Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 121: ความช่วยเหลือ
เลกันชูมือขึ้นฟ้า เขาร่ายเวทเพื่อเปิดช่องมิติขึ้นกลางเวหา ช่องมิติทั้งเล็กและใหญ่ปรากฏขึ้นนับร้อยนับพันพร้อมกัน
“ระวัง! พวกเดวัลสายพันธุ์พิเศษ” โซนาตาตะโกนเตือนทุกคน มันเป็นจังหวะเดียวกับที่เดวัลบางส่วนกำลังลอดผ่านช่องมิติออกมาพอดี
“มันไม่จบแค่นี้หรอกนะ” เลกันหัวเราะลั่น
รยางค์สีเดียวกับผิวจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนงอกออกมาจากกลางหลังของเลกัน มันยืดยาวออกไปจนแทบจะปกคลุมไปทั้งบริเวณนั้น มันไม่ใช่การโจมตีอย่างที่หลายคนเข้าใจ รยางค์แต่ละเส้นใช้ปลายแหลมของมันแทงทะลุเข้าไปในร่างของเดวัลที่ถูกเรียกออกมา
ภาพนั้นดูแปลกประหลาดแม้กับสายตาของโซนาตาที่เคยอ่านเรื่องราวมาแล้วในนิยาย เขารู้สึกสังหรณ์ว่าสิ่งนี้ดูแตกต่างออกไปจากการแบ่งพลังที่เคยได้รับรู้มา ราวกับว่าเลกันได้ฉีดเอาบางส่วนของเขาเข้าไปในตัวเดวัลเหล่านั้น
พวกมันควรจะกลายพันธุ์กลายเป็นเดวัลที่ตัวใหญ่ขึ้น ดุร้ายขึ้น และมีพิษสงมากขึ้น แต่สิ่งที่เกิดมันแปลกออกไปทุกตัวมีขนาดหดเล็กลง ราวกับกำลังถูกหลอมละลายจากข้างใน
“นี่มัน รังไหม?” ทอลโดพยายามเดินเข้าไปดูใกล้แต่อรันโดจับไหล่ของเขาเอาไว้และส่ายหน้าห้าม
สัญชาตญาณของมนุษย์ที่มักระแวงภัยเตือนโซนาตาให้เขารีบทำลายตัวอ่อนหรือตัวอะไรก็ตามที่กำลังจะออกมาจากรังไหม แต่นิสัยของนักวิทยาศาสตร์หยุดเขาไว้ เขาอยากรู้ว่ามันคืออะไรจนซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่ได้ ถึงเรื่องนี้มันจะอันตราย แต่เขาก็อยู่ตรงนี้แล้ว จิตใต้สำนึกที่แสวงหาเรื่องสนุกและการทดลองแปลก ๆ กระซิบบอกเขาว่า เดี๋ยวเขาก็จัดการได้ มาลองชื่นชมดูหน่อยว่าเลกันจะให้เขาได้เห็นอะไร
“กราเทีย! ข้างหลัง” เซกันตะโกนเตือนกราเทีย เธอไม่รู้ตัวว่านอกจากข้างหน้าแล้ว ข้างหลังของเธอก็มีตัวอะไรบางอย่างกำลังจะถือกำเนิดขึ้น
สิ่งมีชีวิตประหลาดกำลังกำเนิดขึ้น มันไม่ใช่เดวัลอีกต่อไป แต่ละตัวมีรูปร่างคล้ายเด็กชาวมนุษย์แต่ผิดไปแค่พวกมันมีผิวสีดำ หางเหมือนกระดูกของสัตว์เลื้อยคลานและองค์ประกอบอื่น ๆ แตกต่างกันไป
มีตัวหนึ่ง… ร่างเดิมของมันคือเดวัลที่คล้ายพังพอนที่มีสายฟ้าปกคลุมอยู่ทั่วร่าง มันเกิดใหม่ด้วยรูปลักษณ์ของเด็กชายมนุษย์ผสมด้วยกรงเล็บ เขี้ยว และหางของพังพอน นอกจากนั้นทั่วร่างก็ยังมีกระแสไฟปะทุอยู่โดยรอบ
ตอนนี้โซนาตาจึงเข้าใจแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ใช่การกลายพันธุ์ เด็กประหลาดนับร้อยชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้น คือโคลนของเลกันที่กัดกินเดวัลพวกนั้นเข้าไปและผสานกลายเป็นสิ่งมีชีวิตใหม่
ไม่ใช่ทั้งมนุษย์ ไม่ใช่ทั้งปีศาจ และก็ไม่ใช่เดวัล
“อย่าตื่นตระหนก พวกมันเป็นแค่เด็กเท่านั้น” อรันโดเอื้อมมือออกไปดึงทอลโด แต่ว่าเขากลับทำเรื่องง่ายแบบนั้นไม่ได้ เพราะแขนของเขาขาดไปแล้ว!
