Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 144: เซกันปะทะอาโร
ในการต่อสู้ระหว่างรีสเลย์และเซเลนอส จบท้ายคือชี้ผลแพ้ชนะไม่ได้ แม้จะต่อสู้ยืดเยื้ออยู่หลายวัน ในช่วงท้ายของการต่อสู้ ร่างมังกรของรีสเลย์และร่างเทพของเซเลนอสปะทะกันอย่างดุเดือดจนสร้างความเสียหายหนักให้กับทหารทั้งสองฝ่ายและมันเกือบจะพรากชีวิตของทั้งคู่ไปด้วย
ฝ่ายเซเลนอสและกาดิออสยอมถอยทัพกลับไป รีสเลย์และกองทัพที่เหลือเพียงน้อยนิดจึงรอดกลับมาได้พร้อมกับร่างที่สาหัสของบีชมา แม้ไม่ได้แตกพ่ายแต่พวกเขารู้สึกไม่ต่างจากการพ่ายแพ้
เป็นเวลาไล่เลี่ยกัน ซีวีและกองทัพที่เธอเข้าร่วมเดินทางกลับมาพร้อมกับข่าวดี ไม่เพียงแค่สามารถปราบศัตรูได้จนหมด แม้แต่สองราชาปีศาจฟาซาเบลและเดียซาเบลได้ถูกสังหารแล้ว
“ว่าไงนะ!! จัดการฟาซาเบลและเดียซาเบลได้เลยเหรอ” กษัตริย์เนอร์เวียร์ได้ฟังข่าวก็ดีใจจนลืมตัว
“ต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้กับท่านซีวี” ขุนพลของเขารายงาน “เธอคือผู้ที่เด็ดหัวแม่ทัพทั้งคู่”
“แล้วอดวอร์ตเตล่ะ” ก่อนที่จะนึกได้ว่าไม่ควรถามกับซีวี รีสเลย์ก็หลุดปากออกไปแล้ว
น้ำตาของหญิงสาวไหลรินอาบแก้ม ดูจากขอบตาที่ช้ำ เธอคงร้องไห้อย่างหนักมาตั้งแต่หลายวันก่อน “ข้าน่าจะเป็นคนหยุด ไม่ใช่ปล่อยให้…”
จากนั้นเธอก็เล่าเรื่องของการต่อสู้ให้ฟังอย่างเจ็บช้ำ ย้อนไปถึงเหตุการณ์ตอนพวกเธอรู้ว่ากองทัพฝ่ายตนเองกำลังเสียเปรียบ อาร์คุสจึงออกคำสั่งให้ถอนทัพ แต่อดอว์ตเตและเธอเชื่อว่าพวกตนสามารถเอาชนะได้จึงฝ่าฝืนคำสั่งและสู้ต่อ
แต่พวกราชาปีศาจนั้นน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าที่ประเมินเอาไว้ เพียงเริ่มการต่อสู้ฟาซาเบลในร่างจิ้งจอกเงาแปดหางก็เปิดฉากด้วยท่าไม้ตาย และผลของมันทำให้อดอว์ตเตเสียแขนซ้ายและร่างครึ่งซ้ายส่วนหนึ่งไป
นักบวชและพาลาดินทั้งหมดถูกฆ่าไปแล้วก่อนหน้านั้น ซีวีจึงกลายเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยเธอ แต่เดียซาเบลก็ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เขาทำแม้แต่ยอมแลกชีวิตเพื่อหยุดเธอ แล้วมันก็เป็นอย่างที่เขาต้องการ ร่างของเดียซาเบลมอดไหม้เป็นจุณจากสุดยอดท่าไม้ตายตะวันแห่งเฮลิออส แต่เขาก็ยื้อไว้ได้สำเร็จ
“ข้าพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด แต่เดียซาเบลนั้นทำตรงกันข้าม มันเหมือนเขาพร้อมจะตายมาตั้งแต่แรก เขาทำแม้แต่เอาตัวเข้ารับตะวันแห่งเฮลิออสเพียงเพื่อยื้อเวลาให้ฟาซาเบลสังหารอดอว์ตเต” ซีวีสะอื้นแรงขึ้น
แล้วสุดท้ายก็เป็นเรื่องเล่าถึงศึกระหว่างซีวีและฟาซาเบล ซีวีที่โกรธจัดดึงพลังออกมาได้จนถึงขีดสุด เธอกลายเป็นฝ่ายไล่ต้อนถลุงจักรพรรดินีปีศาจจนอีกฝ่ายแทบจะไร้ทางสู้
