Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 146: ผนึกเทพปีศาจ 2
แล้วก็มาถึงลำดับของเทพปีศาจเดสคารินกาและชินกิที่อยู่ใกล้กัน ในความเป็นจริงดั้งเดิมรีสเลย์และจีดัสจะต้องเป็นผู้ผนึกเทพปีศาจทั้งสอง
ตามประวัติศาสตร์ดั้งเดิม จีดัสที่บาดเจ็บหนักจากการต่อสู้กับอาโร เขาใกล้จะตายเต็มทีในขณะที่สละชีพผนึกเดสคารินกาและรีสเลย์ที่มีสภาพดีกว่าไม่มากนักก็ต้องตายตามไปหลังจากแลกชีวิตกับการผนึกชินกิ
เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เซกันไม่รู้ เขากำจัดอาโรไปแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้หนึ่งกษัตริย์หนุ่ม และอีกหนึ่งเสนาธิการที่เคยเป็นคู่อริ กำลังเผชิญหน้ากับเทพปีศาจในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป
“สองตัวนี้อยู่ค่อนข้างใกล้กัน มีโอกาสที่ถ้ารายนึงอาละวาด อีกรายก็อาจจะถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นด้วย”
“งั้นก็จัดการพร้อมกันก็ดีกว่าสินะ” รีสเลย์กำลูกแก้วไว้แน่นก่อนที่จะกลายร่างเป็นมังกรสีแดงเพลิง
“แน่ใจนะว่าร่างนั้นยังใช้เวทได้”
มังกรรีสเลย์พยักหน้าตอบ จากนั้นเขาก็ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
เดสคารินกาคือ เทพปีศาจแห่งการหลงลืม ความอันตรายของเทพปีศาจตนนี้คือศัตรูที่เข้าใกล้อาจจะหลงลืมเป้าหมาย ลืมภารกิจที่ได้รับมา หรือหนักกว่านั้นก็คือลืมแม้แต่ตัวตนของตนเอง
จีดัสเป็นคนที่เลือกเป้าหมายนี้เพราะในบรรดาผู้ถูกเลือก เขาและมิเดลเลียคือผู้ที่มีความสามารถติดตัวด้านความทรงจำดีที่สุด อาจจะเป็นข้อสรุปที่น่าหมั่นไส้ไปสักนิด แต่เขาคิดว่าต่อให้ตนเองหลงเหลือความจำแค่หนึ่งในสิบ แต่ที่เหลืออยู่ก็ยังมีเหลือมากกว่ารีสเลย์อย่างแน่นอน
เดสคารินกามีรูปร่างเหมือนกับดวงตายักษ์ที่ประกอบเข้ากับมือสีดำนับไม่ถ้วน มันอาจจะเป็นรูปร่างที่ดูตลกถ้ามันไม่ได้ใหญ่โตหลายพันเมตร และไม่ได้กำลังเรียกสาวกเทพปีศาจออกมาจนมืดฟ้ามัวดิน
ส่วนชินกิที่ด้านของรีสเลย์ ถูกเรียกว่าเทพปีศาจความเบี่ยงเบน มันได้ชื่อนี้มาจากพลังที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเกิดการกลายพันธุ์อย่างผิดธรรมชาติ แต่ไม่ต้องหวังเลยว่าคนธรรมดาจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษจากพลังของชินกิ พลังของเทพปีศาจตนนี้เป็นได้เพียงการสร้างความพิการให้กับเหยื่อเท่านั้นหรือถ้าจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปก็คงจะสูญเสียสติสติสัมปชัญญะไปแล้วอย่างแน่นอน