“อรันโด! แขนเจ้า”
“อ๊ากกกกกกก” เสียงร้องของพาลาดินหนุ่มกระตุ้นให้การโจมตีเริ่มขึ้น
เซกันพุ่งสุดตัวเข้าไปช่วยอรันโดที่กำลังจะถูกรุมจากร่างเล็กอีกสองร่าง แต่ก็มีอีกสามร่างมาขวางเขาเอาไว้ก่อน เขาพยายามแหวกทางแต่ก็ไม่ช่วยอะไร ร่างแยกของเลกันกำลังรุมล้อมเข้ามาจากทุกด้าน
โซนาตาตั้งสติได้ดีก่อนใคร เขาเป็นคนแรกที่ระเบิดหัวร่างย่อส่วนของเลกันจนกระจุย โซนาตารู้ดีว่าประเมินพวกนี้จากภาพที่เห็นภายนอกไม่ได้ มันอาจจะดูเหมือนเด็กผู้ชายอายุไม่เกินสิบปี แต่ทุกตัวคือปีศาจฆาตกรที่อันตรายจนเกินกว่าจะปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว
ทอลโดและอรันโดที่เหลือแขนข้างเดียวพยายามต่อสู้อย่างสุดความสามารถ แต่ทั้งคู่ก็ทำอะไรแทบไม่ได้เลย ทอลโดถูกตัวหนึ่งชกจนทะลุท้อง ส่วนอรันโดก็ถูกเวทมนตร์ระเบิดจนต้องนั่งทรุดเข่า
กราเทียพยายามเกาะกลุ่มไว้กับเพื่อนทั้งสอง เธอต้องการเพียงแค่ประคองทั้งคู่ไม่ให้ตายก่อนที่เซกันและโซนาตาจะโต้กลับ เธอไม่รู้ตัวว่าเผลอฝากความหวังไว้กับทั้งคู่ตั้งแต่เมื่อไหร่
ร่างย่อส่วนพวกนี้โหมกระพือความสิ้นหวัง! แม้แต่โซนาตายังยอมรับว่าเรื่องนี้ผิดจากที่เขาคาดไว้มาก เขาคำนวณแล้วคำนวณอีกก็ไม่พบวิธีว่าตน เซกัน และ คนที่เจ็บหนักอีกสองสามคนจะรับมืออย่างไร ยังไม่นับว่าเลกันในตอนนี้ยังไม่ได้กระโดดเข้ามาร่วมวงด้วยซ้ำ
“ไม่หรอก ยังไม่สิ้นหวังขนาดนั้นซะหน่อย เทียบกับตอนที่เผชิญหน้ากับเจ้านั่นไม่ได้เลยสักนิด”
โซนาตานึกภาพจิ้งจอกขนสีเงินอมฟ้า มีร่างยักษ์ปานขุนเขา มีหางถึงร้อยแปดหาง และมีพลังระดับที่ระเบิดทั้งประเทศกระจุยได้อย่างไม่ยากเย็น พอลองเอามาเปรียบกัน เลกันและร่างแยกพวกนี้ก็ดูกระจอกลงไปในทันที
“ไฟนอลอิแรดิเคทชัน” โซนาตาร่ายเวทมนตร์แห่งความมืด มันคือเวทมนตร์สูงสุดและเป็นเวทสุดท้ายที่เลกันใช้เล่นงานเซกัน เวทมนตร์ที่จะกัดกินร่างกายของอีกฝ่ายเหมือนกับสัตว์ร้ายที่ความหิวกระหายไม่มีวันจบสิ้น
“เจ้านั่น ทำไม…” เลกันถึงกับอึ้งไป เขารู้จักเวทนี้ครั้งแรกก็ตอนที่สามารถเข้าถึงแหล่งพลังความเกลียดของเซกัน มันไม่น่าจะมีใครรู้จักเวทลับนี้ หรือต่อให้มีก็ไม่น่าจะมีใครในร่างมนุษย์ใช้มันได้
