Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 143: เหล่าปีศาจภายใต้ธงใหม่
ในวันถัดมาหลังจากการประชุม ข่าวดีและข่าวร้ายอีกสองเรื่องก็มาถึงพร้อมกัน ข่าวดีก็คือท้องฟ้ามืดมิดที่ปกคลุมมาตลอดหลายวันได้หายไปแล้ว อย่างน้อยที่สุดโลกก็รอดพ้นจากความหนาวเย็นและสิ่งมีชีวิตตายหมดในโลกที่ไร้แสงสว่าง
ส่วนข่าวร้ายที่มาพร้อมกัน เดียซาเบลต้นเหตุของความมืดมิดทั้งโลก ได้ปรากฏตัวอีกครั้งที่เซาธ์บริซาเนีย
ไม่มีใครรู้ว่าแรปโซดีใช้วิธีไหนถึงสามารถอ้อมไปวางกองทัพจากทางใต้ได้โดยไม่มีใครรู้ตัว จีดัสและโซนาตาได้แต่เดาว่าแรปโซดีอาจจะซุ่มซ่อนขุมกำลังของเขาไว้ที่นั่นมานานแล้ว และเมื่อสองพี่น้องฟาซาเบลและเดียซาเบลไปถึงที่นั่น พวกเขาก็ปลุกกองทัพที่หลับไหลให้ตื่นขึ้น
จากทิศเหนือมีกองทัพใหญ่ที่นำโดยเซเลนอส จากทิศใต้มีสองราชาปีศาจฟาซาเบลและเดียซาเบล เซาธ์บริซาเนียถูกบีบให้ต้องรับศึกจากสองด้าน
“ข้าขอไปทางใต้เอง” อดอว์ตเตโบกไม้โบกมือขอเสนอตัว เธอรู้สึกว่ามีเรื่องอยากสะสางกับสองพี่น้อง
“ข้าก็อยากจะช่วยด้วย” ซีวีเองก็อยากจะไปช่วยทางใต้เช่นกัน
“ถึงจะเป็นการรบทางบกซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ลีโอตาร์ของเราชำนาญ แต่พวกเราก็จะขอเป็นกำลังให้ครับ” อาร์คุสผู้เป็นผู้บังคับบัญชากองเรือใหญ่ของลีโอตาร์ก็เสนอตัวด้วยเช่นกัน
“ส่วนทางเหนือ ขอเป็นหน้าที่ของมาดารัสเถอะ” บีชมาพอรู้ว่าเซเลนอสเป็นผู้นำทัพเองก็ขานอาสาด้วย
จากนั้นอีกหลายประเทศก็เสนอตัวเข้าช่วย บางประเทศที่นำกองกำลังของตัวเองมาถึงเซาธ์บริซาเนียแล้วก็สามารถเข้าร่วมรบได้โดยตรง แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ทัพของพวกเขายังมาไม่ถึงและทำได้เพียงการสนับสนุนด้านอื่นแทน แต่แม้จะเล็กน้อยแค่ไหน มันก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในเวลาที่โลกกำลังวิกฤติเช่นนี้การร่วมมือกันของเหล่าผู้นำประเทศทำให้ผู้คนยังมีความหวัง
สงครามทางทิศเหนือ บีชมา รีสเลย์และเหล่าแม่ทัพทั้งหลายต่างก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ กองทัพของแรปโซดีไม่ได้มีเพียงแค่เซเลนอสเท่านั้น ผู้ที่ยืนอยู่ข้างกายของชายหนุ่มคือนักรบชราที่ทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี
“ท่านกาดิออส” รีสเลย์ปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาจนเต็มใบหน้า เขานึกขึ้นได้ว่าจีดัสและโซนาตาได้เตือนเขาในเรื่องนี้แล้ว แรปโซดีสามารถกินสิ่งมีชีวิตและสร้างขึ้นใหม่ได้
