตลอดเวลา มันทำให้ไม่เพียงแค่เคสเทรลไม่สามารถโจมตีได้ แม้แต่การปัดป้องและหลบหลีกอีกฝ่ายก็ยังยาก
“ว่าไง อยากสลับตัวกันหรือเปล่า” กาเรนถามซ้ำ
เคสเทรลถ่มน้ำลายที่มีแต่เลือดลงพื้น “ไม่… ฉันจะฆ่าเจ้านี่เอง”
ด้วยเวทรักษาของกราเทียและประสิทธิภาพจากผงปีกของแฟรี อาการของทอลโดและอรันโดจึงกลับมาเป็นปกติได้ในระยะเวลาสั้น ๆ รอยแผลที่ท้องถูกปิดจนสนิท ส่วนแขนของอรันโดก็กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
“เราต้องช่วยพวกนั้นสู้” ทอลโดยังดูอ่อนแรง แต่เขาก็ไม่อยากเป็นเพียงแค่ผู้ชมอีกแล้ว มันเป็นสงครามที่เขามีส่วนด้วยตั้งแต่แรก
“ใช่…” อรันโดคว้าดาบขึ้นมา “เร็วไปที่จะวางดาบในตอนนี้”
กราเทียพยักหน้า เธอเองก็คว้าดาบและลุกขึ้น สายตาไปสบกับเวเนและเจเนวีฟที่กำลังต่อสู้กับร่างแยกร่างหนึ่งพอดี
“ข้าจะช่วยอีกแรง”
“ได้ แต่ระวังหัวอื่นของมันด้วย” เวเนเตือน เธอไม่ได้มองศัตรูแต่สายตาสอดส่ายไปมาเหมือนมองหาสิ่งอื่น
“หัวอื่น?”
บางอย่างพุ่งตรงมาที่กราเทียด้วยความเร็วสูง เธอยกดาบขึ้นและปัดมันออกไปนอกวิถีตามสัญชาตญาณ เมื่อตั้งสติได้และสังเกตให้ดีก็พบว่ามันเป็นวัตถุที่เหมือนหัวกระโหลกมนุษย์
และมันไม่ได้มีอันเดียว หัวกระโหลกที่ขยับปากพะงาบ ๆ คือเหล่าวิญญาณร้ายที่เป็นอาวุธหลักของร่างแยกที่เวเนและเจเนวีฟกำลังรับมืออยู่
ทอลโดไม่ได้ตามไปช่วยกราเทียเพราะคิดว่าทั้งสามน่าจะรับมือไหว เขาจึงตัดสินใจเข้าไปช่วยเซกันสู้กับเลกันตัวจริงแทน
ในการจับคู่ต่อสู้ที่กระจัดกระจายแบบนี้ ฝ่ายที่มีจำนวนมากกว่าสามารถมองสองแบบ การเสริมกำลังกลุ่มที่อ่อนแอเพื่อให้สมดุลขึ้น หรือไม่ก็เร่งกำจัดศัตรูที่อ่อนแอก่อนเพื่อลดจำนวน
อรันโดคิดว่าแบบหลังดีที่สุด เขาสอดส่ายสายตาไปทั่วสนามรบจนพบว่าดีวานใกล้จะเผด็จศึกร่างแยกตนที่มีใบหน้าสิงโตได้แล้ว ร่างนั้นถูกเพลิงขาวและดำปกคลุมสลับไปมา ส่วนดาบของดีวานก็ยังฟันซ้ำ ๆ ไปที่ศัตรูที่ยังไม่ยอมล้มลง อรันโดเห็นแบบนั้นก็แน่ใจว่านี่คือเป้าหมายที่ดีที่สุดสำหรับเขา
…เราต้องรับผิดชอบ… อรันโดย้ำซ้ำอยู่ในใจ
…ราชาเลกันคือปีศาจร้าย เซกันพยายามทำให้เห็นแล้ว และข้าที่เป็นพาลาดินควรจะมองสิ่งนั้นออก ที่เรื่องมันลุกลามแบบนี้ก็เพราะอคติโง่ ๆ ของข้า…
…มันอาจจะไม่เพียงพอที่จะชดใช้ แต่ข้าก็พร้อมจะใช้ทั้งชีวิตนี้ชดเชยให้…