ร่างแยกราวสิบตัวย่อยสลายเป็นเศษเนื้อในทันที ส่วนที่เหลือที่ถูกการโจมตีไม่เต็มที่ก็กำลังกรีดร้องทุรนทุรายอย่างน่าเวทนา โซนาตาอยากจะใช้เวทนี้ซ้ำอีกครั้งแต่มันเสี่ยงเกินไปที่จะใช้โดยไม่ให้โดนเซกันหรือคนอื่น ๆ
“ต้องล่อให้มันมารวมกลุ่มกัน” กราเทียตะโกนบอก แต่เพราะร่างแยกพวกนี้เข้าใจภาษา พวกมันเลยยิ่งกระจายตัวออกไปรอบ ๆ
ความสิ้นหวังยังกระหน่ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เลกันชูมือขึ้นและกำลังร่ายเวทเพื่อเรียกอุกกาบาต ส่วนร่างแยกของเขาก็ถึงเวลาที่จะพัฒนาไปอีกขั้น พวกมันแต่ละตัวกำลังจะกลายเป็นตัวเต็มวัย
“เหลืออีกหกสิบสองตัวไม่รวมเลกัน” โซนาตาปราดตาและนับเป้าหมายที่เหลือ
เซกันอยากเข้าไปหยุดเวทมนตร์ของเลกัน แต่เขาก็ทำไม่ได้ ร่างแยกยังเหลือเยอะเกินไปและหากมันเก่งขึ้นกว่านี้อีกก็ยิ่งหวังให้กราเทีย ทอลโดและอรันโดช่วยไม่ได้เลย
กราเทียใช้จังหวะสั้น ๆ ที่พวกร่างแยกหยุดการโจมตีรักษาเพื่อนทั้งสอง เธอหวาดกลัวเหลือเกินว่าจุดจบของโลกกำลังจะมาถึง ภาพของผู้คนมากมายทั้งที่ยังอยู่และจากไปแล้วผุดขึ้นในความคิดของเธออย่างหยุดไม่อยู่
…ได้โปรด ขอให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเถอะ…
แล้วแสงสีเหลืองนวลก็ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่แสงที่มาจากเวทรักษาของกราเทีย แสงเนี้มาจากปีกและร่างเล็ก ๆ ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ
“แฟรี” กราเทียเคยเห็นพวกนี้สมัยที่เธออยู่ป่ากับเซกัน ภูตตัวน้อยพวกนี้มีพลังในการรักษา พวกเขาและเธอกำลังพยายามช่วยทอลโดและอรันโดที่อาการสาหัส
“นึกว่าจะมาไม่ทันแล้ว” โซนาตาเอ่ยกับผู้มาใหม่
“ในเมืองมีเดวัลเหลืออีกเพียบ กว่าจะจัดการหมดก็เลยเสียเวลาไปบ้าง” เวเนแก้ตัวพร้อมกับหัวเราะไปด้วย เธอยกหน้าที่รักษาให้กับบรรดาเพื่อนแฟรีของเธอ แล้วยืนเผชิญหน้ากับพวกร่างแยก
“ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ คนสวยแบบคุณไม่เหมาะกับน้ำตาหรอก” กาเรนยิ้มทักทาย กราเทียไม่รู้ว่าเขาคือใครแต่ดูจากชุดที่เหมือนโซนาตา เธอก็แน่ใจว่าเขาคงไม่ใช่คนธรรมดา
“ฆ่าหมดนี่เลยได้ใช่ไหม” เคสเทรลบิดคอคลายความเมื่อย และเหยียดแขนไปมาดังกร๊อบแกร๊บ
“สู้หมดนี่เลยเหรอ ถ้าใช้พลังของฉันจะทุกตัวโยนลงไปข้างล่างก็ง่าย ๆ เลยนะ” อลินาดูเนือย ๆ ไม่เหมือนกับคนอื่น