บีชมาไม่รู้ว่าเขาควรจะยินดีหรือเสียขวัญ กาดิออสที่กำลังอาละวาดไม่ได้ต่างจากน้องชายที่เขารู้จัก มันแตกต่างจากการถูกชุบชีวิตขึ้นมาเป็นผีดิบ ที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือกาดิออสที่ยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ว่าอยู่ในฐานะศัตรู
“บีชมา…. ท่านเองก็มาทางนี้สิ” กษัตริย์เฒ่าเอ่ยกับพี่ชายต่างมารดาที่ยังดูสับสน
“ท่านยังจำข้าได้ใช่ไหม” เป็นคำถามที่บีชมาเองก็กลัวคำตอบเป็นที่สุด
“แน่นอน ข้าจำได้ทุกอย่าง ทุกสิ่งยังเฉกเช่นเมื่อวันวาน เว้นเพียงข้าตาสว่างแล้ว ข้ามีชีวิตอยู่เพื่อท่านแรปโซดี”
“ท่านบีชมาอย่าไปหลงกล! คน ๆ นี้ไม่ใช่กาดิออสอีกแล้ว” รีสเลย์วิ่งเข้ามาแทรกระหว่างสองพี่น้อง เขาหายใจอย่างยากลำบากเพราะแรงกดดันมหาศาลของอีกฝ่าย
“จะดิ้นรนทำสงครามไปทำไมครับ ทั้งที่ท่านแรปโซดีจะรวมโลกนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกันแท้ ๆ” เซเลนอสก็เข้ามายืนสมทบด้วย ใบหน้าและน้ำเสียงดูสุภาพแต่จิตสังหารของเขายังน่ากลัวไม่ต่างจากเดิม
กาดิออสยืนอยู่ข้างเดียวกับเซเลนอส นี่มันคือฝันร้ายชัด ๆ
“แกน่ะ ไม่ต้องมาพูดดีเลย เป็นคนจุดสงครามนี้ขึ้นมายังจะมาปากดีอีก เป็นหนึ่งเดียวอะไรกัน ฟังแล้วขนลุก” ริสลีย์จ้องอีกฝ่ายไม่วางตาอย่างอาฆาตมาดร้าย
“เมื่อถูกท่านแรปโซดีสร้างขึ้นใหม่ คุณก็จะเข้าใจทุกอย่างเองครับ”
เซเลนอสกล่าวจบและจู่โจมเข้ามาก่อน เขาได้เปรียบรีสเลย์ในเรื่องความเร็วอย่างชัดเจน ชายหนุ่มพุ่งเข้าฟันด้วยดาบ หมุนตัวเตะและปล่อยคลื่นดาบใส่ซ้ำ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
รีสเลย์ใช้หอกคู่ใจรับการโจมตีทุกอย่างไว้ได้ทันแต่ก็ทันแบบฉิวเฉียด วิชาดาบของเซเลนอสนั้นแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ที่น่ากลัวกว่าคือเซเลนอสเชี่ยวชาญการต่อสู้หลากหลายแบบ แม้แต่มือ เท้า เข่า ศอก ของเขาก็เป็นอาวุธที่ทำให้ถึงฆาตได้ นั่นยังไม่นับวิชาเกี่ยวกับเงาและเวทมนตร์โจมตีของเขาอีก
เซเลนอสได้ใจที่รีสเลย์ถูกบีบให้เป็นฝ่ายตั้งรับ เขาสาดเวทไฟ น้ำแข็งและอีกหลายเวทใส่กษัตริย์หนุ่ม ขณะที่หาโอกาสใช้ดาบลอบโจมตีเงาไปด้วย รีสเลย์รู้แกวจึงสามารถหลบได้ทัน แต่พอเขาจะสวนกลับด้วยลมหายใจเพลิงก็ถูกเซเลนอสศอกใส่จนกระเด็นไปซะก่อน
“คุณรู้ไหมครับว่า ท่านแรปโซดีน่ะจับตามองโลกนี้มานานแล้ว”
“อยู่ ๆ ก็ชวนคุยอะไรของแก”
“คุณน่ะโชคดีมากเลยนะที่ท่านดูดกลืนทั้งคุณอลิเซีย คุณอลิเวีย และลูกสาวของคุณเข้าไว้ทั้งหมดเลย วันที่คุณมาอยู่ข้างเดียวกันท่านก็จะคืนชีพให้ทั้งสามกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้”