“แต่เธอก็ไม่หนี” โซนาตาที่โผล่มาตอนไหนก็ไม่รู้ถามบ้าง
“ใช่ ไม่หนี” ซีวีเล่าทั้งที่ยังสะอึกสะอื้น “แล้วบอกว่าเธอก็ไม่ได้ทำเพราะอยากแก้แค้นให้น้องชายด้วย เธอรู้ว่าเธอกำลังจะแพ้ แล้วก็เพียงหวังจะได้เห็นจุดจบของตนเอง”
“แล้วศพล่ะ ทำไมถึงไม่มีศพของอดอว์ตเต” คำถามของโซนาตาทำให้ซีวียิ่งก้มหน้าก้มตาร้องไห้ เขาเข้าใจได้ทันทีว่าศพคงจะถูกชิงไปก่อนหน้านั้น
“ข้าขอโทษ แม้แต่ร่างของเธอ ข้าก็ยังเอากลับมาไม่ได้”
“ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ เธอพยายามได้ดีแล้ว” โซนาตารู้ตัวว่ากดดันเธอจนเกินไป เขาลูบหัวเธอปลอบแต่มันทำให้ซีวีร้องออกมาดังยิ่งขึ้น
“ท่านเออร์มุน... ท่านกาดิออส… แล้วนี่ยังมาอดอว์ตเตอีก” จีดัสถอนหายใจ เขาพยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงความหวั่นไหวออกมา ถ้าไม่นับซีวี ในบรรดาผู้ถูกเลือกแล้วอดอว์ตเตก็สนิทกับเขาที่สุด มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จีดัสจะไม่รู้สึกใจสลาย
เสียงของอดอว์ตเตดังขึ้นมาจากความทรงจำ
…ท่านจีดัส ท่านมีแว่นสำรองกี่อันกันแน่…
…โอ้ย ประชุมน่าเบื่อจัง เค้าไปนอนก่อนล่ะ ได้ความว่าไงก็มาบอกทีหลังนะ…
…ซีวี! เจ้ารู้หรือยัง ที่ตลาดมีขนมใหม่มาขายแล้วนะ…
มันเหมือนเรื่องโกหก เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาวยังคงสดใหม่อยู่ในความทรงจำของทุกคน เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เธอยังยืนโบกไม้โบกมือและหัวเราะอยู่ตรงนั้นแท้ ๆ แต่ตอนนี้เพื่อนผู้ร่าเริงอยู่เสมอได้จากไปแล้ว
“แจ้งข่าวไปที่ท่านมิเดลเลียหรือยัง” รีสเลย์หันไปถามจีดัสด้วยเสียงเครือ การสูญเสียเป็นสิ่งที่รีสเลย์ไม่เคยชินเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะลูก เมีย เพื่อนหรือลูกน้อง มันได้พรากเอาส่วนหนึ่งในตัวเขาไปด้วยทุกครั้ง
“ท่านมิเดลเลียกำลังรบกับบัลเซรุสและ… ท่านเออร์มุนที่ออสตาร์ ยังไม่ใช่เวลาเหมาะที่จะแจ้งข่าวตอนนี้”
“ก็จริง… บอกตอนนี้อาจจะเสียสมาธิซะเปล่า แล้วสถานการณ์ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง” กษัตริย์หนุ่มถามโดยหวังว่าจะได้ยินข่าวดีบ้าง
“ไม่ค่อยต่างจากทางเรา” จีดัสตอบตามตรง “ถึงชนะก็คงจะสูญเสียหนัก”
โซนาตาแน่ใจว่าอย่างน้อยที่สุดมิเดลเลียก็ควรจะรอดปลอดภัย ที่นั่นมีเคสเทรลอยู่ด้วย เคสเทรลคงยอมตายดีกว่าที่จะเห็นเธอได้รับบาดเจ็บแม้แต่ปลายก้อย และเพื่อนของเขาก็ไม่ใช่ศัตรูที่ใครจะล้มได้โดยง่ายต่อให้อีกฝ่ายเป็นระดับราชาปีศาจก็เถอะ