“โยนลงไปไม่ได้นะ มันไม่ตายหรอก แล้วคนข้างล่างจะเดือนร้อนเอา” ดีวานห้ามเอาไว้
“อลินาไม่ได้จะทำจริงหรอกค่ะ จริงไหม” เจเนวีฟก็ชักไม่แน่ใจ
“ฉันสั่งให้ที่เหลือเตรียมตัวไว้ที่ข้างล่าง มีแต่พวกเราที่ขึ้นมา ไม่มีปัญหาสินะ” อลินาเปลี่ยนเรื่อง เธออาจจะคิดแบบนั้นจริง ๆ แต่การคิดแบบนั้นก็มาพร้อมกับความคิดว่ามีคนอื่นที่จะช่วยสนับสนุนให้จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อย ให้ปัญหาอยู่ภายใต้การควบคุม
“ไม่มีปัญหา บอกสปีดด้วยว่าให้เตรียมฮาร์บินเจอร์ให้พร้อม เราอาจจะโดนอุกกาบาตถล่มเมื่อไหร่ก็ได้” โซนาตากวาดตามองพวกพ้องที่มาอยู่ด้วยกันบนเกาะลอยฟ้า
“รับทราบ” อลินาตอบรับและกดปุ่มสื่อสาร ถ่ายทอดข้อความตามที่โซนาตาสั่ง
จากสถานการณ์คับขัน พอคนของโซนาตาเข้ามาเพิ่ม บรรยากาศเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เลกันที่ก่อนหน้านี้กำลังร่ายเวท เขาหยุดมือเพื่อดูผู้คนที่เพิ่มเข้ามา บรรดาร่างแยกของเขาก็เช่นกัน บรรยากาศตอนนี้ทำให้เลกันรู้สึกว่าเขาสูญเสียความได้เปรียบในการต่อสู้ไป
“พวกแกเป็นใครกันแน่” เลกันถาม
“พวกเราคือกลุ่มอะบีสยังไงเล่า” เวเนตอบพร้อมกับชูสองนิ้วให้
“จะเป็นใครก็ช่างเถอะ!! กล้าดียังไงถึงได้เข้ามาขวางข้า” เลกันตะคอกใส่
“อะไรของเขา ตัวเองเป็นคนถามแท้ ๆ สติไม่ดีหรือเปล่า” เวเนหันไปคุยกับกราเทีย ส่วนอีกฝ่ายก็ได้แค่ยิ้มแหย ๆ ตอบกลับ
จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็พุ่งเข้าปะทะกัน โซนาตา เซกัน เคสเทรล และดีวานคือด่านหน้าสุด อัลโตกับปืนสารพัดทั้งช่วยยิงสกัดและยิงทำลายแบบหวังผลจากระยะกลาง เวเนและเจเนวีฟประสานกันทั้งสนับสนุนและตอบโต้ไปพร้อมกัน อลินาคุมเชิงด้วยการสลับที่ทั้งฝ่ายตัวเองและศัตรู ส่วนกาเรนก็ใช้ภาพลวงตาที่ครอบคลุมทั้งเกาะปั่นป่วนศัตรู
อุกกาบาตของเลกันหายวับไปจนหมดเกลี้ยงด้วยพลังของอลินา มิเนอร์วาได้ปล่อยตัวส่งสัญญาณพิเศษที่ใช้กับอลินาโดยเฉพาะออกมา มันทำให้เธอสามารถจับตำแหน่งของเป้าหมายทั้งสองได้อย่างแม่นยำแม้มันจะอยู่ในระยะที่ตามองไม่เห็น ทีละส่วน ๆ อลินาสลับที่เศษอุกกาบาตไปในจุดที่ยานมิเนอร์วาและฮาร์บินเจอร์ของสปีดจะทำลายมันทั้งหมดได้ง่ายขึ้น