รีสเลย์ไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไรกลับ เขาไม่รู้ว่าเซเลนอสคิดจะมาไม้ไหน เดิมทีแล้วทั้งภรรยา น้องภรรยาและลูกวัยแบเบาะของเขาก็คงไม่ตายตั้งแต่แรกถ้าไม่เพราะฝีมือของเซเลนอส
เพื่อยุยงให้เชสนาและโดนาเมสทำสงครามกัน เซเลนอสในตอนนั้นได้แอบปลอมตัวเป็นทหารของโดนาเมสและลงมือลอบสังหารอลิเซียกับลูก เหตุการณ์นั้นลุกลามกลายเป็นสงครามอย่างที่เซเลนอสหวังไว้ และสงครามทำให้ผู้คนมากมายต้องสละชีวิต ทหารของทั้งสองประเทศ มาดาฟผู้เป็นเพื่อนรักของจีดัส และอลิเวียน้องภรรยาที่เป็นญาติคนสุดท้ายที่รีสเลย์เหลืออยู่
“ถามตอนนี้อาจจะสายไปแล้ว แต่แกทำทั้งหมดไปเพื่ออะไร”
“คุณคงทราบแล้วสินะครับ ว่าแหวนแบล็กสกัลที่ผมสวมอยู่ทำอะไรได้” เซเลนอสชูมือที่มีแหวนหัวกระโหลกให้รีสเลย์ดู “มันกักเก็บวิญญาณและมอบพลังให้กับผู้ใช้ ก่อนที่ผมจะถูกท่านแรปโซดีสร้างขึ้นใหม่ ผมคิดจะใช้พลังนี้ควบคุมเทพปีศาจครับ”
“ข้ารู้ถึงแค่นั้นแหละ แต่ข้าไม่เข้าใจ จะอยากได้พลังของเทพปีศาจไปทำไม คิดจะครองโลกด้วยพลังนั้นเหรอ”
“ผมไม่สนเรื่องครองโลกหรอก… เทพปีศาจเป็นตัวตนที่มีพลังระดับเดียวกับพระเจ้า หากควบคุมมันได้แม้แต่ความเป็นตายก็จะสามารถควบคุมได้”
รีสเลย์สัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าของศัตรู เขาไม่ได้ซักไซ้ต่อแต่ก็เดาได้ว่าเซเลนอสเองก็มีคนที่เขาอยากพากลับมาจากโลกหลังความตาย คนที่แม้แต่วิธีเปลี่ยนเป็นผีดิบก็ไม่ได้ช่วยให้นำกลับมาได้
เมื่อหมดเรื่องคุย ทั้งสองฝ่ายก็เข้าห้ำหั่นกันอีกครั้ง เช่นเดียวกับด้านของบีชมาและกาดิออสที่ปะทะกันมาแบบไม่ได้พัก เหล่ายอดฝีมือของหลายประเทศไม่ได้นิ่งดูดายปล่อยให้ทั้งสองคู่สู้กันตามลำพัง หลายต่อหลายคนพยายามยื่นมือเข้าไปช่วยแต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้มาก
นักรบจากประเทศคุนาเป็นผู้หนึ่งที่สร้างผลงานให้เห็นชัด เขาคือนักรบไม่กี่คนที่เข้าประกบเซเลนอสและสร้างบาดแผลเป็นทางยาวให้กับอีกฝ่ายได้ แต่บาดแผลนั้นก็ต้องแลกมันมากับชีวิตของเขาเอง
เหล่าซามูไรจากซิแปงเองก็เป็นหนึ่งในเรื่องความกล้าหาญ แม้จะถูกทหารปีศาจของแรปโซดีกดดันขนาดหนัก พวกเขาก็ยังไม่ยอมถอย พวกเขาเป็นเหตุผลหลักอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้รีสเลย์ปะทะกับเซเลนอสได้โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
หลังจากนั้นอีกไม่นานกำลังหนุนที่ไม่คาดคิดก็มาถึง นำโดยกาเวนผู้เลื่องชื่อในวิชาเก้าดาบ พวกเขาคือผู้รอดชีวิตจากนอร์ธบริซาเนียนั่นเอง