นี่คือเหตุผลที่รีสเลย์ต้องกลายร่างเป็นมังกร ในร่างนี้เขามีความต้านทานเวทมนตร์สูงและยังป้องกันการสถานะผิดปกติทั้งหลาย นอกจากหน่วยรบที่สามารถที่บินได้และหน่วยที่โจมตีระยะไกลรีสเลย์ก็ไม่อนุญาตให้ใครมาแทรก การสู้กับชินกิยิ่งใช้คนน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งสูญเสียน้อย
เป็นภาพที่น่าสยดสยอง หน่วยทหารขี่สกิรา เป็นทัพหน้าสุดที่ช่วยเปิดทางให้รีสเลย์ แต่แม้จะขี่เสือที่มีปีกอย่างสกิราพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้มาก สาวกเทพปีศาจนั้นจะกล่าวว่าเหนือกว่าเดวัลทุกชนิดที่มีบนโลกก็ไม่เกินจริง
รีสเลย์ไม่ใช่ชายที่จะทนรออยู่หลังลูกน้อง เมื่อได้โอกาสเขาก็ทะยานทะลุกองทัพศัตรูออกไปตามลำพัง ปากก็พ่นเพลิงเป็นแนวยาว มือเท้าข้างที่ว่างอยู่ก็จับและฉีกทึ้งร่างศัตรูที่ขวางทางไปด้วย
ร่างมังกรของเขาไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ แต่มันไม่เป็นอุปสรรคต่อการร่ายเวท คาถาที่ถูกเปล่งออกมาด้วยเส้นเสียงของมังกรอาจจะดูคล้ายเสียงคำราม แต่คำสุดท้ายรีสเลย์สามารถตะโกนออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
“เอ็กโซดัส!!”
จีดัสรับรู้ได้ว่ารีสเลย์ทำสำเร็จแล้ว เขาถอดแว่นที่เป็นแค่ตัวกรองแสงออกและเพ่งมองไปที่ร่างที่อยู่ไกลลิบของชินกิ ร่างนั้นกำลังกลายเป็นหินเช่นเดียวกับเดสคารินกาที่ถูกเขาจัดการไปครู่ก่อน
เมื่อสองเทพปีศาจนี้ถูกจัดการไป งานของพวกเขามาได้ครึ่งทางแล้ว
กว่าที่จะมาถึงจุดนี้ กองทัพหลักของกลุ่มพันธมิตรก็เคลื่อนพลมาสู่ทวีปบริซาเนียจนเสร็จสิ้น แม้จะยังเหลือเทพปีศาจอีกถึงสี่ตน แต่พวกเขาก็ตัดสินใจหยุดพักสักครู่เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะต่อเนื่องนี้
หลังจากงานเลี้ยงฉลองใหญ่จบลง กลุ่มผู้ถูกเลือกที่บัดนี้เหลือเพียงแค่สี่ชีวิตก็มารวมตัวกันเพื่อระลึกถึงผู้คนมากมายที่เสียสละชีวิตไป โซนาตา เคสเทรล และเซกันที่เพิ่งจะกลับมาถึงหมาด ๆ ชนิดที่ยังไม่ได้นั่งพักก็ถูกเชิญมาในงานเลี้ยงส่วนตัวนี้ด้วยเช่นกัน
มิเดลเลียขอให้ทุกคนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้จากไป รีสเลย์และจีดัสพูดคุยสัพเพเหระได้ไม่นานก็ชวนกันวกกลับมาคุยเรื่องสถานการณ์ของสงคราม ส่วนเซกันก็ถูกโซนาตาบังคับให้เล่าวีรกรรมที่ผ่านมาโดยเฉพาะการต่อสู้กับอาโรที่ไม่มีใครรู้รายละเอียดสักนิด
“ไม่ก็มีอะไรมากครับ หลังจากพลัดหลงกัน ผมก็สู้ไปเรื่อย จนมาได้ข่าวราชาปีศาจอาโรได้ไปอาละวาดที่คาบริวา ผมก็เลยไปสู้กับเขาดู…”