เมื่อไม่ต้องคอยพะวักพะวง เซกันก็แสดงศักยภาพของเขาออกมาอย่างเต็มที่ จิตใจที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเกื้อหนุนของพรรคพวกทำให้เลกันไม่สามารถช่วงชิงแหล่งพลังของเขาไปได้ทั้งหมด
เคสเทรลใช้เรี่ยวแรงไปมากกับการต่อสู้ก่อนหน้านี้ โซนาตาสังเกตว่าเพื่อนของเขาดูอ่อนแรงกว่าปกติ แทนที่จะใช้แรงทั้งหมดเปลี่ยนศัตรูที่ชกให้กลายเป็นฝุ่นผง เคสเทรลกลับใช้พลังพิเศษแค่ในระดับที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายถึงตาย
เขาต่อยถูกร่างแยกหลายตนจนล้มคว่ำหน้าคะมำ ขึ้นนั่งคร่อมตัวหนึ่งเอาไว้ จากนั้นก็เริ่มประเคนหมัดเข้าไปอย่างเน้น ๆ หนึ่งหมัด สองหมัด สามหมัด ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์และความแรงระดับที่หัวมนุษย์ธรรมดาคงแหลกไปแล้วตั้งแต่หมัดแรก
“ตายซะ ตายซะ ตายซะ”
“เขา…” เซกันเหลือบมองเคสเทรลแต่ก็ไม่ยอมให้มือว่าง เขายังฟันร่างแยกต่อไป
“หมอนี่น่ารักใช่ไหมล่ะ บางทีก็ขี้หงุดหงิดแบบนี้แหละ” โซนาตาว่าพลางยัดปืนเข้าไปในปากของศัตรูตนหนึ่งก่อนที่จะลั่นไกจนมันสมองกระจาย
ความแข็งแกร่งของดีวานยังคงพึ่งพาได้เสมอ เขาสาดไฟทั้งสองแบบไปทั่ว หนึ่งคือไฟสีขาวธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่มีผลรุนแรงกับความมืด สองคือไฟสีดำธาตุมืดที่อาศัยความชั่วร้ายเป็นเชื้อเพลิง สองไฟที่แตกต่างแต่มีผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันเผ่ขยายและลุกลามไปทั่วโดยที่ไม่มีผลกับพวกพ้องเลยสักนิด
เวเนเมื่ออยู่ในระยะของคาถา เธอก็ใช้กับเลกันในทันที พลังของเธอทำให้เขาไม่สามารถบินต่อไปได้ ร่างของเลกันพุ่งกระแทกใส่จามิวจนรู้สึกถึงแรงสะเทือน เวเนเองก็แข็งแกร่งขึ้นมาก ทั้งพลังเวท ทั้งพลังสมาธิของเธอในสมัยก่อนเทียบชั้นกับตอนนี้ไม่ได้เลย แม้แต่ศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างเลกันยังถูกเธอตรึงเอาไว้ได้
“เทียบกับพวกปีศาจระดับสูงในเนเธอร์เวิลด์แล้วก็งั้น ๆ” เวเนแกล้งพูดยั่วโมโห ความจริงแล้วเธอเองก็เกือบจะรั้งเขาไว้ไม่อยู่
“ไอ้พวกบัดซบ” เลกันพยายามฝืนดันตัวขึ้น แต่เวเนก็ไม่ยอมง่าย ๆ เธอทุ่มสุดแรงกดเขาไว้กับที่