โซนาตาไม่ได้สนใจผลของสงครามนัก เขารู้ว่าสงครามนี้ไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าการถ่วงเวลาของทั้งสองฝ่าย สำหรับฝ่ายมนุษย์มันคือการยื้อไว้จนกว่าแผนผนึกเทพปีศาจจะสัมฤทธิ์ผลและกองหนุนที่กำลังส่งข้ามมาจากอีกทวีปจะมาถึง สำหรับฝ่ายแรปโซดีมันคือการแข่งกับเวลาว่าเขาจะดูดกลืนศัตรูมาเป็นพวกได้มากพอก่อนที่ลูกสมุนทั้งหมดจะถูกกำจัดลงหรือไม่
“ลูกสมุนของราฟโซดีไม่ได้แกร่งเท่าที่คิด… ทำไมกันนะ” โซนาตาพึมพำขึ้น
“นายกำลังคิดเรื่องเดียวกันอยู่เลยสินะ” จีดัสที่กำลังออกแบบวงเวทอยู่ข้าง ๆ ชวนคุย “ปีศาจที่หมอนั่นสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพในการรบก็เพราะพวกมันสู้เป็นระบบ มีการแบ่งหน้าที่ในการสู้คล้ายกับทหารในกองทัพของมนุษย์ แต่ในฐานะของปีศาจแล้วพวกมันอ่อนแอกว่าเดิมด้วยซ้ำ”
“หรือว่าจริง ๆ แล้ว ปีศาจที่สร้างขึ้นใหม่ไม่สามารถทำให้แกร่งได้เท่าเดิม” ชูลิเกอร์หนึ่งในสิบนักปราชญ์ว่าขึ้น
“ไม่ใช่หรอกค่ะ ดูจากพวกราชาปีศาจทั้งสี่สิคะ พวกนั้นไม่ได้อ่อนแอลงเลย” ซิงซิงหนึ่งในสิบนักปราชญ์เช่นกันแย้ง
“เป็นไปได้ไหมว่า แรปโซดีสร้างทหารที่อ่อนแอลงเพราะเขากำลังออมแรงไปสร้างอย่างอื่น” ฟิททิสผู้มีตำแหน่งเดียวกับสองคนข้างต้นเสนอความคิด มันเป็นความคิดเดียวกับที่จีดัสและโซนาตากำลังกังวลว่าจะเป็นแบบนั้น
“สร้างอะไรสักอย่าง” จีดัสพึมพำ
“สงสัยจะสร้างสิ่งที่อาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าราชาปีศาจ” ใครบางคนในกลุ่มพูดขึ้นอย่างติดตลก แต่พวกนักปราชญ์ดูจะไม่ขำด้วย
ด้านของซีวี อดอว์ตเต อาร์คุสและกองทัพพันธมิตรที่มุ่งลงใต้นั้นมีปัญหามากกว่าที่คิด บริซาเนียคือทวีปที่อยู่ใกล้กับทวีปน้ำแข็ง มันทำให้แต่เดิมทวีปนี้ก็มีอากาศที่เย็นจัดตลอดทั้งปีอยู่แล้ว ที่ผ่านมาท้องฟ้าถูกความมืดปกคลุมอยู่หลายวัน มันเลยยิ่งทำให้อากาศของที่นี่แปรปรวนยิ่งกว่าเดิม
กองทัพของพวกเธอติดอยู่ในพายุหิมะหลายวันหลายคืน เหตุการณ์แบบนี้ควรจะทำให้ต้องเสียไพร่พลเป็นจำนวนมหาศาล แต่พวกเธอก็ผ่านมันมาได้เพราะซีวี อาร์คุส และบรรดาจอมเวทมากมายที่อยู่ตรงนั้น
ซีวีในตอนนี้สามารถสร้างดวงอาทิตย์เทียมได้ดังใจ ถึงขนาดจะเล็กแต่มันก็มีความร้อนแรงราวกับดวงอาทิตย์ของจริง ด้วยพลังนี้และเวทมนตร์ธาตุไฟของทุกคน ความหนาวเย็นก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป
แม้จะเต็มด้วยผู้มีความสามารถ แต่สงครามนี้ก็ไม่ได้ง่ายขึ้นเลย พวกปีศาจต่อสู้อย่างมีระบบขึ้นด้วยการนำของฟาซาเบลและเดียซาเบล หน่วยโซลดัทของฟาซาเบลพัฒนาขึ้นกลายเป็นเชเลวียร์ จากทหารราบที่มาพร้อมกับแขนข้างหนึ่งที่เหมือนคบดาบ มันกลายร่างเป็นกึ่งม้ากึ่งปีศาจ จากแขนรูปดาบก็กลายเป็นรูปหอกยาว
การบุกเร็วของเชเลวียร์ทำให้แผนของฝ่ายพันธมิตรปั่นป่วน นอกจากนั้นหน่วยบลาสซาที่มีหน้าที่โจมตีจากระยะไกลด้วยเวทมนตร์ก็พัฒนาขึ้นกลายเป็นเบย์ทีส ปีศาจที่ราวกับปืนใหญ่มีชีวิต
เซปทอร์ปีศาจชนิดเดียวที่มีปีกเป็นอีกชนิดที่กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ชูซูรีสที่มีรูปร่างราวกับมังกรขนาดย่อม ๆ เจ้าสิ่งมีชีวิตนี้จะร่วมมือกับเซปทอร์ที่เป็นรูปแบบดั้งเดิมของมันค่อยปั่นป่วนสนามรบด้วยการเล็งไปที่จุดอ่อนของกองทัพ
แต่ทั้งหมดที่ว่ามาก็ยังไม่น่าสิ้นหวังเท่ากับสองราชาปีศาจ เดียซาเบลและฟาซาเบล สองพี่น้องที่เคยต่างก็ถือดีว่าตนคือปีศาจระดับสูงที่เป็นรองเพียงเทพปีศาจ บัดนี้สองพี่น้องกลับหันมาร่วมมือกันอย่างดีภายใต้ธงของแรปโซดี
“ถ้าพวกมันร่วมมือกันแบบนี้ พวกเราไม่มีทางเอาชนะได้แน่ครับ” อาร์คุสตะโกนบอกกับสหายต่างวัย
“ข้าก็พยายามจับพวกมันแยกอยู่นี่ไงเล่า” อดวอร์ตเตเกาหัวจนผมกระเซิงไปหมดแล้ว แต่ไม่ว่าจะพยายามใช้ความคิดแค่ไหนเธอก็นึกอะไรไม่ออกนอกจากวิธีเสี่ยงตาย
“พวกเราประมาทมันเกินไป ต้องรายงานให้พวกท่านจีดัสรู้ว่าทหารของแรปโซดียังพัฒนาต่อได้อีก”
“เรื่องนั้น ใช่ว่าพวกเราจะไม่มองเผื่อ” แม่ทัพจากประเทศหนึ่งได้ยินก็เปรยขึ้น “ท่านโซนาตาเตือนไว้แล้วครับ แต่เรื่องแบบนี้ถึงรู้อยู่แล้วมันก็ไม่ง่ายที่จะรับมือได้”
“และต่อให้รับมือได้ดีแค่ไหน ถ้ากำจัดสองคนนั้นไม่ได้ สุดท้ายพวกเราก็คงแพ้อยู่ดีค่ะ” ซีวีชี้ไปทางสองราชาปีศาจที่กำลังอาละวาดไล่ฆ่าคนอย่างสนุกสนาน
เดียซาเบลกลายร่างเป็นเงาของสัตว์ชนิดต่าง ๆ แปรเปลี่ยนไปมาจนไม่มีใครหาวิธีรับมือได้ ส่วนฟาซาเบลก็อยู่ในร่างของจิ้งจอกเงาแปดหาง เธอรวดเร็ว ทรงพลัง แตกต่างจากปีศาจทุกชนิดที่พวกเขาเคยรับมือมา หางทั้งแปดเพียงโบกสะบัดมันก็หมายถึงชีวิตของผู้คนนับสิบนับร้อย
อาร์คุสผู้ได้รับความไว้วางใจจากทัพพันธมิตรให้เป็นแม่ทัพใหญ่ในศึกนี้ยอมรับความพ่ายแพ้ เขาตัดสินใจถอนกำลังก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามจนเกินเยียวยา แต่คำสั่งของเขาไม่สามารถหยุดสองสาวได้ ซีวีและอดอว์ตเตได้พุ่งเข้าไปหาสองพี่น้องแล้ว
“เค้าจะหาวิธีทำอะไรสักอย่าง อาร์คุสพาทุกคนกลับไปก่อนเถอะ”
“ข้าก็จะช่วยด้วย” ซีวีเองก็ตามเข้าไปโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของอาร์คุส