ข่าวร้ายยังคงประดังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง คริโทเนีย ลาคลูซและซิลลอน สามประเทศที่ทางตะวันออกของทวีป ทยอยกันล่มสลายไปตาม ๆ กัน กองทัพของพวกเขาพ่ายแพ้แม้จะได้กำลังสนับสนุนที่มาจากทุกทิศ
คาบริวา ประเทศทางตอนเหนือสุดของโลกที่เกือบถูกหลงลืมไป อีกหนึ่งสงครามได้เกิดขึ้นที่นี่ ด้านหนึ่งคือราชาพฤกษามารผู้ใหญ่ยักษ์ทัดเทียมกับเทพปีศาจและชายหนุ่มผมดำที่ยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง
อาโรได้รับคำสั่งจากแรปโซดีให้มากระจายพืชปีศาจชนิดใหม่ที่สามารถเติบโตได้ดีแม้แต่ดินแดนที่หนาวเย็นจนถูกหลงลืมเช่นนี้ ส่วนเซกันก็ทำในสิ่งตรงกันข้าม เขาใช้เวลาหลายวันที่ผ่านมาทำลายพวกมันจนหมดก่อนที่พืชชั่วร้ายนี้จะแพร่พันธุ์ออกไปถึงโบเนรุสที่อยู่ติดกัน
การกระทำของเขามันทำให้เขาต้องมาเจอกับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับอาโร ในหัวของเซกันเกิดจำได้ขึ้นมาว่าเขาเคยอ่านเรื่องราวแบบเดียวกันนี้มาแล้ว
ตามประวัติศาสตร์ รีสเลย์และจีดัสได้หลอกล่ออาโรไปสู้กันจนถึงทวีปน้ำแข็ง มันเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากแสนสาหัสเพราะอีกฝ่ายมีร่างที่ใหญ่โตจนภูเขาดูเล็กลงไปถนัดตา พวกเขาปีนป่ายไปตามร่างของอาโร สู้รบกับลูกสมุนที่กำเนิดขึ้นจากร่างยักษ์ เสี่ยงตายหลายต่อหลายครั้งจนสามารถบุกเข้าไปถึงร่างอีกฝ่ายได้ แต่ก็ต้องพบว่าแม้แต่ในห้องหัวใจของอาโรมันก็ยังมีศัตรูที่ร้ายกาจรอพวกเขาอยู่
จีดัสบาดเจ็บหนักในตอนนั้น จะเรียกว่าอาโรเป็นสาเหตุหนึ่งในการเสียชีวิตของเขาก็คงไม่ผิด…
“แต่ตอนนี้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปแล้ว ผมเป็นคนที่อยู่ที่นี่แทน” เซกันพูดกับตัวเขาเอง
เขาชักดาบดำออกจากฝัก เบื้องหน้าร่างที่สูงร่วมแปดพันเมตรกำลังเคลื่อนที่ตรงมาส่วนเซกันก็วิ่งสวนเข้าไป
“ศัตรูของโลกนี้… พวกมันคือศัตรูของคุณโซนาตา ผมจะจัดการให้เองครับ”
ดาบจันทราฮาร์เบลถูกเหวี่ยงสะบัด ไม่มีคลื่นลม ไม่มีคลื่นดาบสีดำ ร่างของอาโรหยุดเคลื่อนไหว ราวกับเวลาของโลกทั้งโลกได้หยุดลงชั่วขณะ
ร่างยักษ์ปานขุนเขาแตกร้าวและแยกออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งของภูเขาเอนทางซ้าย อีกครึ่งเอนแยกไปทางขวา แล้วก็ตามมาด้วยเสียงของแผ่นดินสะเทือนที่ดังราวกับฟ้าถล่มลงมา
สงครามเกิดขึ้นและจบลงโดยไม่มีผู้อื่นรับรู้
ที่นี่หนึ่งในราชาปีศาจที่ผู้คนหวาดหวั่นที่สุดได้จบชีวิตลงจากการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
“สำเร็จแล้วครับ ผมจะกลับแล้วครับ” เซกันพึมพำพร้อมกับเหม่อมองไปบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่า