เลกันออกคำสั่งกับร่างแยกผ่านทางโทรจิต หลายตัวหันมาพุ่งเป้าไปที่เวเนแทน มีตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ใครเพื่อน มันอ้าปากและเตรียมยิงเวทใส่เวเนในระยะเผาขน
“อย่าบังอาจมาแตะต้องเพื่อนรักของข้า” เจเนวีฟอ้อมไปข้างหลังด้วยความเร็วสูงสุดของแวมไพร์ มือที่ถูกเกร็งจนแข็งเหมือนหอกเหล็กแทงจนทะลุหัวใจของร่างแยก
ร่างแยกอีกหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเจเนวีฟและเวเน แต่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจเพราะกาเรนตะโกนบอกกับเธอว่า “ปล่อยฉันจัดการเอง”
มันเป็นอย่างที่กาเรนพูดไว้ ร่างแยกตนนั้นล้มลงก่อนเพราะถูกการโจมตีจากพวกเดียวกัน ข้างหลังของมันคือร่างแยกที่คลั่งไปแล้วจากการโดนทำลายสมองด้วยภาพลวงตา
คนที่สร้างผลงานในการต่อสู้อย่างมากมายแต่ถูกศัตรูมองข้ามก็คืออัลโตและกาเรน แทนที่จะเน้นไปที่การทำลายศัตรู อัลโตพยายามเต็มที่เพื่อขัดจังหวะแทน เขาบีบให้ศัตรูเคลื่อนไหวแยกออกจากกัน ต้อนให้บางตัวหลุดลุยเดี่ยวเข้ามาในวง และเล็งสังหาร เฉพาะเมื่อเขาแน่ใจว่ากระสุนนัดที่ปล่อยออกไปจะทำให้ถึงฆาตได้เท่านั้น
กาเรนก็ทำสิ่งที่คล้ายกับอัลโต แต่เขาเน้นการทำให้คู่ต่อสู้สับสนแทน บางครั้งเขาจะมองไปรอบ ๆ และหาจังหวะแทรกแซงเข้าไปในจิตของฝ่ายตรงกันข้าม หลายครั้งมันก็ได้ผลถึงขั้นที่ทำให้อีกฝ่ายโจมตีกันเอง
ร่างแยกล้มลงราวกับใบไม้ร่วง ไม่ใช่เพราะพวกมันอ่อนแอกว่า แต่กลุ่มอะบีสได้เปรียบที่พวกเขาสู้โดยมีการช่วยสนับสนุนกัน จากจำนวนหกสิบกว่าร่าง ตอนนี้พวกมันเหลือแค่เพียงยี่สิบเอ็ดตนเท่านั้น
“ทำไมกัน ทั้งที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อให้ได้พลังนี่มา” เลกันฝืนยืนขึ้นอีก แต่ก็เช่นเดิมเวเนใช้พลังกดเขาลงไป
“ได้เปรียบแล้วก็จริง แต่อย่าเพิ่งประมาท” อลินาเตือนทุกคน ไม่ทันขาดคำ การโจมตีของร่างแยกก็มาจากด้านหลังของทุกคน
“พวกมันเร็วขึ้น” เจเนวีฟหันกลับไปร่ายเวทใส่ แต่พวกมันหายไปแล้ว
โซนาตาแน่ใจว่าร่างแยกของเลกันกำลังเติบโตขึ้นอีกขั้น หากทุกตนแกร่งขึ้นจนเท่ากับตัวเขาเองการต่อสู้ครั้งนี้คงจบลงไม่สวยงามแน่
“ไฟนอลแคแทคลิซึม/ไฟนอลแคแทคลิซึม” เซกันและโซนาตาประสานเสียง ร่างแยกหลายตนรู้ตัวก่อนจึงกระโดดหนีสุดตัว แต่ก็ยังมีอีกกว่าครึ่งที่ไหวตัวไม่ทัน พวกนั้นถูกคลื่นดาบรูปปีศาจกลืนหายไปจนหมด