“แล้ว?” เคสเทรลทนเซกันอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่ไหวจึงเร่งให้เขาพูดเร็วขึ้น
“ครับ ก็ชนะครับ”
“ง่าย ๆ อย่างนั้นเลยเหรอ” ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอาโรถูกกำจัด แต่รีสเลย์สงสัยว่าเขาใช้วิธีไหน อาโรตอบโต้อย่างไรบ้าง มีข้อมูลสำคัญอะไรที่เซกันได้รู้เพิ่มหรือไม่
“…ผมก็แค่ฟันไปทีนึงครับ”
“ฟันอะไร ฟันที่ไหน ฟันไปกี่ที บอกให้ละเอียดหน่อยสิฟระ” รีสเลย์เริ่มฉุนตามเคสเทรล เขาไม่แน่ใว่าเจ้าละอ่อนนี่ซื่อจริงหรือตั้งใจกวนประสาทกันแน่
“กระโดด แล้วก็… ฟันครับ” เซกันตอบด้วยตาใสซื่อ “แข็งมากเลยครับ แข็งกว่าภูเขาที่เคยฟันเยอะ”
“…” รีสเลย์ยอมแพ้ เอาเป็นว่าเซกันจัดการอาโรที่เป็นตัวปัญหาใหญ่ไปแล้ว
“…” เคสเทรลก็ยอมแพ้เช่นกัน แล้วก็คิดว่าจะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะ
“ข้า…” เสียงของซีวีที่ทำลายความเงียบทำให้ทุกคนหันมาสนใจ “มันอาจจะแปลก ๆ แต่ข้าแน่ใจว่าอดอว์ตเตยังไม่ตาย”
รีสเลย์อึ้งไปหลายวินาที
“ถ้านางยังอยู่…” เขาพูดต่อด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก “ข้ากลัวแต่ว่านางกลายไปเป็นเหมือนกับท่านกาดิออสและท่านเออร์มุน”
“ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่าการที่ต้องมาประหัตประหารกับคนที่เรามองว่าเขาคือครอบครัว” มิเดลเลียพูดเสียงเศร้า เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่ออสตาร์ ถึงตอนนั้นเธอจะไม่ได้เห็นกับตา แต่ก็มีรายงานว่าเออร์มุนอยู่ในกองทัพเดียวกับบัลเซรุส
“ไม่อยากจะพูดให้หวังแล้วรู้สึกผิดหวังทีหลัง แต่มันไม่ใช่ว่าโอกาสไม่มีหรอก” โซนาตาแทรกเข้ามา
“โอกาส” ซีวีขมวดคิ้ว “โอกาสอะไร”
“โอกาสที่จะช่วย… ถ้าจับพวกนั้นกลับมาได้…”
“มันไม่เหมือนกับเวทควบคุมจิตใจนะคะ จริง ๆ แล้วมีพวกเราหลายคนที่พยายามร่ายเวทเพื่อถอนการควบคุมแล้ว แต่ที่พวกเขาโดนมันไม่ใช่เวทมนตร์ พวกเขาจำเรื่องราวก่อนถูกล้างสมองได้ด้วยซ้ำ แต่การตัดสินใจเลือกข้างกลับเป็นไปตรงกันข้ามกับที่แล้วมา”
รีสเลย์และจีดัสสามารถยืนยันคำพูดของมิเดลเลียได้ คนหนึ่งพบกับภรรยาที่เสียไป อีกคนพบกับสหายสนิทที่พื้นกลับมา พวกเขาแน่ใจว่าสิ่งที่ทั้งคู่ได้รับนั้นเหนือเกินกว่าเวทมนตร์ควบคุมหรือการสะกดจิต
“ใช่ ฉันถึงไม่ได้บอกว่าแก้ไขได้แน่นอน เราจะรู้แน่ก็ต่อเมื่อจับตัวพวกนั้นได้ แล้วเอามาประเมินดูโอกาสสำเร็จ”
“อดอว์ตเตอาจจะกลับมาได้” ซีวีแค่นึกน้ำตาของเธอก็คลอเบ้า
“ขอย้ำอีกครั้งนะ ว่ามันเป็นแค่ความเป็นไปได้ ทำใจเผื่อไว้ส่วนหนึ่งแต่ก็อย่าไปคิดว่ามันไม่มีความหวัง”