เพลงดาบเอเทเซียยุคใหม่ในมือซ้าย และเพลงดาบเอเทเซียดั้งเดิมในมือขวา อรันโดพุ่งเข้าไปข้างหลังของร่างแยกที่ใกล้ล้มลง จากนั้นก็กระหน่ำดาบทั้งคู่ใส่โดยไม่ยั้งมือ
แขนทั้งสองข้างของเจ้าหน้าสิงโตขาดสะบั้น หน้าอกมีแผลลึกเป็นรูปกากบาท และทั่วร่างก็เต็มไปด้วยแผลเล็กแผลใหญ่อีกนับไม่ถ้วน ยังไม่นับรวมเพลิงอีกสองชนิดที่ยังลุกท่วมไม่หยุด
อีกฝ่ายลงไปนั่งคุกเข่าอย่างหมดสภาพ ในวินาทีนั้นไม่ใช่แค่อรันโดแต่ดีวานเองก็เชื่อว่าศัตรูของพวกเขาคงไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก แต่ทว่า…
“หลบ!!” ดีวานตะโกนเตือน แต่ไม่ทันแล้ว เจ้าหัวสิงโตตวัดลิ้นที่ยาวเหมือนกิ้งก่าออกมา
มันสะบัดเข้าที่หัวใจของอรันโดพอดิบพอดี เป็นความเร็วเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เกราะอกของอรันโดกลายเป็นรูขนาดเท่ากำปั้น และตำแหน่งที่ควรจะมีหัวใจอยู่นั้นก็กลายเป็นรูกลวง ๆ ที่ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น
หัวใจของเขาถูกเจ้าหัวสิงโตกินไปแล้วในชั่วพริบตา
กราเทียได้ยินเสียงดีวานร้องตะโกนก็รู้สึกใจสั่น ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเรื่องกับสหาย กราเทียได้ผละออกไปจากการต่อสู้ของตัวเอง เธอมองหาอรันโดท่ามกลางความสับสนและก็พบเขาในสภาพที่นั่งชันเข่า แววตาเลือนลอย
“อรันโด!” ทอลโดก็ตะโกนสุดเสียงแข่งกับเสียงที่เกิดจากการต่อสู้ เขาอยากวิ่งไปหาเพื่อนเหมือนกราเทีย ติดที่เลกันตัวจริงยังขวางทางอยู่
“รีเซอร์…” ยังร่ายเวทชุบชีวิตไม่สำเร็จ กราเทียก็ถูกลูกหลงจากการปะทะกันจนสลบไปก่อน
ดีวานเองก็สามารถใช้เวทมนตร์ชุบชีวิตได้ แต่เขาต้องรีบลงมือกำจัดศัตรูของเขา ครั้งนี้ดีวานแน่ใจว่าศัตรูรายนี้จะหมดโอกาสสร้างปัญหาให้กับใครอีก ร่างของเจ้าหัวสิงโต ถูกสับเป็นสิบ ๆ ชิ้นและถูกเพลิงทั้งสองชนิดเผาผลาญจนเหลือแค่เพียงเถ้าถ่าน
เดิมทีเวทมนตร์ชุบชีวิตของพาลาดินมีประสิทธิภาพไม่เท่ากับของนักบวช ยิ่งสำหรับดีวานที่เน้นฝึกวิชาทางสายต่อสู้เช่นดาบ และเวทโจมตีเป็นหลัก เขาก็แทบไม่มีความมั่นใจในเวทสายสนับสนุนเลย การใช้เวทชุบชีวิตที่ถือเป็นเวทระดับสูงของนักบวชมันจึงเกือบเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
แต่เขาก็ต้องเสี่ยง ครั้งแรกสุดออกมาดีกว่าที่เขาคาด แม้จะชุบชีวิตไม่สำเร็จแต่ร่างของอรันโดก็ได้รับการซ่อมแซมอย่างสมบูรณ์ หัวใจที่หายไปกลับคืนมา รูโบ๋กลางอกถูกลบหายไปราวกับโกหก
“รีเซอร์เรคท์!” ดีวานร่ายซ้ำ