“ดังนั้น ที่ต้องทำก็คือจับเป็นพวกนั้นสินะ” รีสเลย์ไม่ได้มีปัญหาเมื่อนึกถึงการจับเป็นอดอว์ตเต แต่กาดิออสหรือเออร์มุนนี่สิ เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะต้องใช้วิธีการแบบไหน
“เรื่องนั้นก็สำคัญ แต่ตอนนี้พวกเรามีภารกิจที่ต้องรีบสะสางเช่นกันค่ะ”
“ถ้าหมายถึงเทพปีศาจอีกสี่ตน ฉันขอเป็นคนจัดการได้ไหม” โซนาตาเสนอตัว
“เจ้าจะขอนำทัพงั้นเหรอ” รีสเลย์ขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยอมรับความสามารถของโซนาตา แต่การจะเกลี้ยกล่อมให้กองกำลังของแต่ละประเทศยอมทำตามคำสั่งของสามัญชนที่ไม่ได้มีประวัติอะไรชัดเจน คงไม่ใช่งานที่ง่ายนัก
“ไม่ต้องใช้กองทัพหรอก ขอยืมตัวเธอคนเดียวก็พอ” โซนาตาจับหัวของซีวีโยกเล่น
“ฉันจะพูดกับทุกคนให้เอง” จีดัสตัดบทโดยไม่ได้ถามความสมัครใจของซีวี
“เดี๋ยวสิ!!/เดี๋ยวนะคะ” รีสเลย์และซีวีประสานเสียง
“ฝากด้วยนะ” จีดัสตบบ่าของโซนาตา เขาฝากความหวังนี้ไว้กับว่าที่หัวหน้าของตน แน่นอนว่ายังคงไม่ได้ถามซีวีเหมือนเดิม
“ตกลงจะไม่ถามข้าจริง ๆ เหรอ”
“เธอได้ฝึกที่บอกสำเร็จแล้วหรือยัง” โซนาตาไม่สนใจจะถามอยู่เช่นเดิม
“หมายถึงการหน่วงเวทน่ะเหรอ ก็ทำได้แล้วนะ แต่ยังไม่เข้าใจว่า…” ซีวีตอบไปอย่างงุนงง
“แบบนี้นี่เอง! เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมาก” จีดัสทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือ ได้ยินแค่นั้นเขาเข้าใจได้ทันทีว่าโซนาตาจะใช้วิธีไหน
ซีวีแทบจะรอเช้าวันรุ่งขึ้นไม่ไหว ถึงจะตื้อถามมากมายแต่โซนาตาก็ไม่ได้บอกเธอมากไปกว่าการเตรียมตัวสำหรับการร่ายเวทเอ็กโซดัสให้ดี เพราะวันพรุ่งนี้เธอจะต้องผนึกเทพปีศาจ
“หาาา ทั้งสี่ตนเลยเหรอ”
“ใช่ ยังไงก็ต้องทำอยู่แล้ว ทำให้มันเสร็จไปเลยดีกว่าใช่ไหมล่ะ”
“ถ้าทำได้มันก็ดีอยู่หรอก” ซีวีประชด ยังไม่เชื่อที่โซนาตาบอก
“ทำได้สิ” โซนาตาเดาะลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ในมือเล่น
โซนาตาเล่าเรื่องพรรคพวกของเขาคนหนึ่ง เขาคิดว่าแผนการณ์ของเขาคงจะง่ายขึ้นถ้ามีอลินา เธอมีพลังที่สามารถสลับที่วัตถุได้ มันทำให้เธอสามารถเข้าถึงตัวเทพปีศาจได้อย่างง่ายดาย
“แต่เธอใช้ลูกแก้วไม่ได้”
“ใช่ แต่เธอพาคนที่ใช้ได้ไปได้”
“แต่ถ้าไม่เอาทั้งกองทัพไปด้วย พอโผล่ไป มีหวังถูกฆ่าตายก่อนร่ายเวทจบแน่นอน”
“เธอไม่สามารถพาคนทั้งกองทัพไปด้วยได้หรอก”
“อ้าววว”
“ฉันถึงให้เธอฝึกหน่วงเวทยังไงล่ะ เธอต้องร่ายเอ็กโซดัสตั้งแต่ก่อนที่จะเข้าใกล้เทพปีศาจและหน่วงพวกมันเอาไว้…”
“ห๊าาาา” ซีวีร้องเสียงหลง “ทำอย่างนี้ได้ด้วยเหรอ”
“จริง ๆ มันมีวิธีอื่นอีกมากที่ฉันแน่ใจว่าใช้ได้ผล แต่สำหรับของที่เรามีในตอนนี้ นี่เป็นวิธีที่ง่ายและมีโอกาสสำเร็จสูงแล้ว”
“เดี๋ยวสิ เพื่อนของนายไม่ได้อยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ แผนนี้จะไปทำได้ยังไงกัน”
“ก็ใช่” โซนาตาหัวเราะ “แต่เธอลืมไปแล้วเหรอว่าลูกแก้วนี่มันมีเวทเคลื่อนย้ายนะ แล้วที่ผ่านมาฉันก็ทดลองจนสามารถพาเธอไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดได้”
“ตำแหน่งที่เหมาะสม ทดลอง” ยิ่งถามซีวีก็ยิ่งเจอกับคำถามมากขึ้น เธอไม่เห็นรู้ว่าเขาทดลองทำอะไรแบบนั้นโดยที่เธอเข้าร่วมด้วยมาก่อน
“พอแล้ว ไม่ต้องถามอะไรอีก พอเคลื่อนย้ายไปก็ร่ายเวทเอ็กโซดัสซะ แล้วก็หน่วงพวกมันไว้ด้วย”
“ได้ทีสั่งใหญ่เลยนะ” ซีวีบ่นอุบอิบส่วนโซนาตาก็หัวเราะแบบไม่ได้สำนึก
พริบตาต่อมาหลังจากที่ซีวีร่ายเวทและหน่วงไว้จนพร้อม เธอก็พบว่าตนเองและโซนาตาไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้วเบื้องหน้าของเธอคือเนครอส เทพปีศาจแห่งเวลา
สิ่งมีชีวิตที่เฉียดเข้าใกล้จะล้มลงเพราะความแก่ชรา คมดาบจะผุพังขึ้นสนิม เครื่องไม้เครื่องมือใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากมือมนุษย์จะถูกกระแสเวลาที่เร่งเร็วขึ้นโหมกระหน่ำจนแหลกสลาย
เวลาคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดสำหรับทุกสิ่ง
แต่เวลาก็ไม่ใช่สิ่งที่เนครอสมีเช่นกัน เวทมนตร์ของซีวีทำงานในทันทีที่เธอเห็นเทพปีศาจ ไม่ต้องพูดถึงสาวกเทพปีศาจที่ยังไม่ได้ถูกเรียกมา เนครอสยังไม่ทันที่จะหลุดจากสภาพเป็นหินด้วยซ้ำ ผนึกใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าก็เริ่มทำงานไปแล้ว
“สำเร็จ!!” ซีวีดีใจจนเผลอกระโดดกอดโซนาตา ตาของเธอยังจับจ้องไปที่ร่างที่นิ่งงันไปแล้วของเนครอส
“ต้องสำเร็จสิ” พอโซนาตาพูด ซีวีจึงเพิ่งรู้ตัวว่าเธอทำอะไรลงไป แต่พอจะผละจากเขา โซนาตากลับเป็นฝ่ายดึงเธอมากอดไว้
“ปะ ปล่อย”
“อะไรล่ะ เธอเป็นคนเข้ามากอดเองนะ” เขาพูดเสียงเบาแต่น้ำเสียงหยอกเย้า คลายอ้อมกอดลง
“เลิกหยอกฉันได้แล้ว ยังต้องผนึกเทพปีศาจอีกสามตนไม่ใช่เหรอ” เธอหมุนกายหนีหน้าเขาในอ้อมแขนที่กอดไว้
“กำลังจะบอกว่าผนึกอีกสามตัวเสร็จแล้วกอดได้สินะ” โซนาตาหัวเราะแต่ยอมปล่อยเธอไป
“ตาบ้า! ไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย” เธอมองเขาจากด้านข้าง ด้วยความเขินอายจึงไม่กล้ามองหน้าเขาเต็มตา
โซนาตาปล่อยให้ซีวีพักหายใจครู่หนึ่งก่อนที่เริ่มกระบวนการเดิมซ้ำ ซีวีเพิ่งนึกได้ว่าโซนาตาเพิ่งใช้พลังของลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์พาเธอมาที่นี่ เขาทำได้ยังไงกันนะ
“ฉันไม่ใช่เอลเลนนอส ถ้าเธอจะถามเรื่องนั้น” โซนาตาอ่านใจซีวีออก เธอเป็นคนอ่านง่ายอยู่แล้ว
“แล้วทำไมถึงใช้ลูกแก้วได้”
“ถ้ามีเอลเลนนอสอยู่ในระยะยี่สิบเมตร ฉันก็จะเลียนแบบคลื่นจิตได้”
“สตีลมายด์ของนายทำแบบนั้นได้ด้วยหรือเนี่ย”
“ฉันหวังว่ามันจะทำได้มากกว่านี้นะ” โซนาตาทิ้งท้ายไว้อย่างเป็นปริศนา ซีวีไม่แน่ใจว่าเธอเข้าใจนัก
ลำดับต่อไปคือฮาร์เบล เทพปีศาจที่โซนาตาคุ้นเคยมากที่สุดเพราะมันคือเทพปีศาจที่วิญญาณถูกผนึกอยู่ในดาบดำที่เขาและเซกันครอบครอง
ฮาร์เบลถูกเรียกว่าเทพปีศาจแห่งความเกลียดชัง ไม่เพียงแค่กัดกินความเกลียดชังและเปลี่ยนเป็นพลัง มันยังสร้างความรู้สึกในแง่ลบให้กับผู้คน ใครก็ตามที่ตกเป็นเหยื่อของพลังนี้จะลุกขึ้นมาเข่นฆ่าทำร้ายกัน พี่น้องที่คลานตามกันมา เพื่อนรักที่ตายแทนกันได้ คู่รักที่สาบานจะครองคู่กันไปตลอด ไม่ว่าใครก็สามารถตกอยู่ภายใต้พลังที่เลวร้ายนี้
เช่นเดียวกับเนครอส มันไม่มีโอกาสแม้แต่จะเรียกสาวกเทพปีศาจออกมาด้วยซ้ำ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนเกินกว่าจะตอบโต้ เร็วจนพลังพิเศษของฮาร์เบลไม่มีโอกาสได้ทำงาน
“ต่อไปอาจจะยากขึ้นแล้ว เทพปีศาจตนอื่นอาจจะรู้แล้วว่าพวกมันจะเจออะไร”
เป็นไปอย่างที่โซนาตาคาด อัลกีโรอา เทพปีศาจที่เคยทำลายประเทศโดนาเมสของจีดัสตั้งท่ารอไว้แล้วแต่มันยังไม่ทันได้เรียกสาวกเทพปีศาจออกมา เอ็กโซดัสของซีวีก็ถูกใช้กับมันก่อน
ปีศาจนับหมื่นปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบทั้งคู่ หากว่าอัลกีโรอาถูกผนึกช้ากว่านี้เพียงไม่กี่วินาที ทั้งซีวีและโซนาตาอาจจะต้องจบสิ้นไปแล้ว
“เกือบไปแล้ว”
“เมื่อครู่อยู่ ๆ ก็มองไม่เห็น พูดก็ไม่ได้”
“ฉันเองก็หูไม่ได้ยิน กลิ่นก็หายไป แถมสัมผัสพิเศษเองก็หายไปด้วย”
“เขาถึงได้เรียกว่าเทพปีศาจแห่งการไร้ความรู้สึกสินะ อัลกีโรอาจะช่วงชิงประสาทสัมผัสทุกอย่างไปจนหมด” ซีวีรู้สึกขนลุก ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว เธอคงจะแย่แน่ เป็นอย่างที่หลายคนว่า ถ้าปราศจากประสาทสัมผัส การมีชีวิตก็เหมือนกับตายทั้งเป็น
“อัลกีโรอา ชื่อยาวจริงแฮะ เอาเถอะเหลือแค่จาเคววาแล้วสินะ”
“งั้นเรารีบไปกันเถอะ”
“รีบทำไมล่ะ” โซนาตาถามเสียงเนือย ๆ มือยื่นมาจับปอยผมของเธอไปพันปลายนิ้วของเขา
“อ้าว ก็… ไม่ใช่ว่าต้องไปจัดการมันก่อนที่จะเรียกสาวกปีศาจออกมาเหรอ” เธอยกมือปัดปอยผมให้ไปทัดหลังหู
“ป่านนี้คงเรียกออกมาเต็มไปหมดแล้วมั้ง” โซนาตาหดมือไปกอดอก
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ”
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ เวลาที่ผนึกเก่าบนตัวจาเคววาจะเสื่อมใกล้มาถึง แต่ผนึกนั่นยังทำงานอยู่ ตอนนี้จาเคววาแค่หลุดออกมาได้ชั่วคราวก่อนเท่านั้น เรารอสักนิด และฉวยโอกาสให้มันกลับเป็นหินและสาวกเทพปีศาจหายไป ก็ค่อยลงมือ ก็ยังทัน”
“ฟังดูเป็นวิธีที่ขี้โกงมาก ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่เป็นตัวร้าย”
“เทพปีศาจสิ ก็สมควรแล้วที่เราจะใช้วิธีการนี้” โซนาตาเลิกคิ้ว
“วิธีการไม่ใช่ของวีรชนเลย”
“ผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ เดี๋ยวให้คนเขียนแบบที่ดูเป็นวีรชนขึ้นมาก็ย่อมได้ เจ้าเทพปีศาจก็คงไม่เขียนบันทึกอะไรไว้ให้มันเกิดความขัดแย้งหรอก”
โซนาตาและซีวีรอจนถึงช่วงเย็น สายข่าวของกองทัพก็เข้ามารายงานเรื่องของจาเคววา มันเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ เทพปีศาจตนสุดท้ายรับรู้ถึงภัยคุกคามและได้เรียกสาวกเทพปีศาจออกมา แต่หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดมันก็กลับไปเป็นหินอีกครั้ง พวกกับสาวกบริวารที่สลายไป
“ดีนะที่ไม่รีบโผล่ไป ไม่งั้นอาจจะได้โดดลงกลางวงปีศาจแน่” ถึงจะพูดแบบนั้นและถึงจะไม่มีข่าวอะไรโซนาตาก็ไม่คิดที่จะโผล่เข้าไปใกล้เทพปีศาจด้วยวิธีการเดิมแล้ว
“มาเถอะ” โซนาตาพาซีวีไปหาเทพปีศาจที่เหลือเป็นเป้าหมายสุดท้าย
จาเคววาคือเทพปีศาจแห่งความเจ็บปวด ตรงกันข้ามกับอัลกีโรอาที่แย่งชิงความรู้สึกไป จาเคววาจะกระตุ้นความรู้สึกให้รุนแรงขึ้นและสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสชนิดที่ว่าประสาทสัมผัสของมนุษย์ไม่สามารถทนไหว ยิ่งกว่าถูกฉีกทึ้งทั้งร่าง ยิ่งกว่าความทรงจำเจ็บปวดทั้งหมดที่เคยพานพบมาทั้งชีวิต ผู้คนจะล้มตายลงจากความทรมานที่เกินว่าที่จะจินตนาการได้ มันคือสุดขอบของนรกบนดิน
ไม่รู้กี่พัน กี่หมื่นหรือกี่แสนชีวิตที่ต้องเสียไปหากนี่เป็นการต่อสู้ด้วยวิธีเดิม ซีวีรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่โชคดีของเธอที่ได้พบกับโซนาตา แต่มันเป็นโชคดีของผู้คนมากมายด้วยเช่นกัน
…การลงทัณฑ์ของเอนน์ผู้สถิตอยู่ในโลกหลังความตาย…
…เวทมนตร์ของเมกิอาพระแม่แห่งเหล่าอสูรอัญเชิญทั้งปวง…
…โทษะของฟิโลมินาผู้มีอำนาจเหนือปรภพ ขอให้มาเป็นพลังให้ข้า…
…เอ็กโซดัส…